ผู้สื่อข่าวและพนักงานซีคอร์ปต่างงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมากทำไมคุณชุติมาจึงเดินออกจากห้องประชุมกลางคัน วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายจนกระทั่งสัญญาณไฟสีเขียวบ่งบอกว่าการประชุมสิ้นสุดลง
“คุณผู้ชมครับการประชุมสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้วครับ คาดว่าไม่อีกนานฝ่ายประชาสัมพันธ์น่าจะมีการประกาศผลโหวตออกมาอย่างเป็นทางการผมคิดว่าตอนนี้คุณผู้ชมทุกคนรวมถึงผมด้วย ลุ้นระทึกแล้วว่าใครจะได้ครับ”
“ทางทีมงานแจ้งผลการประชุมเบื้องต้นให้ผมทราบทางหูฟังแล้วครับผมขอฟังแป๊บหนึ่งครับ...โอเค โอเค...ผลโหวตอย่างเป็นทางการคุณเจนจิราได้รับการโหวตสูงสุดเกินกึ่งหนึ่งตามข้อบังคับฝ่ายบริหารทำให้เธอได้เป็นซีอีโอคนใหม่ของซีคอร์ปแล้วครับ...ผลโหวตผิดคาด พลิกล๊อกพลิกหมดทุกโผครับ แหล่งข่าวระดับสูงแจ้งว่าคุณชุติมากับกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระบางส่วนเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้ายกลับมาโหวตให้คุณเจนจิรา...ตอนนี้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ลงประกาศผลการโหวตในหน้าเว็บไซด์ของบริษัทเรียบร้อยแล้ว”
“จากเอกสารประกาศการประชุมคัดเลือกซีอีโอคนใหม่ก่อนหน้านี้บัดนี้ผลการโหวตของผู้ถือหุ้นบริษัทได้ข้อยุติสิ้นสุดอย่างเป็นทางการแล้วคุณเจนจิราได้รับการโหวตเกินกึ่งหนึ่งตามข้อบังคับฝ่ายบริหารขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่ของบริษัทโดยได้รับค่าจ้าง 64 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีไม่รวมโบนัสและสิทธิประโยชน์อื่นๆมีระยะเวลาว่าจ้าง 6 ปี คุณเจนจิราแจ้งความประสงค์ว่าจะเข้าทำงานตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป...ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ซีคอร์ปคอร์ปอเรชั่น”
“เอาละครับประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายประชาสัมพันธ์เดี๋ยวผมขอส่งต่อให้กับคุณจูนที่ห้องส่งเลยครับสำหรับวันนี้ผมขอลาไปก่อน...สวัสดีครับ”
“ขอบคุณมากค่ะคุณศักดิ์ชัยคุณผู้ชมได้ทราบแล้วนะคะว่าคุณเจนจิราได้รับการโหวตให้เป็นซีอีโอคนใหม่ของซีคอร์ปในวัยเพียงแค่21 ปี ผิดโผผิดความคาดหมายของทุกสำนักจริงๆ ค่ะในระหว่างที่ตัดสดไปที่หน้าอาคารแฝด ผู้สื่อข่าวในอาคารแฝดบอกดิฉันว่าหลังจากผลโหวตออกมาแล้ว พนักงานซีคอร์ปดีใจ กระโดดเฮกันลั่นตึกเลยค่ะเป็นการตอบรับบอสคนใหม่ที่ชัดเจนจริงๆ”
“เท่าที่ดิฉันเช็คข้อมูลจากแหล่งต่างๆเห็นตรงกันอยู่อย่างหนึ่งคือ การปรากฎตัวอย่างเซอร์ไพรส์ของคุณไพโรจน์น่าจะมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจโหวตในนาทีสุดท้าย...ทีมงานเอาภาพตอนคุณเจนจิราเดินขึ้นตึกขึ้นมาได้เลยค่ะ…”
“คุณไพโรจน์เป็น1 ในผู้ก่อตั้งและเป็นอดีตซีอีโอคนแรกส่วนคุณวินัยเป็นรองซีอีโอคนปัจจุบันและยังรักษาการซีอีโออีกตำแหน่งแสดงออกด้วยการเดินตามหลังคุณเจนจิรา ภาพนี้ดิฉันบอกได้เพียงว่าคุณเจนจิราสง่างามแสดงให้เห็นว่าเธอได้รับการยอมรับจากบุคคลทั้ง 2 ท่านเป็นการยอมรับของคนรุ่นก่อนที่แสดงออกต่อคนรุ่นใหม่อย่างคุณเจนจิราชัดเจนมากนะคะ”
“อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันเหมือนกับทุกคนคือพนักงานซีคอร์ปทั่วโลกไม่เคยรู้จักเธอ แม้กระทั่งนักข่าว, ผู้บริหารท่านอื่นๆ ก็เช่นกันดิฉันลองเช็คย้อนหลังดูว่าพวกเราทุกคนรู้จักคุณเจนจิราเรื่องอะไรบ้างที่แน่นอนแล้วก็มี...คุณเจนจิรากำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ...เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณวรวิทย์อายุ 21 ปี...เธอเคยเป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษให้กับเด็ก ม.ต้นกับม.ปลาย...หมดแล้วค่ะ ดิฉันไม่ได้พูดเล่นนะคะ พวกเราทุกคนรู้จักคุณเจนจิราเท่านี้จริงๆค่ะ ขนาดรูปประกอบข่าวทุกวันนี้ ยังมีเพียงแค่ต้องไปเอามาจากที่บอร์ดคณะข้อมูลในกอง บก. ไม่เคยมีเนื้อข่าวของคุณเจนจิรา ดิฉันต้องขอกราบขอบคุณท่านอธิการบดีเป็นอย่างสูงที่อำนวยความสะดวกทุกอย่างค่ะ”
“มีนักวิเคราะห์หลายท่านให้ความเห็นมากมายดิฉันสนใจมากอย่างเช่นนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกชื่อดังชาวสหรัฐบอกว่า ไม่แน่ใจว่าผู้ถือหุ้นซีคอร์ปคิดอย่างไรถึงกล้าเลือกคุณเจนจิราเป็นซีอีโอทั้งๆที่เธอยังเรียนไม่จบและไม่มีประสบการณ์ในการบริหารงานแม้แต่น้อย เกมนี้เสี่ยงมากแต่สิ่งหนึ่งที่พอจะเป็นเสาหลักค้ำยันไว้ได้คือ คุณไพโรจน์อดีตซีอีโอคนแรกจำเป็นต้องมีบทบาทอย่างมากในการบริหารซีคอร์ปนับจากนี้เป็นต้นไปในฐานะที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายบริหาร”
“คุณเจนจิราต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเธอเหมาะสมกับตำแหน่งซีอีโอในวัย 21 ปีหรือไม่? การบริหารงานบริษัทขนาดหลายแสนล้านดอลลาร์กับพนักงานกว่า4 แสนคนทั่วโลกไม่ใช่เรื่องง่าย ความกล้าหาญที่เธอมีไม่เพียงพอที่จะบริหารบริษัทได้แน่นอน ใครที่เคยทำร้านกาแฟมีพนักงานในร้าน 4-5 คนแค่นี้ก็หนักนาสาหัสมากสำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่...ความคาดหวังความกดดันที่แบกไว้อย่างมหาศาลคือโจทย์ที่เธอต้องแก้ให้ได้ ทุกอย่างจะถาโถมเข้ามาที่ตัวเธอทุกทิศทางเธอไม่มีเวลาแม้กระทั่งชื่นชมตำแหน่งซีอีโอด้วยซ้ำ...”
“อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันสนใจมากคุณเจนจิรายังเรียนไม่จบ แล้วจะทำยังงัยต่อไป...หยุดเรียนไว้ก่อนหรือเรียนต่อไปแล้วการทำงานจะเป็นรูปแบบไหน? บริหารงานอย่างไร? การประชุมเรียกบอร์ดบริหารและอีกสารพัดดิฉันยอมรับตามตรงค่ะ ดิฉันก็นึกภาพไม่ออกจริงๆ ขนาดในวันโหวตเลือกซีอีโอช่วงเช้าเธอยังต้องเดินทางไปสอบกลางภาคที่มหาวิทยาลัยอยู่เลยนะคะสิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้เป็นต้นไป กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของโลกธุรกิจได้เลยค่ะ”
“ทีมงานบอกดิฉันว่าตอนนี้มีกระแสเล็กๆหนึ่งเกิดขึ้นมาในแอดมี...เด็กๆ ที่เคยติวกับคุณเจนจิราลองโทรหาปรากฎว่าปลายสายขึ้นเป็นเบอร์ส่วนตัว (Private Number) โทรไม่ได้แล้วนะคะตรงนี้เข้าใจได้ค่ะ อยู่ๆ จะให้ใครก็ได้โทรไปหาซีอีโอบริษัทน่าจะทำไม่ได้เหมือนเดิมแล้วค่ะคงต้องมีการจัดระเบียบเรื่องพวกนี้ใหม่ทั้งหมดเช่นกัน”
“นายท่าน...นายหญิงเจ้าคะคุณหนูทำได้แล้วนะคะ นายท่านนายหญิงเห็นไหมคะ คุณหนูทำได้แล้ววันนี้คุณหนูทำได้แล้วนะคะ...”ป้ามุกกอดรูปแนบอกด้วยความดีใจที่สุดในชีวิต
ชุติมาเดินทางถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้าอย่างมากเธอทิ้งทั้งตัวลงหมดสภาพ ดวงตาเหม่อลอยหันไปมองรูปเถ้าแก่ชุนอย่างไร้อารมณ์
“เตี่ย...อาเตี่ย...อั้วทำตามที่อาเตี่ยบอกแล้วนะคะอั้วทำแบบนี้ถูกต้องแล้วใช่ไหม? อาเตี่ยต้องการแบบนี้ใช่ไหม?”ชุติมาร้องไห้ออกมาด้วยความสับสนในจิตใจ “อาเตี่ยบอกอั้วสิว่าอั้วทำ..ทำ...ทำแบบนี้ถูกต้องแล้วใช่ไหม?”
หลังจากที่ชุติมาวางสายจากขจรไม่นานเลขาส่วนตัวเดินเข้ามาภายในห้องทำให้ชุติมาแปลกใจมาก “มีอะไรเหรอ?”
“พอดีมีคนมาหาคุณชุติมาครับ...”
“มาหา?มีนัดไว้เหรอ? ฉันจำได้ว่าวันนี้ไม่ได้นัดใครนี่น่าวันนี้ฉันไม่อยากเจอใคร ฉันยุ่งๆ อยู่ หาเวลานัดวันหลัง”
“เอ่อ...เอ่อ...”
“ใครมาหาเหรอ?ใคร?” ท่าทีแปลกๆของเลขาทำให้ชุติมาหงุดหงิดมาก “มีอะไรก็พูดมา!!!”
“ผมคิดว่าคุณชุติมาน่าจะคุยกับ 2 คนนี้ก่อนครับ”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำพูดของเลขาวรวิทย์กับวินัยเดินเข้ามาประจันหน้าชุติมาทำให้เธอต้องตกใจอย่างมาก “ผม…ขอโทษด้วยที่ไม่ได้นัดคุณล่วงหน้า”
ชุติมาพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง“คุณวรวิทย์มีธุระอะไรกับฉัน? ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณเราเป็นศัตรูกัน ฉันไม่เต็มใจที่จะคุยกับศัตรู”
“ถ้าคุณไม่เต็มใจที่จะคุยกับผมจริงๆคุณต้องไล่ผมออกไปแล้วล่ะ”
“ดูท่าทางว่าคุณจะมั่นใจว่าฉันจะไม่ไล่คุณออกไปจากบ้านฉัน!!”
“ผมมาที่นี่เพื่อ...เพื่อมาขอร้องคุณ...”
“ขอร้องฉัน!!ขอร้องฉันเรื่องอะไร?...ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับคุณอีก!!!!!!”
“ความจริงผมไม่ได้คุยกับคุณเป็นการส่วนตัวมาหลายปีแล้วที่ผมมาวันนี้อยากถือโอกาสนี้คุยกับคุณด้วย”
“คุณอยากจะทำอะไรที่บริษัทคุณก็ทำได้อยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่ง...ฉันไม่ได้มีบทบาทอะไรที่บริษัทอยู่แล้วนี่!...ฉัน...ฉันไม่มีปัญญาไปช่วยอะไรคุณได้หรอก!”
“ลูกสาวผมสนใจอยากทำงานที่บริษัท...ผมอยากให้คุณช่วยสอนงานลูกสาวผมให้เก่งเหมือนคุณหน่อย”
“หึ...หึวันนี้คุณวรวิทย์ คุณมาแปลกมากนะ ฉันจะมีปัญญาไปสอนงานอะไรลูกสาวคุณคุณก็ให้วินัยสอนสิ แล้วอีกอย่าง...ถ้าฉันจะสอนฉันเอาเวลาไปสอนลูกสาวตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ? ฉันเพิ่งรู้ว่าท่านประธานวรวิทย์มีอารมณ์ขันแบบนี้ด้วย”
“คุณสอนงานลูกสาวผมได้อย่างแน่นอนต่อไปถ้าผมวางมือ...ผมอยากให้คุณสนับสนุนลูกสาวผม คุณรู้ไหมว่า ลูกสาวผมเหมือนคุณมากเหมือนทุกอย่างแม้กระทั่งหลักคิด นิสัยใจคอ งานที่ลูกสาวผมสนใจ ไม่มีใครในบริษัทเหมาะสมไปกว่าคุณอีกแล้ว”
คำขอร้องของวรวิทย์ที่ดูจริงจังและจริงใจทำให้ชุติมารับรู้ได้เช่นกันทำให้เธอออกอาการลังเลไม่น้อย “วันนี้คุณพูดแปลกมากฉันไม่เข้าใจท่าทีของคุณ คุณจะมาเล่นตลกไม้ไหนกันแน่ คุณจะวางมือไปทำไม ในเมื่อคุณก็ยังทำงานได้อีกหลายปีและที่สำคัญฉันขอปฎิเสธ ฉันไม่ต้องการยุ่งกับลูกสาวของคุณคุณไปหาผู้บริหารคนอื่นก็ได้ คุณไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก!!!”
“เธอไม่ต้องมายกมือไหว้ขอบคุณฉันฉันไม่รู้จักเธอ ฉันไม่รับคำขอบคุณจากเธอ เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน!!!”
“…”
“ที่ฉันทำแบบนี้...ฉันก็ไม่ได้เชื่อวรวิทย์ด้วย!!!”ชุติมาเว้นวรรคการพูดก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้หันหลังเดินออกจากห้องประชุม
“หมดหน้าที่ฉันแล้วใช่ไหม คุณโกวิธ?!!! ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่!”ชุติมาหยุดชะงักก่อนเปิดประตูห้องประชุม “ฉันแค่...ฉันแค่เพิ่งเข้าใจคำพูดของพ่อฉัน!!!...พ่อฉันก็เป็นคนสร้างบริษัทนี้เหมือนกัน!!!”
40ชั่วโมงก่อนการเสียชีวิตของเถ้าแก่ชุนหมอเจ้าของไข้อนุญาตให้ชุติมาและญาติพี่น้องเข้าเยี่ยมไข้เป็นครั้งสุดท้าย “ความดันคนไข้ค่อยๆลดต่ำลงเรื่อยๆ ตอนนี้คนไข้อยู่ในภาวะไม่รู้สึกตัวแล้วครับ...หมอคิดว่าไม่เกินพรุ่งนี้เช้าครับต้องขอแสดงความเสียใจด้วยครับ”
ชุติมาดึงมือเถ้าแก่ชุนมาแนบที่แก้มตัวเองด้วยความเสียใจน้ำตานองหน้า“อาเตี่ยไม่ต้องเป็นห่วงอะไรอีกแล้วนะคะ...อาเตี่ย...”
หลังจากการเสียชีวิตของเถ้าแก่ชุน2 สัปดาห์ทนายประจำตัวขอเข้าพบชุติมาเพื่อมอบเอกสารชุดสุดท้ายที่เถ้าแก่ชุนฝากไว้ที่ธนาคารพร้อมกับคลิปวีดีโอ1 รายการ “ตอนที่เถ้าแก่ชุนอัดคลิปนี้ในห้องทำงานของผมท่านอยู่กับผมเพียง 2 คนเท่านั้น ผมไม่คาดคิดว่าท่านจะตัดสินใจทำคลิปนี้ขึ้นมาครับคุณชุติมา”
“อาหมวยลูกรักของเตี่ยถ้าลื้อได้เห็นคลิปนี้แสดงว่าอั้วไม่อยู่แล้ว ลื้อไม่ต้องเสียใจนะอาหมวยความจริงแล้วอั้วตัดสินใจมานานแล้ว แต่อั้วขี้ขลาด...ตัวอั้วเองต่างหากที่ขี้ขลาดเกินไปถึงเวลาแล้วที่อั้วต้องพูดความจริงกับลื้อนะอาหมวย”
“ต่อไปอั้วอยากให้ลื้อดีกับอาตี๋วรวิทย์ให้มากๆอาตี๋เป็นคนเก่ง อาตี๋รักบริษัทของอั้ว ลื้อต้องไปหัดทำงานกับอาตี๋ให้เยอะๆ ที่สำคัญลื้ออย่าไปยุ่งกับอาขจร อีเป็นคนไม่ดีอีชอบใส่ร้ายอาไพโรจน์ อีเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง อยากได้บริษัทอั้ว…ความจริงแล้วอั้วต่างหากที่เอาหุ้นบริษัทไปขายให้อาไพโรจน์อั้วเอาเงินไปลุงทุนจนเจ๊งหมด อาไพโรจน์ยื่นมือให้เงินช่วยอั้วตั้ง 30 ล้านอาไพโรจน์ไม่ได้โกงหุ้นจากอั้ว แต่อั้วขี้ขลาดเกินกว่าที่อั้วจะยอมรับความจริงว่าอั้วล้มเหลวจนทำให้ครอบครัวต้องเป็นแบบนี้ อาไพโรจน์ไม่เคยทวงเงินอั้วสักครั้ง”
“ในซองมีเอกสารที่อั้วเขียนด้วยลายมือของอั้วเองเป็นสัญญาที่อั้วเอาเงินอาไพโรจน์มา 30 ล้าน วันที่เตี่ยไม่อยู่แล้วขอให้ลื้อไปทำงานกับอาตี๋ด้วยนะ...อาหมวยลูกรักของอั้ว”เถ้าแก่ชุนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่แววตาเศร้าสร้อยแฝงอยู่ในภายใน