ตอนที่ 1 นักต้มตุ๋น
กองขยะสูงเป็เนินเทียบเท่ากับตึกความสูงยี่สิบชั้นมองไปสุดลูกหูลูกตาก็เต็มไปด้วยเนินเขาแห่งกองขยะกลางทะเลทรายที่แห่งนี้เป็ที่ถูกทอดทิ้งห่างไกลตัวเมือง แต่ในสายตาของฉางเค่อ และสตีเฟ่นกลับมีมูลค่ามหาศาล สำหรับคนทั่วไปที่แห่งนี้คือสถานที่ไร้ราคาเต็มไปด้วยเศษซากของอุปกรณ์ไฮเทคที่มนุษย์ใช้แล้วทิ้งสถานที่แห่งนี้คือโรงคัดแยกขยะคัมมิ่งโฮมแห่งโกบี (Coming Home of Gobi) อันที่จริงที่โรงคัดแยกขยะแห่งนี้ทำงานด้วยเครื่องจักรหุ่นยนต์เป็ส่วนใหญ่แต่ในบางส่วนงานก็ยังต้องอาศัยแรงงานคน
“เอ้าทุกคนได้เวลาเลิกงานกันแล้ว เตรียมตัวกลับบ้านได้” หัวหน้าคนงานมาร์ค เท็ต แห่งโรงคัดแยกขยะะโบอกทุกคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชา
คนงานต่อแถวเดินออกประตูก่อนถึงประตูมีม่านแสงสีฟ้าสำหรับสแกน ID คนงานฉางเค่อ คือหนึ่งในคนงานเ่าั้ เขาถอดเครื่องแบบสำหรับคนคัดแยกขยะปัดฝุ่นเศษเหล็กที่ติดเต็มตัวและรองเท้าออก เขากล่าวอำลากับกับหัวหน้าคนงานมาร์คเท็ต แล้วทำทีเป็เดินออกมาจากโรงคัดแยกขยะสักห้าสิบเมตรพอลับสายตาในระยะที่ไม่มีใครเห็น เขาก็เหลียวหลังกลับเข้าไปตามทางเดินแคบๆไม่มีใครเห็นว่าเขาหายตัวไปแล้วฉางเค่อเดินอ้อมกลับเข้าไปที่โรงคัดแยกขยะในอีกเส้นทางหนึ่งซึ่งลับตาคนเขาย่อมรู้ดีว่าแผนที่ของโรงคัดแยกขยะแห่งนี้มีองค์ประกอบส่วนต่างๆเป็อย่างไรบ้างสิ่งที่เขา้าไม่มีอะไรมาก ก็แค่เก็บสะสมของที่ยังมีค่าสำหรับเขาแต่คนอื่นทิ้งแล้วก็เท่านั้น แอบลอบขโมยของแบบนี้เป็เื่ถนัดของฉางเค่อเขาทำไปเพื่อความสนุกและความสนใจบางอย่างแต่ถ้าพอพูดถึงสถานะทางสังคมว่าเขาเป็พวกยากจนแล้วล่ะก็ก็สามารถพูดอีกอย่างหนึ่งว่าที่เข้ามาลอบขโมยแบบนี้ทำไปก็เพื่อดำรงชีพให้อยู่รอดก็คงได้กระมัง
ส่วนงานของโรงคัดแยกขยะคัมมิ่งโฮมประกอบไปด้วย 3ส่วนหลักๆ คือ
ส่วนแรกจะเป็ด่านการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแยกโลหะที่มีคลื่นรบกวนสูงออกก่อนโดยขั้นตอนนี้จะอาศัยมนุษย์ในการคัดแยกเท่านั้นฉางเค่อก็อยู่ในส่วนนี้เนื่องจากว่าหากใช้หุ่นยนต์มันจะถูกคลื่นรบกวนอย่างรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้และอาจเกิดความเสียหายตามมา
ไอ้เื่ที่หุ่นยนต์ควบคุมไม่ได้เคยมีข่าวลือถึงขนาดว่าพอหุ่นยนต์ถูกคลื่นรบกวนหนักเข้าจะทำให้มันมีสำนึกรู้คิดขึ้นมาเองเสียอย่างนั้น มันโกรธพวกมนุษย์เอาเสียมากๆที่กดขี่ควบคุมมันมาโดยตลอด มันก็เลยฆ่ามนุษย์ แต่ก็เป็เื่เล่าต่อๆกันมาของที่แห่งนี้เท่านั้นยังไม่เคยมีใครเห็นกับตาจริงๆ บางคนก็บอกว่าพวกคนที่เห็นกับตาได้ถูกฆ่าตายกันไปหมดแล้วคนที่มาทำงานที่นี่ถ้ายังไม่ตายก็คือไม่เคยเห็นถ้าได้เห็นแล้วไม่มีทางรอดพ้นจากการฆ่าฟันของหุ่นยนต์แน่ๆ นอกจากนี้หากจะพูดภาพกว้างเชิงประวัติศาสตร์โลก ยังมีเื่เมื่อ 800 กว่าปีที่แล้วอีกเล่ากันว่ามีามนุษย์กับหุ่นยนต์เกิดขึ้นด้วยนะ เื่พวกนี้น่ะหรือฉางเค่ออ่านมาหมดแล้ว เื่นิทานปรำปราความเชื่อเบ็ดเตล็ดใดๆ ให้ถามเขาได้เขาสามารถตอบได้ทุกเื่
กลับเข้าสู่ขั้นตอนของโรงคัดแยกขยะส่วนงานที่ 2คือ หลังจากที่โรงคัดแยกขยะได้แยกเอาโลหะที่มีคลื่นรบกวนสูงออกไปแล้วหุ่นยนต์ก็จะเข้ามามีบทบาทตรงนี้ค่อนข้างมากหุ่นยนต์ได้ถูกป้อนโปรแกรมมาให้สามารถคัดแยกประเภทขยะโดยละเอียดสามารถคัดแยกได้หลากหลายประเภท ั้แ่ประเภทโลหะ รวมถึงประเมินความสามารถในการนำกลับไปใช้ใหม่
ส่วนงานที่ 3 จะเป็เื่การขนย้ายขยะไปกองไว้ตามที่เก็บของมันส่วนขยะที่ไม่สามารถคัดแยกได้หรือเป็ขยะที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็จะถูกนำไปสุมๆไว้ที่ท้ายโรงคัดแยกขยะแห่งนี้อย่างที่เห็นในตอนแรกนั่นล่ะกองขยะเป็ูเาเหล่ากาทั้งหลายส่วนใหญ่มาจากการคัดแยกครั้งสุดท้ายส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะถูกนำไปทำลายทั้งสิ้น
สตีเฟ่น แซนด์ผู้เป็เสมือนพี่ชายและพ่อแม่ของฉางเค่อเคยบอกว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่สามารถคัดแยกได้ที่จริงแล้วจะมีของที่มีมูลค่ามากซ่อนอยู่ พวกบริษัทที่ผลิตของมาขายให้กับคนรวย้าขายในราคาแพงบริษัทเหล่านี้จึงมักมีวัสดุพิเศษที่คิดค้นขึ้นมาใหม่และไม่ได้แจ้งกับทางการพอถึงรอบนำของไปทำลาย บริษัทพวกนี้ก็จะเข้ามาดักเก็บวัสดุพิเศษของตัวเองออกไปเพื่อนำกลับไปรีไซเคิลผลิตใหม่จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อคืนวัสดุพิเศษแม้แต่สตางค์เดียว
ทำไมโลกตอนนี้ถึงมีขยะอิเล็กทรอนิกส์มากมายขนาดนี้น่ะหรือ?
เพราะว่านี่เป็โลกในยุคที่มนุษย์สามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีได้มนุษย์ในโลกนี้เป็เหมือนคนครึ่งหนึ่งคอมพิวเตอร์อีกครึ่งหนึ่งถ้าอยากมีความสามารถพิเศษใดๆก็แค่ซื้อสินค้าไฮเทคมา Plug-in เข้ากับตัวเองเท่านั้นในประวัติศาสตร์เขียนไว้ว่าโลกมนุษย์เคยผ่านากับหุ่นยนต์มาแล้วเพราะหุ่นยนต์สามารถคิดเองได้ในที่สุดทุกวันนี้จึงเป็ระบบที่มนุษย์ต้องเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีและควบคุมด้วยตัวตนของตนเองเท่านั้นหุ่นยนต์สามารถได้เฉพาะคนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น คนริเริ่มที่เชื่อมต่อเทคโนโลยีเข้ากับมนุษย์หรือบิดาแห่งเมฆหมอกผู้เดียวดายนั้นคือAloneMist ก็ระบบ NeuroBridge นี่ไงที่เป็เหมือนแก่นกลางในการพัฒนาต่อยอดอุปกรณ์ส่วนเสริมซูเปอร์มนุษย์มาจนถึงปัจจุบันนี้
แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าาหุ่นยนต์เมื่อ800ปีที่ผ่านมามันรุนแรงเสียหายหนักจริงๆสักแค่ไหนบางคนก็ว่าเป็เื่ราวที่แต่งปรำปราประกอบประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติบางคนก็ว่าเป็เื่จริงที่น่าสะพรึงที่สุดเท่าที่เคยเกิดาขึ้นมาเลยก็ว่าได้เมื่อหุ่นยนต์สามารถมีชีวิตจิตใจเหมือนดังเช่นมนุษย์ จึงโกรธแค้นมนุษย์ที่กดขี่พวกมันมาแสนนานมีความ้ายึดครองโลก และทำลายล้างมนุษย์อย่างสยดสยอง อย่างไรก็ตามประวัติศาสตร์ย่อมเขียนให้มนุษย์ชนะาอย่างภาคภูมิเหมือนนิยายพล็อตดาษดื่นที่มักยกย่องความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ผู้จองหอง
นับแต่นั้นเป็ต้นมาแนวทางการผลิตใช้เทคโนโลยีจึงเป็ไปในรูปแบบเชื่อมต่อกับร่างกายและสมองของมนุษย์โดยตรงทุกคนต้องฝึกฝนใช้อุปกรณ์ส่วนเสริมให้ดี
อุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลายที่ทำให้พวกเราทุกวันนี้เป็เหมือนยอดมนุษย์ก็ต้องอาศัยอำนาจเงินตราอำนาจทางสังคม สิ่งต่างๆยังคงเป็เหมือนเช่นเดิมในอดีตไม่ว่าจะผ่านไปกี่พันปีใครมีเงินมากก็จะสามารถซื้ออุปกรณ์ไฮเทคเพื่อเพิ่มศักยภาพในความเป็มนุษย์ไม่ใช่สิ จะเรียกว่าศักยภาพความเป็มนุษย์อาจจะไม่ถูกเสียทีเดียวเรียกว่าเพื่อให้เป็ซุปเปอร์มนุษย์ถึงจะถูก
เย็นหลังเลิกงาน ฉางเค่อจะแอบลอบเข้าไปด้านหลังปีกซ้ายของโรงคัดแยกขยะเป็เขตูเากองขยะที่ไม่สามารถคัดแยกได้ สตีเฟ่น แซนด์เคยบอกว่าอะไรที่ไม่เคยเห็นก็เก็บออกมาให้หมด แน่นอนล่ะของพวกนี้จะยิ่งทำให้กิจการต้มตุ๋นชมรมผีถ้วยแก้วซาฮาร่าของฉางเค่อยิ่งเจริญรุ่งเรือง
ฉางเค่อเดินขึ้นไปบนดอยูเาขยะน้อยใหญ่เอาไม้จับสัญญาณพิเศษที่สตีเฟ่นผลิตให้ แสกนกองขยะเพื่อหาวัตถุมีค่าหากแสงวาบสีม่วงปรากฎขึ้นจากปลายไม้ นั่นแสดงว่ามีของมีค่าแน่นอนฉางเค่อก็จะเก็บพวกมันใส่กระเป๋าทันที
ไม่นานนักฉางเค่อก็ได้ยินเสียงคนเดินเหยียบกองขยะเป็เสียงกรอบแกรบของชิ้นส่วนโลหะที่ถูกเหยียบย่ำและหักพัง
เอ...ยังไม่ถึงรอบที่บริษัทพวกนั้นจะเข้ามาดักเก็บวัสดุกลับไปนี่นาเขารีบเดินหลบไปด้านหลังกองูเากองหนึ่ง และแอบดูว่าใครเข้ามาปรากฏเป็ชายคนหนึ่งร่างสูงโปร่ง หน้าตาคมเข้มในชุดสีดำถือไม้จับสัญญาณคล้ายๆกับของฉางเค่อแต่ดูดีกว่าเยอะอาจจะเป็คนของบริษัทสักแห่งที่ส่งคนเข้ามาสำรวจล่วงหน้าก็ได้
ฉางเค่อไม่ทันได้ระวังตัวเท่าไหร่ก้าวพลาดลื่นล้มลงทำให้กองูเาที่เขาหลับหลังอยู่พังครืนกระจัดกระจาย ยังดีที่ไม่ได้ทับร่างของฉางเค่อชายชุดดำผู้นั้นหันหน้ามาทันที ฉางเค่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งตาตื่นนี่เป็ครั้งแรกที่มีคนเห็นเขาเข้าแล้วว่าเขาเข้ามาในที่แบบนี้ต่อให้มันเป็ขยะที่ถูกตราหน้าว่าไม่มีประโยชน์คัดแยกไม่ได้แล้วและไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้แต่ก็ยังเป็สถานที่ต้องห้ามสุดๆอยู่ดี เพราะยังมีเบื้องลึกเื้ัของการกอบโกยผลประโยชน์ที่บริษัทนายทุนทั้งหลายจะได้ประหยัดต้นทุนสำหรับการผลิตไปอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้สังเกตเอาว่าชายผู้นั้นต้องเป็คนของบริษัทในบริษัทหนึ่งส่งตัวมาแน่ๆไหนจะไม้ตรวจจับสัญญาณอย่างดีอันนั้นอีก
ถ้าเกิดเขาจำผมได้ขึ้นมาสงสัยมีหวังโดนไล่ออกจากโรงคัดแยกขยะแหงมๆ อาจจะมีการคุมเข้มที่นี่แ่ากว่าเดิมคราวนี้ก็อาจจะลอบเข้ามาเก็บสะสมของไม่ได้แล้ว ช่างเถอะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดใช้ชีวิตแบบนี้มา 200ปีแล้วนี่ เื่แค่นี้ก็ชินอยู่แล้ว ถ้าขโมยที่นี่ไม่ได้ก็ต้องหาที่อื่น มันต้องมีสักที่ละนะ ฉางเค่อคิดไปคิดมาแต่ก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดายเพราะนึกไม่ออกว่าจะมีที่ไหนที่มีสมบัติกองเป็ูเาเลากามากมายเท่านี้อีก
ฉางเค่อทำงานนอกเมืองอันไกลโพ้นแต่ที่นี่มีการคมนาคมที่สะดวกสบาย เขาขึ้นรถไฟฟ้าความเร็วแสงเพียงครู่เดียวก็ถึงตัวเมืองแล้ว ตัวเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีและความเจริญบันเทิงใจแต่ก็ไม่ได้เจริญขนาดไม่มีย่านสลัมหรอกนะฉางเค่ออาศัยอยู่ในย่านสลัมเลื่องชื่อแห่งหนึ่งเรียกว่า ย่านสลัมโคมแดงเป็ที่ที่คนรวยเหม็นกลิ่นคนชนชั้นต่ำมากที่สุดที่หนึ่งและเพราะความจนและอับเหม็นของชีวิตความเป็อยู่ ความเชื่อแปลกๆก็เกิดขึ้นที่นี่แม้กระทั่งพวกคนรวยเองก็ปักใจเชื่อว่า ยิ่งจนแค่ไหนก็ยิ่งัักับโลกิญญาได้มากขึ้นเท่านั้นเพราะพวกคนจนใช้ชีวิตห่างไกลอุปกรณ์และส่วนเสริมซูเปอร์มนุษย์ทำให้มีจิติญญาที่ยังสามารถรับคลื่นภูตผีิญญาได้อยู่
ฉางเค่อลงสถานีรถไฟฟ้าในเมืองใหญ่เขาต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร กว่าจะถึงย่านสลัมโคมแดงเขาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับสตีเฟ่น แซนด์ และน้องสาวของสตีเฟ่นนามว่า โซอี้แซนด์
บรรยากาศตลอดระยะทาง 2 กิโลเมตรนี้เต็มไปด้วยตึกสูงสีดำเงาสะท้อนแสงวิบวับยามต้องแสงส่วนใหญ่ตึกพวกนี้ทำมาจากวัสดุพิเศษเพื่อดูดซับพลังงานทุกอย่างที่ไหลเวียนผ่านตัวตึกไม่ว่าจะเป็ อากาศ ลม ความร้อน หรือรังสีธาตุใดๆที่เคลื่อนที่ผ่านผนังตึกผนังสีดำมะเมื่อมนี้จะแปรเปลี่ยนมวลสะสารเ่าั้เป็พลังงานและกักเก็บมันไว้เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมภายในตัวตึกรวมถึงใช้เป็ระบบรักษาความปลอดภัยของตนเองอีกด้วย หากพบคลื่นพลังงานแปลกประหลาดมาระบบจะรายงานกันทีและส่งข้อมูลถึงกันทั่วทั้งเมืองเพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุมที่สุด
เส้นทางสัญจรของเมืองนี้นอกจากจะมีระบบขนส่งมวลชนความเร็วแสงแล้วถนนหนทางก็มีทั้งบนดิน ใต้ดิน และเหนือพื้นดิน ถนนในเมืองเป็เหมือนวงแหวนที่วกวนอ้อมตึกนู้นตึกนี้ไปทั้งเมืองและซ้อนเรียงชั้นเป็วงแหวนขึ้นไปพอแหงนหน้ามองขึ้นฟ้าก็นับไม่ไหวแล้วว่าซ้อนขึ้นไปกี่ชั้นร้อยชั้น
คนอย่างผมไม่มีสิทธิ์ใช้ถนนเหนือหัวพวกนี้อยู่แล้วเพราะต้องมียานพาหนะขับขี่ตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งมีราคาแพงหูฉี่คนที่ไม่มีปัญญาซื้อยานพาหนะเ่าั้ส่วนมากก็จะอาศัยขนส่งสาธารณะหรือไม่ก็ถนนบนดินกับใต้ดินซึ่งไม่มีกฎหมายจำกัดประเภทยานพาหนะดังนั้นถนนบนดินและใต้ดินจึงเต็มไปด้วยยานพาหนะประดิษฐ์แสนประหลาดแลดูพิกลพิการไม่ค่อยสมบูรณ์สวยงามวิ่งพล่านเหมือนหนูท่อที่แตกฮือออกจากรัง
ตามตึกสูงเสียดฟ้าเหล่านี้มักจะมีจอสกรีนั์สำหรับประชาสัมพันธ์เพราะเป็ย่านธุรกิจตัวเมือง โฆษณาข่าวสารต่างๆจึงระงมป่าวประกาศขึ้นจอไปทั่วเมือง
“น้ำยาเพิ่มอายุ1000ปีใช้ครั้งเดียวก็สามารถยืดอายุไปอีก 1,000 ปีโดยไม่ต้องใช้ซ้ำ”
บอกแล้วไงนี่มันยุคควอนตัมฮิวแมนมนุษย์ธรรมดาหายากกว่าซุเปอร์มนุษย์ มนุษย์ธรรมดาคือพวกยากจนเกิดตายแสนสั้นลำบากมากนักก็สมควรตายไปเร็วๆเป็ดีที่สุด คนส่วนใหญ่ก็มองกันแบบนี้ตรงข้ามกับชนชั้นร่ำรวยยิ่งร่ำรวยสุขสบายสามารถจับจ่ายซื้อหาอุปกรณ์ส่วนเสริมซูเปอร์มนุษย์ได้มากเท่าไรก็ยิ่งเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตเป็ชีวิตที่ไม่ได้รวยแบบกินๆนอนๆอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังสามารถโชว์ออฟความเป็ซูเปอร์ฮิวแมนได้อีกด้วย
ยุคควอนตัมฮิวแมนมันน่าสนใจก็ตรงที่ว่าไม่ใช่ว่าทุกคนที่ Plugin ส่วนเสริมซุเปอร์มนุษย์แล้วจะสามารถใช้งานได้เหมือนๆกันทุกคนต้องฝึกฝนวิธีการใช้และควบคุมเทคโนโลยีจากภายในด้วยจิตใจและสติปัญญาที่แข็งแกร่งจึงจะสามารถดึงศักยภาพของอุปกรณ์ไฮเทคเ่าั้ออกมาใช้อย่างเต็มที่เป็ความสอดประสานกันอย่างลงตัวระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์โดยที่มนุษย์ยังสามารถควบคุมศักยภาพของเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ ตามแนวทางที่บิดา Alone Mist ได้วางไว้อย่างรอบคอบฉางเค่อเองก็ฝึกเื่พวกนี้กับสตีเฟ่นอย่างหนักถึงแม้ไม่มีเงินซื้อหาอุปกรณ์ใหม่ๆแต่พวกวัสดุมือสองจากโรงคัดแยกขยะคัมมิ่งโฮมแห่งโกบีสตีเฟ่นก็สามารถเสกประดิษฐ์ของเล่นใหม่ๆให้ฉางเค่อมาฝึกใช้อยู่เป็ประจำ
“มีรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของผู้บริหารระดับสูงประธานคาร่า บลูม เ้าของกลุ่มทุนบลูมมิ่งซัน ควอนตัมเทคการเสียชีวิตของคาร่ายังคงเป็ปริศนาชุดสืบสวนกำลังเร่งหาสาเหตุแรงจูงใจในการฆ่าตัวตาย ลูกชาย ปาสคาล บลูมและบุคคลใกล้ชิด ยืนยันว่าไม่เคยสังเกตเห็นสัญญาณการปลิดชีพของคาร่ามาก่อนเลย”
สกรีนจอั์ตึกหนึ่งรายงานข่าวการเสียชีวิตของผู้ทรงอิทธิพลทางธุรกิจหญิงแกร่งซูเปอร์มนุษย์ต้นแบบคนหนึ่งในสังคม ถ้าผมจำไม่ผิด ค่าร่า บลูม น่าจะอายุ 800 ปีได้คาร่าเกิดในปีหลังาหุ่นยนต์สิ้นสุดลงพอดิบพอดี ข่าวนี้ะเืใจผมเหมือนกันนะผมค่อนข้างจะเป็แฟนคลับเธออยู่หน่อยๆเธอเป็หม้ายั้แ่ยังอายุไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ สามีเธอฆ่าตัวตาย่นั้นข่าวก็ประโคมว่าเธอเป็คนวางแผนจัดฉากฆ่าตัวตายสามีตัวเองเพื่อหวังอาณาจักรธุรกิจบลูมมิ่งซัน ผ่านไปไม่นาน ตำรวจก็ตรวจพบแรงจูงใจในการฆ่าตัวตายทุกคนจึงไม่ติดใจอะไร ข้อกล่าวหาว่าเธอเป็คนฆ่าสามีก็เงียบหายไป ไม่รู้สิผมว่าเธอไม่ใช่ฆาตกรั้แ่อ่านประวัติแล้วการฆ่าสามีตัวเองที่เป็ถึงผู้มีอิทธิพลในสังคมมากๆขนาดนั้นทั้งที่ตัวเองอายุยังไม่ถึงร้อยปี แถมกำลังตั้งครรภ์อยู่ด้วยช่างมีแต่ข้อเสียกับเสีย
หลังจากที่สามีเธอตายเธอก็บริหารอาณาจักรบลูมมิ่งซันอย่างเยี่ยมยอด มีสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ๆออกสู่ท้องตลาดสม่ำเสมอ รวมทั้งเ้าน้ำยาพันปีตะกี้นี้ด้วย
พอจอสกรีนตึกหนึ่งรายงานข่าวการเสียชีวิตของคาร่าจบตึกถัดๆไปก็ประกาศข่าวตามๆกันไปกลายเป็ว่าทั้งเมืองตอนนี้ระงมไปด้วยข่าวการเสียชีวิตของมหาเศรษฐีณีผมควรจะต้องใมากกว่านี้ไหมนะ ฉางเค่อนึกถามตัวเอง
----------------------------
“ได้ยินข่าวการตายของคาร่าบลูม หรือยังสตีฟ” ฉางเค่อกลับมาถึงแหล่งกบดานย่านโคมแดงแล้ว
“อืมเห็นแล้ว ่นี้ข่าวการฆ่าตัวตายมากขึ้นเรื่อยๆนะ” สตีเฟ่นพูดไปสูบบุหรี่ไป พลางตัดเหล็กเศษไฟฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
“คนรวยๆมีของเล่นพิศดารพันลึกขนาดนั้น มีเื่ท้าทายความสามารถตลอดจะอยากตายกันไปทำไมกัน ข่าวฆ่าตัวตายมีแต่พวกคนรวยทั้งนั้นเมื่อเดือนก่อนก็คุณนายยูกิ ส่วนพวกคนจนน่ะเหรอ ตายตามธรรมชาติอันยากจนทั้งนั้น” มนุษย์ธรรมดาคือพวกยากจนเกิดตายแสนสั้นลำบากมากนักก็สมควรตายไปเร็วๆเป็ดีที่สุด ฉางเค่อนึกประชดในใจ
“แต่นายก็รู้นี่เดี๋ยวนี้โลกเรามองการตายเป็เื่พึงปรารถนาแล้วนะพอคนเราอายุยืนจนรู้สึกเป็ะ ต่อให้บอกว่ามีเื่ท้าทายมากมายรออยู่เสมอยังไงมันก็น่าเหนื่อยหน่าย เหมือนคนผู้มีกำลังวังชามากมายให้เดินข้ามูเาลูกแล้วลูกเล่า ยังไงมันก็น่าเบื่ออยู่ดี”
“อ่าฮะแินี้พอใช้ได้”ฉางเค่อคิดตาม เม้มปากนิดหน่อยและพยักหน้าเห็นด้วย “ชมรมผีถ้วยแก้วฉางเค่อก็มีสาวกจากกลุ่มญาติๆเพื่อนๆของพวกที่ฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี” โดยเฉพาะ่สองปีที่ผ่านมานี้ถือว่าเป็ขาขึ้นแบบก้าวะโของชมรมเลยก็ว่าได้
พอซูเปอร์มนุษย์เริ่มจะเป็ะก็กลับสงสัยว่าตายแล้วเป็อย่างไร เกิดเคสฆ่าตัวตายมากขึ้นเรื่อยๆในเมืองใหญ่จากเื่น่ากลัวกลับกลายเป็แิโรแมนติกว่าความสิ้นสุดของชีวิตและเืเนื้อนี้คืออิสระที่แท้จริงความตายกลายเป็เื่ชวนฝัน ส่วนคนที่ยังไม่ตาย เห็นพ่อแม่พี่น้องตัวเองสูญสลายก็นึกใคร่สงสัยว่าโลกหลังความตายเป็อย่างไร กลัวๆกล้าๆ จะตายก็ไม่กล้าตายเองบางคนก็แสนคิดถึงผู้ล่วงลับไปแล้ว ความเสียใจในการพลัดพราก้าติดต่อกับผู้ตายก็มีมากเป็ทวีคูณชีวิตกึ่งะยิ่งทำให้คนเราเคยชินกับผู้คนรอบข้างและเข้าใจไปเองว่าไม่มีวันลาจากกันพอสิ่งนั้นหายไป ยังไม่ทันได้ตั้งตัวความรุนแรงของห้วงอารมณ์อาลัยย่อมมากมายเหลือเกิน
“ก่อนที่ทุกคนจะเข้าสู่พิธีผมขอให้ทุกคนปลดอุปกรณ์ส่วนเสริมทั้งหมดรวมถึงชิพอัลตร้าความทรงจำจากที่ทำงานและที่บ้านของทุกท่านด้วยครับและเอาไปเก็บไว้ในล็อกเกอร์ช่องของตัวเอง”
ผมบอกกับผู้ที่มาเข้าร่วมชมรมผีถ้วยแก้วในวันนี้ขั้นตอนนี้คือส่วนที่สำคัญที่สุดในการปฏิบัติการบางคนอาจจะกลัวว่าของตนเองจะสูญหาย ดังนั้นจึงให้พวกเขาเก็บของไว้ในล็อกเกอร์พร้อมล็อกด้วยกุญแจพอพวกเขาได้ถือกุญแจแล้วก็จะรู้สึกปลอดภัยในทรัพย์สินเองแต่ใครจะรู้เล่าว่าด้านหลังของล็อกเกอร์ก็สามารถเปิดได้อีกทาง
ตู้ล็อกเกอร์สีเทาวางติดชิดผนังด้านหนึ่งไม่มีใครรู้ว่าระหว่าง่เทศนาก่อนเริ่มพิธีกรรมผนังที่ตู้ล็อกเกอร์ยืนชิดอยู่จะเปลี่ยนเป็ประตูโจรกรรมข้อมูล
“ทำไมผมถึงให้ทุกคนต้องปลดเปลื้องของเ่าั้น่ะหรือก็เพราะของพวกนั้นคือพันธนาการที่ทำให้เราห่างไกลจากพระเ้ายิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร ระยะทางระหว่างตัวเรากับพระเ้าก็ยิ่งถ่างออกขึ้นเท่านั้น” ผมเก๊กพูดด้วยน้ำเสียงเย็นสงบลึกพลางก้มหน้าอ่านคัมภีร์เล่มหนาในมือข้างซ้าย ลุคนี้ผมออกแบบเองอย่างปราณีตเชียวนะเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่น่าเคารพดูมีความรู้และเกิดเป็ภาพจำประทับใจเลยต้องมีหนังสือเล่มหนาโบราณในมือรวมถึงต้องฉายแววทรงปัญญาแต่ต้องไม่เนิร์ดจนเกินไปจนดูงกเงิ่นผมจึงไม่ใส่แว่นเด็ดขาด คอสตูมต้องเป็ชุดสีดำคลุมยาวแขนยาวพร้อมกับบุหรี่ควันทรายที่เสียบไว้ตรงกระเป๋าเล็กๆตรงหน้าอกด้านซ้าย
ผมเดินเข้ามาอย่างสงบนั่งลงที่เก้าอี้ไม้เก่าๆ วางหนังสือลงบนโต๊ะ แล้วหยิบบุหรี่ควันทรายออกมาจุดไฟสูบ บุหรี่ควันทรายที่สตีเฟ่นทำให้โดยเฉพาะตามคำร้องขอของผมผมอยากให้พ่อหมอฉางเค่อแห่งชมรมผีถ้วยแก้วซาฮาร่ามีเอกลักษณ์สมกับเป็หมอผีทะเลทรายแห่งยุคสมัย บุหรี่ควันทรายเป็บุหรี่ประดิษฐ์มีที่เดียวในโลกคือที่นี่ เวลาผมสูบบุหรี่เข้าปอดและพ่นควันออกมาควันจะเป็สีดำมีกลิ่นหอม พอควันลอยสูงขึ้นควันดำจะกลายเป็ทรายระยิบแล้วค่อยๆจางหายไปในอากาศ และผมก็สูบบุหรี่โชว์อยู่ตอนนี้
“พระเ้าได้ยินเสมอ” ผมดับบุหรี่แล้วเก็บใส่กระเป๋าเว้นวรรคคำพูดให้ความเงียบขลังทำงาน ก่อนจะกล่าวต่ออย่างเย็นเยียบะเืใจ “ผู้ล่วงลับคือผู้ร้องไห้คร่ำครวญและผู้มีรอยยิ้มในเวลาเดียวกันพวกเขาได้เปิดทางตัวเองไปสู่เส้นทางใหม่ของภพิญญาชั่วนิรันดร์
...พวกเขายังปรากฎอยู่เสมอ…”
เสียงร้องไห้ในห้องดังขึ้นบางคนเริ่มสะอื้น พวกเขาล้วนคิดถึงผู้ล่วงลับ
ผมบอกให้พวกเขายืนล้อมวงเข้ามาที่โต๊ะกลมที่ทำจากไม้ซึ่งตั้งอยู่กลางห้องบนโต๊ะมีผืนผ้าวงกลมขนาดใหญ่เกือบเท่าโต๊ะกลม มีตัวหนังสือเป็กลุ่มคำเต็มไปหมดโดยมากเป็กลุ่มคำที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการตีความทั้งสิ้น หมายความว่าไม่ว่าคนพวกนี้จะถามอะไรกับิญญาผู้ล่วงลับ จะถามไว้ในใจ หรือถามแบบออกเสียงหากตอบคำถามเ่าั้ด้วยกลุ่มคำบนผืนผ้าเหล่านี้ ก็สามารถตีความได้เสมอ เช่น
หากถามว่า : ยังรักและคิดถึงลูกไหม
สมมติว่าตอบด้วยกลุ่มคำบนผ้าว่า :นภาย่อมกว้างไกลไร้ขอบเขต
ผู้คนก็อาจตีความได้ว่า ความรักและความคิดถึงเท่าผืนฟ้าหาที่สุดไม่ได้หรืออาจตีความได้ว่า ิญญาผู้ล่วงลับยังอยู่เสมอบนท้องฟ้าเสมือนว่ายังอยู่ด้วยกันตลอดเพียงแค่แหงนหน้ามองท้องฟ้า
หรือกลับกัน หากเปลี่ยนคำถามเป็ :ทำไมถึงฆ่าตัวตาย
สมมติว่าได้คำตอบเดิม :นภาย่อมกว้างไกลไร้ขอบเขต
ก็ยังสามารถตีความได้ว่าผู้ล่วงลับ้าอิสระ ความตายคือการกลับสู่ท้องฟ้าที่อิสระไร้ขอบเขต
พวกเขาสามารถตีความเองได้ทั้งนั้นเพียงแค่เชื่อั้แ่ต้นว่า นั่นคือ “สารที่มาจากผู้ตาย”ส่วนผมในฐานะหมอผีเ้าสำนักสื่อิญญา ก็จะพาตีความไปตามเื่ตามราว
กลุ่มคำบนผืนผ้าก็จะมีประมาณนี้
.นภาย่อมกว้างไกลไร้ขอบเขต
.สรรพสิ่งกลับคืนสู่สามัญ
.ใบไม้โรยในฤดูหนาว
.ความร้อนที่แผดเผาใจ ฯลฯเป็ต้น
แผนการผมไม่ได้กระจอกแค่นี้หรอกไม่อย่างนั้นมีหวังโดนจับได้ไปนานแล้วระหว่างที่ผมเทศนาก่อนเริ่มพิธีกรรมผีถ้วยแก้ว สตีเฟ่นจะเปิดประตูตรงผนังด้านหลังตู้ล็อกเกอร์ที่ผู้เข้าร่วมพิธีฝากของเอาไว้ชั่วคราวจากนั้น สตีเฟ่น กับโซอี้ ก็จะนำชุดอุปกรณ์ส่วนเสริมทั้งหลายก็อปปี้ไว้อีกชุดหนึ่งในห้องทดลองด้านหลังล็อกเกอร์ข้อมูลจะถูกถ่ายลงคอมพิวเตอร์ของสตีเฟ่น ก่อนจะส่งชุดความทรงจำทั้งหมดมาที่ชิพส่วนเสริมที่ฝังอยู่ตรงท้ายทอยของผมเมื่อถ่ายข้อมูลครบแล้ว ผมก็จะสามารถรู้ได้เอง ดังนั้นหากเกิดคำถามแบบเฉพาะเจาะจงใดๆขึ้นมาด้วยความที่ผมได้ล่วงรู้ชุดความทรงจำของพวกเขาอยู่แล้วจากการโจรกรรมความทรงจำผมก็จะตอบโดยอ้างอิงเื่ราวในอดีตของคนผู้นั้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าผมจะบอกเื่อนาคตไปในทิศทางใด ถ้าผมคาดคะเนจากเหตุการณ์ในอดีตทุกคนก็จะเชื่อผม และจะต้องตกตะลึงทุกคนไปว่าผมเป็ผู้วิเศษสามารถเป็ร่างทรงสื่อสารกับิญญา
นอกจากนี้ผมก็จะทำทียืนยันไม่เอาเงินใดๆจากผู้เข้าร่วมพิธี แต่ยิ่งปฏิเสธผมก็ยิ่งได้เงินจำนวนมากขึ้นเท่านั้น
สัญญาณข้อมูลวิ่งส่งเชื่อมมายังชิพที่ฝังหลังท้ายทอยของฉางเค่อแล้วเขาก็พลันต้องสะดุ้ง“คาร่า บลูม”กระแสสื่อความทรงจำที่ถ่ายโอนมาวิ่งว่อนชื่อ คาร่า บลูม อย่างโดดเด่นหนึ่งในผู้เข้าร่วมครั้งนี้ เป็ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ “ปาสคาลบลูม”
(โปรดติดตามตอนต่อไป)