(ลงจบเรื่องแล้ว) ไม่นะ! คุณชาย...ถึงตายข้าก็ไม่ยอมพลาดของอร่อยหรอก ภาคต้น ก่อร่างสร้างตัว

    บทที่ 29 เป็นครอบครัวเดียวกัน

    “พวกข้าจะให้เจ้าหาเลี้ยงได้อย่างไร” ลุงหยวนเอ่ย 


    แค่คิดเขาก็ละอายแล้ว แม้จะเห็นว่าหลันหลันทำอะไรคล่องแคล่ว จนเขาเชื่อว่านางจะทำให้ทุกคนอยู่ดีกินดีได้ก็ตาม


    “ได้สิเจ้าคะ อีกอย่างพวกท่านก็ไม่ได้ว่างงานสักหน่อย เหมยฮวาก็ต้องดูแลรับใช้คุณชาย แน่นอนว่าเจ้าต้องช่วยทำงานบ้านด้วยรู้ไหม”


    “เจ้าค่ะ” เหมยฮวารับคำอย่างแข็งขัน ในหัวของนางเชื่อหลันหลันที่สุด ติดตามหลันหลันต่อไปจะได้กินเนื้อ จะได้อยู่ดีกินดี


    “ส่วนท่านป้าหลี่นอกจากดูแลคุณชายแล้ว ก็ต้องคอยดูความเรียบร้อยในบ้าน ทั้งยังต้องตัดเย็บเสื้อผ้าให้พวกเราอีก ข้าไม่อยากออกไปทำมาหากินข้างนอกแล้ว บ้านเรือนที่พักอาศัยไม่มีใครดูแลหรอกนะเจ้าคะ ส่วนท่านลุงเองต่อไปต้องช่วยข้าดูแลแปลงสมุนไพร แปลงผัก แล้วก็สัตว์เลี้ยงพวกนั้นนะเจ้าคะ ตอนนี้ข้าเองพยายามหาทางให้พวกเรามีกินมีใช้ในระยะยาวก่อน ได้ไม่ต้องห่วงว่าต่อไปจะต้องอดมื้อกินมื้อกันอีก หากมีอาหารกินครบทุกมื้อ มีเสื้อผ้าสวมใส่ ตอนนอนก็ได้ห่มผ้าอุ่นๆ จากนั้นข้าจะได้มีเวลาหาเงินให้มากขึ้นอีก”


    “เจ้าคิดไว้หมดแล้ว...” หลี่มามาพูดอย่างยินดี ไม่ขัดขวางทั้งยังส่งเสริมทุกอย่างที่หลันหลันจะทำ 


    สำหรับหลันหลันแล้วขอให้มีความหวังในอนาคต และได้ดำเนินชีวิตอย่างที่เคยก็พอแล้ว หลันหลันช่างคิดนัก เมื่อก่อนตอนอยู่ในจวน หลี่มามาก็มีหน้าที่ดูแลมู่จางหย่วน ตรวจตราในเรือนพักของคุณชาย อบรมสั่งสอนสาวใช้ แน่นอนว่างานเย็บปักถักร้อยก็เป็นงานที่หลี่มามาถนัด คำพูดของหลันหลันจึงทำให้หลี่มามาพอใจยิ่งนัก


    “จริง ๆ ข้าเองตอนเรียนวิชาแพทย์ก็ได้ทำไร่ไถนาอยู่บ้าง พอจะมีประสบการณ์เรื่องเพาะปลูก ต่อมาตอนทำโรงหมอข้าเองก็มีสวนสมุนไพรเล็ก ๆ อยู่เช่นกัน ข้าว่าข้าเหมาะกับหน้าที่นี้อยู่นะ”


    “ตาเฒ่าเจ้าก็ทำอวดตัวไป” หลี่มามาเห็นแล้วเกิดความหมั่นไส้


    “ทำไมล่ะ เจ้าเองไม่รู้รึว่าข้าเก่งกาจแค่ไหน” หมอหยวนพูดจบ หลี่มามาก็ค้อนขวับทำให้ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ทั้งคู่สนิทสนมกลมเกลียวกันนัก


    “แล้วข้าล่ะพี่หลันหลัน” มู่จางหย่วนถามยิ้ม ๆ รอยยิ้มงดงามสูงส่งเช่นนี้ หลันหลันเห็นแล้วปวดใจนัก ทำไมถึงต้องมาอยู่ในพล็อตน้ำเน่าเช่นนี้

    พี่สาวจะเลี้ยงดูเจ้าเป็นอย่างดี...แม้จะคิดเช่นนั้น 


    แต่หลันหลันรู้ดีว่าพูดออกไปไม่ได้ นี่คือคุณชายใหญ่ไม่แน่ว่าจะเติบโตขึ้นไปเป็นคนที่มีอำนาจ 


    ถ้าถามว่าทุกยุคทุกสมัยแล้วนอกจากเงินที่ใหญ่แล้ว ก็ต้องผู้มีอำนาจ แน่นอนว่านอกจากคุณธรรมที่ดีในใจ ของหญิงสาวผู้มีจิตใจดีงามแสนประเสิรฐเช่นนางแล้ว หลันหลันก็คิดการณ์ไกล หากมีบุญคุณกับพวกเจ้าใหญ่นายโตสักหน่อย ก็เป็นหลักประกันมั่นคงในชีวิตไม่เลว 


    แต่ถ้าคุณชายมู่ตัวน้อย เติบใหญ่ไม่ได้มีอำนาจวาสนาเพียงนั้น ก็ถือเสียว่านางเลี้ยงดูเขา เพื่อตอบแทนที่อย่างน้อย เรือนสกุลมู่แห่งนี้เป็นที่ซุกหัวนอนของนางได้ ในเรื่องการใช้ชีวิตเอาจริงๆ แล้วหลันหลันไม่ใช่คนเรื่องมาก 


    นางค่อนข้างปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ กล่าวคือ หากยากจนข้นแค้นจริงๆ นางก็ไม่หวังว่าจะได้กินท้อสวรรค์ หรือเนื้อห่านทองคำ ขอแค่ปลาย่างให้อิ่มท้องก็พอ ที่หลับที่นอนก็ขอแค่มีที่คุ้มหัวกันลม กันฝน ผ้าห่มกันหนาวสักผืนก็พอแล้ว 


    แน่นอนว่าหากชีวิตดีมีเงินทองมากมาย หลันหลันก็ไม่รังเกียจที่จะอยู่อย่างฮ่องเต้ และตายเยี่ยงฮองเฮา


    มีสิ่งเดียวที่นางทนไม่ได้ที่สุดก็คือ ไม่มีของกิน ไม่มีที่ให้ซุกหัวนอน เช่นนั้นแล้วจะเกิดเป็นคนมาทำไม มันอนาถเกินไปแล้ว หากชีวิตต้องบัดซบเยี่ยงนั้น นางขอไปกระโดดน้ำตายอีกสักรอบดีกว่า 


    ในเมื่อตอนนี้มีบ้านอยู่ มีอาหารกิน หลันหลันก็ไม่รังเกียจที่จะใช้ชีวิตที่ดีและมีคุณค่า หลังจากแก้ปัญหาเรื่องเสบียงเลี้ยงตัวระยะยาวแล้ว ลำดับต่อไปแน่นอนก็คือ “หาเงิน!” 


    ช่างเป็นปณิธาน...อันสูงส่งเสียนี่กระไร 


    หลันหลันทอดถอนใจในความตั้งมั่นของตนเอง ก่อนจะตอบคุณชายน้อยด้วยรอยยิ้มนางฟ้าว่า


    “แน่นอนว่าต้องเป็นคุณชาย” หลันหลันพูด แล้วแทบจะหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าเล็ก ๆ ของหนุ่มน้อย


    “คุณชายต้องรักษาตัวให้หายนะเจ้าคะ พอแข็งแรงแล้วก็เรียนวรยุทธ์ พอข้ามีเงินตั้งตัวได้แล้ว จะได้ส่งให้ท่านไปยังสำนักศึกษา หนทางข้างหน้าท่านจะต้องก้าวหน้า ข้าจะสนับสนุนท่านเอง”


    “คุณชายจะได้เล่าเรียนอีกครั้ง ดีจริงๆ” หลี่มามาพูดอย่างตื่นเต้น แม้จะไม่ได้คารวะเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ชื่อดัง 

    แต่สำนักศึกษาประจำเมืองก็มีบัณฑิตที่มีความสามารถอยู่หลายท่าน หลี่มามาไม่สงสัยเลยสักนิดว่าหลันหลันจะทำได้หรือไม่ เพียงแค่เส้นทางที่จะเดินไปในอนาคตก็ดีใจแล้ว


    มู่จางหย่วนอึ้งไป เขาคิดว่าหากไม่ตาย ชีวิตที่นี่ต่อไปเขาคงไม่ต่างกับเด็กชาวบ้าน ก่อนหน้านี้แค่เรื่องหายจากอาการป่วย เขาก็ไม่กล้าคิดแล้ว...

    เขามองหลันหลันในใจพลันสงบอย่างไม่เคยมีมาก่อน เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกมั่นคงในชีวิต รู้สึกถึงความอบอุ่นที่มีคนคอยอยู่เคียงข้าง 


    “ข้าเชื่อพี่หลันหลัน” มู่จางหย่วนเอ่ยขึ้นในที่สุด


    ฉินเว่ยจื่อมองเหตุการณ์เหล่านั้น ผ่านทางหน้าต่างด้วยอารมณ์หลากหลาย แม้คนทั้งหมดจะอยู่ห่างออกไป และพูดเสียงไม่ดังนัก แต่ฉินเว่ยจื่อวรยุทธ์สูงส่ง ประสาทของเขาฉับไวจึงได้ยินอย่างชัดเจน 


    เวลานี้หากไม่เพราะคนสนิทเป็นหนอนบ่อนไส้ เขาก็ไม่คิดว่าจะต้องบาดเจ็บแล้วชะตาพลิกพลันมาพำนักอยู่ที่นี่ 

    เมื่อคืนเขาหาทางติดต่อกับซุนเหล่ยมือขวาของเขาได้แล้ว แต่เมืองหลวงตอนนี้ยังวุ่นวายเกินไป สถานการณ์ในตอนนี้ ก็ยังไม่เหมาะที่เขาจะปรากฎตัว 


    อีกทั้งซุนเหล่ยเพิ่งส่งข่าวมาว่า ท่านแม่ พี่ชายและน้องสาวของเขาที่อยู่ทางใต้ ได้หลบหนีไปเก็บตัวในที่ที่ปลอดภัยแล้ว เกรงว่าถ้าไหวตัวไม่ทัน หลบไม่พ้นเคราะห์ครั้งนี้ จะได้ตายกันหมดแน่ๆ คราวนี้เบื้องบนฟาดฟัน และอำมหิตเกินไปแล้ว


    ในเมื่อเขาก็ไม่ได้มีความทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูงเช่นนั้น ก็อยู่เงียบ ๆ ให้คนอื่นตีกันให้เสร็จไปก่อนจะดีกว่า แล้วค่อยหาทางคืนสถานะ  ซุนเหล่ยบอกว่าใคร ๆ ก็คิดว่าเขาตกเหวตายไปแล้ว  คิดได้เช่นนั้น ดวงตาดอกท้องดงามก็หยุดที่ตัวเด็กสาวเล็ก ๆ นั่น 

    บางทีวันคืนที่ต้องกบดานก็คงไม่น่าเบื่อเกินไปนัก...


    มองเผิน ๆ นางยังเยาว์นัก หากความรู้สึกที่แผ่ออกมาในทุกครั้งที่ได้พบกัน ความคล้ายมี คล้ายไม่มีนั่น กลับเป็นเสน่ห์ที่ยากพบเห็น 

    นางไม่ดูคล้ายเด็กสาวชาวบ้านวัยสิบสองสิบสาม ที่อ่อนต่อโลก 


    น่าสนใจจริงๆ ...