เมื่อพูดถึงเื่การรักษาความบริสุทธิ์แล้ว ป้าหยางที่ยังไม่ยอมกลับบ้านก็เสริมขึ้นมาว่า
"ไอ้หยา แม่หนูนี่น่าสงสาร ถูกถอนหมั้นแล้วต้องมาจมน้ำ การมีคนช่วยก็ถือว่าดีอยู่หรอก แต่ก็ถูกเนื้อต้องตัว ใกล้ชิดกันเกินงามไปแล้ว"สิ้นเสียงป้าหยางชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ก็เห็นด้วย แม่หนูคนนี้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ
"ฮึก เป็โชคร้ายของหนูเองที่ต้องมีมลทินทั้งยังถูกถอนหมั้น แล้วต่อไปคงจะไม่มีใคร้าแต่งงานกับหนูแน่ๆ" มาค่ะ น้ำตาต้องมาดึงดราม่าไว้เพื่อภารกิจ
"โถ แม่หนูน่าสงสารจริงๆ แล้วดันเป็เออร์เกอบ้านไป๋เสียด้วย" คนในหมู่บ้านนี้ก็รู้ว่าเป็คนยังไง เขามีเื่ต่อยตีทุกวัน มาจากตระกูลกระฎุมพีที่ไม่มีใครอยากยุ่งด้วย
ดีที่ปู่ของเขานั้นเป็คนใจดี แต่อย่างว่าแหละใครใช้ให้เขารวยและเก็บค่าเช่าที่ล่ะ จะให้ดียังไงก็ทำนาบนหลังคน
ทัศนคติอย่างนี้ในยุคนี้เป็เื่ทั่วไป แต่กับครอบครัวที่อยู่ในสถานการณ์อย่างนี้เป็เื่ลำบากยากเย็นในการเอาตัวรอดไปได้
เมื่อถูกกันออกจากสังคม ไม่มีพรรคไม่มีพวกคนจึงรู้สึกว่าทำอะไรกับพวกเขาก็ได้ หากเขาทำตัวเป็ลูกพลับนิ่มคงตายั้แ่ยังเดินไม่ได้ แต่ถ้ามีเื่ เขาไม่สามารถเรียกร้องความยุติธรรมจากใครได้เลย
นั่นเป็เหตุให้ไป๋หลง หรือเออร์เกอแห่งตระกูลไป๋ จึงมักจะถูกท้าทายหรือหาเื่อยู่ตลอดเวลา คนบางคน้าระบายความโกรธของตัวเองเลยมาลงที่เขาที่หัวเดียวกระเทียมลีบ
แต่บางคนเกลียดชังริษยาใบหน้า และบุคลิกที่ดูสูงส่งมีการศึกษาของเขา แต่บางคนทำไปเพราะสันดานมันเป็อย่างนั้น
ดังนั้นเมื่อคิดว่าแม่หนูนี่ต้องไปดองกับบ้านนั้นแล้วก็ยิ่งเห็นใจ
"เอาล่ะ เื่นี้ไว้พูดกันทีหลังให้แม่หนูนี่พักผ่อนก่อน เธอกลับไปพักที่บ้านพักเธอไหวหรือไม่หรือจะนอนค้างที่คลินิกนี้ก่อน" ผู้ใหญ่บ้านมองมาที่เด็กสาว
โดยรวมหน้าเธอยังคงซีดเซียวถึงแม้จะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว แต่ร่างกายเธอมีรอยช้ำหลายจุด โดยเฉพาะจุดที่ถูกตีหล้งกกหูนั่น สีออกม่วงคล้ำที่อยู่บนผิวขาวใสของเด็กสาวยิ่งทำให้ดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่
"ให้เธอพักที่นี่ก่อนเถอะ คืนนี้อาจมีไข้จะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมา"หมอสวีเสนอ
"ผู้ใหญ่บ้านอยู่หรือไม่" มีใครบางคนเรียกหาเขา
"ฉันอยู่นี่ มีอะไรเหรอ" ผู้ใหญ่หันไปทางต้นเสียง จึงพบว่าเป็หยางลี่เจิน
กัปตันทีมของจ้าวเหม่ยอิง ที่เดินลากเด็กสาวอีกคนมาพร้อมกับยุวปัญญาชน
"เรามาหาจ้าวเหม่ยอิง วันนี้มีคนแจ้งว่าเห็นลู่อิงคนนี้กำลังค้นหาของในกระเป๋าส่วนตัวที่เตียงของจ้าวเหม่ยอิงอยู่ แต่เ้าตัวบอกว่าจ้าวเหม่ยอิงบอกให้มาเอากระเป๋าเงินเพราะลืมหยิบติดมือไปด้วย" ดูก็รู้ว่าเป็ข้ออ้าง
ใครจะไปตลาดโดยลืมกระเป๋าสตางค์
ย้อนกลับไปหลังจากที่แยกจากฉินห้ายแล้ว ลู่อิงถือโอกาสที่ทุกคนออกไปตลาดในวันหยุด แอบเข้าไปค้นหาของมีค่าและตั๋วของจ้าวเหม่ยอิง
เพราะเธอคิดว่าจ้าวเหม่ยอิงตายแล้ว และไม่นานคนคงจะรู้และแน่นอนว่าคงมาเอาข้าวของของจ้าวเหม่ยอิงส่งคืนครอบครัว
นี่จึงเป็โอกาสที่เธอจะสามารถเอาของเ่าั้ออกมาใช้ เพราะบ้านของจ้าวเหม่ยอิงนั่นมีฐานะและฐานะของหล่อนในครอบครัวนั้นสูงส่งไม่น้อย พ่อของเธอห่วงใยบุตรสาวของภรรยาเก่ามากกว่าภรรยาใหม่และลูกติดของเธอ
จะเพิ่งมาใส่ใจมากขึ้นก็ตอนที่ภรรยาใหม่ตั้งครรภ์นี่เอง
แต่ยังไงก็ไม่ห่วงเท่ากับลูกสาวที่ถูกส่งมาที่แดนกันดารแห่งนี้ เขาจึงส่งทั้งเงิน ทั้งตั๋วเงินและอาหารมาให้เธอมากและบ่อยกว่าที่ทุกคนได้
เธอจึงใช้ทรัพยากรยาที่มีในการสร้างความสะดวกสบายให้เช่นเสนอข้าวเดือนละ5 จินเพื่อแลกกับห้องนอนเดี่ยวและการไม่ต้องทำงานบ้าน รวมไปถึงเวรทำอาหาร
เพราะรูปร่างของเธอนั้นอ้วนการเบียดเสียดในห้องกับคนอื่นจึงอึดอัดกว่า
ยิ่งเธอสามารถมีจักรยานนับว่าสถานะเศรษฐีของเธอทำให้คนไม่อยากมีเื่กับเธอเพราะพวกเขาหวังผลประโยชน์ในการขอยืมจักรยานของเธอ
และเพราะด้วยจักรยานที่เธอจอดไว้ที่ชายป่าและเดินตามหาฉินห้ายทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอยังไม่ได้ไปตลาด
ไม่รู้เป็ความซวยของลู่อิงหรือโชคเข้าข้างเ้าเหม่ยอิง
เมื่อคืนก่อนซือเสี่ยวเหลียนกินอาหารที่เหลือจากตอนกลางวันด้วยความเสียดาย
เพราะอากาศที่ร้อนมากทำให้อาหารมีกลิ่นเล็กน้อย เธอไม่ใส่ใจ จนทำให้ตอนกลางคืนเธอท้องเสียทั้งคืนจนไม่มีแรงออกไปข้างนอก
ตอนที่ลู่อิงกลับเข้ามาคือตอนที่เธอเพิ่งตื่นจึงลุกออกมาต้มน้ำ จึงได้ยินเสียงกุกกักมาจากห้องของจ้าวเหม่ยอิงจึงเดินไปดู สิ่งที่เห็นคือลู่อิงกำลังคุ้ยของในกระเป๋าของจ้าวเหม่ยอิง
"นั่นเธอทำอะไรน่ะ ถึงเธอจะไม่มีแรง แต่เธอก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ และปกติเธอเสียงดังจนทำให้คนที่อยู่นอกบ้านได้ยินเสียงโวยวายเลยเดินเข้ามาดู
กลายเป็ว่าคนที่เข้ามาดูคือยุวปัญญาชนที่อยู่ร่วมบ้านที่เพิ่งกลับมาจากการเก็บผักป่า เลยกลายเป็ว่ามีพยานรู้เห็นการค้นข้าวของของลู่อิง