ณ เวลานี้ ในบริเวณรอบๆนั้นมีคนมุงดูนับไม่ถ้วน แต่เป็เพราะว่า เจียงิ พาพวกอันธพาลมา จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม ฉะนั้นเมื่อมีคนคิดจะตีกัน แน่นอนว่าพวกเขาเลือกที่จะดูอยู่เงียบๆดีกว่า แล้วก็หลายๆคนก็ยังเห็น เฉิงหยู่ กำลังเผชิญหน้า แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่รับรู้เหตุการณ์ณ์เมื่อวานที่เกิดในโรงอาหารว่าทั้งสองมีเื่บาดหมางกัน
“เฉิงหยู่ นายลองประเมินสถานการณ์ตอนนี้ให้ดีๆ นายรู้หรือเปล่าว่าท่านนี้คือใคร? ลูกพี่เถา ฉายาหมาป่าโลหิต ในเขต จงเฉิง นั้นไม่มีใครกล้าต่อกร ฉันว่านายน่ะไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง นายคิดว่า ลูกพี่เถา เป็เพื่อนเล่นของนายหรือไงเ้าซื่อบื่อ? ถึงตอนนี้นายจะไม่รู้จัก แต่เดี๋ยวเดียวนายจะได้รู้ว่า ลูกพี่เถา นั้นร้ายกาจขนาดไหน” เจียงิ ขู่เสียงดัง
มองไปที่ หลินยวี่ฮั่น ที่แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ เพราะโดน เจียงิ จับรั้งไว้
เฉิงหยู่ ก็จ้องมองไปที่ เจียงิ “พูดอะไรไร้สาระ นายคิดว่าจะจัดการฉันได้หรอ?”
“เดี๋ยวฉันนี่ล่ะ ที่จะจัดการนาย รับมือ!”
แค่พริบตาเดียว เฉิงหยู่ ก็ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของ เจียงิ แล้ว แล้วก็จับมือของ เจียงิ ที่กำลังรั้งมือของ ยวี่ฮั่น เอาไว้ จากนั้นก็ออกเรงบีบ จนได้ยินเสียงกระดูกร้าว ทันใดนั้น เจียงิ ก็กรีดร้องออกมา ก่อนจะถูก เฉิงหยู่ ถีบเข้าที่ยอดอก ส่งผลให้ร่างปลิวกระเด็นไปไกล ราวกับสามารถล่องลอยไปตามกระแสสายลม
เฉิงหยู่ ดึง ยวี่ฮั่น กลับมาแล้วพาไปยืนข้างๆเ้าอ้วน ต่อมา เฉิงหยู่ ก็ก้าวไปหาลูกพี่เถา เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้นแล้ว ลูกน้องของเขาที่อยู่ด้านหลังก็ะโออกมาว่า “ลุย” นักเลงนับสิบคนต่างกรูกันเข้ามา ทว่า เฉิงหยู่ ไม่ยอมให้ใครได้แตะต้อง ยวี่ฮั่น จึงเริ่มตอบโต้ด้วยการ กระหน่าหมัด และเท้าปรากฏเป็เงานับไม่ถ้วน เวลาเดียวกันจะเห็นว่า มีร่างหลายร่างค่อยๆปลิวกระเด็น ท้ายที่สุดพวกนั้นต่างก็ล้มทับกันอยู่บริเวณพื้น เหลือไว้เพียงเสียงโอดครวญที่เต็มไปด้วยความเ็ป ลูกพี่เถา เองก็เพิ่งสังเกตพบว่า ลูกเตะก่อนหน้าถึงขั้นที่ทำให้เจียงิ แขนหัก
ส่งผลให้ลูกพี่เถาใบหน้าซีดเผือด พร้อมกับเริ่มตระหนักได้ว่า ตนไม่อาจต่อกรกับอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย
ในเวลาเดียวกัน เจียงิ ก็ร้องโอดครวญด้วยสภาพบอบช้ำ แสดงสีหน้าหวาดกลัวราวกับตนเองกำลังจะถูกฆ่า
“หึหึ ทีนี่พวกแกยังคิดว่าฉันล้อเล่นอีกหรือเปล่า อารมณ์ขันมากพอมั้ย ถ้ายังไม่พอก็บอกฉันได้ ฉันจะได้จัดชุดใหญ่ให้”
“ฮ่าๆๆ น้องชายเราแค่ล้อเล่นนิดหน่อย จริงๆแล้วเื่ทั้งหมดนี้อาจเป็การเข้าใจผิดกัน สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็เพราะเ้านั้นเป็ต้นเหตุคนเดียว” ลูกพี่เถา รีบโยนขี้ให้ เจียงิ แม้ว่ามันเป็สิ่งที่น่าอับอายขายขี้หน้า แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“อ่อๆ ที่จริงแล้วฉันก็เป็คนที่พูดภาษาคนรู้เื่ ถ้าทุกคนบอกว่าเป็เื่เข้าใจผิดแต่แรก ทุกอย่างก็จบเื่” เฉิงหยู่ พูดพลางยิ้ม แต่สิ่งที่แฝงในรอยยิ้มนั้นจริงใจแค่ไหนใครจะหยั่งรู้ได้ สีหน้าเขาเหมือนกับรู้สึกสะใจ ส่วน หลินยวี่ฮั่น และ เ้าอ้วน ต่างก็พากันประหลาดใจ ไม่เว้นกระทั่งผู้คนรอบๆบริเวณที่มุงดู ไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มเ้าสำราญจะเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้
“ใช่ๆๆ มันเป็เื่เข้าใจผิด คราวหน้าผมกับพวกพ้องจะต้องมาขอขมาอย่างแน่นอน” เมื่อ เฉิงหยู่ แสดงความเมตตาออกมาเช่นนี้ ก็รู้สึกว่าตนได้ทำเื่ที่ผิดต่ออีกฝ่าย ก่อนจะเหลือบไปมอง เจียงิ ที่กำลังหน้าตาซีดเซียว เขารู้สึกว่าตนเองมีตาหามีแวว ทำไมถึงได้เลือกช่วยคนแบบนี้ทำเื่ต่ำช้า
“เอาน่าๆ ขอขมาไม่ต้องถึงขนาดหรอก นายเองก็คงเห็นแล้วว่า เ้านั้นทำให้แฟนฉันรู้สึกหวาดกลัว นายว่าจริงรึเปล่า ?” พอ หลินยวี่ฮั่น ได้ยิน เฉิงหยู่ เรียกตัวเองว่าแฟนแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาทันที
ลูกพี่เถา ก็ผงะขึ้นมา ก็ยิ้มแล้วพูดออกมา “ถูกแล้วๆ นี่เป็เพราะพวกผมเอง ตอนนี้ผมพอจะมีเงินติดอยู่พันสองพัน ขอชดเชยสิ่งนี่ให้เป็ค่าทำขวัญ ได้โปรดรับเอาไว้ด้วย” ลูกพี่เถา รีบล้วงเงินออกจากกระเป๋าเสื้อ แล้วเดินไปยื่นให้แก่ หลินยวี่ฮั่น
เงินนั้น หลินยวี่ฮั่น ย่อมไม่กล้าที่จะรับไว้ เฉิงหยู่ จึงรับเงินมาด้วยตัวเอง แล้วก็ยัดใส่กระเป๋าของ หลินยวี่ฮั่น “คนอื่นเขามอบให้ก็รับไว้เถอะน่า เพราะมันเท่ากับว่าให้เกียรติ เสี่ยวเถาเถา ”
“ใช่ๆๆ น้องชายพูดถูกแล้ว งั้นตอนนี้ผมและพวกพ้องขอตัวลา” พอได้ยิน เฉิงหยู่ เรียกอย่างนั้น ก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา แต่มันก็ทำให้เขาโล่งอก หลังจากพูดจบแล้วเขาก็รีบเดินจากไป แต่เดินออกไปเพียงสองก้าว เฉิงหยู่ ก็ะโขึ้นมา
“รอเดี๋ยวๆ อย่าบอกนะว่านายลืมสิ่งที่ฉันพูดไป ฉันคนนี้มีสิ่งที่ยึดถือประจำใจ นั่นคือฉันไม่ชอบผิดคำพูด หากลั่นวาจาเอาไว้แล้วย่อมต้องทำตามสัจจะ เสี่ยวเถาเถา หวังว่านายจะยินดีให้ฉันรักษาคำพูด!”
“ที่น้องชายพูดมา หมายถึงอะไร ? ” ลูกพี่เถา ยิ้มเบาๆ โดยไม่รู้ว่า เฉิงหยู่ หมายถึงอะไร
“ก่อนหน้านี้ฉันก็พูดแล้วไง ถ้าหากว่าพวกนายยอมปล่อยแฟนฉันล่ะก็ ฉันจะปล่อยให้พวกนายกลับไปอย่างปลอดภัย แต่ผลกลับตรงกันข้าม ฉันคงไม่ต้องพูดย้ำ ซึ่งตอนนี้ทุกคนต่างก็เจ็บตัวกันถ้วนหน้า มีแค่ เสี่ยวเถาเถา ที่ยังยืนอยู่อย่างปลอดภัย เป็แบบนี้คนอื่นๆอาจจะตำหนิเอาได้ ถ้าเดาไม่ผิดทุกคนเองคงรู้สึกอับอาย เพราะฉะนั้นฉันมาคิดๆดูแล้ว ว่านายไม่ควรทิ้งคนอื่นๆเอาไว้เื้ัแล้วเดินจากไปหน้าตาเฉย” เฉิงหยู่ พูดจบก็เคลื่อนตัวไปยังเบื้องหน้าลูกพี่เถา อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตั้งตัว เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น เวลาเดียวกัน เฉิงหยู่ ก็ผลัก หลินยวี่ฮั่น ถอยไป ก่อนที่ร่างของ ลูกพี่เถา จะร่วงตกลงมาบริเวณจุดนั้น
“น้องชาย จะเอาแบบนี้ใช่มั้ย ฉันจะจำไว้” เถาจิ่ว มองเฉิงหยู่ ด้วยความเคียดแค้น สุดท้ายก็ทำได้แค่พาพรรคพวกตัวเองจากไป เจียงิ เห็น ลูกพี่เถา กลับไปแล้ว ในใจก็รู้สึกหวาดกลัว ได้แต่มองดูแผ่นหลังของ เฉิงหยู่ และ เถาจิ่ว ก่อนจะพยายามแบกสังขารตัวเองลุกขึ้นเพื่อจะหนีไป
เฉิงหยู่ ไม่ได้กล่าวตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น เขาแค่้าจะสั่งสอนอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อย ไม่ได้คิดที่จะฆ่าแกงกัน พอได้อาศัยอยู่ที่โลกนี้นานวัน ก็รับรู้ได้ว่าความเมตตาของมนุษย์ว่ามันช่างยิ่งใหญ่เหลือคณา อันที่จริงเขาสามารถฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา เพียงแต่ตัวเขานั้น้าที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างสงบ จึงไม่คิดจะทำให้เื่เล็กกลายเป็เื่ใหญ่
เมื่อว่าทุกๆอย่างจบลง และผู้คนทั่วบริเวณก็ทยอยกลับไป แต่เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันจารึกอยู่ในใจของพวกเขามิรู้ลืม ไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มเ้าสำราญคนนี้จะแข็งแกร่งมากขนาดนี้ ผู้คนจึงได้แต่เก็บงำความประหลาดใจ ต่อสิ่งที่เฉิงหยู่แสดงให้ประจักษ์
ที่สำคัญที่สุด เ้าหนุ่มนี้อาจจะเ้าชู้และเป็อันธพาล มีนิสัยไร้ยางอาย แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นวีรกรรมของเขาต่อให้เป็คนไร้ยางอายก็คู่ควรได้รับความเลื่อมใสและควรยึดถือเป็แบบอย่าง ดีกว่าพวกเสแสร้งว่าเป็คนดี นี่สิถึงน่ารังเกียจ!
ขณะนั้น หลินยวี่ฮั่น ส่งเงินให้เขาสองพัน แต่เฉิงหยู่ก็ผลักกลับไป “นี่เป็ค่าทำขวัญของเธอ เอามาให้ฉันทำไม เก็บไว้เถอะ”
“ฉันไม่เอาหรอก”
“ทำไมล่ะ?”
“พวกนั้นไม่ใช่คนดี เงินนี่ฉันคงไม่กล้ารับไว้หรอก”
“ไม่ว่าเขาจะเป็คนดีหรือไม่ ต่อให้เงินนี่สกปรก เธอเป็ความจริงที่ว่าเธอเจอเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ รับไว้ถือเป็เื่ที่สมควรแล้ว”
“ยังไงก็ไม่เอา” หลินยวี่ฮั่น ยืนกรานเสียงแข็ง
“ฉันอุส่าพูดกับเธอดีๆแล้วนะ หากไม่ฟังงั้นฉันดึงกระโปรงเธอลงเดี๋ยวนี้เลย” เฉิงหยู่ ก็เอียงคอไปทาง หลินยวี่ฮั่น แล้วกระซิบเบาๆ
“เ้าคนไร้ยางอาย” โทสะ หลินยวี่ฮั่น พุ่งปรี๊ด ได้แต่ยอมเก็บเงินสองพันนั้นไว้ เพราะเธอกลัวว่า เฉิงหยู่ จะทำอย่างที่พูดไว้จริงๆ และถ้ามีใครผ่านมาเห็นเธอคงอับอายไปจนตาย
“ลูกพี่ เมื่อกี้เท่โครตๆเลย ไม่คิดเลยว่าพี่จะมีฝีมือสูงส่งขนาดนี้ ความเลื่อมใสของผมที่มีให้ต่อพี่ ขยายกว้างใหญ่ดั่งแม่น้ำแยงซี ไร้จุด” เ้าอ้วน กล่าวออกไปด้วยความตื่นเต้น
“เหอะๆ ลูกพี่ของนายยังมีเื่เจ๋งๆอีกมากที่นายยังไม่รู้ ถ้าติดตามลูกพี่คนนี้ต่อไป สักวันนายอาจจะได้รับโอกาสฝึกฝีมือ”
“เสี่ยวฮั่น!” เวลานั้น ในบริเวณก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้น มีสาวชราคนหนึ่งกำลังมุ่งตรงมาที่ๆ เฉิงหยู่
“แม่! นี่แม่มาได้ยังไง ?” หลินยวี่ฮั่น ถามด้วยความแปลกใจ
“เมื่อกี้แม่ได้ยินมาจากลูกค้าว่าลูกกำลังโดนคนรังแก” คุณนายหลิน ก็จ้องมองไปที่ เฉิงหยู่ และ เ้าอ้วน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงโมโห “พวกเธอใช่ไหมที่รังแกเสี่ยวฮั่น โตขนาดนี้แล้วทำไมถึงชอบรังแกคนอื่นอีก เดี๋ยวฉันจะไปพบคุณครูเพื่อแจ้งเื่นี้”
คุณนายหลิน ในใจโกรธแค้นมาก เมื่อครู่ตนเองนั้นอยู่ที่แผงลอยอีกแห่ง ได้ยินพวกลูกค้าพูดถึงลูกสาวของตัวเองว่ากำลังโดนรังแก ในใจก็ร้อนรน จนเธอต้องเรียกให้คนที่อยู่ร้านข้างๆมาช่วยเฝ้าร้านให้ จากนั้นก็รีบวิ่งมาที่นี่
่เวลาที่เข้ามาก็ได้เห็นว่า เฉิงหยู่ ที่กำลังกระซิบกระซาบที่หูของเธอ แล้วก็ดูเหมือนว่าลูกสาวของเธอเหมือนจะแสดงอาการโกรธอะไรบางอย่าง เพราะฉะนั้นพอมาถึงเธอจึงตรงดิ่งไปทาง เฉิงหยู่ และ เ้าอ้วน ทันที
“แม่...แม่เข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่พวกเขาหรอก พวกเขาเป็เพื่อนหนูเองที่ช่วยจัดการไล่คนไม่ดีพวกนั้นไป”
“อ้าว! เป็งั้นเองหรอ ฉันต้องขอโทษพวกเธอสองคนด้วยจริงๆ เมื่อครู่ฉันกังวลเื่ เสี่ยวฮั่น มากไปหน่อย ฉะนั้นจึง….” คุณนายหลิน พอได้ยินคำอธิบายของลูกสาว ก็รู้สึกผิดจึงกล่าวออกไป
“อ่อๆ ไม่เป็ไรหรอกครับ คุณน้าเป็แม่ของ ฮั่นฮั่น หรือครับ?”
คุณนายหลิน ได้ยิน เฉิงหยู่ เรียกลูกสาวตัวเองอย่างสนิทสนม ก็สังเกตเห็นได้ว่าเธอนั้นหน้าแดงชัดเจน จึงเกิดผงะขึ้นมา แต่ก็ไม่รู้จะต่อว่ายังไง เพราะเมื่อครู่ก็ต่อว่าผิดคนไปแล้ว ไว้กลับมาบ้านค่อยถามความเป็มา ว่าลูกสาวมีใจให้กับเ้าหนุ่มนี่หรือเปล่า
ลูกสาวของตัวเองสุดแสนจะเพียบพร้อม และสะสวย แล้วเ้าหนุ่มนี่มีดีตรงไหน แต่แค่มองก็พอเดาออกว่าน่าจะเป็ลูกคนมีเงิน ซึ่งเธอเองไม่้าให้คนอื่นมาหลอกลวงลูกสาว พูดก็พูดเถอะทั้งสองคนยังเด็กอยู่บ้าง จะรู้จักความรักที่แท้จริงได้ยังไง! ลูกสาวของเธอก็ดูไร้เดียงสา ไม่เคยผ่าน่เวลาเช่นนั้น จึงเป็เื่ง่ายที่จะถูกลูกคนมีเงินหลอกเอาได้
“ขอบใจพวกเธอทั้งสองมากนะ ตอนนี้เลิกเรียนแล้ว ควรจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ไม่งั้นคนที่บ้านคงต้องเป็ห่วงแน่” คุณนายหลิน ไม่รอให้ เฉิงหยู่ อ้าปากพูด ก็ดึงตัว หลินยวี่ฮั่น จากไป
เหลือไว้เพียงชายสองคนที่ต่างทำหน้าตางงๆ “ลูกพี่ เหมือนว่าแม่ของเธอจะไม่ค่อยถูกชะตากับพี่สักเท่าไหร่นะ! เมื่อกี้ก็ยังดีๆอยู่เลย แต่จู่ๆก็เปลี่ยนอารมณ์ซะงั้น” เ้าอ้วน แปลกใจจึงพูดออกไป
เฉิงหยู่ มองดูทั้งสองคนเดินจากไป เอามือถูจมูก ด้วยความสงสัย ขณะย้อนคิดกลับไปว่าทำไมจู่ๆ แม่ของ หวี่ฮั่น ถึงเปลี่ยนอาการฉับพลัน สักพักหนึ่งก็เริ่มตระหนักได้ เมื่อเห็นว่าเขาพูดคุยกับเธออย่างสนิทสนม แม่ที่ไหนจะยอมรับได้ เธอคงจะกลัวว่าใครจะมาหลอกลูกสาว
จบตอน