เทียนซิงเฟิงหยุน
เมืองหลินโจว สำนักเทียนซิงสายนอก
รุ่งอรุณในฤดูใบไม้ร่วงนำพาความเย็นสบายเข้ามาไม่ขาดสายศิษย์ทุกคนของสายนอกต่างรอคอยการทดสอบครั้งสุดท้ายอย่างเคร่งเครียดความสำเร็จและความล้มเหลวในการสอบครั้งนี้เกี่ยวโยงไปถึงคะแนนของการประเมินครั้งสุดท้ายในเดือนหน้า
“มีคนหมดสติขณะทดสอบ!”
ตรงทางเข้าสนามทดสอบ เด็กหนุ่มคนหนึ่งถูกหามออกมา
ซวี๋อี้ ผู้เป็อาจารย์ใหญ่ของสายนอกและอาจารย์พิเศษกลุ่มห้ารีบพาคนเข้ามาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่นอนหงายอยู่บนพื้น สีหน้าก็เปลี่ยนเป็เขียวคล้ำด้วยความโกรธไอ้เ้าแมลงน่ารำคาญที่สมควรตาย เพื่อที่จะไม่ให้เขาฉุดคะแนนรวมของกลุ่มห้าลงถึงได้เจาะจงจัดให้เขาเข้าไปยังสนามทดสอบที่สองที่มีอัตราความสำเร็จที่ค่อนข้างสูงเป็พิเศษสุดท้ายคิดไม่ถึงว่าจะมาเป็ลมหมดสติในขณะทดสอบเสียได้
เด็กหนุ่มมักจะขาดเรียนวิชาการฝึกตนขั้นพื้นฐานอยู่บ่อยๆ ถึงแม้ว่าจะเข้าเรียนแต่ก็จะเข้าฌานนอนหลับอยู่เสมอ คะแนนรวมของการประเมินในทุกๆเดือนก็ได้อันดับสุดท้ายจากทั้งสายนอก
หลับ...
หนังตาของซวี๋อี้กระตุกทีหนึ่ง พลางเอียงหูตั้งใจฟังอีกครั้ง เพียงได้ยินเสียงลมหายใจหนักๆของหลินโม่ ซวี๋อี้ก็พลันกำหมัดแน่น เส้นเืดำบนหน้าผากเต้นตุบๆ
ไอ้เ้าแมลงน่ารำคาญนี่...
ไม่สิ ชื่อของไอ้เ้าแมลงน่ารำคาญนี้ถือเป็ความอัปยศของแมลง ไอ้หนุ่มนี่ก็คือขยะชิ้นหนึ่ง เป็ขยะไร้ประโยชน์ถึงขั้นนอนหลับในขณะทดสอบ
ซวี๋อี้นึกสงสัย ในตอนที่สอบวัดระดับเข้าสำนักมาเมื่อปีก่อนผู้รับผิดชอบการสอบวัดระดับตาบอดไปแล้วหรือไง คะแนนการสอบวัดระดับของเ้าขยะนี่ได้ถึงอันดับที่หนึ่งทั้งยังมีิญญากลายพันธุ์ระดับหายากที่สุดไว้ในอีกด้วย
เดิมทีคิดว่าเป็ก้อนหยกบริสุทธิ์ สุดท้ายกลับกลายเป็ก้อนมูล
เวลาผ่านไปสองปีแล้ว ศิษย์ที่เข้าสำนักมาในตอนนั้นการบำเพ็ญที่แย่ที่สุดต่างก็อยู่ประมาณขั้นที่ห้า และคนที่สูงไปกว่านั้นการฝึกร่างก็บรรลุไปถึงขั้นที่แปดกันแล้ว
ทว่าไอ้เ้าขยะนี่ ระยะเวลาสองปีเต็มๆเพิ่งจะมาฝึกร่างจากขั้นที่หนึ่งก้าวไปขั้นที่สองสร้างสถิติการฝึกตนที่ช้าที่สุดั้แ่เริ่มก่อตั้งสายนอกขึ้นเื่นี้จึงกลายเป็เื่อัปยศที่สุดที่ซวี๋อี้ต้องเจอตลอดชีวิตในการเป็อาจารย์และยังกลายเป็เื่น่าขบขันของอาจารย์คนอื่นๆ อีกด้วย
ยังดีที่หลังจากการประเมินครั้งสุดท้ายในเดือนหน้าผ่านไป เ้าขยะนี่ก็จะหายสาบสูญไปจากสายนอกตลอดกาลแล้วเมื่อนึกถึงตรงนี้ ซวี๋อี้ก็เผยยิ้มขึ้น ไม่สนใจดูหลินโม่อีกต่อไปหลังจากสั่งให้ศิษย์ส่วนหนึ่งมาคอยดูหลินโม่ก็หันหลังจากไป
“เ้าขยะนี่ ฉุดคะแนนกลุ่มห้าของพวกเราลงอีกแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราถอดเสื้อผ้าเขาออกให้หมดแล้วจับเขามัดไว้ดีไหม? ถึงอย่างไรเขาก็หมดสติอยู่แล้ว ไม่รู้หรอกว่าใครเป็คนทำ” ศิษย์คนหนึ่งยิ้มเยือกเย็น ทำให้ศิษย์คนอื่นได้แต่กะพริบตาปริบๆ
ส่วนคนที่เหลือยิ้มอย่างรู้ใจกันรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาทันที
ทันใดนั้น กลิ่นอายเย็นะเืก็จู่โจมเข้ามา
ศิษย์ทั้งสามพร้อมใจหันกายกลับมา พลันรู้สึกบางอย่าง ราวกับมีของแหลมคมจ่ออยู่ที่แผ่นหลังพวกเขาจึงค่อยๆหันหน้ากลับไป
มีเด็กหนุ่มผมยาวสวยราวกับหิมะคนหนึ่งกำลังเดินมาจากที่ไกลๆ อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงในพริบตาศิษย์ทั้งสามคนอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นระริกขึ้นด้วยความเหน็บหนาว
กลิ่นอายเย็นะเือบอวลไปทั่วรอบกายของเด็กหนุ่ม ประดุจน้ำแข็งหมื่นปีที่ไม่เคยละลาย
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น องค์ประกอบทั้งห้าบนดวงหน้าละเอียดงดงามจนทำให้ผู้คนที่เดินผ่านต่างต้องหยุดฝีเท้าลงใบหน้าสวยไร้ที่ตินั่นทำให้ผู้หญิงทุกคนต่างอิจฉาหากไม่ใช่เพราะชุดฝึกตนที่เขาสวมอยู่นั้นเป็ของผู้ชายล่ะก็จะต้องถูกคนอื่นคิดว่าเป็หญิงงามล่มเมืองอย่างแน่นอน
“เหลิง...เหลิงอู่เหยียน...”
ศิษย์ทั้งสามกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก
ท่ามกลางศิษย์ของสายนอกเหลิงอู่เหยียนเป็คนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดโดยไม่ต้องสงสัย ไม่ใช่เพียงเพราะหน้าตาของเขาทว่าศักยภาพของเขายังแข็งแกร่งจนน่าในับประสาอะไรกับการฝึกร่างที่บรรลุไปถึงขั้นที่เจ็ด ตอนทดสอบเข้าสำนักยังพบว่า ภายในร่างเขามีปราณิญญาธาตุคู่น้ำและไฟไว้ในอีกด้วย
ผู้ฝึกตนที่มีปราณิญญาไว้ในไม่ว่าจะเป็ศักยภาพหรือพลังความแข็งแกร่ง ต่างจะต้องดีกว่าผู้ฝึกตนธรรมดาผู้ฝึกตนที่มีปราณิญญาได้หนึ่งรูปแบบ จะถือว่าเป็ระดับสูง ส่วนผู้ที่ปราณิญญาธาตุคู่นั้นถือเป็สิ่งที่หาได้ยากที่สุด
เหมือนกับเหลิงอู่เหยียนคนนี้ เขาถูกสำนักเทียนซิงสายในจองตัวเอาไว้ตั้งนานแล้วถึงแม้ว่าจะไม่เข้าร่วมการประเมินครั้งสุดท้ายก็สามารถเข้าเป็ศิษย์สายในได้อย่างราบรื่นอยู่ดี
“เขา...เขาหมดสติไปตอนกำลังทดสอบ อาจารย์ซวี๋ให้พวกเรามาดูเขาที่นี่” ศิษย์คนแรกเอ่ยขึ้นอย่างอ้ำๆ อึ้งๆ
“ไสหัวไปซะ!” เหลิงอู่เหยียนพูดออกมาเพียงประโยคเดียว
ศิษย์ทั้งสามไม่กล้าพูดอะไรมากอีกต่อไป จึงรีบหันหลังเร้นกายหนีแอบดีใจอยู่ลึกๆ ว่ายังดีที่ไม่ได้ลงมือ หากเหลิงอู่เหยียนเจอเข้าล่ะก็พวกเขาต้องถูกถลกหนังเป็แน่ ศิษย์กลุ่มห้าของสายนอกต่างรู้ดีว่าที่เ้าขยะหลินโม่นี้ยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้ถึงสองปีไม่มีใครกล้าเข้าไปหาเื่กับเขานั้น สาเหตุสำคัญที่สุดคือข้างกายเขามีเหลิงอู่เหยียน ผู้มีพลังอันน่ากลัวอยู่อย่างไรล่ะ
พูดกันตามหลักแล้ว คนที่มีพร์ดั่งเช่นเหลิงอู่เหยียนไม่สมควรมาเกลือกกลั้วอยู่กับขยะอย่างหลินโม่ถึงจะถูกทว่าทั้งสองกลับคบหาเป็สหายกัน อีกทั้งเหลิงอู่เหยียนก็ยังเชื่อฟังและทำตามที่หลินโม่บอกทุกอย่างอีกด้วย
หลินโม่ที่หลับลึกไปค่อยๆ ตื่นขึ้นมาเงียบๆ
“ตื่นแล้วหรือ?” เสียงของเหลิงอู่เหยียนช่างมีเอกลักษณ์โดดเด่น
“อืม!”
หลินโม่นวดคลึงระหว่างคิ้ว พลางเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยถาม “ข้าหลับไปนานแค่ไหนแล้ว?”
“ตอนที่ข้ามา เ้าก็หลับไปแล้ว” เหลิงอู่เหยียนยังคงถามต่อ “เป็ยังไงบ้าง? มีลางว่าปราณิญญาจะตื่นขึ้นมาบ้างหรือยัง?”
หลินโม่สำรวจปราณิญญากลายพันธุ์ภายในจุดตันเถียนด้านล่างแล้วส่ายหน้าไปมาตั้งสองปีมาแล้ว ทว่ายังคงไม่มีการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย
หลินโม่สูญเสียพลังและเวลาไปมากเท่าไรก็ไม่รู้เพื่อที่จะปลุกมันขึ้นมา แม้แต่ปราณิญญาที่จำเป็ต่อการฝึกตนทั้งหมดต่างก็ถูกถ่ายทอดไปให้มันจนหมด ที่เขามักจะหลับใหลอยู่บ่อยๆนั้น ก็เป็เพราะปราณิญญากลายพันธุ์ดูดเอาพลังของเขาไปอย่างมหาศาล
สองปีที่อยู่สายนอกหลินโม่เอาแต่ฝึกร่างขั้นที่สองวนเวียนไปมาอยู่อย่างนั้น เป็สองปีเต็มๆที่ประสบกับสายตาดูถูกเหยียดหยามมามากเท่าไรไม่รู้แม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจ ทว่าความรู้สึกยาวไกลไม่มีที่สิ้นสุดนั้นแท้จริงแล้วมันช่างทรมานเขาเหลือเกิน
“ข้ากำลังไตร่ตรองอยู่ว่า ควรจะละทิ้งมันไปได้แล้วหรือไม่...”หลินโม่เอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจ
“ปราณิญญาพื้นฐานแบ่งเป็ธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดินความสัมพันธ์ของธาตุพื้นฐานทั้งห้ารูปแบบนี้ก่อให้เกิดิญญากลายพันธุ์ขึ้นแบ่งออกเป็ ลำแสงสีทองแหลมคม พลังชีวิต น้ำแข็งเหมันต์ ความว่างเปล่า และผืนดินหนา นี่คือห้ารูปแบบของิญญากลายพันธุ์ ั้แ่ในอดีตเป็ต้นมาภายในร่างจะสามารถเกิดิญญากลายพันธุ์รูปแบบใดขึ้นก็ได้หนึ่งรูปแบบทุกคนต่างเป็ผู้มีพร์หายากในรอบร้อยปี ข้าเชื่อว่าปราณิญญากลายพันธุ์ของเ้าในไม่ช้าก็จะตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน” เหลิงอู่เหยียนกล่าวขึ้นอย่างมุ่งมั่น
“มันง่ายขนาดนี้ที่ไหนกันความน่าจะเป็ในการปลุกปราณิญญากลายพันธุ์ได้สำเร็จนั้นมีน้อยกว่าหนึ่งในหมื่น...” หลินโม่ส่ายหน้าไปมา
“แม้ว่าเ้าจะไม่มีิญญากลายพันธุ์ เ้าก็แข็งแกร่งอยู่ดี!” เหลิงอู่เหยียนเอ่ยขึ้น
ในสายตาของศิษย์สายนอก หลินโม่คือคนไร้ประโยชน์คนหนึ่งทว่าเหลิงอู่เหยียนรู้ว่าหากไม่ใช่เพราะหลินโม่มุ่งมั่นตั้งใจอยากปลุกปราณิญญากลายพันธุ์ให้สำเร็จล่ะก็จากความอัจฉริยะของหลินโม่ ก็คงแหกกฎเข้าสายในไปตั้งนานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หลินโม่แตกต่างจากคนอื่นมาั้แ่เด็ก
ตอนแปดขวบ เหลิงอู่เหยี่ยนผู้เป็เด็กกำพร้า ค้างคืนอยู่ที่เมืองเทียนซิง ดันบังเอิญไปเจออสูรระดับต่ำที่กำลังาเ็อยู่
แม้ว่าตอนนี้เหลิงอู่เหยียนจะฝึกร่างไปถึงขั้นที่แปดแล้วก็ยังไม่กล้าพูดได้ว่าเขาจะสามารถฆ่าอสูรระดับต่ำที่กำลังาเ็ตัวหนึ่งได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่เมื่อปีนั้นเดิมทีเขาคิดว่าจะต้องตายอย่างอนาถไปแล้ว แต่จู่ๆ หลินโม่ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาก็ปรากฏตัวขึ้น
ในตอนนั้นแววตาทั้งสองของหลินโม่ราวกับดวงอาทิตย์ร้อนระอุที่พร้อมแผดเผาฝ่าเท้าที่ยืนอยู่กลางอากาศ เสื้อคลุมที่พลิ้วไหวราวกับเต้นระบำ ดูลึกลับน่าค้นหาราวกับเทพเ้าลงมายังผืนโลก เพียงนิ้วนิ้วเดียวแตะลงบนหน้าผากของอสูรระดับต่ำตนนั้นชั่วพริบตาลำแสงสีทองก็โจมตีพาดผ่านหัวของมันไปอสูรระดับต่ำตายลงอย่างน่าอนาถในทันที
ฉากในวันนั้น เหลิงอู่เหยียนจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต