ห้องซ้อมดาบของตระกูลหลง
(เหตุการณ์ในอดีตหลงจิ้นเทียน เด็กสาววัย 12 ปี )
แสงแดดยามบ่ายที่สาดกระทบลานฝึกกว้าง เสียงดาบไม้กระทบกันดังก้องไปทั่วบริเวณ มือเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยาแ รอยฟกช้ำตามแขนและขา เหงื่อไหลซึมลงมาตามไรผมของหลงจิ้นเทียนที่ถูกฝึกให้ใช้อาวุธั้แ่เธอจำความได้เธอก็เรียนรู้ที่จะใช้อาวุธทุกชนิด การฝึกฝนภายใต้การควบคุมของอากง แม้ร่างกายอ่อนล้า แต่กลับเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น หลงจิ้นเทียนในชุดฝึกสีดำ ยืนประจันหน้ากับครูฝึกถือดาบไม้ ดวงตาแน่วแน่แม้เหงื่อจะไหลเป็สาย
หากย้อนกับไปเด็กหญิงหลงจิ้นเทียนในวัยเพียง 7 ขวบ ล้มลงบนพื้นลานฝึกท่ามกลางสายฝน ทั้งตัวเต็มไปด้วยโคลนและรอยฟกช้ำ แต่เธอยังคงกัดฟันลุกขึ้น แม้มือจะสั่นและน้ำตาคลอเบ้า เสียงผู้เฒ่าหลงดังก้องอยู่ในหัวของเธอ...
ผู้เฒ่าหลง (ในอดีต) : “ทายาทตระกูลหลงต้องไม่อ่อนแอ! ต้องไม่แสดงความอ่อนแอ! ศัตรูจะไม่มีคำว่าปรานีต่อผู้อ่อนแอ? ลุกขึ้นมา แล้วสู้ต่อ!”
เด็กหญิงตัวน้อยกำมือแน่นก่อนจะลุกขึ้นมาอีกครั้ง... และั้แ่นั้นมา ไม่เคยมีใครเห็นน้ำตาจากเธออีกเลย
.........ภาพย้อนอดีตจางไป ......ภาพกลับมาที่สนามฝึก!
เสียงหอบหายใจแรง ดังขึ้น หลงจิ้นเทียนยกดาบไม้ขึ้นตั้งท่าอีกครั้ง แม้ร่างกายจะอ่อนล้าเพียงใด เธอรู้ดีว่า "ความเหนื่อย" ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะหยุดพัก! เธอกระชับดาบไม้ในมือ ตั้งท่าอย่างมั่นคง ดวงตาฉายแววแข็งกร้าวราวนักรบ ไม่มีความอ่อนโยนเหมือนหญิงสาวทั่วไป
ภาพเด็กน้อยวัย 12 ที่ยังคงถูกฝึกหนักอย่างต่อเนื่อง
ครูฝึก: (ฟาดดาบลงมาอย่างหนักหน่วง) ขณะที่ จิ้นเทียนเป็ฝ่ายตั้งรับ
ผู้เฒ่าหลงะโด้วยเสียงหนักเข้ม: “เร็วกว่านี้! ศัตรูไม่ให้โอกาสเ้าได้ตั้งตัวหรอก!”
(หลงจิ้นเทียนปัดป้องอย่างชำนาญ แต่ร่างกายที่ฝึกมาั้แ่เช้าทำให้แขนเริ่มล้า เธอกัดฟันแน่น ไม่ยอมให้เสียงหอบออกมาแม้แต่น้อย)
(ทันใดนั้น—ประตูไม้เลื่อนเปิดออกอย่างแรง! เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้เข้ามาทำให้หลงจิ้นเทียนชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที...และนั่น!)
(สายตาของหลงจิ้นเทียนเผลอหันไปเพียงเสี้ยววินาที! และเป็จังหวะที่ครูฝึกตวัดดาบไม้ลงมา!)
เพี๊ยะ! (ดาบไม้กระทบที่ข้อมืออย่างเต็มแรง! หากหลงจิ้นเทียนไม่เอี้ยวตัวหลบดาบนั้นคงลงลงที่หัวไหล่ ถึงกระนั้น เศษไม้ที่แตกจากการใช้ซ้ำๆ ข่วนลงบนผิว เืซึมออกมาเป็ทาง!)
(เธอกัดฟันแน่น ไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องออกมา!)
(ผู้ชายที่เปิดประตูคือพ่อบ้านของตระกูลหลง รายงานถึงการมาเยือนโดยคนสำคัญที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
พ่อบ้าน: “ขออภัยครับนายท่าน ท่านผู้เฒ่าฟู่เหรงเฉิงมาขอพบเป็การด่วนครับท่าน”
(ผู้เฒ่าหลง—ยืนมองหลานสาวด้วยสายตาเ็าไร้ความปรานี จิ้นเทียนมีเืซึมออกจากมือ แต่ไม่มีแม้แต่คำปลอบโยน ไม่มีคำถามว่าหล่อนเจ็บหรือไม่... มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยการคาดหวัง)
ผู้เฒ่าหลง: (พยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่หันไปมองพ่อบ้าน) “อืม”
ผู้เฒ่าหลง: (น้ำเสียงหนักแน่น) “ไม่มีสติ แบบนี้ยังมีหน้าจะเป็ผู้สืบทอดตระกูลหลงอีกหรือ?”
หลงจิ้นเทียน: ขอโทษค่ะ (หลงจิ้นเทียนเม้มปากแน่น ตามองต่ำยืนตรง รับคำสั่งอย่างแข็งแกร่ง)
ผู้เฒ่าหลง: (ก่อนจะหันไปยังครูฝึก) ** “ลงโทษ ที่ไม่มีสมาธิ ให้ฝึกต่ออีกชั่วโมง หากข้ายังไม่กลับมา ให้พักได้ เมื่อข้ามาค่อยฝึกต่อ” ***
ผู้เฒ่าหลง: (หันหลังเดินออกไปทันที! ไม่เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ)
ครูฝึก: “ครับนาย! ฝึกต่อ!” (ฟาดดาบไม้ลงอีกครั้ง! เสียงกระทบกันดังก้องสนามฝึก! หลงจิ้นเทียนขยับตัวตั้งท่า ราวกับไม่มีาแใดๆ! เสียงดาบไม้ปะทะกันดังขึ้นอีกครั้ง! เสียงก้องในใจให้รู้ว่าเธอไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะอ่อนแอ!)
เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง
หลงจิ้นเทียนยืนถือดาบไม้ ดวงตาแน่วแน่แม้ร่างกายจะอ่อนล้าเต็มที แขนของเธอสั่นเล็กน้อยจากการฝึกต่อเนื่องยาวนาน เหงื่อซึมผ่านไรผมที่ชื้นเปียก ลมหายใจแรงและติดขัดจากความเหนื่อยล้าที่สุมทับร่างกายมาั้แ่เช้ามืด ซึ่งเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย แม้แต่น้ำสักหยด!
ชายวัยกลางคนผู้เป็ทั้งครูและเหมือนพ่ออีกคนของเธอ ยืนมองเด็กสาวที่เขาเฝ้าดูแลมาั้แ่เล็ก หลงจิ้นเทียนที่ยังคงอยู่ในท่าพร้อมรบ แม้ร่างกายจะสั่นไหวเล็กน้อยจากความอ่อนล้า ในสายของเขามองเธอด้วยความภาคภูมิใจและสงสาร—แม้จะไม่แสดงออกก็ตาม
ครูฝึก: (ถอนหายใจแ่เบา ก่อนกล่าวขึ้น) “พอเถอะนายน้อย พักสักครู่ก่อนนายท่านจะกลับมา”
(หลงจิ้นเทียนเงยหน้ามองครูฝึก ด้วยความซาบซึ้งใจ แต่ยังคงส่ายหน้าช้าๆ อย่างดื้อรั้น)
หลงจิ้นเทียน: (เสียงแหบเล็กน้อยจากความอ่อนล้า) “ขอบคุณค่ะอาจารย์…แต่ฉันต้องฝึกจนกว่าจะครบเวลา”
(เขารู้ว่าทายาทตระกูลหลงเป็เด็กที่เด็ดเดี่ยวแค่ไหน และรู้ว่าเธอไม่มีทางขัดคำสั่งของปู่ แม้ว่าร่างกายจะบอบช้ำเพียงใดก็ตาม ครูฝึกจึงทำได้เพียงพยักหน้าอย่างอ่อนใจ)
ครูฝึก: (ถอนหายใจยาว) “งั้นก็ฝึกต่อไปนะ เดี๋ยวอาจารย์จะไปหาอะไรมาให้กิน”
หลงจิ้นเทียนไม่ตอบ แต่เธอก้มศีรษะเล็กน้อยเป็การแสดงความเคารพ ครูฝึกมองดูเธออีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป ปล่อยให้เธอฝึกฝนต่อจนกระทั่งครบกำหนดเวลา...
เสียงกระทบของดาบไม้ครั้งสุดท้ายจบลง หลงจิ้นเทียนปล่อยดาบไม้ลงกับพื้นอย่างแ่เบา ร่างกายที่อ่อนล้าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น แต่เธอยังคงฝืนพาตัวเองไปนั่งที่ชานระเบียง ปล่อยให้สายลมอ่อนๆ พัดผ่านใบหน้าและผมที่เปียกชื้นราวกับเป็การปลอบโยนเธออย่างเงียบๆ