สองพ่อลูกนั่งตกปลาด้วยกันหลายชั่วโมงจนเย็น แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับบ้านสมิธได้ตัดสินใจพาพ่อมาดูฟาร์มก่อนกลับ
จอห์นรู้สึกดีใจอีกครั้งเมื่อลูกชายชวนมาดูฟาร์มที่ปลูกด้วยตัวเอง จอห์นรู้สึกปราบปลื้มเป็อย่างมากที่ลูกชายอย่างสมิธเคยเกลียดและพยายามหนีจากสิ่งเหล่านี้กลับหันมาชื่ชอบและพยายามทำมันในตอนนี้ ตอนแรกก็ชวนตกปลามาตอนนี้ชวนมาดูฟาร์มต่อ อย่างไรก็ตามเมื่อจอห์นได้เห็นฟาร์มของล฿กชาย...
“นี้มันอะไร! ทำไมดีเป็แบบนี้ แล้วทำไมลูกถึงปลูกแบบนี้ ทำไม...” จอห์นถึงกับเอามือกุมหัวเมื่อเห็นสภาพฟาร์มของลูกชายและสมิธที่อยู่ข้างๆได้เห็นปฏิกิริยาของพ่อเขาแอบหัวเราะภายในใจเล็กน้อย
“ทำไมถึงทำกับเมล็ดพันธุ์อันสวยงามแบบนี้สมิธ!?” จอห์นหันไปถามลูกชายด้วยน้ำเสียงที่สิ้นหวังเนื่องจากสภาพฟาร์มของลูกชายมันไม่น่าเรียกว่าฟาร์มได้ มันเหมือนกับเด็กขุดดินเล่นแล้วเอาเมล็ดมากลบไว้เฉยๆซะมากกว่า ประสบการณ์ในการทำฟาร์มกว่า 40 ปีตัวมันไม่เคยพบเห็นฟาร์มในรูปแบบนี้มาก่อน
“ผมรู้ว่าพ่อต้องงง แต่นี้แหละความสามารถของการ์ดที่ผมเลือก” ใช่มันแปลกและไม่น่าเรียกว่าฟาร์มได้แต่นั้นมันโลกปกติทั่วไป เพราะนับั้แ่ที่โลกเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติอะไรที่เห็นว่ามันเป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอนให้เผื่อใจไว้นิดหนึ่งว่าสิ่งนั้นอาจเป็จริงก็ได้อย่างเช่นฟาร์มของเขาในตอนนี้
“อ่อแบบนี้เอง แล้วปลาของลูกที่ตกได้มันหายไปไหนนั้นก็เป็ความสามารถของการ์ดเหมือนกันใช่ไหม?” จอห์นถึงกับถอนหายใจเมื่อได้ยินว่ามันคือความสามารถจากการ์ด อย่างไรก็ตามมีอีกหนึ่งสิ่งที่ตัวมันสงสัยคือปลาที่ลูกชายมันตกได้มันหายไปไหน จะปล่อยกลับลงน้ำก็ไม่ใช่
“ใช่ผมเก็บปลาไว้ในช่องเก็บของพิเศษของการ์ด” สมิธตอบให้พ่อหายสงสัยพร้อมกับนำปลาส่วนหนึ่งออกจากช่องเก็บของแล้วนำไปใส่ถังทั้งหมด ถังที่ว่ามันไม่ใช่ถังแต่แค่รูปร่าง UI มันเหมือนถังแล้วอีกอย่างถังนี้ไม่ใช่เอาไว้เก็บแต่มันเอาไว้ขายนั้นเอง ของที่อยู่ภายในถังทั้งหมดจะถูกขายแต่เงินจะได่ในทันทีไม่ว่าจะขาย่เวลาไหนก็ตามเพราะเงินจะได้ตอนสมิธตื่นเช้าวันใหม่เท่านั้น
เมื่อกลับมาถึงบ้านแม่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับอาหารเย็นพอดีสมิธจึงเอาปลาที่เหลือไม่ได้ขายยื่นให้แม่ไว้ทำมื้อเย็นวันนี้ ส่วนปลาของพ่อที่ตกได้พ่อเอาไปปล่อยไว้ที่บ่อหมดแล้วเป็บ่อที่พ่อขุดด้วยตัวเอง
ในระหว่างที่รอกินมื้อเย็นสมิธมานั่งรอที่ห้องนั่งเล่นพร้อมกับเปิดทีวีดูเพื่อตามข่าวตามสถานการณ์ ณ ปัจจุบันว่าเป็อย่างไรบ้างและจะแตกต่างจากสิ่งที่เขาเคยเผชิญหรือไม่ สมิธนั่งดูข่าวอยู่นานจนในที่สุดมื้อเย็นก็พร้อมกิน
“เพื่อนบ้านได้บอกอะไรแม่บ้างไหม?” สมิธถามแม่ในขณะที่กินมื้อเย็นอยู่
จากข่าวที่สมิธได้ดูไปเมื่อสักครู่ค่อนข้างจะธรรมดาไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงสักเท่าไหร่ยังคงเหมือนที่เขารู้ก่อนที่จะย้อนเวลากลับมา และอีกแหล่งข้อมูลที่สำคัญพอๆกับข่าวที่ถ่ายสดหรืออาจมากกว่าคือข้อมูลปากต่อปากหรือข้อมูลจากเพื่อนบ้านนั้นเอง แม้ช้อมูลบางอย่างจะมั่วแต่มันยังมีเค้าโครงความจริงอยู่แต่จะมากน้อยแค่ไหนก็อีกเื่
“คุณป้าร้านของชำบอกกับแม่ว่าลูกชายของเธอที่อยู่เมือง XXX เกิดภัยพิบัติร้ายแรงจนคนตายไปแล้วหลายพันคน”
“แล้วคุณยายฝั่งตรงข้ามบ้านเราก็บอกเหมือนกันว่าเมือง xxx ทหารปิดล้อมเมืองนั้นเป็ที่เรียบร้อยแล้วเพราะสิ่งมีชีวิตประหลาดโผล่ขึ้นมาอย่างกระทันหัน”
แม่เล่าเื่ราวที่ได้ยินจากเพื่อนบ้านถึงเื่ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ พอสมิธได้ฟังเื่เล่าของเหล่าเพื่อนบ้านก็พอจะมีมูลจริงอยู่บ้านอย่างเช่นเื่ทหาร ทหารไมได้ปิดล้อมเมืองนั้นแค่มาคอยสังเกตการณ์เพียงเท่านั้นแถมยังสังเกตด้วยทหารเพียงไม่กี่นาย
หลังจากสมิธทานมื้อเย็นเสร็จเขารีบขึ้นไปบนห้องก่อนจะเล่นเกมสองสามชั่วโมงแล้วค่อยนอน ที่สมิธรีบนอนไม่ใช่เพราะรักสุขภาพแต่สมิธอยากจะรู้ว่าเงินที่เขากำลังจะได้จากการขายปลามันสามารถทำอะไรได้?
“เงิน เงิน เงิน...”