หลังจากนั้นทุกคนในบ้านพากันหยิบจอดหยิบเสียมขึ้นมาช่วยการขุดหาบริเวณที่ศศิธรขุดเมื่อคืน ขุดลงไปจนลึกถึงเอวก็ยังหาไม่เจอ
“โอ๊ยหัวนั้นมันกี่ร้อยกี่พันปีแล้วไอรักพี่ว่ามันละเอียดเป็ผงไปแล้วมั้ง” ธีรวิชญ์บ่น
“พี่เลิฟคะถ้ามันไม่มีแล้วทับทิมจะให้ขุดทำไมมันต้องมีสิ”
“จะเอาอะไรกับผีประสาทแดกวะ พี่ว่าจ้างหมอผีดีๆ มาจับมันลงหม้อดีกว่า”
“ทำแบบนั้น ไอรักก็สงสารเธอนี้คะ”
“โลกสวยอีกละน้องสาวกู”
“ก็ได้ค่ะ ถ้าพี่ี้เีขนาดนั้นไอรักทำเองก็ได้” ศศิธระโแย่งจอบจากมือพี่ชาย
“พอเลยไอรัก พี่ทำเองก็ได้! ไม่อยากมีน้องสาวนิ้วพิการ ไปยืนที่เดิมนั่นแหละยืนกอดอกชี้นิ้วสั่งเป็คุณนายนั่นแหละ หน้าที่นี้เหมาะกับเธอที่สุด” เขาโบกมือไล่น้องสาวเหมือนหมูหมายังงั้นแหละ
“ตอนนี้ไล่อย่างกับหมูกับหมา ตอนเด็กๆ บอกว่าจะให้ไอรักเป็เ้าสาว รักจะเป็จะตายแย่งกันอย่างไรอะไรดี แล้วดูตอนนี้สิ! พี่ชายคนโตพอมีเมียแล้วก็ไม่เห็นหัวน้อง พี่ชายคนรองก็ไล่เช้าไล่เย็น เห้อ” ไอรักแกล้งบ่นพี่ชายไปเรื่อย
ธีรวิชญิ์นิ่งขมวดคิ้ว
“บ้านเรามีแต่เื่เนาะก่อนหน้านี้พี่ชายแกก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะอยากมีเมียต่อมาแกก็โดนผีหลอก”
“ชิ! อยากให้พี่มีเื่บ้างแล้วกันคอยดูนะไอรักกับพี่รักจะไม่ยอมช่วยพี่เลิฟเด็ดขาด” ศศิธรกอดอกมองหน้าพี่ชาย
“จ้าาาา แม่น้องสาวคนสวยตอนนี้พี่ไม่ช่วยมึงเลยที่มายอมเสี่ยงชีวิตกับมึงเนี่ย แล้วไหนพี่ชายที่เธอปกป้องอย่างนั้นอย่างนี้มันมาดูแกบ้างไหมเนี่ย”
“ก็พี่รักไม่ว่างนิ! งานพี่เขาออกจะเยอะแยะแถมงานแบบนั้นถ้ามาช่วยฉันก็ไม่ดีใจหรอก พี่นั่นแหละต้องช่วยหาหัวทับทิมให้เจอ เร็วสิ!”
“โอ๊ยนี่ก็ขุดจนมือจะเป็กรรมกรแล้วเนี่ย”
ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังต่อปากต่อคำกันไม่หยุด เวทิศขุดเจอบางอย่างที่มันแข็งๆ เมื่อรองกระแทกจอบลงไปแรงเข้าพบว่ามันเกิดเสียง
สองพี่น้องเมื่อได้ยิน หยุดต่อปากต่อคำแล้วหันมามอง
“มะลิผมขอยืมเสียมคุณหน่อยสิ” เวทิศหันไปขอเสียมมาลิณีที่นั่งขุดดินอยู่ใกล้ๆ มาลินีส่งให้ทันที เมื่อขุดลงไปเห็นว่ามันคือหีบเหล็กใบไม่เล็กไม่ใหญ่มีกุญแจปิดล็อกอย่างแ่า
เวทิศและธีรวิชญ์ช่วยกันยกขึ้นมาวางบนปากหลุม
“เหมือนมันจะล็อกอย่างแ่าเลยนะคะ เดี๋ยวมะลิไปหยิบชะแลงให้ค่ะ”
เวทิศตรวจดูหีบแล้วไม่เห็นร่องรอยความเสียของหีบเลยสักนิดเขาลลูบมาถึงแม่กุญแจอันใหญ่ เขาลองออกแรงดึงและเห็นว่าไม่ขยับเลย ศศิธรเห็นเวทิศทำแบบนั้นไม่รู้อะไรดลใจให้เธออยากทำบ้าง เธอเอื้อมมือไปแตะกุญแจ แล้วกุญแจนั้นก็หลุดออกราวกับถูกไขอย่างนั้นแหละ ทุกคนไม่มีใครแปลกใจอะไรอีกแล้วเพราะเริ่มชินแล้วกับเื่แบบนี้
พอแม่กุญแจหลุดทั้งสามไม่รอช้ารีบเปิดหีบตรวจดูของข้างใน ภายในมีผ้าไหมถึงจะดูเก่าและสกปรกไปบ้างแต่ยังดูสวยงามและมีเครื่องประดับทำจากทองคำโบราณลายวิจิตร ด้านใต้สุดมีกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส ศศิธรหยิบมาเปิดดูแล้วเธอถึงกับผงะเมื่อเห็นว่าของที่อยู่ข้างในคือกะโหลกของมนุษย์ที่มีเส้นผมดำยาวแผ่หลาอยู่รอบกะโหลกที่แห้งๆ
“ไอรักว่านี่ต้องเป็หัวของทับทิมแน่ๆ”
ทั้งสองหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย
“แม่ผมให้ที่อยู่พระรูปหนึ่งมา พรุ่งนี้เราไปกันอย่างน้อยเอาหัวกะโหลกนี่ไปทำพิธีก็ยังดี” เวทิศแสดงความคิดเห็น
ทุกคนพยักหน้าตกลง
“ถ้าอย่างนั้นเราเอาของทั้งหมดนี่ไปเก็บไว้ในห้องพระก่อนดีไหมคะ”
“OK งั้นเดี๋ยวพี่กับไอ้หมอเวณเอาของเก็บเอง ไอรักไปบอกมะลิว่าไม่ต้องหาชะแลงแล้ว”
“เครขาาา”
จากนั้นทั้งสามแยกกันไปโดยศศิธรเดินไปหามะลิที่ห้องเก็บของ ทันทีที่ไปถึงไม่พบมาลิณีอย่างที่คิดเธอจึงเดินหารอบบ้าน
“ไม่ต้องหาแล้วนะ เปิดได้แล้ว”
“….”
“มะลิ Where are you”
“…”
ศศิธรไม่เห็นวี่แววของมาลิณี เธอคิดว่ามาลิณีขึ้นบ้านไปแล้วเธอไปขั้นมาดูบนบ้าน จังหวะที่เธอหมุนตัวจะกลับขึ้นบ้านนั้นเองอยู่ๆ มาลิณีก็มาอยู่ข้างหลังเธอมองเธอนิ่งๆ
“โอ๊ยยย มะลิใหมด”
ศศิธรไม่เห็นวี่แววของมาลิณี เธอคิดว่ามาลิณีขึ้นบ้านไปแล้วเธอไปขั้นมาดูบนบ้าน จังหวะที่เธอหมุนตัวจะกลับขึ้นบ้านนั้นเองอยู่ๆ มาลิณีก็มาอยู่ข้างหลังเธอมองเธอนิ่งๆ
จังหวัดที่เธอจะรวมมือไปจับข้อมือมาลิณี มาลิณีหยิบมีดทำครัวที่ซ่อนอยู่ข้างหลังออกมาฟันข้อมือศศิธรโชคดีที่ศศิธรชักมือกลับได้ทัน ไม่อย่างนั้นข้อมือเล็กๆ คงขาดเป็แน่
“มะลิ! ทำอะไรอ่ะ”
“ฆ่ามึงไงอีกลิ่นแก้ว”
“ทับทิม”
ทับทิมในร่างของมาลิณีกระตุกยิ้มร้ายกาจยกมีดขึ้นสูงหวังจะฟันคอศศิธรหญิงสาวรีบหลบ
“อยากตายไม่ใช่หรือ มึงหลบทำไมล่ะ หรือว่าเมื่อครู่นี้คือน้ำตาแห่งการตอแหล”
“ช่วยด้วย!!!!” ศศิธรไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเธอกรี๊ดสุดเสียง เท้ารีบเล็กรีบวิ่งเข้าบ้านหวังให้สองคนนั้นช่วย
“ไอรัก” เวทิศได้ยินเสียงร้องของศศิธรจึงรีบวิ่งหน้าตาตื่นมาดูแล้วเห็นว่ามาลิณีกำลังไล่ทำร้ายศศิธรอยู่
เวทิศรีบรวบร่างของหญิงสาวเข้ามากอดพร้อมกับใช้ร่างตัวเองบังหญิงสาวไม่ให้ถูกทำร้าย เป็จังหวะที่ทับทิมในร่างของมาลิณียกมีดขึ้นหวังจะแทงร่างของศศิธรพอดี โชคดีที่ธีรวิชญ์ที่วิ่งตามหลังมาเข้ามาจีบมือมาลิณีเอาไว้ได้ ศศิธรได้สติเธอรีบถอดสร้อยพระที่ตัวเองสวมคล้องคออยู่สวมให้มาลิณี ทับทิมในร่างของมาลินีกรีดร้องทุรนทุรายด้วยความปวดแสบปวดร้อนก่อนล่างของมาลิณีจะหมดสติในอ้อมแขนของธีรวิชญ์ไป
“มะลิเป็ไรป่าว” ศศิธรเข้าไปดูอาการเพื่อนรัก เมื่อตรวจอาการแล้วเห็นว่าเป็แค่อาการหมดสติธรรมดา จึงเบาใจลง
“ไม่เป็ไร พี่เลิฟพามะลิไปพักหน่อยค่ะ”
ธีรวิชญ์พยักหน้ารับแล้วช้อนอุ้มร่างของมาลิณีเข้าห้องพักไป ทิ้งให้สองคุณหมอหนุ่มสาวอยู่กันตามลำพัง
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันไว้ แต่ที่หลังอย่าทำแบบนี้อีกนะคะถ้าเกิดพี่เลิฟมาไม่ทันคุณคงโดนแทงแทนฉันไปแล้ว”
“ไม่เอาอ่ะ” เขาส่ายหน้าทำตาโตแบบเด็กน้อยไร้เดียงสา
“ไม่เอาได้ไงมันอันตรายนะคุณ อยู่ๆ ไปรับมีดแทนใครเขา”
“ไม่ได้ไปรับมีดแทงใครต่อใครสักหน่อย แค่รับมีดแทนคนที่รัก”
ศศิธรก้มหน้าอายๆ
“บ้า! เลิกพูดแบบนี้สักที”
“ผมจะเลิกพูดแบบนี้ก็ต่อเมื่อคุณมาเป็แฟนผม”
“บ้า ไม่พูดด้วยแล้ว”
ศศิธรเดินหนีอย่างอายๆ
ดาเมจผีทับทิมแรงขึ้นเท่าไหร่ สองคนนี้อัพสกิลความรักแรงขึ้นเท่านั้น เราจะเปลี่ยนหมดอีกรอบดีไหมเนี่ยเปลี่ยนเป็นิยายรัก
????????????
55555
หวานก่อนกินมาม่า