หลังจากผ่านไปสักพักหวงเหวินก็ลุกขึ้นมาและกล่าวกับสวี่หยุน..
"น้องติง ขอบคุณเ้ามากจริงๆที่ช่วยน้องข้าไว้..เ้ารับนี่ไปเถอะมันคือโอสถรวบรวมลมปราณระดับควบแน่นขั้นสูง..วันนี้น้องติงพักที่นี่ก่อนก็ได้นะถ้าไม่มีที่อื่นจะไป.." หวงเหวินกล่าวขอบคุณออกมาด้วยใจจริง..ขณะที่สวี่หยุนกำลังจะกล่าวอะไรออกมาหวงซือเหยียนก็รีบโพล่งขึ้นมาทันที..
"ก็ดีนี่..น้องชายไว้พรุ่งนี้ตอนเช้าข้าค่อยพาเ้าไปยังหอโอสถ์อีกครั้ง..วันนี้น้องชายพักก่อนเถอะเ้าเหนื่อยมามากแล้ว" หวงซือเหยียนรีบกล่าวออกมาก่อนสวี่หยุนทันทีเพราะกลัวเด็กหนุ่มจะปฏิเสธทั้งที่พักและโอสถของหวงเหวิน..มารดาของหวงเหวินได้ยินก็กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน..
"ถึงที่นี่จะไม่ได้ดีมากนัก..แต่ก็ให้พวกเราได้ตอบแทนผู้มีพระคุณที่ช่วยลูกเหวินและลูกลี่ผิงเถอะ.." มารดาของหวงเหวินกล่าวเสร็จหวงลี่ผิงก็รีบกล่าวขึ้นมาอีกอย่างรวดเร็ว..
"ว้าว! พี่ติงก็จะพักที่นี่ด้วยหรอ? ดีเลยงั้นเรามาเล่นกันเถอะพี่ติง!!" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาอย่างสนุกสนาน
"เดี๋ยวเถอะน้องเล็ก..น้องติงพึ่งเหนื่อยจากการช่วยเ้ามาเองนะ.." ก่อนที่หวงเหวินจะได้กล่าวต่อไปสวี่หยุนก็รีบกล่าวตัดบทหวงเหวินในทันที
"หืม? ก็ดีนิ..เ้าอยากเล่นอะไรล่ะ..เดี๋ยวข้าจะเล่นกับเ้าเอง" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนเป็อย่างยิ่ง..
"จริงนะ!! งั้นท่านช่วยหยิบพู่กันกับกระดาษให้ข้าที! เรามาวาดรูปกันเถอะ! ข้าชอบวาดรูปมาก!!" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นทั้งๆที่ยังนั่งอยู่บนเตียงราวกับคนป่วย..
สวี่หยุนเดินไปหยิบพู่กันและกระดาษที่อยู่บนโต๊ะในห้องของหวงลี่ผิงอยู่แล้วให้หวงลี่ผิงและตนเองเอง..หวงลี่ผิงอยากแข่งวาดรูปกับสวี่หยุนทั้งคู่เลยเริ่มการวาดรูปโดยที่ทั้งคู่แข่งกันวาดวิวทิวทัศน์ว่าใครสวยกว่ากัน..เวลาผ่านไปสักพักหวงลี่ผิงก็กล่าวออกมา..
"ข้าเสร็จแล้ว!! พี่ติงเสร็จหรือยัง?" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาอย่างมั่นในใจในตนเอง..
"อืม..ข้าก็เสร็จแล้วเหมือนกัน..เรามาในทั้งสามคนตัดสินกันเถอะ.." สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนที่จะนำรูปของหวงลี่ผิงและตนเองส่งให้หวงซือเหยียน หวงเหวินและมารดาของหวงเหวินตัดสิน..ทั้งสามตกตะลึงทันทีที่เห็นรูปภาพของสวี่หยุน...สวยงามเป็อย่างยิ่ง!! ถึงสวี่หยุนจะวาดรูปได้แย่กว่าลู่เหมยแต่การที่ได้ดูรูปภาพของลู่เหมยที่แทบจะนับว่าเป็อัจฉริยะหาใครเปรียบในด้านการวาดภาพทำให้เขาเริ่มวาดรูปเก่งขึ้นมาทีละเล็กน้อย..
ภาพวาดของหวงลี่ผิงเป็ภาพวาดธรรมดาที่มองเห็นูเามากมาย ป่าไม้และลำธารที่สวยงามเป็อย่างยิ่ง..ส่วนภาพวาดของสวี่หยุนเป็ภาพวาดทุ่งหญ้าธรรมดาที่มีดอกไม้อยู่เต็มทุ่งและ..เด็กสาวหน้าตาสวยงามเป็อย่างยิ่งกำลังนั่งวาดรูปอยู่ไกลๆ...
ทั้งสามคนมองหน้ากันและกันก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่นออกมา..ถึงแม้ภาพวาดของหวงลี่ผิงจะนับได้ว่าสวยงามเป็อย่างยิ่งก็ต้องดูธรรมดาไปเลยเมื่อเทียบภาพวาดของสวี่หยุน..มารดาของหวงเหวินถอนหายใจออกมาก่อนจะยื่นภาพของสวี่หยุนส่งให้หวงลี่ผิง..ทันทีที่เด็กสาวเห็นภาพของสวี่หยุนก็ตกตะลึงทันที..
"พี่ติง!! ท่านวาดรูปได้สวยมาก!! ท่านต้องสอนข้านะ!ข้าอยากวาดรูปได้สวยแบบท่านบ้าง!" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มทำให้ทั้งสามคนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะกลัวว่าภาพวาดของสวี่หยุนจะทำร้ายจิตใจของเด็กสาว..สวี่หยุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา..
"เ้ารู้ไหมว่าทำไมภาพวาดของข้าถึงสวยทั้งๆที่ข้าไม่เคยเรียนวาดภาพเลย?" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมแววตาอ่อนโยน..
"อืม?? พร์หรือ?" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาอย่างสงสัย..สวี่หยุนยิ้มออกมาพร้อมส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา..
"ข้าใช้ใจวาด...ตลอดการวาดของข้าข้านึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งเสมอ..ผู้หญิงคนนั้นเป็คนที่ชอบวาดรูปเหมือนกับน้องลี่ผิงมากๆเลย..ข้าวาดภาพนี้เพราะหวังว่าจะสามารถเห็นนางยังมีความสุขกับการวาดรูปได้หลังจากข้ากลับไป..." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแต่เป็รอยยิ้มและนํ้าเสียงที่โศกเศร้าเป็อย่างมากราวกับเด็กน้อยพึ่งจากบ้านมาไกลครั้งแรก...หวงซือเหยียน หวงเหวินและมารดาของหวงเหวินรับรู้ได้ถึงความโศกเศร้าในจิตใจของสวี่หยุนแต่ก่อนจะได้กล่าวอะไรออกมาหวงลี่ผิงก็รีบกล่าวออกมาทันที..
"พี่ติง! ท่านต้องสอนข้าใช้ใจวาดนะ! ข้าอยากใช้ใจวาดได้บ้าง! มาเริ่มแข่งกันใหม่เถอะข้าไม่เชื่อว่าข้าจะชนะท่านไม่ได้เลย!!" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาด้วยความมุ่งมั่นทำให้สวี่หยุนยิ้มออกมาทันที..หลังจากนั้นทั้งคู่ก็วาดภาพไปจำนวนมากจนมืดคํ่า สวี่หยุนแกล้งวาดรูปให้ดูแย่ลงเพื่อให้เทียบเท่ากับฝีมือของหวงลี่ผิงทำให้ผลแพ้ชนะค่อนข้างสูสีเป็อย่างยิ่ง...เมื่อเวลาผ่านไปหวงลี่ผิงก็เริ่มหาวออกมาก่อนที่มารดาของนางจะมาเก็บกวาดรูปภาพทุกอย่างและเริ่มให้นางเข้านอน..สวี่หยุนเก็บรูปภาพแรกไว้เพียงรูปเดียว ที่เหลือหวงลี่ผิงขอรูปภาพสวี่หยุนไว้เพื่อใช้ศึกษาในการวาดรูป..หลังจากหวงลี่ผิงเข้านอนทั้งสี่คนก็ออกมาจากห้องก่อนที่มารดาของหวงเหวินและหวงลี่ผิงจะกล่าวออกมา..
"ขอบคุณเ้ามากจริงๆ ลูกลี่ผิงไม่ค่อยได้เล่นกับใครมานานแล้ว..วันนี้เห็นนางมีความสุขหลังจากเจ็บป่วยมานานก็ทำให้ข้าพอใจมากแล้ว.." มารดาของหวงเหวินและหวงลี่ผิงกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงราวกับจะร้องไห้ออกมา...สวี่หยุนงุนงงเล็กน้อยว่าทำไมหวงลี่ผิงถึงไม่ค่อยได้เล่นกับใครในอดีตแต่เมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว สวี่หยุนก็เลือกที่จะไม่ถามออกไป..
"ไม่เป็อะไรหรอกท่าน..เอ่อ..ข้าควรเรียกท่านว่าอย่างไรดีหรือ?" สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาและไร้เดียงสาเป็อย่างยิ่งทำให้ทั้งสามคนที่เหลือหัวเราะออกมาทันที...
"ข้ามีนามว่า หลินชูหรง แต่เ้าจะเรียกข้าว่าท่านป้าก็ได้นะ" หลินชูหรงกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน..ภายนอกของสวี่หยุนยังคงยิ้มอยู่แต่ภายในใจกับปั่นป่วนเป็อย่างยิ่ง..
'พี่หญิงซือเหยียนเคยกล่าวบอกข้าระหว่างทางเดินทางไปยังหอโอสถ์คือตระกูลหวงเป็เ้าของสำนักกระบี่ล่องนภาและหอโอสถ์..ถึงผู้นำตระกูลจะหายตัวไปแต่สองอำนาจของสำนักกระบี่ล่องนภาและหอโอสถ์ก็ยิ่งใหญ่เป็อย่างยิ่งทำให้เกิดสมดุลระหว่างคนในตระกูล..แต่ท่านป้ากับมีแซ่หลิน..เื่ราวของครอบครัวพี่เหวินต้องซับซ้อนเป็อย่างยิ่งแน่นอน' สวี่หยุนได้แต่คิดในใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย..
สวี่หยุนและหวงซือเหยียนกล่าวรํ่าลากันเล็กน้อยก่อนที่สวี่หยุนจะกลับไปยังห้องที่เขาไปพักหลังจากสลบไปเพราะการควบคุมธาตุวารีในร่างกายของหวงลี่ผิง..สวี่หยุนนั่งขัดสมาธิบนเตียงก่อนจะหยิบโอสถรวบรวมลมปราณ 3 เม็ดที่หวงเหวินให้เขามา...แต่ก่อนที่สวี่หยุนจะได้สำรวจโอสถเขาก็ต้องตกตะลึงทันทีที่พบว่าดรรชนีวารีไร้เงาของเขาที่เคยอยู่ขั้นกลางของระดับหนึ่งกลายมาเป็ขั้นสูงของระดับหนึ่งแล้ว!! ดรรชนีวารีไร้เงาของสวี่หยุนเทียบเท่ากับวรยุทธระดับเหลืองขั้นกึ่งสูงแล้ว!!
สวี่หยุนตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะใช้ความคิดทั้งหมดในการหาว่าทำไมดรรชนีวารีไร้เงาของเขาถึงเลื่อนระดับการฝึกวรยุทธได้จาเขาได้ข้อสันนิษฐานแปลกๆมาอย่างหนึ่ง...
'อย่าบอกนะว่าเพราะข้าใช้ลมปราณธาตุวารีจำนวนมากในการควบคุมธาตุวารีของโอสถล้างพิษทำให้วรยุทธดรรชนีวารีไร้เงาที่มีธาตุวารีอยู่ด้วยเลื่อนระดับ? นี่มันไม่โกงไปหน่อยหรือ!?' สวี่หยุนได้แต่คิดอย่างตกตะลึงก่อนจะถอนหายใจออกมา..ไม่ว่าจะเพราะเหตุใดการที่วรยุทธดรรชนีไร้เงาเลื่อนระดับก็มีแต่ข้อดีทั้งนั้น..สวี่หยุนระงับความคิดทั้งหมดก่อนจะเพ่งสมาธิมาโอสถรวบรวมปราณระกับควบแน่นขั้นสูงที่หวงเหวินเป็คนให้เขามา...
หลังจากสวี่หยุนสำรวจไปได้สักพักก็พบว่าข้างในมีลมปราณอยู่เป็จำนวนมากและตัวโอสถยังใช้สมุนไพรที่เขารู้จักทุกชนิดอีกด้วย..สวี่หยุนตกตะลึงไปเล็กน้อยเพราะสมุนไพรทุกชนิดในโอสถนี้เป็สิ่งที่เพิ่มลมปราณทั้งหมดก็จริงแต่เมื่อรวมมันด้วยกันแล้วก็ยังไม่ได้ลมปราณมากเทียบเท่าโอสถเม็ดนี้...
'เพราะการหลอมโอสถทำให้ลมปราณภายในสมุนไพรต่างๆมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือ?' สวี่หยุนสงสัยเล็กน้อยก่อนจะนำเม็ดยาหนึ่งเม็ดเข้าไปในปาก..เมื่อเม็ดยาเริ่มย่อยสลายมันก็กลายเป็ลมปราณจำนวนมากไหลเข้าไปในจุดตันเถียนของสวี่หยุนทันที..แต่ลมปราณในคราวนี้ไม่ได้มีสีฟ้าอ่อนเหมือนลมปราณที่มาจากโอสถฟื้นฟูของหวงซือเหยียนเพราะมันไม่ใช่การฟื้นฟูแต่เป็การเพิ่มจำนวนลมปราณที่สามารถดูดซับได้!
สวี่หยุนดูดซับลมปราณของโอสถเม็ดนั้นจนหมดก็รู้สึกทึ่งขึ้นมาในทันทีก่อนจะหยิบอีกเม็ดมากลืนลงไป..หลังจากเวลาผ่านไปสวี่หยุนก็ดูดซับลมปราณจนในที่สุดก็ทะลวงไปในระดับ 3 ของรวบรวมลมปราณได้!!..ในคราวนี้ไม่ได้มีการดูดลมปราณอย่างบ้าคลั่งรอบๆตัวของสวี่หยุนเพราะลมปราณในโอสถก็เพียงพอในการเลื่อนระดับของสวี่หยุนแล้ว..แต่ยังไงก็ตามก็ยังคงมีการกระจายตัวของกระแสลมปราณรอบๆตัวของสวี่หยุนอยู่ดีทำให้หวงเหวินรีบตรงเข้ามาในห้องสวี่หยุนทันทีด้วยกังวล...
สวี่หยุนขอโทษออกมาก่อนจะอธิบายอย่างยากลำบากเล็กน้อยให้หวงเหวินเข้าใจเพราะโดยปกติแล้วถึงแม้การทะลวงระดับขั้นลมปราณจะทำให้ลมปราณรอบๆตัวกระจายออกมาแต่ก็ไม่มากเท่าของสวี่หยุน..ในที่สุดหวงเหวินก็เข้าใจคำพูดของสวี่หยุนก่อนจะเดินออกจากห้องของสวี่หยุนไป...
สวี่หยุนถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหยิบโอสถรวบรวมลมปราณอีกเม็ดมากลืนลงไป..ลมปราณของสวี่หยุนเพิ่มขึ้นมาจำนวนมากเมื่อเขาหยิบเอาผลึกลมปราณธาตุออกมาเพื่อเปลี่ยนลมปราณธรรมดาของเขาให้กลายเป็ลมปราณธาตุก็ทำให้ผลึกลมปราณธาตุจางลงจาก 7 ใน 10 ส่วนเหลือเพียงแค่ 4 ใน 10 ส่วนเท่านั้น...สวี่หยุนกังวลออกมาเล็กน้อยว่าถ้าสีของผลึกลมปราณธาตุจางจนหายไปเขาจะสามารถใช้ความสามารถในการเปิดมิติเพื่อใช้ในการเป็ของได้อีกหรือไม่..
หลังจากนั้นสวี่หยุนก็ใช้เวลาทั้งคืนในการผสานธาตุวารีให้มีดไม้เพิ่ม..จนรุ่งเช้ามาถึงสวี่หยุนก็เพิ่มหยดนํ้าบนมีดไม้ได้จำนวนมากราวๆ 2 เท่าของก่อนหน้านี้..เมื่อหยดนํ้าเพิ่มขึ้นการควบแน่นหยดนํ้าก็ทำให้มีความรุนแรงมากขึ้นแต่ก็ต้องแลกกับการใช้เวลาในการควบแน่นเพิ่มขึ้นเช่นกัน..โชคยังดีที่สวี่หยุนสามารถทะลวงไปยังขั้น 3 ของรวบรวมลมปราณได้ทำให้ความสามารถในการควบคุมธาตุวารีของเขาเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยจนสามารถใช้มีดไม้ในการควบแน่นหยดนํ้าทั้งหมดได้เท่าก่อนหน้านี้...
หลังจากที่สวี่หยุนตรวจสอบทุกอย่างเสร็จเมื่อเขาลุกขึ้นประตูห้องของเขาก็ถูกเปิดออกมาโดยทันทีพร้อมเสียงเล็กน่ารักของเด็กสาว...
"พี่ติง! มากินข้าวเช้าด้วยกันกับพวกเราเถอะ! วันนี้ท่านแม่ทำอาหารได้ดูน่ากินมากๆเลยล่ะ!!" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาพร้อมริยยิ้มสดใส..แต่ก่อนที่สวี่หยุนจะกล่าวอะไรออกมาหวงซือเหยียนก็มาโผล่ออกมาจากข้างๆของเด็กสาว..
"โอ้? ทำไมน้องลี่ผิงพูดเหมือนวันอื่นท่านป้าทำได้ไม่น่ากินเลยล่ะ?" หวงซือเหยียนกล่าวหยอกล้อหวงลี่ผิงออกมาเล็กน้อย..
"ปะ..ป่าวนะ!! ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้นซะหน่อย!!" หวงลี่ผิงรีบกล่าวแก้ตัวออกมาทันที..
"ฮะฮะ...งั้นเราไปกินข้าวเช้ากันเถอะ..ข้าไม่ได้กินอย่างอื่นนอกจากผลไม้กับปลาย่างมาเป็ปี..น่าตื่นเต้นดีจัง" สวี่หยุนกล่าวออกมาก่อนจะบ่นพึมพำออกมาเล็กน้อยทำให้ทั้งหวงลี่ผิงและหวงซือเหยียนตกตะลึงไปในทันที...
"น้องชาย..เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก..ข้าจะพาเ้าไปกินทุกอย่างในเมืองเอง.." หวงซือเหยียนกล่าวปลอบสวี่หยุนออกมาแต่ไม่ได้เลือกที่จะถามว่าทำไมสวี่หยุนถึงพูดออกมาอย่างนั้นเพราะกลัวจะไปทำร้ายจิตใจของสวี่หยุน...
"หืม? พี่หญิงซือเหยียนหมายความว่าเช่นไร?" สวี่หยุนงุนงงไปเล็กน้อยหลังจากกล่าวเสร็จหวงลี่ผิงก็ร้องไห้ออกมาก่อนจะวิ่งมาจับมือของสวี่หยุน..
"พี่ติง..ไม่เป็ไรหรอก..ข้าจะให้ท่านแม่ทำอาหารให้ท่านกินทุกวันเอง.." หวงลี่ผิงกล่าวปลอบสวี่หยุนออกมาพร้อมนํ้าตา..
"หะ? พวกท่านพูด.." สวี่หยุนอุทานออกมาด้วยความงุนงงก่อนจะกล่าวออกมาแต่ก่อนที่จะกล่าวจบสวี่หยุนก็รู้ว่าทำไมทั้งสองถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้...สีหน้าของสวี่หยุนกลายเป็สีแดงเพราะความอับอายในทันที....
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------