ภายในคฤหาสน์ตระกูลฉินตอนนี้ทุกคนกำลังใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข ไม่ว่าจะเป็บ่มเพาะหรือฝึกวิชาชาพวกเขาก็ต่างทำมันจนลืมเวลาเพราะว่าในตอนนี้ในตระกูลนั้นชั่งสงบสุขเหลือเกิน จนกระทั่งเสียงของบรรพบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของตระฉินได้ดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันจนทำให้ทั่วทั้งเมืองเกินการสั่นะเื
"กองโจรบัดซบ!! พวกเ้ากล้าดียังไงมาสังหารลูกหลานข้า!!"
นั้นคือเสียงของาาสยบหรือฉินจูนผู้เป็บรรพบุรุษของตระกูลฉิน เสียงนั้นมันชั่งทรงอำนาจและเต็มไปด้วยความโกรธพร้อมกับไอสังหารที่ทำให้ทั่วทั้งเมืองเมฆาคล้อยนั้นต้องตกอยู่ในความหวาดกลัว จากเมืองที่เคยสงบสุขกลับกลายเป็เมืองที่เต็มไปด้วยแรงกดดันจนทำให้เกิดแผ่นดินไหวแผ่นะเืกันเลยทีเดียว
"เกิดอะไรขึ้นทำไมเสียงของท่านบรรพบุรุษถึงได้ดูโกรธเกรี้ยวได้ถึงเพียงนี้" เป็ฉินเจียอี้หนึ่งในผู้าุโของตระกูลฉินพูดขึ้น
อันที่จริงตัวของฉินเจียอี้นั้นกำลังบ่มเพราะเพื่อที่จะฝ่าระดับจากจักรพรรดิปราณขั้นเจ็ดเป็จักรพรรดิปราณขั้นเก้า อันที่จริงมันอยู่ในชั่วเวลาสำคัญมากแต่เสียงของฉินจุนก็ปลุกเธอให้ตื่นจากสมาธิที่กำลังบ่มเพาะซะก่อน
"นั้นมันเสียงของท่านบรรพบุรุษนิ" ฉินกุ้ยพูดออกมาด้วยความใ
ตัวของฉินกุ้ยตอนนี้นั้นเขาพึ่งจะฝ่าทะลวงระดับจากาาปราณขั้นสิบมาถึงจักรพรรดิปราณขั้นหนึ่งได้สำเร็จ และเขากำลังจะบ่มเพาะต่อแต่ด้วยเสียงของฉินจุนก็ได้ทำให้เขาออกจากถ้ำของตัวเองและมุ่งตรงไปตามเสียงของท่านบรรพบุรุษทันที
"ท่านบรรพบุรุษ!" ฉินฉือผู้าุโสูงสุดกล่าวขึ้นอย่างตกตะลึง
ฉินฉือก่อนหน้านี้นั้นเขาอยู่ในระดับปราการ์ขั้นสี่ แต่ด้วยทรัพยากรในการบ่มเพาะที่ฉินจุนมอบให้ทำให้เขาสามารถเพิ่มระดับการบ่มเพาะของตัวเองขึ้นมาได้หนึ่งขึ้นย่อยเลยที่เดียว ด้วยระยะเวลาเพียงประมาณหนึ่งร้อยกว่าวันเท่านั้น ต้องรู้ก่อนหน้าว่ายิ่งของเชตสูงมากขึ้นเท่าไรการเพิ่มระดับการบ่มเพาะก็จะอยากขึ้นเท่านั้น
"เสียงนี้มันท่านบรรพบุรุษ!" ฉินเป่ากล่าวด้วยอาการแตกตื่น
ฉินเป่าก่อนหน้านี้นั้นเขาอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิปราณขั้นแปด แต่ด้วยทรัพยากรและความมั่นคงของตระกูลที่ฉินจุนมอบให้นั้น ทำให้ตัวเขาฉินเป่าจากขอบเขตจักรพรรดิปราณขั้นแปดเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับครึ่งก้าวปราการ์แล้วนั้นเอง
"เกิดอะไรขึ้น ทำไม่เสียงของท่านบรรพบุรุษถึงได้ดูโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้" ฉินฝูพูดด้วยการใ
ฉินฝูเองก็เป็หนึ่งในคนที่ก้าวหน้าเช่นเดียวกับคนอื่น ก่อนหน้านี้นั้นฉินฝูมีขอบเขตการบ่มเพาะอยู่ที่จักรพรรดิปราณขั้นหกแต่ตอนนี้นั้นตัวของฉินฝูอยู่ในระดับจักรพรรดิขั้นเก้าแล้วเพิ่มขึ้นมาสามขั้นเลยทีเดียว
"เสียงนี้มัน" ฉินกวางผู้ที่มีประโยคประจำตัวอย่าง'เชิญพวกท่านเข้าคฤหาสน์ก่อนเถอะ'กล่าวออกมาอย่างสงสัย
ฉินกวางหลังจากบ่มเพาะอยู่นานในที่สุดเขาก็ได้เพิ่มระดับการบ่มเพาะจากจักรพรรดิปราณขั้นเป็ขอบเขตจักรพรรดิปราณขั้นเจ็ดจนได้ด้วยทรัพยากรที่มากมายที่ได้จากฉินจุน
"ท่านบรรพบุรุษกำลังโกรธเกรี้ยว" ฉินกุ้ยเหมยหนึ่งได้ผู้าุโกล่าวออกมา
ฉินกุ้ยเหมยนั้นเป็ผู้าุโหญิงที่ก่อนหน้านี้นั้นทีขอบเขตการบ่มเพาะอยู่ที่ครึ่งก้าวจักรพรรดิปราณ แต่ด้วยทรัพยากรที่มากมายทำให้ตัวของเธอนั้นทะลวงระดับมาอยู่ในของเขตจักรพรรดิปราณขั้นสองได้สำเร็จ
"ต้องรีบไปหาท่านบรรพบุรุษ" ฉินอี้หลานกล่าวอย่างร้อนรน
ฉินอี้หลานนั้นเป็ผู้าุโหญิงอีกหนึ่งคนของตระกูลฉิน ก่อนหน้านี้นั้นเธอมีขอบเขตการบ่มเพาะอยู่ที่ขอบเขตจักรพรรดิปราณขั้นหนึ่ง แต่ด้วยทรัพยากรมากมายทำให้เธอเพิ่มระดับมาอยู่ที่จักรพรรดิขั้นสองเกือบถึงขั้นสามแล้วนั้นเองเหลืออีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น
"เกิดอะไรขึ้น" ฉินตันอุทานออกมา
ฉินตันเป็หนึ่งในผู้าุโของตระกูลฉินก่อนหน้านี้นั้นเขามีขอบเขตการบ่มเพาะอยู่ที่จักรพรรดิปราณขั้นสี่ แต่ด้วยการบ่มเพาะยังหนักประกอบกับมีทรัพยากรเป็จำนั้นมากนั้นทำให้ฉินตันได้เพิ่มระดับการบ่มเพาะเป็จักรพรรดิปราณขั้นหกแล้วนั้นเอง
ฉินเทียนที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องนั้นก็ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของฉินจุนเช่นเดียวกัน นั้นทำให้เขารีบลุกออกจากห้องและรีบตรงไปที่เขตที่อยู่อาศัยของฉินจุนทันที
ฉินเทียนก่อนนี้นั้นเขามีระดับการบ่มเพาะอยู่ที่าาปราณขั้นเก้า แต่ตอนนี้นั้นเขาเพิ่มระดับการบ่มเพาะมาเป็ขอบเขตจักรพรรดิปราณขั้นหนึ่งแล้วนั้นเอง
"เสียงของท่านบรรพบุรุษหรอ" ฉินเทียนเฉิงบุตรชายของฉินเทียนและยังเป็ผู้เยาว์ที่มีพร์มากคนหนึ่งของตระกูลฉินอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ฉินเทียนเฉิงนั้นมีขอบเขตการบ่มเพาะอยู่ที่แก่นทองคำขั้นสาม ถ้าเอาไปเทียบกับกองกำลังระดับตำนานหรือระดับศักดิ์สิทธิ์นั้น ความสามารถนี้อาจจะดูธรรมดาแต่ในตระกูลที่เป็เพียงกองกำลังระดับหนึ่งแล้วนั้นความสามารถระดับนี้ถือว่าสูงเลยทีเดียว และด้วยทรัพยากรที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ฉินเทียนเฉิงนั้นเพิ่มระดับจากระดับแก่นทองคำขั้นสามเป็ของเขตแก่นทองคำขึ้นสิบได้สำเร็จนั้นเองด้วยระยะเวลาเพียงร้อยกว่าวันเท่านั้น
...
หลังจากเสียงแห่งความโกรธของฉินจุนเงียบลง ก็ได้มีเหล่าผู้าุโและฉินเทียนที่เป็ผู้นำตระกูลเข้ามาหาฉินจุนอย่างรวดเร็ว
"เกิดอะไรขึ้นหรอขอรับท่านบรรพบุรุษ" ฉินเทียนเป็ตัวแท่นถามขึ้น
"ฉินเทียนเ้าได้ส่งใครไปขนของหรือส่งของหรือไม่" ฉินจุนถามออกมา
"เอ่อ...ใช่ขอรับพวกเราได้ประมูลสมุนไพริญญาอย่างหญ้าดาบระดับสูงและสมบัติอีกหลายอย่างมาได้และได้ส่งคนในตระกูลไปนำมันกลับมาขอรับ" ฉินเทียนนึกอยู่พักหนึ่งแล้วตอบฉินจุน
"คนที่เ้าส่งไปถูกไอ้พวกกองโจรบัดซบมันสังหารและปล้นชิงของไปแล้ว" ฉินจุนกล่าวอย่างเดือดด่าน
"อะ..อะไรน้าขอรับถูกปล้น เป็ไปได้อย่างในขบวนนั้นต้องมีธงของตระกูลเราสิ ใครมันบ้ากล้ามาปล้นสิ่งของและยังสังหารสมาชิกของเรากัน" ฉินเทียนได้รับคำตอบและกล่าวยังสงสัย
"ใช่จริงด้วยใครมันบ้ากล้ามาหาเื่พวกเรากัน" ฉินเป่าพูดขึ้น
"ไม่ใช่แค่ปล้นสิ่งของ แต่มันยังสังหารคนของพวกเรานี้เท่ากัลว่สะวกมันไม่ได้ไว้หน้าเราเลยแม้แต่น้อย" ฉินเจียอี้พูดขึ้น
"พวกมันคงจะคิดว่าถ้าสังหารคนทั้งหมดแล้ว พวกเราคงไม่รู้ว่าใครเป็คนทำเป็แน่" ฉินกวางกล่าวขึ้น
"หรือพวกมันจะไม่รู้ว่าในเป็ขบวนสินค้าของพวกเราตระกูลฉิน" ฉินกุ้ยเหมยถามขึ้นอย่างสงสัย
พวกผู้าุโพูดคุยถึงความเป็ไปได้มากมาย พวกเขาถกกันอยู่สักพักฉินจุนก็ได้พูดขึ้น
"ไม่! พวกมันรู้ว่านั้นเป็ของๆใคร แต่พวกมันก็ยังกล้าปล้นชิง และอีกอย่างถึงมันจะสังหารคนทั้งหมดพวกมันก็รู้ดีว่าเราสืบหาความจริงได้ไม่อยาก แต่พวกมันก็ยังคิดปล้นชิงและสังหาร นั้นหมายความว่าพวกมันไม่ได้เห็นข้าอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย" ฉินจุนพูดอย่างมีน้ำโห
"เื่นี้มัน" ฉินเทียนไม่รู้จะพูดอะไรใครกันถึงได้กล้ามีเื่กับท่านบรรพบุรุษอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้
"ท่านบรรพบุรุษขอรับ แล้วเราต้องไปสืบเลยไหมขอรับ" ฉินฉือกล่าวถาม
"ไม่ต้องข้ารู้แล้วว่าพวกมันเป็ใคร" ฉินจุนพูดออกมา
"ใครกันหรอขอรับท่านบรรพบุรุษ?" ฉินเทียนถามขั้น
"กองโจรห้าพี่น้อง!" ฉินจุนตอบคำถามของฉินเทียนด้วยทำโมโห
"กองโจรห้าพี่น้อง!" ฉินเทียนอุทานขึ้นเสียงดัง
"ใช่ เ้ารู้จักรึ?" ฉินจุนถามฉินเทียน
" ขอรับ กองโจรห้าพี่น้องถือได้ว่าเป็กองกำลังระดับสูง เป็กลุ่มโจรที่ออกปล้นไปทั่วและไม่มีใครกล้าทำอะไรหรือไปเอาคืนพวกมันเพราะมีข่าวลือว่ามีกองกำลังระดับตำนานหนุนหลังะวกมันอยู่ขอรับ" ฉินเทีนยตอบคำถามของฉินจุน
"ปัง! ข้าไม่สนว่าพวกมันจะเป็ใครมาจากไหนและไม่สนด้วยว่าสุนัขตัวไหนจะหนุนหลังพวกมัน สิ่งที่ข้าสนคือพวกมันกล้ามาสังหารคนในตระกูลของข้านั้นเท่ากับว่ามันได้ประกาศตัวเป็ศัตรูกับข้าผู้นี้แล้ว" ฉินจุนตบโต๊ะเสียงดังลั่นและพูดด้วยความโกรธ ถ้าโต๊ะตัวนี้ไม่ได้ทำจากวัสดุที่ดีแล้วล่ะก็มันคงแหลกสลายไปแล้วเป็แน่
หลังจากนั้นฉินจุนก็ลุกขึ้นและได้ประกาศเสียงดังจนทำให้ทั่วทั้งเมืองเมฆาคล้อยได้ยินว่า
"ไอ้พวกกองโจรห้าพี่น้อง! ข้าฉินจุนผู้นี้จะไปสังหารล้างโคตรพวกเ้าให้สิ้น!!" คำกล่าวของฉินจุนนั้นได้ทำให้ทั่วทั้งเมืองต้องสั่นะเื