สกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行)

    เล่มที่ 1 บทที่ 27 เสื้อคลุมตัวแรก


    ผมรีบเปิดใช้กลอรี่ชิลด์เลเวล 2 อย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันก็รีบกระดกยาฟื้นเ๣ื๵๪ในทันที ในขณะนี้ผม๻๠ใ๽จนหน้าซีดไร้สีเ๣ื๵๪ไปแล้ว นางพญาผึ้งกำลังบินเข้ามาพร้อมเหล็กในที่ฉายแสงเย็น พร้อมกับฝูงผึ้งก็อาละวาด!

    ทันทีที่โล่ถูกยกขึ้น ร่างกายของผมก็ย่อลง ลมหายใจเป็๲ไปตามธรรมชาติ ใช้งานการป้องกันเสร็จสิ้น

    “เคร้ง เคร้ง ~~”

    เสียงที่คมชัดดังขึ้นสองครั้ง ครั้งนี้มันไม่ได้หนักหน่วงเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังทำให้สูญเสียเ๣ื๵๪ไปกว่า 500 แต้ม และในเวลานี้เอง เคล็ดตรึงกายครั้งที่สองของหลินเฉอถูกซัดออกไป เสียง “พลั่ก” ดังขึ้นพร้อมกับทำให้บอสติดสถานะมึนงงในทันที และสามารถขัดจังหวะสกิลฝูงผึ้งจู่โจมได้ทันเวลา ทำให้ผมและจางเหว่ยถอยหนีออกมาภายใต้เ๣ื๵๪ที่เหลือได้ และในขณะนั้นหวังจินไห่ได้ประคองปืนคาบศิลา ภายใต้สกิลรีโหลดเร็วและปืนรุกเร็ว ทำให้ความเร็วในการโจมตีและความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังทำดาเมจด้วยกำลังยิงสูงสุด


    “จางเหว่ย ดึงบอสเอาไว้”

    ผมกระตุ้นให้สัตว์ขี่ให้ถอยหลังออกมาอย่างเร็ว พร้อมทั้งทิ้งระยะห่างกับบอส เพื่อให้ได้ระยะในการชาร์จที่ใกล้ที่สุด

    จางเหว่ยผู้ที่อยู่ในชุดเกราะทั้งตัว ขณะนี้สองแขนกำลังพลุ่งพล่านไปด้วยเปลวไฟที่ลุกโชน ให้ความรู้สึกเหมือนปรมาจารย์ยอดฝีมืออยู่หลายส่วนทีเดียว เพียงชั่วพริบตาฝ่ามือที่หุ้มด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนแรงก็ระเบิดออกไป ฟาดเข้ากับส่วนท้องของนางพญาผึ้ง ระเบิดความเสียหาย 442 แต้มทันที ซึ่งมันเป็นสกิลของนักพรตในเลเวล 20 ——ฝ่ามือเพลิงเมฆา พลังของมันไม่อ่อนแอ

    “พรึบ!”

    ขณะนี้จังหวะในสนามรบดุเดือดถึงขีดสุด และในจังหวะที่ค่าความเกลียดชังเปลี่ยนไปยังหลินเฉอ ผมจึงพุ่งเข้าชาร์จอีกครั้งทันที นั่นเพราะระดับสกิลนั้นสูง จึงทำให้บอสมึนงงได้สำเร็จ จากนั้นก็ซัดสกิลชุดหนึ่งออกไปและในขณะเดียวกันก็ตะโกนเสียงดังว่า “ จางเหว่ยรีบฟื้นฟูเลือด”

    แม้ว่ายาเม็ดกระตุ้นโลหิตจะฟื้นฟูเลือดได้ทันที ทว่ามันมีคูลดาวน์ใช้งานอยู่ที่ 5 วินาที ซึ่งกฎที่ระบบกำหนดคือไม่อนุญาตให้ผู้เล่นปั้มยาไปรัวๆ โดยไม่จำกัด มิฉะนั้นผู้เล่นวาฬคงจะอยู่ยงคงกระพันแน่ๆ อีกทั้งยังเพียงพอ ที่จะฆ่าบอสตัวใดก็ได้ โดยไม่ต้องมีนางฟ้าพเนจร

    ทันทีที่จางเหว่ยถอยกลับ จึงกลายเป็นว่าผมจะต้องแบกรับดาเมจจากบอสเพียงคนเดียว และการสลับคูลดาวน์ของทักษะป้องกันคือ 3 วินาที ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้ทักษะป้องกันเพียงครั้งเดียวภายใน 3 วินาที โชคดีที่ความเร็วในการโจมตีทางกายภาพของนางพญาผึ้งไม่เร็วนัก ผมจึงสามารถป้องกันการโจมตีส่วนใหญ่เอาไว้ได้ อีกทั้งยังไม่ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ที่ผมคิดไว้ และการสลับระหว่างรุกและรับจึงชำนาญมากขึ้น

    ช่วงเวลาเดียวกันหลินเฉอยังคงซัดยันต์ออกไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสอดส่องสายตาไปรอบๆ“ด้านหลังมอนสเตอร์เกิดใหม่แล้ว ย้ายไปทางซ้ายเร็ว”

    สิ้นเสียงนั้น หวังจินไห่กระชับปืนขึ้นและพุ่งไปข้างหน้า ความเร็วเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและทำการเปลี่ยนสนามรบ ทุกคนเข้าขากันเป็นอย่างดี ค่อยๆสร้างความเสียหายให้กับบอส ถึงแม้ว่านางพญาผึ้งจะมีเลือดสูงถึง 10000 แต้ม ทว่าภายในเวลาเกือบสองนาทีเลือดตกค้าง ถึงแม้ว่าผมและจางเหว่ยจะถูกทุบตีจนตัวเขียว แต่บอสเองก็ถูกดาเมจจากหน่วยระยะไกลทั้งสองทารุณหนักเช่นกัน


    “เหล่าสัตว์ร้ายแห่งข้า สักวันข้าจะกลับมาแก้แค้นอีกครั้ง !!”

    ก่อนตาย นางพญาผึ้งได้ส่งเสียงคำรามลั่นอย่างโกรธเกรี้ยวสั่นสะเทือนไปทั้งป่าผึ้งพิษ จากนั้นก็ทรุดลงไปกองกับพื้น พร้อมทั้งปะทุแสงแห่งประสบการณ์แยกออกมาสี่สายพุ่งเข้าหาพวกเราทั้งสี่คน ทันใดนั้นฝนแห่งแสงสีทองก็โปรยปรายลงมา ทุกคนได้รับการอัพเลเวลแล้ว ค่าประสบการณ์ของบอสเลเวล 27 นั้นอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง จึงทำให้ผมอัพขึ้นถึง 2 เลเวล กลายเป็นเลเวล 24 ส่วนหลินเฉอและคนอื่น ๆ ก็อัพขึ้นเป็นเลเวล 23 ในขณะนี้ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความสุข

    “ท่าด้า ~~~”

    เสียงพลิกกระเป๋าดังขึ้น หลินเฉอเข้าไปตรวจสอบศพบอสในทันที วินาทีต่อไปใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาก็หยิบเสื้อคลุมสีแดงเลือดขึ้นมา แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่เฉิน เสื้อคลุมของพี่มาแล้ว!”

    “หืม?”

    เขาโยนมันออกไปทันที ผมรับไว้และมองดู ก็รู้สึกรักมันในทันที!

    【เสื้อคลุมราชาแห่งพงไพร】 (อุปกรณ์ระดับเหล็กดำ)

    ประเภท: เกราะป้องกัน

    พลังป้องกัน: 60

    ความแข็งแกร่ง: +11

    เพิ่มเติม: เพิ่มพลังป้องกันให้แก่ผู้สวมใส่ 2%

    เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 24

    ……

    เสื้อคลุมตัวนี้เหมาะกับผมมาก  เมื่อครั้งก่อนผมให้เสื้อคลุมเกราะป้องกันกับจางเหว่ยไปแล้ว เพราะฉะนั้นครั้งนี้ผมรับด้วยความยินดี เมื่อสวมใส่มัน ทันใดนั้นพลังป้องกันและกำลังสู้รบของผมก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

    【จินซีเหอซี】 (อัศวินฝึกหัด)

    เลเวล: 24

    พลังโจมตี: 198-308 (+ 10%)

    พลังป้องกัน: 280 (+ 12%)

    ค่า HP: 2928

    พลังปราณ: 100/100

    ค่าความโชคดี: 2

    ค่าความสำเร็จพิเศษ: 4

    กำลังสู้รบ: 1133

    ……

    พลังป้องกันพุ่งสูงขึ้นจนมาถึง 280 แต้ม นอกจากนี้ยังมีโบนัสอีก 12% ในขณะนี้ แม้เผชิญหน้ากับผู้เล่นระยะใกล้เจ็ดนอกเจ็ดใน เขาก็ตีฝ่าได้อย่างไม่มีปัญหา

    ด้านข้าง หลินเฉอยังคงเปิดอุปกรณ์ต่อ ปลอกแขนหนังระดับเหล็กดำหนึ่งชิ้น และมอบให้กับต้าไห่ ส่วนดาบอาคมอีกหนึ่งเล่ม แม้ว่าจะเป็นอุปกรณ์ระดับทองแดง แต่ทว่ามีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยม หลังจากติดตั้งอุปกรณ์ลงบนตัวเองแล้ว ค่ากำลังสู้รบโดยเฉลี่ยของทีมก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

    หลังจากเดินไปข้างหน้าได้เพียงไม่กี่ก้าว รังผึ้งขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมทั้งมีผักกระชับเจริญเติบโตอยู่รอบๆ ซึ่งเวลานี้ใครๆก็สามารถมองเห็นดวงตาของผมที่เปล่งประกายแน่นอน จากนั้นผมจึงไล่เก็บทั้งหมดอย่างรวดเร็ว จนผักกระชับในช่องเก็บของแทบจะล้นออกมา จากนั้นผมจึงถามขึ้น “จางเหว่ย ยังมีที่ว่างในช่องเก็บของอีกเท่าไร?”

    “74 ช่อง” เขาเหลือบมอง

    “ดีเลย งั้นชั้นฝากถือผักกระชับสัก 500 ต้นหน่อย”

    “โอเค ได้สิ!” เขารีบตอบรับอย่างรวดเร็ว ในหน้าสตูดิโอมีฟังก์ชั่นบางอย่างอยู่นั่นคือ “คลังเก็บของ” ตอนนี้มันได้เริ่มแสดงประโยชน์ใช้สอยของัมนแล้ว

    หลินเฉอยิ้มและพูดว่า “พี่เฉินผมเองก็มีช่องว่างมากกว่า 30 ช่อง สมุนไพรหนึ่งกลุ่มมีสิบต้น ผมสามารถช่วยพี่ถือได้มากกว่า 300 ต้นเลยนะ”

    “ไม่ต้องรีบ ไปแผนที่ต่อไปแล้วค่อยว่ากัน”

    ผมเปิดแผนที่ใหญ่ขึ้นมา ทางตอนเหนือของป่าผึ้งพิษ คือ สันเขาไก่ไผ่ สถานที่ซึ่งถูกกล่าวขานว่าอุดมไปด้วยมะแว้งนก ดังนั้นเมื่อฟื้นฟูเลือดจนเต็ม ผมจึงพาทุกคนออกเดินทางในทันที

    หลังจากนั้นไม่นาน ทิวเขาเตี้ยๆที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมทั้งมีจุดสีแดงเลือดหนาแน่นเชื่อมต่อกันจนเป็นผืนเดียว เมื่อมองดูใกล้ๆ แท้จริงแล้วมันคือ มอนสเตอร์ไก่ฟ้าที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้ ไก่ไผ่ปีศาจมอนสเตอร์ระดับเหล็กดำ เลเวล 27 มันเป็นมอนสเตอร์ที่เหมาะกับเลเวลปัจจุบันของพวกเราและสามารถฆ่าได้อย่างปลอดภัย

    ดังนั้นพวกเราจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ไล่สังหารไก่ไผ่ปีศาจ ไปทั่วทั้งสันเขา

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา  ไม่ว่าจะเดินไปทางใดก็ล้วนพบแต่ซากศพของไก่ไผ่ปีศาจและภายใต้สกิลรับรู้สมุนไพร ผมจึงพบกลุ่มของพืชที่กำลังเรืองแสงอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง พืชที่กำลังเปล่งแสงนั้นถูกปกคลุมไปด้วยผลไม้เม็ดสีดำหนาแน่น นี้มัน ผมพบมันแล้ว มะแว้งนก!

    ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง ทั้งยังค้นหาไปแล้วครึ่งหนึ่งของสันเขาไก่ไผ่กว่าจะได้พบมะแว้งนก แต่บนต้นมะแว้งนกนั้นมีผลมากถึง 200 ผล หลังจากค่อยๆคัดแยกรวบรวมมัน ในไม่ช้ามะแว้งนกมากกว่า 20 กลุ่มก็ปรากฏขึ้นในช่องเก็บของ จากนั้นจึงรีบเดินไปข้างหน้าต่อไปขณะที่มองหาก็ทำการฝึกฝนเก็บเลเวลไปด้วย จากนั้นก็พบเข้ากับมะแว้งนกอีกสองต้น โดยหลังจากเก็บรวบรวมแล้วได้มะแว้งนกมากกว่า 600 ผล และได้ฝากเอาไว้กับหลินเฉอ พริบตาเดียว เวลาสองชั่วโมงก็ได้ผ่านไป เมื่อเหลือบดูค่าประสบการณ์พบว่า เลเวล 24 มี 47% แล้ว ซึ่งจะบอกว่าเร็วก็ไม่เร็ว จะบอกว่าช้าก็ไม่ได้ช้าเกินไป และขณะนี้วัตถุดิบปรุงยาระดับ 2 จึงเหลือวัตถุดิบอีกเพียงชนิดเดียวแล้ว

    “ตอนนี้ ไปป่าหมาป่าจอมโลภกันดีไหม?” หลินเฉอถาม

    “ดี”

    ผมพลิกตัวขึ้นขี่ลาป่า จากนั้นพูดว่า “ป่าหมาป่าจอมโลภค่อนข้างอยู่ไกลจากที่นี่ จะต้องข้ามไปอีกสองแผนที่ พวกเราเริ่มเปิดแผนที่ ฉันจะชะลอความเร็วนำไปข้างหน้า คอยดึงความเกลียดชังมอนสเตอร์เอาไว้ให้ ส่วนพวกนายก็เดินตามฉันมาติดๆล่ะ ระหว่างทางอย่าได้สู้กับมอนสเตอร์ มุ่งตรงไปยังป่าหมาป่าจอมโลภให้เร็วที่สุด รีบปรับปรุงประสิทธิภาพของพวกเราเพื่อทำเงินได้ดีขึ้น”

    “รับทราบ!”

    ช่วงเวลาหนึ่ง ผมควบลาไปข้างหน้า อย่างไม่สนใจพวกก็อบลินหมวกเขียว เลเวล 25 ส่วนหลินเฉอ จางเหว่ย และต้าไห่ก็ตามมาติดๆ ขณะนั้นเองหลินเฉอก็ได้พูดพร้อมรอยยิ้มขึ้นมาว่า “ก็อบลินพวกนี้น่าสนใจจริงๆ สวมหมวกเขียวพร้อมกับแยกเขี้ยวยิงฟัน พี่ไม่คิดว่าการที่มันมีหมวกเขียวบนหัวมันแปลกเลยเหรอ?”

    ผมถึงกับกระอักกระอ่วน “พวกมันเป็นเพียงกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่กระจัดกระจายอยู่ในอีกโลกหนึ่ง.…… หากสิ่งที่ต้องสนใจมีน้อยและสิ่งที่ต้องเก็บมาใส่ใจก็มีน้อยเช่นกัน ดังนั้นความทุกข์ใจก็จะมีน้อยลงไปด้วย”

    สีหน้าของจางเหว่ยดูเคร่งขรึมขึ้นมาทันควัน “ทำไมจู่ๆถึงเข้าปรัชญาชีวิตไปได้......”

    “หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว รีบตามฉันมา โดนก๊อบลินฆ่าตาย ฉันก็ไม่สนใจจริงๆด้วย”

    ตลอดทางที่เดินผ่าน พวกเราต้องคอยหลบมีดทำครัวของก็อบลิน และต้านรับหอกของพวกกิ้งก่า จนในที่สุดก็มาถึงป่าเขาอันเขียวขจี มีกลิ่นคาวเลือดบางเบาอบอวลทั่วทั้งป่า ทั้งยังมีเสียงหมาป่าที่หอนขานรับ ในขณะเดียวกันก็มีค่ายเสบียงชั่วคราวอยู่ข้างนอกป่า มันทำให้ผมรู้สึกเบิกบานใจขึ้นมาทันที พอดีเลยยาเติมเลือดตอนนี้ไม่พอใช้แล้ว ที่นี่คงจะสามารถซื้อยาและซ่อมแซมอุปกรณ์ได้

    เมื่อก้าวเข้าไปในค่าย ผมจึงซ่อมแซมชุดเกราะ จากนั้นก็ซื้อยาฟื้นฟูโลหิตระดับ 3 มาหลายชุด เมื่อกวาดสายตามองไปรอบค่าย ที่แห่งนี้มีทั้งพ่อค้ายา ช่างตีเหล็ก และพ่อค้าวัตถุดิบ นอกจากนี้ยังมีทหารเผ่ามนุษย์มากกว่าสิบนายคอยคุ้มกันที่นี่อยู่ ส่วนด้านนอกสุดนั้นมีหัวหน้ากองทหารรักษาการณ์ที่สวมชุดเกราะและถือดาบเหล็กที่ขึ้นสนิมเขรอะอยู่ในมือ กำลังทอดถอนหายใจราวกับหนักอกหนักใจ เห็นได้ชัดเลยว่ามีภารกิจอยู่ที่นี่

    ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมองไปที่หมาป่าจอมโลภที่ด้อมๆมองๆอยู่นอกป่าแล้ว เห็นได้ชัดว่ายังไม่มีผู้เล่นคนไหนมาที่นี่เลย เพราะอย่างไรเสียหมาป่าจอมโลภก็มีเลเวล 28 เป็นอย่างน้อย ผู้เล่นส่วนใหญ่ในตอนนี้ไม่มีใครกล้าที่จะมาที่นี่

    ผมรีบก้าวไปข้างหน้าทันทีพร้อมกับดาบทองแดง ก่อนจะถามขึ้นว่า “ใต้เท้า มีอะไรที่พวกเราพอจะช่วยได้หรือไม่?”

    หัวหน้ากองทหารรักษาการณ์เงยหน้าขึ้นมองมาที่ผม ขณะนี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง เห็นได้ชัดว่าได้อดหลับอดนอนมานาน จากนั้นเขาจึงพูดขึ้นว่า “นักผจญภัยหนุ่ม ข้าดีใจยิ่งนักที่ได้พบเจ้า พวกข้าเป็นสมาชิกของกองร้อยลาดตระเวนจากเมืองจิ่นโจว ข้าได้รับคำสั่งให้มาประจำการอยู่ที่นี่เมื่อเดือนก่อนเพื่อคอยปกป้องดูแลคฤหาสน์หลายแห่งที่อยู่เบื้องหลัง แต่ทว่าป่าหมาป่าจอมโลภนี้ไม่เคยสงบสุขเลย หมาป่าจอมโลภมักจะออกมาปล้นเสบียงของพวกเรา ตอนนี้พวกเราหลายคนจึงไม่มีอะไรตกถึงท้องมาเป็นอาทิตย์แล้ว นักผจญภัยหนุ่ม เจ้ามีอาหารบ้างหรือไม่?”

    “ไม่มี” ผมส่ายหัว

    เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “เช่นนั้น ……ก็ไม่เป็นไร”

    ผมพูดขึ้นอีกครั้ง “บางทีเราสามารถฆ่าหมาป่าจอมโลภจำนวนหนึ่ง แล้วนำเนื้อมาให้พวกท่านได้นะ”

    “อะไรนะ?”

    เขาตกตะลึง “หมาป่าจอมโลภเหล่านั้นล้วนดุร้ายและเหี้ยมโหดเป็นอย่างมาก แม้แต่ทหารม้าเกราะหนักที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจากเมืองจิ่นโจวก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน เจ้ามีความสามารถฆ่าหมาป่าจอมโลภได้จริงงั้นหรือ?”

    “ผมจะลองดู”

    “เยี่ยมมาก” เขาดีใจมาก ก่อนจะยืดตัวตรงและพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “นักผจญภัยหนุ่ม หากเจ้าสามารถเข้าไปในป่าแห่งหมาป่าจอมโลภ และสังหารหมาป่าจอมโลภได้ร้อยตัว แล้วกลับมาพร้อมกับเนื้อหมาป่าจอมโลภสิบชิ้น ซึ่งเท่ากับว่าได้ช่วยกองกำลังที่อาศัยอยู่ทั้งหมดของพวกเราเอาไว้แล้ว ขอบคุณเจ้ามาก!”

    “ดิ้ง!”

    แจ้งเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีทีมของคุณได้รับภารกิจ 【กวาดล้างป่าหมาป่าจอมโลภ】 (ภารกิจระดับ E)!

    เนื้อหาภารกิจ: เข้าสู่ป่าหมาป่าจอมโลภ แล้วทำการสังหารหมาป่าจอมโลภทั้งหมด 100 ตัว จากนั้นนำเนื้อหมาป่าจอมโลภจำนวน 10 ชิ้น มอบให้กับหัวหน้ากองทหารรักษาการณ์โม่หลิน จากนั้นคุณจะได้รับรางวัลมากมาย!

    ……

    ภารกิจมาถึงมือแล้ว และเป็นภารกิจสามารถแชร์ในทีมได้ ทุกคนต่างก็ได้รับเควส ฉะนั้นขั้นต่อไปคือการเข้าไปฆ่ามอนสเตอร์ในป่าหมาป่าจอมโลภ

    ช่วงเวลาต่อมา คนกลุ่มหนึ่งได้เดินตามเส้นทางที่ขรุขระรุดหน้าไปยังป่า ที่มีซุ่มเสียงหมาป่าเห่าหอนจากระยะไกล ทำเอาผู้คนรู้สึกใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ ผ่านไปซักพักห่างออกไปข้างหน้าเพียงไม่กี่สิบหลา หมาป่ายักษ์ตัวยาวอย่างน้อยสองเมตรนั่งอยู่บนพื้น พร้อมทั้งส่งเสียงเห่าหอนและแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า ขนทั่วร่างของมันพลิ้วไหวและเปล่งประกายสีเลือดท่ามกลางแสงจันทร์ นั่นคือหมาป่าจอมโลภที่กำลังเฝ้ายาม

    อย่างที่คาดเอาไว้ มันเป็นมอนสเตอร์ระดับเหล็กดำ เลเวล 28 และจุดสีแดงของป่าแห่งหมาป่าจอมกระหายนั้นก็เข้มยิ่งกว่าแผนที่อื่น ๆ แน่นอนว่าเลเวลมอนสเตอร์จะต้องสูงกว่า ทีมทั่วไปที่ไม่มีกำลังสู้รบเท่ากับพวกเรา คาดว่าคงจะสามารถรับภารกิจและฆ่ามอนสเตอร์นี้ได้ก็ต่อเมื่อถึงเลเวล 28 เท่านั้น แต่พวกเราทุกคนทั้งตัวล้วนมีอุปกรณ์ระดับทองแดงและระดับเหล็กดำ ทั้งยังมีฝึกการล่ามอนข้ามเลเวลจนคุ้นชิน นี่เป็นรากฐานแห่งความสำเร็จของพวกเราทีมเทียนเสวี่ยนเท่านั้น

    “หมาป่าจอมโลภเลเวล 28 HP 3400 ค่าพลังโจมตีสูงมาก ทว่าเทียบแล้วฆ่าง่ายกว่าก็อบลินที่มีพลังโจมตีสูงและเลือดที่สูงเยอะ”

    หลินเฉอแสยะยิ้ม “ เควสเริ่มแล้ว”

    “ลุย!”

    ด้วยเคล็ดตรึงกาย + ทหารม้าเหล็กพุ่งชน การต่อสู้ก็จบลงในเวลาเพียงสามวินาที หมาป่าจอมโลภตัวนั้นก็ล้มลงกับพื้นด้วยเสียงครวญครางทันที พร้อมทั้งมอบค่าประสบการณ์อย่างมหาศาลให้กับพวกเรา คาดว่าฆ่าสักสองร้อยตัวก็น่าจะอัพเลเวลได้ ซึ่งกำลังดีทีเดียว

    ......................................................
    =================================
    โปรดติตดามตอนต่อไป...