เป็เพราะนิวส่งข้อความชวนมีนให้มานั่งติวหนังสือด้วยกันเมื่อวันก่อนทำให้โต๊ะที่เป็จุดนัดพบจากสามคนเพิ่มเป็หกคนแบบที่เตไม่คาดคิดจากที่จะสอนเพียงแค่ธันวา นิว และมีน กลายเป็ว่ามีนพาเพื่อนมาด้วย แต่เอาเถอะความรู้หวงไปก็เท่านั้น
นิวเคยบอกไว้ว่าหากเราสนใจอะไรเป็พิเศษเราจะดูมีเสน่ห์กับสิ่งที่ทำ
อย่างเตในตอนนี้ที่พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นไปถึงข้อศอกผมหน้าม้าที่เริ่มยาวถูกเสยไปด้านหลังอย่างลวกๆใบหน้าตั้งอกตั้งใจอธิบายแนวข้อสอบให้เพื่อนที่แลดูจริงจังนั่นทำให้เตน่ามองมากขึ้น
“ตรงไหนไม่เข้าใจถามได้นะ เราสอนคนอื่นไม่ค่อยเก่ง...มีนเข้าใจไหม”ประโยคแรกคนตัวสูงบอกกับทุกคนแต่ประโยคหลังเขาหันมาถามมีนเพียงแค่คนเดียวเรียกเสียงแซวของนิวและลูกคู่อย่างธันวาได้เป็อย่างดี
กับการเรียนนิวตั้งใจเหมือนตอนเป็พ่อสื่อขนาดนี้ไหมบอกเลยว่า...
ป๊อก!
ม้วนเอกสารประกอบการเรียนถูกเคาะไปที่หัวของคนที่ปรือตาเตรียมเข้าสู่ห้วงนิทราเ้าตัวลืมตาขึ้นมาส่งสายตาคาดโทษมาให้
“โทษที มันไปโดน”
“มีนดูดิ เตแกล้งเรา” เมื่อสู้ไม่ได้จึงหันไปหาตัวช่วยแทนใบหน้าออดอ้อนของนิวพาให้สองสาวเผลอหลุดปากออกมาว่าน่ารักทำเอาคนถูกชมยิ้มตาหยี
“ชมว่าหล่อบ้างก็ได้ชมว่าน่ารักแล้วเราเขิน มีนน่ารักกว่าอีก”
“อะไรๆ ก็มีน พี่นิวคิดอะไรกับเพื่อนออยรึเปล่า”สาวผมน้ำตาลถามขึ้นด้วยใบหน้ากรุ่มกริ่ม
“พี่ไม่คิด แต่คนอื่นคิด”
“ใครหรอ” มีนถามด้วยความใคร่รู้
“แถวนี้แหละ”
คำพูดมีเลศนัยยิ่งทำให้อยากรู้เข้าไปใหญ่…แต่ก็คาดเดาไม่อยากเพราะแถวนี้มันมีไม่กี่คน
“วันนี้กลับยังไงกันอ่ะ”มีนเอ่ยถามขณะทุกคนกำลังเก็บหนังสือลงกระเป๋าหลังจากที่ติวเสร็จคนตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม้าจะหาเพื่อนเดินทางกลับหอด้วยกันเพราะสองสาวเพื่อนรักมีนัดจะไปที่อื่นกันต่อ
“เราซ้อนท้ายเต”
“งั้นมีนกลับคนเดียวเลย” มีนว่าเสียงเศร้าทำเอาใจเตอ่อนยวบ
“เราไปส่งไหมมีน” เตเสนอตัว
“ซ้อนสามหรอ” นิวถามขึ้นเขาไม่มีปัญหาหรอกเพราะเป็ผู้ชายตัวเล็กทั้งคู่ แต่มีนน่ะสิจะนั่งได้ไหม
“กลับเองบ้างก็ได้นะนิว” นิวอึ้งไปหลังจากได้ยินคำพูดของร่างสูง
เตไม่ได้จะถีบหัวส่งหรอกเพียงแต่เขาจะเอาคืนที่อีกฝ่ายเกือบหลุดปากเื่ที่เขาชอบมีนออกไปต่างหากเคยตกลงกันไว้แล้วว่าห้ามบอก แต่เผลอเป็ไม่ได้เลย
“ไม่เป็ไร แกไปกับพี่นิวเถอะ”
เมื่อมีนบอกแบบนั้นยิ่งทำให้นิวได้ใจทำใบหน้าล้อเลียนร่างสูงจนโดนสายตาคาดโทษมา เตก้มส่งข้อความในโทรศัพท์ให้รู้กันสองคน
‘เงิน’
ประโยคเดียวสั้นๆแจ้งเตือนขึ้นมาในโทรศัพท์เปลี่ยนความคิดของหนุ่มจากคณะศิลปกรรมคนนี้ได้ โดยทีนที
เตร้อนรัก แต่นิวน่ะร้อนเงินกำลังหาเงินซื้อสีอยู่พอดี
“เตไปส่งมีนเถอะ เดี๋ยวพี่นิวกลับเองวันนี้อยากเดินกลับหอพอดี” ว่าพลางกลั้วหัวเราะราวกับว่าอารมณ์ดีมากที่ได้เดินกลับหอทั้งๆที่แดดร้อนจ้าเพียงนี้
“ก็ได้ครับ”
ก่อนจะแยกย้ายกันนิวส่งข้อความตอบกลับถึงเต
‘ได้โอกาสแล้วให้มีนเกาะเอวด้วย’
เตตอบข้อความนั้นโดยการหันมาพยักหน้าให้นิวก่อนจะเดินคู่กับคนตัวเล็กไปยังลานจอดรถมอเตอร์ไซด์ ยิ่งระยะทางสั้นลงหัวใจเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆด้วยความตื่นเต้น
หวังว่าจะไม่ใจสั่นจนขี่รถคว่ำนะใจเย็นไว้ไอเต
เมื่อมีนขึ้นค่อมรถมอเตอร์ไซด์มือเล็กก็รู้สึกเกะกะไม่รู้จะจับอยู่ตรงไหนทำให้เตนึกถึงนิวขึ้นมา รายนั้นพอขึ้นรถปุ๊บจับหมับเข้าที่เอวเขาอัตโนมัติโดยไม่ต้องบอก
“ขอโทษนะมีน”
“หืม” มีนส่งเสียงในลำคออย่างไม่เข้าใจว่านิวขอโทษอะไรจนกระทั้งหมวกกันน็อกใบโตถูกสวมลงบนศีรษะ มือหนาปรับสายใต้คางให้พอดีกับใบหน้าของอีกฝ่าย
“กลัวตกก็จับเอวเรานะ” เตว่า
“อื้อ ขอบคุณนะ”
ปกติแล้วเตจะใช้เวลาขับรถถึงหอเพียงไม่กี่นาทีแต่เพราะมีคนพิเศษซ้อนท้ายมาด้วยคราวนี้เขาจึงต้องขับให้เบาที่สุดเพื่อความปลอดภัยและเพื่อจะได้อยู่กับคนตัวเล็กนานๆ
ส่วนทางด้านนิวที่มองเตขับรถออกไปอยู่ห่างๆเบ้หน้าเบาๆ
“ทีตอนนั้นขอใส่หมวกหน่อยทำบอกเกาะดีๆก็ไม่ร่วงลงไปหรอก พอเกาะเอวบอกร้อน นี่อะไร” นิวยืนกอดอกพึมพำอยู่คนเดียวก่อนที่จะมีร่างสูงของเพื่อนเตมายืนขนาบข้างแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง
“ก็มันชอบมีนหนิพี่ที่มันทำก็ถูกแล้ว”
“พูดไปงั้นแหละ ไปและวันนี้ต้องกลับเองเลย” ว่าจบก็เดินออกไปทิ้งให้รุ่นน้องมองตามด้วยความไม่เข้าใจการกระทำของนิวราวกับหึงเตอย่างนั้นแหละ
หลังจากวันที่ได้ไปส่งมีนที่หอนี่เป็ครั้งแรกที่เตเดินเข้ามาในมหาลัยพร้อมกับเพื่อนร่วมรุ่นตัวเล็กคนที่เขาแอบชอบ ร่างสูงลงทุนขับรถไปจอดรอที่หน้าหออีกฝ่ายแสร้งเป็ว่าผ่านไปแถวนั้นแล้วเจอมีนพอดีจึงรับมามหาลัยด้วยกันยิ่งไปกว่านั้นมีนชวนเพื่อนสาวอีกสองคนย้ายโต๊ะมานั่งเรียนอยู่ข้างเขา
เหมือนฝันเลย
คนที่ไม่คิดว่าจะได้แม้แต่คุยกันตอนนี้กลับอยู่ใกล้จนเอื้อมมือไปถึง
คลาสภาษาอังกฤษปกติจะเรียนทุกวันอังคารแต่อาจารย์ขอเลื่อนมาเป็วันพุธแทนวันนี้เขาจึงได้เจอนิวในชุดเสื้อยืดกางเกงยืนสวมทับด้วยชุดช็อปของคณะเป็ครั้งแรก
นอกจากการแต่งกายที่แปลกไปท่าทางของนิวก็แปลกไปด้วย ปกติจะยิ้มแย้มแทบตลอดเวลาแต่วันนี้กลับนั่งเหม่อไปตลอดทั้งการเรียนจนเตอดสงสัยไม่ได้
“เป็อะไร”
“ป่าว ขอตัวกลับก่อนนะต้องรีบทำธีสิส”
“เดี๋ยวดิ่ แล้ว...” ยังไม่ทันพูดจบนิวก็รีบเดินออกไปไม่รอเสียงเรียกจากคนตัวสูง ไปทั้งๆ ที่อาจารย์ยังไม่ปล่อยเลยด้วยซ้ำ“เป็อะไรของเขา มึงรู้ไหม”
คิดไม่ออกว่ารุ่นพี่เป็อะไรจึงหันมาถามความเห็นเพื่อนสนิทแทนแต่ได้รับการส่ายหน้าเป็คำตอบ
“เห้ย ...อย่าบอกนะว่า...” จู่ๆเหมือนว่าธันวาจะนึกอะไรบางอย่างออก เขาลองเอาความคิดในหัวมาปะติดปะต่อกันจนได้คำตอบที่คิดเอาเองว่า“พี่นิวชอบมึงแน่ๆ”
“พูดอะไรของมึง”
“ความใกล้ชิดมันทำให้คนหวั่นไหวมานักต่อนัก”เขาลองสังเกตอยู่หลายครั้งว่านิวดูใกล้ชิดกับเตเพื่อนรักของตัวเองแปลกๆแถมชอบทำใบหน้าราวกับว่าหึงเตอีกด้วยเวลาที่อยู่กับมีน
ต้องใช่แน่ๆ
จากวันนั้นเตก็ไม่พบรุ่นพี่ต่างคณะอีกแม้แต่ธันวายังถามหา เจอกันตอนสอบควิซนิวก็รีบออกจากห้องเรียนไปไม่ทันจะได้คุยกันเลยสักนิด ครั้นพอส่งข้อความไปหาอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะเปิดอ่านไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็อะไรกันแน่ แต่แบบนี้มันหลบหน้ากันชัดๆ เลย
หรือจะเป็แบบที่ธันวาบอกหากเป็แบบนั้นเขาคงรู้สึกแย่ไปด้วยที่ทำให้อีกฝ่ายคิดไปไกล
วันนี้เขามีนัดกับมีนว่าจะไปรับประทานร้านอาหารที่ถูกรีวิวใกล้ๆมหาวิทยาลัย ในขณะที่ยืนรอคนตัวเล็กอยู่นั้น สายตาเขาเหลือบไปเห็นใครบางคนที่่นี้หายหน้าหายตากำลังเดินผ่านหน้าไปใบหน้าโทรมๆ แววตาเหม่อลอยจนเกือบจะเดินชนเสาอยู่รอมร่อ
เป็อะไรของเขากันนะ...ต้องคุยให้รู้เื่
“นิว”มือหนาเข้าจับข้อมือเล็กให้หยุดชะงัก “เป็อะไร”
“เปล่ามีอะไรอีกไหมจะไปเอางานที่สั่งปริ้นท์”
“ธีสิส?”
“อือ”
“เดี๋ยวไปส่งร้านมันอยู่ไกลจากหอ”
“รบกวนหรือเปล่า”
ถามแบบนี้ไม่สมกับเป็นิวเอาเสียเลยปกติชอบร้องขอซ้อนมอเตอร์ไซค์ให้เขาไปส่งตลอด แต่ครั้งนี้มาแปลก เตไม่ได้ตอบอะไรหลังจากนั้นดึงข้อมือเล็กของอีกคนมาที่รถ
เมื่อได้รับของเรียบร้อยเขาตัดสินใจมาห้องของนิวมันรกกว่าตอนแรกเล็กน้อยแต่ยังถือว่าสะอาดอยู่ นิวนั่งลงที่เก้าอี้ก่อนจะตรวจดูเอกสารที่เพิ่งไปเอามา
“มีอะไรให้ช่วยไหม”
“ไม่มี”
หลังจากนั้นห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ เตไม่เคยรู้สึกว่าความเงียบทำให้เขาอึดอัดขนาดนี้มาก่อนเลยเขาจึงเอ่ยพูดก่อน
“ถามจริง เป็อะไรกันแน่ คงไม่เพราะ...ชอบฉันใช่ไหม”
“จะบ้าหรอ” เมื่อได้รับสายตาแหยงๆส่งมาทำให้ร่างสูงหัวเราะแห้งแก้เก้อ
“นั่นสิ ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ฉันหรอกเป็ความคิดไอธันมัน”
เช่นนั้นที่อีกฝ่ายเงียบๆไปสงสัยคงจะเหนื่อย เขามองดูเอกสารและเฟรมภาพวาดของเ้าของห้อง เตไม่เคยถามเลยด้วยซ้ำว่าโปรเจคจบของอีกคนคือทำอะไรเพราะมีคนเคยบอกไว้ว่าหากไม่จำเป็อย่าถามถึง มันอาจจะสร้างความปวดใจให้รุ่นพี่บางคนได้
ปีสุดท้ายแล้วคงจะเรียนหนักน่าดู
“เดี๋ยวมา” เสียงทุ้มบอกคนที่กำลังตั้งใจทำงาน
“ไปไหน” เ้าของห้องถามโดยที่ยังไม่เงยหน้าจากแป้นพิมพ์เลยด้วยซ้ำ
“ซื้อของ ขอกุญแจหอด้วยี้เีรอคนมาเปิดประตู” นิวชี้ไปที่บนเตียง ที่เขาโยนมันไปลวกๆ
เวลาผ่านไปสักพักเตก็กลับมาพร้อมน้ำสองแก้วเขาวนำแก้วที่เป็กาแฟดำวางไว้ตรงหน้าของนิว ร่างบางเลิกคิ้วเป็เชิงถาม
“ซื้อให้”
“ขอบใจ”
“กรอบรูปคว่ำอ่ะ” เตจับกรอบรูปที่ล้มอยู่บนโต๊ะตั้งขึ้นให้ด้วยความหวังดีแต่หารู้ไม่ว่ามันสะกิดใจของเ้าของห้อง นิวหยิบมันทิ้งลงถังขยะอย่างไม่สนใจใยดีท่ามกลางความใของคนตัวสูง
“เห้ย ทิ้งทำไม”
“จะทิ้งนานแล้วเพิ่งตัดสินใจได้”
“ทะเลาะกันหรอ”
“เลิก”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งเตเกิดรู้สึกผิดขึ้นมาที่ถามออกไป
“ทำหน้าแบบนั้นทำไมเลิกไปเกือบห้าหกเดือนแล้ว”
“ก่อนเรารู้จักกันอ่ะดิ”
“ใช่”
เตไม่เอ่ยปากพูดถึงมันอีกเขาเพียงรอให้ร่างบางพูดมันออกมาเองจะดีกว่าเขาเองก็ปลอบใจใครไม่เป็ด้วย
“วันก่อนไปเจอเขาอยู่กับคนใหม่ที่คณะนายซึมเลย ฮ่าๆๆ” นิวหัวเราะออกมาราวกับมันเป็เื่ตลก แต่แววตาดูไม่สนุกไปด้วยเลย
“ไม่ไหวอย่าฝืน”
“เขาหาว่าเรานอกใจแต่เขาเองนั้นแหละ...คนนั้นเป็คนที่เราเคยจับได้ว่าแอบลับหลังแต่เขาบอกไม่มีอะไรเป็แค่เพื่อน แล้วเอาความผิดมาลงที่เรา ว่าเราต่างหากที่สาวเยอะ ตอนนั้นเรารู้สึกผิดแทบตายที่ทำให้แฟนตัวเองรู้สึกไม่ดี”
เตนั่งเป็ผู้ฟังที่ดีปล่อยให้อีกคนได้ระบาย
“ดีหน่อยมาเจอพวกนายเลยไม่ค่อยเหงาตอนนี้เพื่อนเราคงไม่อยากฟังเื่เครียดๆ เพิ่ม แค่วิทยานิพนธ์ก็เหนื่อยจะแย่”
“เหนื่อยก็พัก”
“พักได้ที่ไหน เดี๋ยวไม่จบอู้มาตั้งนาน ช่วยคนแถวนี้จีบหนุ่ม”
“ไม่บอกล่ะ”
“เพราะเราี้เีด้วยแหละส่วนหนึ่ง”
เตส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ
“เื่แฟนนาย...”
“ตอนแรกก็เศร้าแต่ตอนนี้หายแล้ว มีนายมาอยู่เป็เพื่อน”
“คืนนี้ขอนอนนี่นะี้เีกลับ” เตไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนเื่แต่เพราะเขาปลอบคนอื่นไม่เก่ง คงทำได้แค่อยู่ข้างๆคืนนี้เขาคงไม่กล้าทิ้งคนที่ทำใบหน้าเศร้าไว้คนเดียว
“อือ เราคงไม่ได้นอน”
“ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอก”
“ขอบใจแค่ช่วยอยู่เป็เพื่อนตอนนี้ก็ดีแล้ว”
นิวหันมามอง ทำให้เตเห็นใบหน้าอีกฝ่ายเต็มตาั์ตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำสีใสแต่เ้าตัวไม่ยอมปล่อยมันไหลออกมาคนที่เขาเห็นว่ามีรอยยิ้มตลอดเวลาตอนนี้กลับเศร้าหมองราวกับดอกทานตะวันไม่เจอแสงทำเอาใจคนมองกระตุก
“อือคืนนี้จะอยู่เป็เพื่อนเอง”