Love Status : รัก..แบบไหน?

    Love Status : รัก..แบบไหน ?  |  EP. 19

    กลิ่นหอมของเครื่องแกงที่กำลังปะทะกับพื้นกระทะร้อน ลอยละล่องออกมาเตะจมูกผู้คนโดยรอบหลังสิ้นเสียงครก และสากกระทบกันอย่างรัวเร็ว“ได้จริงด้วยว่ะ ฮ่าๆๆๆ..” พี่ต่อพูดกลั๊วหัวเราะพลางตบบ่าไอ้พี่ควอตซ์เบาๆ ในขณะที่ผมกำลังเอาแต่จดจ่อมองหน้าเตาอย่างไม่วางตา โดยมีไอ้ก็อตเป็นลูกมือชั้นดีพัดวีเตาถ่านให้ไฟลุกโชนจนท่วมแต่..พะ พอก่อนก็ได้มึง จะไหม้หน้ากูอยู่ละ = =“..และแล้ววว..เพียงเวลาไม่นานนัก..น้ำพริกอ่องฝีมือผม ก็กลายมาเป็นเมนูที่ 3 ของกลุ่มสีฟ้า และถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะจนได้ขอรับ..ถะแด๊นนนน~เล่นเอาปาดเหงื่อเลยให้ตายเถอะ~แต่ก็นะ จากที่เห็นใบหน้าพี่ๆหลังชิมน้ำพริกอ่องฝีมือผมแล้ว ดูเหมือนการทำอาหารครั้งนี้คงเป็นที่ถูกใจประชาชนชาวสีฟ้าอยู่ไม่มากก็น้อยเลยเหมือนกันครับ.. แบบนี้ต้องเรียกว่า..รอดแล้วโว้ยยยยยย.. ฮ่าๆๆๆๆ T^T//ณ โอกาสนี้จึงอยากขอบพระคุณท่านแม่ที่เคยสอนกระผมมาอย่างจริงจัง และขอบคุณลูกมืออย่างไอ้ก็อตที่ไปขอหมูสับจากกลุ่มพี่อาร์ตมาให้ด้วยขอรับ ไม่งั้นเมนูนี้คงทำไม่ได้เป็นแน่~ว่าแต่..ก็ไม่รู้มันไปขอพี่อาร์ตอิท่าไหนเหมือนกันถึงได้มาซะชามใหญ่ขนาดนี้อืมมมมมม.. = =?..โต๊ะตัวยาวหลายสิบตัวถูกนำมาวางเรียงต่อกันจนเป็นแนววงกลมล้อมรอบกองไฟขนาดใหญ่ มองดูแล้ว.. นี่คงเป็นโต๊ะอาหารที่มีเส้นรอบวงกว้างที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมาเลยล่ะมั้ง ?โอ้โหวววว์~ *0*//พี่ๆพนักงานแต่ละคนต่างพากันนั่งประจำตำแหน่งในแต่ละฟากฝั่งของโต๊ะเพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน อีกทั้งอาหารของแต่ละกลุ่มสี ก็ถูกแบ่งกระจายไปยังกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ทีละนิด ทีละหน่อยจนท้วนทั่วอีกด้วย“ได้อยู่เห็นมั้ยเนี๊ยะ อร่อยดีด้วย” พี่ติ๊กพูดพลางตักน้ำพริกอ่องเข้าปากไปอีกคำใหญ่ ตามด้วยผักสดเคี้ยวดังกรุบกรับ“อร่อยเริ่ด..!! เข้ากับโลเคชึ่นสุดๆ..!!” เจ้ปุ๊กเสริมเห็นพี่ๆกินกันอย่างอร่อยแบบนี้ก็ชื่นใจล่ะน้า.. ฮ่าๆๆๆ ^^//“ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี๊ยะว่าน้องดรีมจะทำกับข้าวได้เก่งขนาดนี้” พี่กุ้งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดชมขึ้นมาเช่นกัน ส่วนผมนั้น.. มือปัดป่ายไปมาเป็นระวิงกลางอากาศ >//< “จริงๆผมก็ทำได้แค่อันนี้อันเดียวแหละครับ แหะๆ” สารภาพไปแล้วก็เขินชะมัด“ทำได้อย่างเดียว.. แล้วก็คือทำน้ำพริกอ่องเลยเนี๊ยะนะ ?”“พอดี.. ผมชอบกินน้ำพริกอ่องฝีมือม๊ามากน่ะครับ แล้ว.. พอต้องย้ายมาเข้าเรียนในเมือง ผมเลยขอให้ม๊าสอนให้ เผื่อจะทำกินเองได้บ้าง~” แต่ก็ไม่ยั๊กกะทำเลยสักครั้งให้ตายเถอะนับเป็นบุญแค่ไหนที่ยังจำวิธีทำได้อยู่เนี๊ยะไอ้ดรีมเอ้ย.. T^T//“ถ้าอย่างงั้น.. ก็แสดงว่าคุณแม่ของน้องดรีมต้องทำอาหารเก่งมากแน่ๆเลย” พี่วรรณพูดพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตรนั่นสินะครับกับข้าวฝีมือม๊าผมอร่อยสุดยอดไปเลยล่ะ พูดแล้วก็น้ำตาจะไหล~ T^T//คิดแล้วก็อยากกลับบ้านจัง~..ตัดฉึบ..!!ยังไม่ได้ทันเกิดอาการโฮมซิกเลยแม่~ม้านั่งฝั่งตรงข้ามที่เคยว่างเปล่า กลับถูกจับจองโดยไอ้คนตัวสูงไปเสียแล้ว“โอ้ย..เริ่ดเวอร์ ได้เรื่องสุด.. น้องควอตซ์ลองชิมดูๆ” เจ้ปุ๊กที่กำลังเอนจอยอีทติ้งร้องบอกจากที่นั่งข้างๆกันนี้ ผิดกับไอ้พี่ควอตซ์นี่สิ หน้านิ่วคิ้วขมวดแบบคนไม่สบอารมณ์นักไม่ชอบหน้าผมแล้วแม่งยังเสือกมานั่งตรงข้ามกันทำไมวะ = =“ที่ว่างที่อื่นไม่มีเลยรึไง..? อุตส่าห์เว้นไว้ให้ไอ้ก็อตมัน = =“แต่ก็ดี๊..โอกาสนี้ชั่งเหมาะเหม็งเสียจริงๆแบบนี้มันต้องโดนจัดสักตั้ง !!..“ว้า.. คนชอบกันเยอะแบบนี้จะเรียกว่าได้เรื่องมั้ยน้อ~” ได้ทีก็ลอยหน้าลอยตาไปสิกู“.....” ไอ้พี่ควอตซ์นิ่งเงียบ ไม่ตอบอะไร แบบนี้แม่งยิ่งต้องรุกให้หนัก !!“อ่ะ.. แต่เผื่อว่าคุณควอตซ์ยังจะคาใจอยู่..” ผมเอื้อมตัวไปตักน้ำพริกอ่องที่อยู่ตรงหน้า“..”“นี่เลยคร้าบ..” ป๊าบ..ใส่จานไอ้สูงโด่ตรงหน้าเข้าให้ แดกไม่แดกไม่รู้ แต่กูยัดใส่จานมึงไปแล้วล่ะ “ทานเลยครับ เชิญครับ” แถมด้วยการผายมือให้อย่างเป็นมิตรโอ้ยยยยยยยย.. >//<อยากให้ทุกคนได้เห็นแบบที่ผมเห็นตอนนี้ซะจริงๆเลยครับ แม่ง.. ไอ้พี่ควอตซ์ดูหงุดหงิดขึ้นมาอีกนิดแต่ทำไมผมคิดว่ามันโคตรตลกเลยครับแทบกลั้นขำไว้ไม่อยู่แล้วเนี๊ยะ.. ฮ่าๆๆๆ.. ^^//“ทำไมไม่ทานล่ะครับ หรือว่าท่านจะไม่กล้า” ผมยักคิ้วกวนตีนใส่ไปอีกจึ๊กสองจึ๊ก “เอ..นี่กระผมก็ทำไม่เผ็ดนะครับ คุณหนูควอตซ์น่าจะทานได้ สบายมาก หายห่วง”ไอ้สูงยังคงนั่งนิ่ง ทำท่าหงุดหงิด พลางก้มมองของในจาน ก่อนจะคลายคิ้วที่ขมวดจนเป็นปมออก แล้วเริ่มพูด....“เป็นห่วงกูรึไง..?”เชี่ยยย..!!ไหววูบ..“อะ.. อะไรนะ..??”..แค่ประโยคสั้นๆแม่งทำช้อนแทบร่วง !!..“คะ.. ใครห่วง..?” นี่มึงจะมาไม้ไหนเนี๊ยะห๊า.. ไอ้พี่ควอตซ์ !!!“ก็มึงไง ?” อะ อ้าววว..เดี๋ยวก่อน..แล้วไง๋มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะเนี๊ยะ..!! “ที่มึงทำไม่เผ็ดนี่.. เพราะได้ยินที่พี่ติ๊กบอกว่ากูไม่กินเผ็ด หรือว่าเพราะมึงยังไม่ลืม ?”โอ้โห.. คือ คุณมึงเป็นคนแบบไหนกันวะเนี๊ยะ !!นี่มึงคิดว่าที่กูทำแบบไม่เผ็ดนี่..เพื่อมึงงั้นเร้ออออออ..?? O[]O//“หลงตัวเองชะมัด..” ผมประชด เชื่อเค้าเลยให้ตายเถอะ  = =““มึงว่าไงนะ ?” ไอ้พี่ควอตซ์ถามย้ำ นี่มึงได้ยินกูพูดเมื่อกี้มั้ยเนี๊ยะ >//<“เพราะ ว่า ผม ก็ไม่กินเผ็ดต่างหาก !!” ผมพูดเน้นคำอย่างชัดเจนไอ้พี่ควอตซ์ยักไหล่มองของในจานที่ผมตักให้อย่างชั่งใจ เขี่ยไปๆมาๆอีกทั้งยังทำท่าทำทางเหมือนไม่ไว้วางใจมันเลยสักนิดว่าแต่..ทำไมตอนนี้มันพลิกกลับมาเป็นคนกวนตีนผมได้แล้วล่ะเนี๊ยะห๊าาา !!!“นี่กูจะแดกได้จริงๆเหรอวะ..?”“แล้วววว.. ทำไมมันจะแด.. จะกินไม่ได้ล่ะครับ..?” แม่งงงงง..เจ้ปุ๊กหันมายิ้มให้พอดี >//<“งั้นนนน.. ถ้ากูแดกของที่มึงทำเข้าไป.. แล้วกูเกิดเป็นอะไรขึ้นมา มึงต้องเป็นคนรับผิดชอบกู มึงกล้าปะ ?” ไอ้พี่ควอตซ์พูด กอดอกมองผมกลับมาเหมือนกำลังวัดใจกันอยู่ยังไงอย่างงั้นเอ่อ..!!สงครามประสาทปะเนี๊ยะ..?เดี๋ยวนะ.. แล้วมันจะไปเป็นอะไรได้วะ แพ้พริกเหรอ..? ไม่หน่า.. ผมก็ทำไม่เผ็ดแล้วนะ แต่มันก็มีพริก หรือว่ามันจะแพ้พริกจริงๆวะ แบบกินไม่ได้เลยสักนิดไรงิ จะว่าไปผมก็จำได้แหละว่ามันไม่กินเผ็ดน่ะ แต่ก็ใช่ว่าจะจืดจนไม่ใส่พริกเลยนี่นา แพ้พริกนี่ก็พระเอกละครไปหน่อยปะ..? หรือยังไงวะ..? หรือว่ามันกำลังทำให้ผมเขว.. หรือมันกำลังกวนประสาทอยู่..เอาไงดีวะ.. เอาไงดะ.. ดี๊..!!!แต่ก็ยังไม่ทันจะได้ประมวลผลความคิดอะไรมากนัก“เฮ้ย..!!”ไอ้คนตัวสูงก็ตักเข้าปาก ป๊าบเข้าให้ไปแล้วครับ !!เชี่ยยยยยย..!!นี่มึงกินเข้าไปแล้วเรอะ..โอ้ยยยยยยยยย.. ไอ้..มึงแดกเข้าไปแล้วจะเป็นอะไรมั้ยวะเนี๊ยะ.. O[]O//แล้วกูจะเป็นห่วงมันทำไมวะ กูไม่ได้ใส่ยาถ่ายเข้าไปสักหน่อย..!!..ไอ้พี่ควอตซ์นั่งเคี้ยวไป มองหน้าผมไปแบบคนท้าทาย..แต่ผมนี่สิลุ้น..แม่งลุ้นฉิบหายไปแล้วโว้ยยยยยย.. >//<.....กิจกรรมรับประทานอาหารร่วมกันนี้ ลุล่วงลากยาวมาตั้งแต่ช่วงบ่ายจนตะวันลับขอบฟ้าไปแล้วล่ะครับ ดูท่า..เอ้าท์ติ้งของที่นี่คงจะเน้นนั่งชิล นั่งพูดคุย มาพักผ่อนหย่อนใจกันซะมากกว่า เพราะเหล้ายาปลาปิ้งพร้อมเสริฟตามมาตรงหน้าชนิดที่ว่าไม่ต้องลุกออกไปหาที่ไหนกันเลยทีเดียว แต่ก็พอเข้าใจได้แหละเนาะ นานๆทีจะได้รีแลกซ์..ขอนไม้ที่เคยวางสุมกองเอาไว้ ตอนนี้กลับกลายเป็นกองไฟสว่างสไววูบวาบให้แสงจ้าแก่พี่ๆพนักงานโดยรอบแล้ว บ้างก็ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็ขอกลับไปพักผ่อนที่เต็นท์ของตัวเองและ บ้างก็..อืมมมมมม....จะมีใครต้องมานั่งเฝ้าคนแพ้อาหารแบบผมอยู่มั้ยล่ะเนี๊ยะห๊าาาาาา = =“..“อ่ะ นี่ยาแก้แพ้ บังคับมันแดกด้วยล่ะ” พี่อาร์ตยื่นถุงยาแก้แพ้ พร้อมกับน้ำขวดนึงมาให้ผม“ครับพี่” ผมตอบรับเสียงอ่อน นั่งมองสภาพไอ้คนตัวสูงที่เนื้อตัวแดงมีแต่ผื่น~ไม่น่ายุแม่งกินเล้ยยยย..ให้ตายเถอะ !!“สภาพมึงเนี๊ยะนะ แพ้มะเขือเทศแล้วก็เสือกแดกเข้าไปอีกนะมึง” พี่พีร์เสริม “ไม่ไหวยังไงก็บอกน้องมันละกัน เดี๋ยวพวกกูจะมาช่วยหามไปอนามัย”“อืมมม..” ไอ้พี่ควอตว์ตอบ“ฝากเพื่อนกูด้วยล่ะ”“ครับ” พี่พีร์ตบบ่าเบาๆก่อนพากันมุดออกจากเต้นท์ไป ทิ้งไว้แค่ผมกับไอ้พี่ควอตซ์ให้อยู่กันสองคน..“เป็นไงมั่งอ่ะพี่..” เชี่ยเอ้ย.. รู้สึกผิดฉิบหาย “ลุกมากินยาก่อนมั้ย ?” ผมพูดเสียงอ่อน“กูไม่กิน” อยู่ๆไอ้พี่ควอตซ์ก็ทำตัวดื้อดึงขึ้นมาเฉยๆ“ไม่กินแล้วมันจะหายมั้ยเล่า.. ลุกขึ้นมากินก่อน” ทำตัวเป็นเด็กเป็นเล็กไปได้ ตัวใหญ่คับเต้นท์จะตายห่าอยู่แล้วเนี๊ยะ = =““ก็กูบอกแล้วไงว่ากูไม่กิน”..เฮ้อออออ~ถอนหายใจเฮือกใหญ่..ไม่น่าล่ะ พี่อาร์ตถึงใช้คำว่า ‘บังคับให้มันแดกด้วย’แต่ไอ้พี่ควอตซ์นี่ก็ยังไง รู้ทั้งรู้ว่าน้ำพริกอ่องแม่งมีมะเขือเทศอยู่แท้ๆ ตัวเองกินไม่ได้ก็ไม่น่ากินสิวะ = =“ จะมาทำเก่ง มาเอาชนะอะไรกับคนอย่างผม แต่ถึงอย่างนั้น..จะโทษว่ามันอย่างเดียวก็ทำได้ไม่เต็มปากนัก เพราะจริงๆแล้ว ผมก็ไม่น่ายุให้มันกินด้วยเหมือนกันนั่นแหละ แถมพอได้มานั่งมองเนื้อตัวที่มีแต่ผื่นแดงของมันยิ่งทำให้ใจของผมรู้สึกผิดไปหมดไม่น่ากวนตีนมันกลับไปเลยจริงๆ.....“พี่กินมะเขือเทศไม่ได้แล้วทำไมไม่บอกผม..”“แล้วมึงเคยเห็นกูกินสักคำมั้ยล่ะ ?”“ก็..”..อืมมมม.. ก็นั่นสินะ..ไม่มีเลยสักครั้ง ไม่มีครั้งไหนเลยจริงๆที่มันจะตักมะเขือเทศเข้าปากต่อหน้าผม ทั้งที่เมื่อก่อนในทุกๆครั้งที่มันไปกินข้าวกับผม มันก็มักจะตักเอามะเขือเทศจากจานของมันมาให้ผมตลอดแท้ๆแต่ทำไมตอนนั้น ผมถึงดันคิดเข้าข้างตัวเองไปได้นะ..หลงนึกไปได้นะว่ามันจะเป็นฉากซึ้งในหนังงี้เหรอวะ ?หลงนึกไปว่าพี่เค้าแคร์มึงขนาดนั้นเชียว..ไอ้ดรีมเอ้ย.. พี่เค้าก็แค่ไม่แดกมัน พี่เค้าก็แค่โยนของที่ไม่ต้องการให้มึงเท่านั้น.. พี่เค้าไม่ได้สนใจอะไรมึงขนาดนั้นหรอกเว้ย.. มึงจะไปหลงดีใจอะไรนักหนา.. พี่เค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามึงชอบแดกอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามึงดีใจกับสิ่งที่พี่เค้าทำให้.. พี่เค้าไม่ได้ใส่ใจมึงหรอกเว้ย..นึกย้อนกลับไปแล้วก็เจ็บ เจ็บแปลบๆอย่างน่าแปลกประหลาดอยู่ในอกก็คงมีแค่มึงเท่านั้นแหละไอ้ดรีม ที่สำคัญตัวเอง~..“เมื่อก่อน.. ตอนที่กินข้าวด้วยกันบ่อยๆ.. ที่พี่ชอบตักมะเขือเทศให้ผม เป็นเพราะว่าพี่แพ้มะเขือเทศเหรอ ?” ทำไมผมพึ่งมาเข้าใจอะไรเอาป่านนี้วะ อยู่ๆหน้าแม่งก็ชาไปหมด “ผมก็นึกว่า..”“นึกว่าอะไร..?”“มะ.. ไม่มีอะไรครับ..” เฟลว่ะ เฟลฉิบหาย ทำไมยิ่งรู้ยิ่งเฟลวะ ทั้งที่ตอนนั้นผมควรสนใจมันให้มากกว่านี้แท้ๆ จะได้ไม่ต้องหลงดีใจกับอะไรแบบนี้มาตั้งนาน ไม่ใช่มัวแต่สนใจแต่ตัวเอง‘คนที่หลงตัวเอง คงเป็นผมแล้วล่ะ’ ผมพึมพำ“มึงพูดอะไรนะ..”“เอ่อ.. งั้น.. ผม.. ผมขอโทษนะพี่ นี่ยากับน้ำ พี่กินด้วยนะครับ จะได้หายไวๆ” ผมวางแผงยาแก้แพ้กับขวดน้ำไว้ให้คู่กัน ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นเพื่อจะออกไปจากเต็นท์ “แล้วก็.. อย่าทำแบบนี้อีกนะพี่ ผม.. ผมเป็นห่วง”ไอ้พี่ควอตซ์มองผมอย่างชั่งใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา..อยู่แบบนี้ไปแม่งก็เจ็บ..เจ็บทั้งที่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร....“.....”“ผมไปนั่งเฝ้าพี่ที่หน้าเต้นท์ข้างนอกนะ พี่จะได้พักผ่อน จะได้ไม่รบกวนพี่ด้วย แต่ถ้าพี่มีอะไร พี่ก็เรียกผมละกัน หรือ.. ถ้าพี่แพ้อะไรอีก พี่ก็บอกผมนะ ผมจะได้..”..ไอ้พี่ควอตซ์คว้าข้อมือผมก่อนที่จะทันได้ทันพูดจบ..ผมหันกลับมามองข้อมือ ไล่ไปจนถึงใบหน้าคมคายของไอ้คนตรงหน้ามันมองกลับมาด้วยแววตาครุ่นคิดที่ไม่เหมือนทุกครั้ง..ไม่กวนตีนอย่างที่เคย..ไม่เบื่อโลกอย่างที่เป็น..ดวงตาที่เหมือนมีคำนับล้านอยู่ภายในให้เห็น....“ไม่ใช่แค่มะเขือเทศหรอกนะที่กูแพ้..”.....“มึง.. กูก็แพ้~”