น้องเมีย..ที่รัก (เรื่องเสียวสำหรับคนรักน้องเมีย)

    น้องฟ้า 10: คำสัญญาที่ไม่มีวันบอกใคร


    ยามเช้าในไร่ผลไม้เริ่มต้นขึ้นด้วยความเงียบสงบ ลมภูเขาพัดเอื่อยๆ โชยมาปะทะผิวหน้า นำพาเอากลิ่นดินเปียกชื้นและกลิ่นใบไม้ป่าโชยเข้ามาตามช่องหน้าต่าง แสงแดดสีทองอ่อนๆ เริ่มสาดแสงส่องผ่านม่านหมอกหนาสีขาวที่ค่อยๆ คลายตัวลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือทิวไม้ อากาศยามนี้เย็นสบายและสดชื่นจนสูดลมหายใจเข้าได้เต็มปอด ทว่าภายในใจของฟ้านั้นกลับรู้สึกตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มันเป็นความรู้สึกใจหายและวูบโหว่งในอกเมื่อตระหนักว่าเช้านี้เป็นเวลาที่เธอและพ่อแม่จะต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ หลังจากมาพักผ่อนและช่วยงานที่ไร่แห่งนี้อยู่นานหลายวัน

    ฟ้ายืนจัดเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายใส่ลงในกระเป๋าเดินทางพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องพักที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนหวานและร้อนแรงระหว่างเธอกับเดช พี่เขยหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์ ทุกตารางนิ้วในห้องนี้คล้ายยังมีกลิ่นอายความสัมพันธ์ลับๆ ที่แอบสร้างร่วมกันอย่างไร้ปมดราม่าหรือความเศร้าหมอง มีเพียงความพึงพอใจและความต้องการที่ตรงกัน ซึ่งกลายเป็นพลังบวกอันยิ่งใหญ่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจของเธอให้พองโตและมีความสุขในทุกครั้งที่นึกถึง

    ด้านนอกบ้านไม้หลังใหญ่ ลานกว้างที่เคยเงียบสงบกลับคึกคักและวุ่นวายขึ้นมาเล็กน้อย พ่อกับแม่ของฟ้ากำลังช่วยกันเช็กสัมภาระและเตรียมของใช้ส่วนตัวอยู่ข้างรถตู้คันใหญ่ที่สตาร์ทเครื่องรอไว้ ส่วนฝน พี่สาวของฟ้า กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงกล่องกระดาษและตะกร้าผลไม้ของฝากที่เดชเตรียมไว้ให้อย่างเป็นระเบียบ ทั้งทุเรียนหมอนทองผลโตเนื้อแน่น เงาะโรงเรียนสีแดงสดเปลือกบาง และน้ำพริกตาแดงฝีมือแม่ที่ปรุงไว้เพื่องานนี้โดยเฉพาะ

    "ฝน จัดของดีๆ นะลูก ระวังหนามทุเรียนจะไปขูดกระเป๋าเสื้อผ้าขาดเสียล่ะ" พ่อร้องเตือนด้วยความหวังดีขณะเดินเข้ามาตรวจความเรียบร้อย

    "รับรองแน่นหนาค่ะพ่อ ฝนรองกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้หลายชั้นเลย ไม่มีทางขูดโดนแน่นอนค่ะ" ฝนหันมาตอบพลางยิ้มกว้างสดใสตามสไตล์สาวชาวไร่ที่คล่องแคล่วกระฉับกระเฉง

    ในจังหวะนั้นเอง เดชเดินลงมาจากบันไดบ้านไม้ในชุดเสื้อยืดคอตตอนสีเทาเข้ารูปที่เผยให้เห็นแผงอกกว้างและหน้าท้องแบนราบรับกับกางเกงยีนส์เดนิมสีเข้มขับเน้นความแข็งแกร่งสมชายชาตรี ผิวคร้ามแดดของเขาดูมีเสน่ห์สะดุดตาอย่างประหลาดเมื่อต้องแสงแดดยามรุ่งอรุณ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาช่วยยกกล่องผลไม้หนักๆ ขึ้นท้ายรถด้วยท่าทางแข็งขัน ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อขยับเยื้องกรายแสดงถึงพลังกายอันเปี่ยมล้น เดชพูดคุยหยอกล้อกับพ่อตาแม่ยายอย่างสุภาพนอบน้อมและเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศการร่ำลาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและผ่อนคลาย

    ฟ้ายกกระเป๋าเดินทางใบเล็กของตัวเองเดินลงมาจากบันไดไม้ เมื่อสายตาประสานเข้ากับเดชที่กำลังประคองกล่องเงาะอยู่ท้ายรถ หัวใจของเธอก็พลันเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เดชมองตรงมาพร้อมส่งรอยยิ้มมุมปากอันแสนคุ้นเคยมาให้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งชวนให้หวั่นไหว เป็นสายตาที่ทลายความเงียบในใจและเติมความหวานล้ำให้เธอได้ในทันที

    "มาจ้ะฟ้า พี่ช่วยยกเอง" เดชเดินเข้ามาหา น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบดูเป็นธรรมชาติ เขายื่นมือมารับกระเป๋าเดินทางจากมือของฟ้า จังหวะที่ปลายนิ้วสัมผัสกันเบาๆ กระแสความร้อนสายหนึ่งแล่นพล่านเข้าสู่หัวใจของหญิงสาวจนเธอต้องรีบชักมือกลับด้วยความเขินอาย

    "ขอบคุณค่ะพี่เดช" ฟ้าพูดเสียงเบา ก้มหน้ามองพื้นเพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังแดงซ่าน

    "เหนื่อยหน่อยนะเดช ขนของหนักแต่เช้าเลยลูก" แม่ของฟ้าเดินเข้ามาตบไหล่ลูกเขยเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

    "ไม่เป็นไรเลยครับแม่ งานในไร่หนักกว่านี้เยอะครับ แค่นี้สบายมาก" เดชหัวเราะเบาๆ เผยฟันเรียงตัวสวย ท่าทางอบอุ่นแสนดีของเขาทำให้แม่ยิ้มกว้างด้วยความภูมิใจในตัวลูกเขยคนนี้

    หลังจากจัดเตรียมของฝากและสัมภาระทุกอย่างเข้าที่เสร็จสิ้น พ่อกับแม่และฝนก็เดินเลี่ยงไปคุยกับคนขับรถตู้เรื่องเส้นทางและจุดแวะพักระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ ปล่อยให้เดชและฟ้ามียืนอยู่บริเวณท้ายรถตู้กันเพียงสองคนในมุมอับสายตาที่คนอื่นมองไม่เห็น

    เดชลอบสังเกตท่าทางของคนรอบข้าง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมองมาทางนี้ เขาจึงล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ ยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลใบเล็กใบหนึ่งส่งให้ฟ้าอย่างรวดเร็ว

    "นี่ของฝากพิเศษสุดจากพี่... สำหรับน้องฟ้าคนเดียวเลยนะจ๊ะ" เดชกระซิบเสียงเบา แววตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธออย่างมีเลศนัย

    ฟ้ายื่นมือไปรับถุงกระดาษนั้นมาถือไว้ด้วยความประหลาดใจ "อะไรหรือคะพี่เดช ทำไมต้องแอบให้ด้วยล่ะ?"

    จังหวะที่นิ้วเรียวงามของฟ้ากำลังจับหูหิ้วถุงกระดาษ เดชก็อาศัยโอกาสที่ฝนและพ่อแม่หันหลังอยู่ สอดมือหนาอุ่นร้อนของเขาเข้าไปใต้ก้นถุงกระดาษ ลอบกุมหลังมือเรียวนุ่มและบางเบาของฟ้าเอาไว้ใต้เงาบดบังของถุงกระดาษอย่างมิดชิด ชายหนุ่มกระชับฝ่ามือบีบเน้นน้ำหนักนิ้วลงบนมือเธอเบาๆ สื่อสารความเสน่หาลึกซึ้งชวนให้หัวใจวาบหวาม

    ไม่เพียงเท่านั้น ปลายนิ้วชี้ของเดชเริ่มลากไล้แผ่วเบาจากหลังมือ เลื่อนขึ้นมาตามแนวข้อมือนุ่มนิ่มของหญิงสาวอย่างจงใจ ละเลียดปลายนิ้วลูบผ่านจุดชีพจรที่เต้นรัวเร็วสะท้อนความตื่นเต้นในอก ก่อนจะลากนิ้วชี้ไล้เลียบขึ้นไปตามท้องแขนอ่อนละมุนของเธออย่างเชื่องช้า สัมผัสแผ่วเบาแต่หนักแน่นทิ้งความรู้สึกสยิวซ่านสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ขนอ่อนบนท่อนแขนเรียวของฟ้าลุกเกลียวไปทั่วร่างด้วยความเสียวซ่านสะท้านทรวง จนเธอต้องสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับอาการตัวสั่น

    "พี่เดช... อย่าค่ะ เดี๋ยวฝนกับพ่อแม่หันมาเห็นเข้า..." ฟ้ากระซิบเตือนสติเสียงสั่นระริก พยายามขยับข้อมือหนีอย่างเหนียมอาย ทว่าเดชกลับกระชับบีบหลังมือของเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ผิวเนียนนุ่มลอยหลุดไปง่ายๆ

    เดชโน้มใบหน้าคมคายลงมาจนชิดริมใบหูของเธอ ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านปอยผมนุ่มสลวยตรงขมับ กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ผสมกลิ่นกายสาวอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ความปรารถนาในใจของชายหนุ่มพลุ่งพล่าน เขาแอบกระซิบข้างใบหูของฟ้าด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าแหบสั่นที่สะกิดความรู้สึกเสียวสะท้านจนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

    "ในถุงน่ะคือน้ำผึ้งป่าเดือนห้าแท้เกรดดีที่สุดที่พี่ตั้งใจไปหามาให้ฟ้า... แต่น้ำผึ้งป่าหวานๆ พวกนั้นน่ะ... ยังไงก็หวานสู้ผิวขาวๆ อุ่นๆ ของน้องฟ้าตอนอาบน้ำโอ่งเย็นๆ คืนนั้นไม่ได้เลยนะจ๊ะ..."

    คำพูดสองแง่สองง่ามที่แฝงไปด้วยความปรารถนาเร่าร้อน ปลุกความทรงจำในคืนฝนตกที่สยิวซ่านขึ้นมาในสมองของฟ้าในทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำร้อนฉ่าราวกับมีไฟสุม ลามไปจนถึงใบหูและซอกคอขาวผ่อง

    "ว่างๆ รีบหาเวลากลับมาอาบน้ำโอ่งให้พี่ตักน้ำราดให้อีกนะจ๊ะคนดี พี่เดชจะรอคอยวันนั้นเสมอ..." เดชกระซิบคำหวานเกี้ยวพาราสีปิดท้าย พลางเป่าลมหายใจอุ่นๆ รดพวงแก้มเนียนใสอย่างหยอกเย้า ส่งสายตาหวานเชื่อมเปี่ยมเสน่ห์ให้เธอก่อนจะค่อยๆ ผละตัวออกห่างอย่างแนบเนียนเมื่อฝนเริ่มหันกลับมาทางนี้

    ฟ้ายืนใจเต้นตูมตาม ร่างกายยังสะท้านด้วยความสยิวที่เดชทิ้งไว้ ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งพยักหน้ารับคำอย่างเขินอายระคนวาบหวาม ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้ตรงๆ อีกเลย

    "เอาล่ะ ทุกคนขึ้นรถได้แล้วจ้า เดี๋ยวขากลับรถจะติดยาวนะ" ฝนเดินกลับมาทักทายพร้อมเปิดยิ้มกว้างกวักมือเรียกทุกคน

    เดชก้าวเข้าไปเปิดประตูสไลด์ของรถตู้ ประคองพ่อและแม่ขึ้นไปนั่งบนเบาะแถวหน้าอย่างทะนุถนอม จากนั้นจึงหันมาส่งสายตาให้ฟ้าวางถุงของฝากแล้วก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ที่เบาะริมหน้าต่างแถวถัดไป

    "เดินทางปลอดภัยนะฟ้า ไว้เจอกันที่กรุงเทพฯ จ้ะ" ฝนเอ่ยร่ำลาน้องสาวด้วยแววตาห่วงใย

    "เดินทางปลอดภัยนะคะพี่ฝน พี่เดช ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ" ฟ้าพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น ส่งยิ้มหวานโบกมือลาพี่สาวและพี่เขยผ่านบานประตูรถ แม้ในอกจะเต็มไปด้วยความรู้สึกละห้อยโหยหาอย่างบอกไม่ถูก

    รถตู้เคลื่อนตัวออกจากลานดินหน้าบ้านไม้ช้าๆ มุ่งหน้าไปตามถนนลูกรังสีส้มแดงเพื่อออกสู่ถนนใหญ่ ฟ้าเลื่อนกระจกหน้าต่างรถลงเพื่อโบกมือลาอีกครั้ง มองภาพบ้านสวนที่ค่อยๆ เล็กลงทีละน้อย

    ที่ลานดินหน้าบ้าน เดชยืนเคียงข้างฝนพร้อมยกแขนโอบไหล่ภรรยาไว้หลวมๆ ตามบทบาทสามีแสนดีและรักใคร่ครอบครัว ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับมองตรงไปยังใบหน้าหวานของฟ้าที่พ้นกระจกหน้ารถตู้ ทั้งสองประสานสายตากันนิ่งนานท่ามกลางระยะห่างที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แววตาของทั้งคู่ส่งยิ้มลับที่รู้กันเพียงสองคน เป็นคำสัญญาเงียบเชียบถึงความคิดถึงและแรงเสน่หาลับที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

    ที่ปลายนิ้วและฝ่ามือของเดชยังคงอบอวลด้วยสัมผัสอุ่นนุ่มจากข้อมือและท้องแขนของน้องเมีย ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเพียงบางเบาและกล่าวคำสัญญาในใจอย่างมั่นคง

    'พี่สัญญา... จะรีบหาเรื่องเข้ากรุงเทพฯ ไปหาน้องฟ้าบ่อยๆ นะจ๊ะ'

    รถตู้แล่นหายเข้าไปในทางโค้งแนวป่าเขียวขจี ทิ้งไว้เพียงฝุ่นละอองดินบางเบาและความเงียบสงบของป่าเขา ความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างพี่เขยและน้องเมียที่เริ่มต้นขึ้นและสิ้นสุดกรณีที่สามที่นี่ ไม่สร้างรอยร้าวรันดรูทดท้อหรือดราม่าใดๆ มีเพียงแต่ความรู้สึกดีๆ และความปรารถนาที่หวานล้ำหล่อเลี้ยงดวงใจของทั้งสองคน เป็นสัญญารักที่พึงใจ... และจะปิดตายเป็นความลับตลอดไป