“นายสอบภาคทฤษฎีได้ที่หนึ่งงั้นหรอ!?”
“มันแปลกรึไงหา?”
เนปจูนตอบโดโน่ที่มาแสดงความยินดีอย่างหงุดหงิด เพราะสำหรับเนปจูนแล้ว การสอบภาคทฤษฎีนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ถึงแม้จะได้ที่ 1นั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีใจแม้แต่น้อย เนปจูนแหงนดูจอโทรทัศน์ที่แสดงคะแนนและอันดับปัจจุบันของนักเรียนรุ่น 151 ด้วยใบหน้าคิ้วขมวด
อันดับ 1เนปจูน โกลด์ คะแนนภาคทฤษฎี49.75% คะแนนภาคปฏิบัติ -กำลังดำเนินการ-
อันดับ 2เลเวียร์ สกายเรสเซอร์ คะแนนภาคทฤษฎี41.50% คะแนนภาคปฏิบัติ -กำลังดำเนินการ-
อันดับ 3วีโอเลต สกายเรสเซอร์ คะแนนภาคทฤษฎี32.00% คะแนนภาคปฏิบัติ -กำลังดำเนินการ-
อันดับ 4คาร่า ร๊อคกี้ คะแนนภาคทฤษฎี30.25% คะแนนภาคปฏิบัติ -กำลังดำเนินการ-
อันดับ 5 แซนดี้ ลี คะแนนภาคทฤษฎี29.75% คะแนนภาคปฏิบัติ -กำลังดำเนินการ-
ตลอดการฝึกหฤโหดหกเดือนในอคาเดมี่ เหล่านักเรียนเตรียมรุ่น 151ได้เดินทางมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายของภาคการศึกษา นั่นคือการสอบภาคทฤษฎีและปฏิบัติสูงสุด โดยผู้ที่ทำคะแนนรวมสูงสุด 10คนแรกของชั้นปีจะได้แต่งตั้งยศเป็เ้าหน้าที่ระดับC โดยคะแนนรวมทั้งหมดนั้น ครึ่งหนึ่งเป็คะแนนจากการสอบภาคทฤษฎีที่สิ้นสุดไปั้แ่เมื่อวาน และวันนี้คือวันสอบภาคปฏิบัติที่ให้นักเรียนเตรียมได้แสดงฝีมือและต่อสู้กับนักเรียนด้วยกันเอง
การสอบภาคปฏิบัติของเหล่านักเรียนARPDคือ การทดสอบเพื่อวัดทักษะในการใช้ริงเกียร์ การวางกลยุทธ์ ศิลปะการต่อสู้ในสถานการณ์จริง โดยการจับคู่ระหว่างนักเรียนให้ต่อสู้กัน โดยใครก็ตามที่ชนะจะมีสิทธิ์ได้สอบรอบต่อไป ส่วนคนที่แพ้ก็จะตกรอบและได้คะแนน 1%ถึง 20% ตามความสามารถ บวกกับ6% คูณจำนวนรอบที่ชนะ โดยหากสู้ชนะติดต่อกัน 5 ครั้ง ก็จะได้คะแนนภาคปฏิบัติเต็ม 50%แต่ถ้าแพ้ั้แ่รอบแรก ก็จะได้คะแนนภาคปฏิบัติเพียง 1%-20% ขึ้นกับครูฝึกที่คอยสังเกตการณ์ และตอนนี้คะแนนของเนปจูนเข้าใกล้การเป็เ้าหน้าที่ระดับ C มากกว่าใครรุ่น
“โรม รอบแรกนายเจอกับใครหรอ?” เลเวียร์หันไปถามโรม เพราะเมื่อครู่ทุกคนเพิ่งได้รับข้อความจากอคาเดมี่ว่าตนเองจะต้องเจอกับคู่ต่อสู้คนไหนในรอบแรก
“ฉันต้องสู้กับโมนาร์ท” โรมพูด พร้อมโชว์หน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองให้เลเวียร์ดู
“งั้นหรอ…หนักเหมือนกันนะนั่น” เลเวียร์พยักหน้า เขารู้ว่าคู่ต่อสู้ของโรมนั้น ไม่ใช่คนที่จะโค่นลงได้ง่าย ๆ อีกอย่าง ทั้งโรมและเขาเองก็มีริงเกียร์กายา [นิ้วโป้ง]และริงเกียร์ศาสตรา [นิ้วกลาง]เพียงแค่สองวง ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็ใคร ก็ย่อมเสียเปรียบแต่แรกอยู่แล้ว
“แล้วนายล่ะ เลเวียร์?”
“แหะ ๆ ฉันหรอ…” เขาโชว์ข้อความให้กับทุกคนดู
โนอา คูลบรีซ
“นายต้องเจอกับโนอางั้นหรอ!?” โรมเบิกตากว้าง “ให้ตายสิ นี่มันแย่สุด ๆ เลยไม่ใช่รึไง!?”
“นั่นสิ…พวกเราอุตส่าห์ตั้งเป้าจะเป็เ้าหน้าที่ระดับ C ไปด้วยกันแท้ ๆ …แต่ต้องมาห้ำหั่นกันเพื่อแย่งตำแหน่งกันเองแบบนี้ มันแย่สุด ๆ เลยล่ะ” เลเวียร์หัวเราะ เพราะอีกอย่างโนอาเป็เพียงคนเดียวในรุ่นที่สามารถใช้ริงเกียร์บัญชา[นิ้วชี้]ควบคุมธาตุน้ำแข็งได้ เรียกว่าเป็ตัวเต็งที่จะคว้ายศเ้าหน้าที่ระดับ C ของรุ่นคนหนึ่ง
“พวกนายยังโชคดีกว่าฉันเยอะ” เนปจูนพูดแทรกอย่างหงุดหงิด
“นายสอบได้ตั้ง49.75% จากคะแนนเต็ม 50%...นายยังจะหงุดหงิดอะไรอีก เ้าโง่!แค่นี้ก็น่าจะพอทำให้นายติดสิบอันดับแรกได้ไม่ยากแล้วนะเฟ้ย!”โดโน่ที่สอบได้คะแนนอยู่ระดับค่าเฉลี่ยพูด พลางชี้ไปยังจอฉายขนาดใหญ่ที่เรียงลำดับคะแนนของนักเรียน
“โดโน่พูดถูกนะ เนป…ถ้านายชนะได้สัก2 รอบ แค่นั้นก็เกินพอสำหรับขึ้นเป็สิบอันดับแรกแล้ว” เลเวียร์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ พูดให้กำลังใจหนุ่มแว่น
“นี่พวกนาย…ไม่รู้สินะว่ารอบแรกฉันต้องเจอกับใคร…” เนปจูนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะโชว์นามของคู่ต่อสู้คนแรกให้ทุกคนดู ทันทีที่เห็น ทุกคนต่างหน้าซีดเผือก ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยถกกันเื่ความสามารถด้านการต่อสู้ของนักเรียนคนอื่น ๆ ในรุ่นเพื่อหาจุดแข็งและจุดอ่อนเพื่อรับมือ แต่มีเพียงคนเดียวที่พวกเขาไม่ได้พูดถึง ไม่ใช่เพราะคน ๆ นั้นไม่ควรค่ากับการเอามาคิดถึง ตรงกันข้าม เพราะไม่ว่าจะคุยกันหรือวิเคราะห์ให้มากขนาดไหน ก็เสียเวลาเปล่า ไม่มีทางที่พวกเขาจะโค่นคู่ต่อสู้คนนี้ลงได้ นักสู้ผู้อยู่จุดสูงสุดในรุ่น 151
วีโอเลต สกายเรสเซอร์
“โชคชะตาไม่เข้าข้างเลยแฮะ” เนปจูนหัวเราะเสียงแห้ง “หวังว่าวีโอเลตจะปราณีให้ฉันได้แสดงฝีมือให้คณะกรรมการเห็นก่อนที่จะโค่นฉันนะ”
“เรย์อาร์หมดสภาพการต่อสู้ คาลอสเป็ฝ่ายชนะ”
เสียงประกาศการผลการต่อสู้คู่ที่50 ได้จบลงไปเป็ที่เรียบร้อย นักเรียนและครูฝึกหลายร้อยชีวิตนั่งอยู่บนที่นั่งผู้ชมรอบสี่ข้างสนามที่กว้างพอ ๆ กับสนามฟุตซอลในโรงยิมที่ตอนนี้เปิดสนามพลังมนตราโอบสนามแข่งไว้เพื่อจำกัดความเสียหายกับสถานที่ ข้างในบาเรียร์นั้นมีนักเรียนคนหนึ่งนอนสลบอยู่กลางสนาม ส่วนอีกคนนั่งคุกเข่าหอบอย่างหนัก เ้าหน้าที่ปฐมพยายามรีบวิ่งโร่เข้ามาประคองทั้งผู้แพ้และผู้ชนะออกจากสนามไป
“จบไปอีกคู่แล้ว” แกเร็ตบรรจงเขียนคะแนนใส่กระดาษประเมินผล ก่อนจะเก็บแผ่นกระดาษนั้นเข้าแฟ้มไป แล้วพลิกไปใบประเมินของคู่ต่อไป “โอ้ …ต่อไปสกายเรสเซอร์คนน้องสินะ”
“อ่า ใช่แล้ว…” คลอเดียเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ ออกมา
“ยิ้มอะไรกัน คลอเดีย ตื่นเต้นที่จะได้เห็นเธอสู้รึไง?” แกเร็ตแซว “หรือที่เธออยากดูเด็กคนนี้สู้ เพราะว่าวีโอเลตได้ฉายาว่า ‘คลอเดียรุ่นสอง’จากเพื่อนร่วมรุ่นรึเปล่านะ?”
“หึหึ ก็ไม่รู้สิ”
“ต่อไป การต่อสู้ระหว่าง เนปจูน โกล์ และ วีโอเลต สกายเรสเซอร์”
เฮ!
เสียงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั้งอาคาร คู่แข่งขันทั้งสองเดินออกจากสองฝั่งสนามพร้อมกับอาวุธหนึ่งชิ้นในมือ สำหรับหนุ่มแว่นผมดำ เนปจูนนั้นเชี่ยวชาญด้านการคำนวณและการวางแผน แต่ไม่ถนัดในการต่อสู้ระยะประชิด ดังนั้นอาวุธที่เขามักจะเลือกเสมอคือไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติที่สามารถสร้างความเสียหายที่รุนแรงจากระยะไกล ในขณะที่อีกฝั่งสาวน้อยท่าทางจิ้มลิ้มผมสีน้ำตาลกับดวงตาสีม่วงอันโดดเด่น ใบหน้าที่มีปาสเตอร์ปิด แขนขวาของเธอพันผ้าพันผลไว้ั้แ่ข้อมือจนถึงหัวไหล่ เป็สิ่งบ่งชี้ว่าตลอดหลายสัปดาห์ก่อนสอบ เธอได้ฝึกวิชาต่อสู้อย่างโชกโชนเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ วีโอเลตถนัดโจมตีระยะประชิด เธอจึงเลือกอาวุธเป็มีดสั้นคู่ที่เธอมักใช้เสมอในคาบเรียน ในการสอบ ผู้เข้าสอบจะสวมสายรัดแขนที่คอยวัดคลื่นพลังมนตรา ที่จะแสดงปริมาณมนตราในริงเกียร์ตั้งสามวงของผู้ต่อสู้รวมถึงชีพจรบนจอแสดงผลเหนืออาคารให้ผู้ชมทุกคนได้เห็น เมื่อไรก็ตามที่มาตรวัดแสดงชีพจรต่ำกว่าเกณฑ์[ผู้เข้าแข่งขันสลบ]นั่นหมายความว่าผู้เข้าแข่งคนนั้นได้พ่ายแพ้ หรืออีกกรณี คือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ริงเกียร์จนหมดไฟ ไม่ก็ประกาศยอมแพ้เอง ก็จะเป็การยุติการต่อสู้เหมือนกัน หากาเ็จากการต่อสู้ที่ไม่ถึงขั้นร้ายแรง ทางอคาเดมี่ก็มีเครื่องฟื้นฟูร่างกายมนตราเตรียมพร้อมอยู่แล้ว
“ทั้งสองคนเตรียมตัว”
เสียงประกาศดังขึ้นเป็สัญญาณสำหรับผู้สอบทั้งคู่
“ไม่คิดเลยนะคะ ว่าจะต้องเจอคุณโกลด์เป็คนแรก” วีโอเลตควงมีดไปมาด้วยมือซ้าย แล้วส่งรอยยิ้มอ่อนหวานให้กับเนปจูน “พยายามเข้านะคะ”
“ใจดีกับฉันสักหน่อยก็ดีนะวีโอเลต” เนปจูนยิ้มเหยเก เพราะรู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มอันใสซื่อ เธอไม่เคยปราณีศัตรูคนใดเลยและมักเผด็จศึกอย่างรวดเร็วด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ครั้งหนึ่งในคาบพัฒนาทักษะต่อสู้ วีโอเลตถูกรุมโดยนักเรียนสี่คน กลายเป็ว่าทั้งสี่คนต่างาเ็สาหัส ส่วนเธอนั้นกลับไปโดยไร้าแ เนปจูนรู้ดีว่าฝีมือต่อสู้ประชิดตัวของวีโอเลตนั้นอยู่ระดับท๊อปของรุ่น ทางเดียวที่จะเอาชนะเธอได้คือต้องใช้อาวุธโจมตีจากระยะไกลเท่านั้น เขาปลดเซฟตี้ล๊อคไกปืนเรียบร้อย เอาท้ายปืนประทับบ่า กำะุยางในมือไว้แน่น แล้วบรรจุใส่ไรเฟิล รอฟังสัญญาณเริ่มต้นที่กำลังนับถอยหลังอย่างไม่มีทางเลือก
พยายามเข้างั้นหรอ…เนปจูนนึกถึงคำพูดที่เธอตอนเริ่มต้นเธอคงหมายถึง…
‘พยายามอย่าทำให้วีเบื่อเกินไปนะคะ’…ละมั้งนะ
“เริ่มสู้ได้!”
ทันทีที่ได้ยินสัญญาณ เนปจูนยกปืนยาวของเขาเล็งตรงไปที่สาวน้อย นั่นทำให้วีโอเลตเริ่มเคลื่อนไหว เธอวิ่งซิกแซกไปมาเพื่อไม่ให้เนปจูนเล็งเป้ามาที่เธอได้โดยง่าย
เร็วเป็กรดเหมือนเคยเลยนะ วีโอเลตเนปจูนคิดในใจ พลางเคลื่อนศูนย์เล็งซ้ายขวาตามเงาของศัตรู ข้อได้เปรียบของเราคือ เราใช้อาวุธโจมตีระยะไกล บวกกับเราเคยเห็นสไตล์การต่อสู้ของวีโอเลตมานับไม่ถ้วนแล้ว ถ้าเธอถือมีดมือซ้าย…นั่นหมายความว่า… เธอจะโจมตีด้วยมือขวาก่อน…ถ้างั้น…
20… เมตร…18 เมตร …17 เมตร …
ตอนนี้แหละ!
ปุ้ง!
ลูกะุสีขาวพุ่งออกจากปากกระบอกไปข้างหน้า ถีบปืนและเนปจูนไถลไปข้างหลัง บ่งบอกถึงความเร็วที่ะุออกจากรังเพลิง
ด้วยริงเกียร์ศาสตรา ะุยางจากไรเฟิลจะทำความเร็วได้1.5 กิโลเมตรต่อวินาที ในระยะทาง 15 เมตร จะใช้เวลา 0.01 วินาทีถึงเป้าหมาย ประสาทการตอบสนองของมนุษย์ปกติจะใช้เวลาสั่งการประมาณ0.02 วินาที แต่ด้วยริงเกียร์กายาที่เพิ่มพลังประสาทัั นั่นหมายความว่า…
วืด…
วีโอเลตเอียงตัวหลบไปทางซ้ายะุยางเฉี่ยวผมสีน้ำตาลของเธอไปอย่างฉิวเฉียด
เธอจะหลบะุได้ แต่ว่า…เนปจูนยิ้ม
แผละ!
ะุยางที่กำลังจะผ่านด้านหลังเธอะเิแตกเป็สะเก็ดยางที่เดือดและร้อนด้านหลังวีโอเลต เธอใช้ขาซ้ายถีบตัวไปด้านขวาเพื่อหลบเศษยางร้อนเ่าั้ ในขณะที่มือของเธอกำลังจะััพื้นสนามเพื่อตั้งหลักใหม่ วีโอเลตเหลือบเห็นเนปจูนนั่งคุกเข่า มือขวาของเขาแปะอยู่ที่พื้น
เสร็จฉันล่ะ!เนปจูนยิ้มกริ่มริงเกียร์บัญชาทำงานได้!
มือขวาของวีโอเลตที่ควรจะลงจอดที่พื้นอย่างมั่นคงกลับลื่นไถล ทำให้เธอเซอีกครั้ง ในตอนนี้เธอเสียจุดศูนย์ถ่วงของร่างกาย และลองเคว้งกลางอากาศ
ถึงฉันจะใช้ริงเกียร์บัญชาควบคุมธาตุเจ๋ง ๆ แบบโนอาไม่ได้ แต่อย่ามาดูถูกกันนะเว้ย! อย่างน้อยก็ใช้มันควบคุมกฎทางฟิสิกส์พื้นฐานอย่างแรงเสียดทานของพื้นที่เธอจะััล่ะฟะ!เขาเล็งปืนไปที่ลำตัวของวีโอเลต นิ้วชี้ของเขากำลังเคลื่อนเข้าเหนี่ยวไก ตอนนี้เธอหลบะุของฉันไม่ได้แล้ว วีโอเลต!
ฟ้าว…
!!
เคร้ง!
ด้วยพลังของริงเกียร์กายาทำให้เนปจูนสังเกตวัตถุขนาดเล็กที่พุ่งเข้ามา วีโอเลตได้ปามีดสองเล่มเข้าใส่เขา เล่มหนึ่งเหมือนจะปาเฉี่ยวหัวเขาไปปักกำแพงด้านหลัง ส่วนอีกเล่มหนึ่งพุ่งมาตรงหน้าเนปจูน เขาดึงไรเฟิลป้องปัดเบี่ยงวิถีของมีดนั้น จึงทำให้มันเฉือนแก้มเป็รอยบาดขนาดเล็กและผ่านไปด้านหลัง
ปามีดสั้นมาก็เป็หนึ่งในสไตล์การต่อสู้ของเธอที่ฉันเคยเห็นเหมือนกันเขาคาดการณ์ว่าวีโอเลตจะโจมตีเขาแบบนี้เพื่อให้เขาเสียหลักอยู่แล้ว จึงไม่ได้ตื่นใอะไรมาก แต่ทันใดนั้นที่ตาของหนุ่มแว่นเหลือบเห็นคล้ายเส้นลวดขนาดเล็กต่อกับปลายนิ้วชี้ข้างซ้ายของวีโอเลต เขาเบิกตากว้าง
ลวดงั้นหรอ!?
ชิ้ง!
เสียงใบมีดปักกับกำแพงด้านหลังอย่างมั่นคง มีดเล่มแรกที่เธอปาพลาดนั้นร้อยลวดคุณภาพสูง เนปจูนเพิ่งตระหนักได้ว่าเธอจงใจปามันไปปักกำแพงด้านหลัง แต่เมื่อรู้ตัวก็สายไปแล้ว ทันใดนั้น วีโอเลตกระตุกเส้นลวด เธอใช้เท้าสไลด์ไปกับพื้นที่ลื่นราวกับนักสเกตลีลาอาชีพ มือซ้ายดึงลวด เคลื่อนตัวเข้าหาเนปจูนอย่างรวดเร็ว หัวใจของเนปจูนเต้นรัวระหว่างที่วีโอเลตกำหมัดขวาเอาไว้ หัวสมองของเขาพยายามหาวิธีเพื่อหลบหลีกการโจมตีนี้
และแล้วเขาก็นึกวิธีนั้นออก
วีโอเลตเข้าใกล้เขาเข้าไปทุกที เช่นเดียวกับหมัดพิฆาตที่โอบด้วยคลื่นออร่าสีม่วงอ่อนจากริงเกียร์กายา เธอเหลือบเห็นรอยยิ้มแปลก ๆ ของหนุ่มแว่น
เขาสูดหายใจเข้าลึก
“ยอมแพ้!”
อ๊อดดดด…
วีโอเลตใช้ขาเบรคตัวกะทันหันทันทีที่ได้ยินเสียงสัญญาณดังจากสนาม หมัดของเธอห่างจากช่องท้องของเนปจูน แค่ไม่กี่เิเ หนุ่มแว่นผมดำถึงกับหอบหนัก เขารับรู้ถึงกระแสลมจากหมัดนั้นััช่องท้อง รู้สึกราวกับรอดตายอย่างหวุดหวิด ขาที่สั่นไปมาหมดแรงที่จะพยุงร่างกายนี้ จึงล้มทั้งยืน การต่อสู้นี้จบลงโดยวีโอเลตเป็ผู้ชนะโดยใช้เวลาไม่ถึงนาที
“หึหึ เป็ทริคที่น่าสนใจจริง ๆ” วิลเลียมที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งผู้ตัดสินเขียนคะแนนในใบประเมินของเนปจูน “เนปจูน โกล์รู้ว่าะุยางมีจุดเดือดที่ต่ำ จึงใช้ริงเกียร์บัญชาอุ่นะุก่อนที่จะต่อสู้ เมื่อบรรจุะุเข้ารังเพลิง แล้วยิงมันออกด้วยปืนไรเฟิลที่เสริมพลังด้วยริงเกียร์ศาสตรา ะุยางที่เดิมทีร้อนอยู่แล้วนั้นพุ่งด้วยความเร็วสูงเสียดสีกับอากาศจนร้อนเกินกว่าะุจะรักษารูปร่างได้ จึงะเิออกเป็สะเก็ดยางร้อน ไม่ว่าเป็ใครเจออย่างนั้นก็ต้องใทั้งนั้น”
“ที่น่าประทับใจไม่ใช่แค่นั้นหรอก” แกเร็ตพูดเสริม “เขาคำนวณมาก่อนแล้วว่าะุจะต้องแตกออกในระยะที่ใกล้ััเป้าหมายพอดี นั่นไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะทำให้ะุแตกในจังหวะที่ดีที่สุดแบบนั้น เขาเป็นักวางแผนที่ยอดเยี่ยม”
“แต่ก็นะ ถ้าพูดตามเนื้อผ้า การวางแผนของวีโอเลตนั้นไม่ได้หวือหวา เธอเพียงแค่ใช้ทักษะการต่อสู้ที่เหนือชั้นกว่ารับมือและตอบโต้อีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา อีกอย่าง เธอประยุกต์อาวุธโดยการร้อยลวดเข้ากับมีดเพื่อให้ดึงกลับได้ นับว่าไม่เลว” แกเร็ตหัวเราะ “เท่าที่ฉันเห็น วีโอเลตใช้แค่ริงเกียร์กายากับศาสตราเท่านั้น ก็สามารถชนะศัตรูที่โจมตีระยะไกลได้ แค่นี้ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว”
“สำหรับเนปจูน โกลด์ การให้คะแนนจะจบลงเพียงเท่านี้…พวกเราควรจะให้คะแนนปฏิบัติเขาเท่าไหร่ดี?” วิลเลียมถามคลอเดียกับแกเร็ตที่นั่งข้าง ๆ
“ฉันให้โกลด์20% เต็ม” คลอเดียกอดอก แล้วเขียนคะแนนลงไป “ถึงรู้ว่าระดับพลังแตกต่างกันั้แ่แรก แต่เขาก็พยายามวางแผนเพื่อต่อสู้อย่างรอบคอบ ที่สำคัญกว่านั้น ในจังหวะสุดท้าย เขาตระหนักดีว่าถ้าขืนสู้ต่อไปก็จะาเ็สาหัส จึงตัดสินใจหลีกเลี่ยงสถานการณ์นั้นด้วยการประกาศยอมแพ้ ซึ่งดีกว่าดันทุรังสู้จนาเ็ ถือว่าเป็การตัดสินใจที่ฉลาด เพราะระหว่างเลือกสู้าเ็แล้วแพ้ กับยอมแพ้แล้วไม่าเ็ ผลลัพธ์เหมือนกัน ก็ควรจะเลือกยอมแพ้ นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันประทับใจโกลด์ที่สุด”
“ฉันก็เห็นด้วย…” แกเร็ตยิ้มเล็ก ๆ แล้วเขียนคะแนนลงไป
“หึหึ นั่นสินะ หมอนั่นสมควรได้ 20%” ครูฝึกผิวสีเขียนคะแนนแล้วเก็บใส่แฟ้ม แล้วหยิบแผ่นกระดาษคู่สุดท้ายของรอบแรกขึ้นมา “ต่อไปก็คู่สุดท้ายของรอบที่หนึ่ง…”
โนอา คูลบรีซ และ เลเวียร์ สกายเรสเซอร์