บทที่ 80 หัวใจนางเงือกวารีพิสุทธิ์
หลังจากที่ชิงหมินได้ถูกรู้จักโดยชายชราแล้ว อีกฝ่ายได้เชิญเขาไปที่โรงหมอด้วยกัน พูดเกี่ยวกับความสามารถของชิงหมินอีกเล็กๆน้อยๆ ดีที่ชายชรามีเหตุผลมากกว่าที่คิด หลังจากที่ชิงหมินไม่โต้เถียงอะไรกลับไป ไม่แม้แต่จะชักสีหน้าใส่ ชายชราก็มองเขาในแง่ดีมากขึ้น
ทั้งสองนายบ่าวเดินตามชายชราไปที่โรงหมอของเขา ที่นี่ค่อนข้างกว้าง ด้านในยังมีคนบาดเจ็บนอนอยู่อีกหลายต่อหลายคน ส่วนใหญ่เป็นพวกที่บาดเจ็บหนักทั้งนั้น บางคนยังนอนไม่ได้สติ บางคนก็กลายเป็นผู้พิการไปแล้ว ดังนั้นการฟื้นคืนสภาพของพวกเขาจึงไม่ได้รวดเร็วเหมือนผู้บาดเจ็บทั่วๆไป ชิงหมินนับจากสายตา น่าจะมากกว่า 20 คนที่นอนเจ็บป่วยทรมานอยู่ในตอนนี้
ส่วนผู้รักษานั้นมีอยู่ 7 คนรวมชายชราแล้วด้วย และอีก 11 คนเป็นนักปรุงยา โดยนักปรุงยาจะแยกทำงานอยู่ในห้องปรุงยากับห้องวัตถุดิบ พวกเขายุ่งกับงานของตนเองทั้งวัน เรียกได้ว่างานหนักยิ่งกว่าผู้รักษาเสียอีก
เพราะชิงหมินบอกว่าตนเองมีประสบการณ์ในเรื่องของสมุนไพร เขาจึงถูกพาไปโดยชายชราที่ยังไม่มีงานด่วนต้องรับมือ แม้ปกติแล้วเขาจะใช้เวลาไปกับการฝึกฝนลูกมือทั้ง 6 แต่ตอนนี้ทุกคนเพิ่งได้ทำงานมา ให้พวกเขาได้พักผ่อนสักหน่อยก็ไม่ได้ถือว่าเสียเวลาเกินไป
“อยู่ในตระกูลพ่อค้าสมุนไพร เจ้าคงจะได้เห็นสมุนไพรมากมายผ่านตาแล้วล่ะสิ ลองดูสมุนไพรที่พวกเราได้รับมา เนื่องจากทัพอิสระมีกองกำลังอยู่หลากหลายที่ ดังนั้นจึงมีการแลกเปลี่ยนสมุนไพรที่หลากหลาย บางชนิดเจ้าเองก็อาจจะยังไม่เคยเจอก็ได้” ชายชรากล่าวอย่างภาคภูมิใจ ไม่วายพูดถึงตระกูลพ่อค้าสมุนไพรของชิงหมินเล็กน้อย
“เป็นอย่างที่ผู้อาวุโสกล่าวขอรับ สมุนไพรบางชนิดเป็นสมุนไพรหายาก เนื่องจากข้าเคยไปแค่แดนใต้และตระกูลหลักก็อยู่ในเขตกลางไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก ดังนั้นจึงไม่เคยเจอสมุนไพรจำนวนมากนี้จริงๆ”
“หึ เพราะแบบนั้น....สายตาของพวกพ่อค้าสมุนไพรจึงคับแคบกว่าอย่างไรเล่า”
“............” ชิงหมินมองดูท่าทางเหยียดหยามนั้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง พยายามไม่คิดว่าอีกฝ่ายตำหนิตนเอง แต่ก็ดูรู้ว่าชายชรานั้นมีความหลังที่ไม่ดีกับตระกูลพ่อค้าสมุนไพรจริงๆ
เห็นท่าทางของชิงหมิน ชายชราก็ไม่ได้คิดว่ามีเรื่องอะไรที่ต้องปิดบัง อย่างไรชายหนุ่มตรงหน้าก็เป็นคนที่หัวหน้าพามาด้วยตนเอง แถมอาจจะมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับหัวหน้าด้วย ดังนั้นจึงอาจมองว่าเป็นพรรคพวกกลุ่มเดียวกันแล้ว
หรือต่อให้เด็กคนนี้ไม่จริงใจ หัวหน้าก็ไม่มีทางปล่อยให้เขารอดพ้นไปในภายหลังอยู่แล้ว หัวหน้าของพวกเขามีสายตากว้างไกลขนาดไหน ลำพังแค่ให้พวกวิญญาณช่วยตรวจสอบ จะไม่รู้การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเลยหรือ?
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยถูกเรียกว่าหมอเทวดา”
“ขอรับ?”
“ข้าทำงานรับใช้เชื้อพระวงศ์ เป็นหัวหน้าผู้รักษาทั้งหมดและได้รับการยกย่องอย่างสูง เพียงแต่....เจ้าก็น่าจะได้เห็นแล้ว ผู้รักษาเก่งกาจเช่นไรก็ไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง จำเป็นต้องมียารักษาอยู่ในมือเพื่อช่วยให้การรักษาง่ายขึ้น”
“พูดตามตรงแล้ว ความสามารถของข้าก่อนหน้านี้ไม่ได้ดีเท่านี้มากนัก ยังอาศัยยาเป็นหลัก แล้วใช้พลังของตนเองเพื่อช่วยกระตุ้นการรักษาให้มีประสิทธิภาพ ทว่า...เพราะต้องพึ่งพายาจากผู้อื่น มันทำให้การทำงานของข้าไม่ราบรื่นนัก”
“หลายต่อหลายครั้งที่ข้าต้องให้นักปรุงยาใต้การดูแลของตนเองไปซื้อสมุนไพรหายากมาเพื่อเตรียมการรักษา และมันก็ทำให้ข้าได้รู้ว่าพวกพ่อค้าสมุนไพรเหล่านั้นเป็นตัวสารเลวขนาดไหน!!”
“ครั้งหนึ่ง เมื่อองค์หญิงคนสำคัญขององค์จักรพรรดิป่วยด้วยโรคร้าย ข้าพยายามจะรักษาพระองค์อย่างสุดความสามารถ แต่ข้าก็มาถึงขีดจำกัดของตนเอง เนื่องจากอาการป่วยนั้นต้องมียารักษาซึ่งทำจากสมุนไพรหายาก คนของข้าไปติดต่อด้วยตนเองก็ไม่ได้รับสมุนไพรนั้นมา ข้าจึงคิดว่าถ้าตนเองไปเจรจา...พวกเขาอาจจะไว้หน้าข้าบ้าง”
“แต่ท้ายที่สุดแล้ว ข้าก็ได้รู้ว่าพวกพ่อค้าสมุนไพรเหล่านั้นไม่ได้ทำการค้าขายอย่างอิสระ พวกเขาเคลื่อนไหวภายใต้อำนาจของใครบางคน กลายเป็นพ่อค้าสมุนไพรที่สามารถมองเห็นคนๆหนึ่งตายได้โดยไม่คิดจะช่วยเหลือทั้งๆที่มีความสามารถนั้น สุดท้าย...องค์หญิงได้จากไปภายใต้การดูแลของข้า...”
“เรื่องราวไม่ได้จบลงเท่านั้น แต่นี่กลายเป็นความผิดของข้าและนักปรุงยาของข้า พวกเขาถูกสั่งประหารชีวิตอย่างไม่ยุติธรรม ต่อให้บอกว่าพยายามมาแค่ไหนก็ไม่มีใครสนใจจะฟังสักคนเดียว ส่วนข้า....แม้จะถูกเรียกว่าหมอเทวดา สุดท้ายก็ยังต้องได้รับโทษนี้ พวกเขาต้องการลดขั้นข้าและเลื่อนคนของตนเองขึ้นเป็นตำแหน่งหัวหน้าผู้รักษา”
“ข้าจะทนอยู่กับความอยุติธรรมนั้นได้อย่างไร? เดิมทีข้าก็ไม่ได้ต้องการเป็นผู้รักษาที่สนใจเพียงชีวิตและความตายของพวกคนสูงศักดิ์ที่เห็นแก่ตัวอยู่แล้ว ตอนนี้ข้ายังรู้สึกว่าได้อยู่ในที่ของตนเองมากกว่าตอนอยู่ตำแหน่งสูงที่มีแต่คนก้มหัวเสียอีก”
ชายชรากล่าวอย่างภาคภูมิใจ ชิงหมินจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วชายชราผู้นี้ขุ่นเคืองพวกตระกูลพ่อค้าสมุนไพรด้วยเรื่องอันใด แน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าพ่อค้าสมุนไพรทั้งหมดไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น แต่ถ้ามองตามเรื่องราวแล้ว...ชิงหมินย้อนกลับมาดูตระกูลหลี่ของตนเอง หากมีคำสั่งจากผู้มากอำนาจไม่ให้ขายสมุนไพรแก่ชายชรา บิดาของเขาจะตัดสินใจอย่างไร?
ปล่อยให้องค์หญิงผู้ไร้อำนาจคนหนึ่งตาย หรือจะยอมเอาชีวิตครอบครัวทั้งหมดไปเสี่ยง
คนหนึ่งมีมุมมองของตนเอง อีกคนก็มีมุมมองของพวกเขา เมื่อต้องเคลื่อนไหวภายใต้ฝ่ามือของผู้อื่น คนไร้อำนาจอย่างพวกเขาจะทำอะไรได้อีก
ชิงหมินเองก็ยังได้รับความอยุติธรรมที่ผ่านมาไม่น้อย ก่อนหน้านี้เขาต้องอึดอัดใจที่ถูกพระชายาและองค์รัชทายาทใช้ตำแหน่งของพระองค์เองบีบบังคับเอาผลประโยชน์ไปจากเขาโดยไม่ถามความเห็นด้วยซ้ำ หากไม่เป็นเช่นนั้น...ชิงหมินก็คงไม่คิดแผนที่จะแกล้งตายแบบนี้หรอก
“พวกเจ้าเป็นตระกูลพ่อค้าแบบไหนล่ะ...” ชายชราเล่าความของตนเองจบ เขาก็หันมาถามชิงหมินอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ตระกูลหลี่ของข้า เดิมทีเป็นตระกูลขุนนางระดับต่ำ บังเอิญว่าชาของข้าถูกใจเชื้อพระวงศ์ก็เลยได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นขุนนางระดับกลาง ถึงแม้จะได้รับความสำคัญในช่วงเวลานี้...แต่พวกข้าก็ไม่ได้มีปากมีเสียงมากนัก เมื่อมีคำสั่งจากเบื้องสูง คงไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน”
“เหอะ! ช่างรักตัวกลัวตายจริงๆ”
“ฮ่าๆ ผู้อาวุโส หากตายลำพังก็คงจะไม่เป็นปัญหามากนักขอรับ แต่ถ้าต้องเอาชีวิตของทั้งตระกูลมาเสี่ยงด้วย พวกเราก็ไร้ความสามารถที่จะต่อกรเช่นกัน ตระกูลหลี่เป็นตระกูลไร้อำนาจ ก่อนหน้านี้ที่ข้าก็ถูกเอาเปรียบไม่น้อยเหมือนกัน เมื่อเชื้อพระวงศ์บอกว่าต้องการชาของข้า ถึงจะไม่มีก็ต้องหามาให้ได้...” ชิงหมินยักไหล่
เขายอมรับคำดุด่านี้ด้วยตนเอง ซึ่งชายชราก็ไม่ได้ตำหนิไปมากกว่านี้ คิดตามชิงหมินแล้วก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ลูกน้องของเขาต้องตายกันหมดเพราะใคร? นี่ก็เพราะอำนาจของพวกสูงศักดิ์เหล่านั้นแหละ
ในความเป็นจริงแล้ว เขารู้ว่าพวกตระกูลพ่อค้าสมุนไพรไม่ได้ต้องการจะหักล้างกับตนเอง ด้วยฐานะหมอเทวดาของเขา มีใครบ้างไม่อยากจะประจบประแจงด้วย อีกทั้งสมุนไพรก็เป็นของซื้อของขาย หากทางนั้นเรียกค่าใช้จ่ายที่สูงก็ยังเข้าใจว่าถือโอกาสนี้ขึ้นราคา แต่พวกเขาไม่กล้าที่จะขายมันด้วยซ้ำ ทั้งหมดมีเบื้องหลังเป็นใครกันล่ะ...
เขารู้ แต่ถ้าจะให้โยนความเกลียดชังที่ไปเชื้อพระวงศ์เหล่านั้น แล้วชายชราเช่นเขาจะได้ระบายความโกรธของตนเองเมื่อไร สู้ด่าทอพวกที่ไม่ยอมขายสมุนไพรให้ยังจะสนุกปากขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยๆก็ดีกว่าอึดอัดใจที่แม้แต่พูดจาไม่ดีออกมาก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ
“มาทางนี้ นี่เป็นสมุนไพรที่ค่อนข้างแปลก พวกเราได้รับมาจากการปล้นครั้งก่อนๆ ถึงจะไม่รู้ว่ามันคือสมุนไพรอะไร แต่พวกกบฎดูแลสมุนไพรชิ้นนี้เป็นอย่างดี ในเมื่อเจ้าบอกว่าตนเองเป็นนักประเมิน เช่นนั้นก็ลองตรวจสอบมันดู...”
นี่คือเหตุผลที่แท้จริงที่ชายชราพาชิงหมินมาที่นี่ คนของพวกเขาเข้ามาประเมินแล้ว แต่ระดับประเมินยังต่ำเกินไป ไม่อาจจะมองเห็นคุณสมบัติของสมุนไพรล้ำค่านี้ได้
แต่ถึงอย่างนั้น การประเมินเบื้องต้นก็เหมือนจะพบว่ามันเป็นสมุนไพรที่ช่วยในการรักษาอย่างดี เป็นของล้ำค่าที่พบเจอจากใต้มหาสมุทรลึก ดูจากการที่เนื้อของมันอัดแน่นจนแข็งพอๆกับเหล็ก สิ่งนี้จะเห็นได้ว่ามันอยู่ใต้การบีบรัดของมวลน้ำมหาศาลมากแค่ไหน
ชิงหมินขยับเข้ามาใกล้ เขาเปิดใช้ทักษะประเมินของตนเองทันที ชายชรายังอยู่ใกล้ๆและคอยตรวจสอบการแสดงออกของเด็กหนุ่มผู้นี้ด้วย
แม้ว่าเขาจะไม่ได้คาดหวังมากนักว่าเด็กคนหนึ่งจะทำมันออกมาได้ดีกว่าคนของหัวหน้าหรือไม่ ทว่า...หากมันมีเบาะแสอะไรเพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆ พวกเขาก็คงจะประติดประต่ออะไรได้ดีขึ้น
- หัวใจนางเงือกพิสุทธิ์
ต้นกำเนิด
เป็นก้อนพลังงานที่เกิดจากการอัดรวมกันของปะการังนางเงือกวารี พวกมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แกนกลางที่จะรวมพลังงานเอาไว้ได้เป็นแกนพลังงานจากปะการังเงือกวารีระดับ 9 ดาว เมื่อรวมกันอย่างสมดุลจะกลายเป็นหัวใจนางเงือกพิสุทธิ์ระดับ 10
คุณสมบัติ
ใช้ในการเพิ่มพลังธาตุน้ำได้อย่างก้าวกระโดด สามารถนำไปยกระดับจิตวิญญาณให้กับสัตว์อัญเชิญหรือสัตว์เลี้ยงธาตุน้ำที่มีระดับต่ำกว่า 10 ได้ โดยจะส่งผลให้สัตว์เลี้ยงตนนั้นมีค่าความภักดีเต็มร้อยส่วน -
เมื่อประเมินคุณสมบัติของสมุนไพรตรงหน้า ดวงตาของชิงหมินก็เบิกกว้างขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกสำหรับเขาที่ได้เห็นสมุนไพรระดับ 10 มันเป็นสมุนไพรระดับสูงสุดที่เขาได้รับรู้มา ไม่ว่าจะในโลกนิยายหรือในความเป็นจริง ไม่มีการพูดถึงสมุนไพรระดับ 10 มากนัก ผู้คนต่างก็เข้าใจว่ามันเป็นเพียงสมุนไพรในตำนานเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สมุนไพรระดับ 10 นี้มีคำอธิบายไม่มากนัก มันทำงานได้แค่สองอย่างก็คือการเพิ่มพลังให้กับผู้ใช้พลังเกี่ยวกับน้ำได้ แต่คุณสมบัติของมันจะมากมายขนาดไหนจำเป็นต้องดูกรรมวิธีในการปรุงออกมาเป็นยาอีกที ส่วนการที่นำไปยกระดับจิตวิญญาณให้กับสัตว์อัญเชิญหรือสัตว์เลี้ยงนั้นน่าสนใจกว่ามาก
ชิงหมินไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีสมุนไพรไหนที่ทำให้สัตว์ระดับต่ำกว่า 10 เชื่อฟังได้เต็มร้อยส่วน นี่ไม่ได้หมายความว่า...หากพวกเขาจับสัตว์อสูรระดับสูงมาได้ ขอเพียงให้พวกมันกินสมุนไพรนี้ ก็จะมีผู้ติดตามที่แข็งแกร่งอย่างมากหรอกหรือ?
เพราะชิงหมินไม่ได้มีความสามารถธาตุน้ำ เขาจึงไม่สนใจในเรื่องยกระดับพลังเลย มีเพียงการนำสมุนไพรนี้ไปทำประโยชน์ด้วยการให้มังกรวารี พยัคฆ์พิรุณ หรือสัตว์อสูรในตำนานอื่นๆได้กินเท่านั้น หากเขาทำได้จริง...ต่อไปชิงหมินยังต้องเกรงกลัวอำนาจของเชื้อพระวงศ์อีกหรือ?
“เป็นอย่างไร ประเมินได้อะไรหรือไม่?” ชายชราเห็นสีหน้าของชิงหมินก็อยากรู้อยากเห็นบ้าง
คนตัวสูงคิดเล็กน้อย เขารู้ว่าสมุนไพรก้อนนี้ให้ผู้อื่นตรวจสอบกันมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว คนของซีเฉิงก็มีไม่น้อย เขาไม่น่าจะหาผู้ประเมินได้ยากเกินไป เพียงแต่....ถ้าเขาบอกว่าไม่เห็นอะไรเลยก็คงจะเป็นการโกหกที่ไม่แนบเนียนไปเสียหน่อย
“นี่เป็นสมุนไพรระดับ 10 ขอรับ”
“หืม? สมุนไพรระดับ 10 .... หือ!! สมุนไพรในตำนานน่ะหรือ?” แม้แต่ชายชราก็ซ่อนความตกใจของตนเองเอาไว้ไม่ได้เช่นกัน เขาเบิกตากว้างแล้วมองชิงหมินอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เพราะเป็นสมุนไพรระดับสูง ข้าจึงตรวจสอบไม่ได้มากนัก แต่รู้คุณสมบัติที่ต่ำที่สุดของมันก็คือการช่วยเพิ่มความสามารถให้กับผู้ใช้พลังธาตุน้ำได้เป็นอย่างดีเลยขอรับ”
“เพิ่มพลังธาตุน้ำด้วยสมุนไพรระดับ 10 งั้นหรือ? เหอ เหอ เหอ นี่ไม่ใช่จะเป็นการทำให้คนถึงตายเลยหรืออย่างไร? คุณสมบัติของสมุนไพรระดับ 10 คงจะมีแค่เทพเซียนเท่านั้นที่จะครอบครองได้แล้ว”
“แน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงการให้ใช้ทั้งหมดนี้เพื่อคนๆเดียวขอรับ เพียงแบ่งส่วนเล็กๆออกไปแล้วผ่านกรรมวิธีในการปรุงยาก็น่าจะได้แล้ว”
“อะไร? เจ้าพูดเหมือนมีความรู้ในการปรุงยาด้วย” ชายชราจับผิด
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรขอรับ ข้าเพียงแค่รู้ผ่านการประเมินเท่านั้น เรื่องการปรุงยาอะไรนั่นเป็นแค่ความคิดของข้าเอง” ชิงหมินโบกมือ เขาจะบอกได้อย่างไรว่าแม้แต่วิธีปรุงยา เขาก็สามารถมอบให้ได้น่ะ!
ถ้าเขาไม่กลัวว่าตนเองจะกลายเป็นแรงงานทาสในโรงงานนรก ชิงหมินอาจจะเปรยออกมาสักคำสองคำก็ได้ แต่เรื่องอะไรที่จะต้องหาความลำบากให้ตนเอง จริงไหม?
……………………………………………..