ฉินซู่กะพริบตามองต่งเสี่ยวเสี่ยวที่อยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณา
เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไปั้แ่สองสามวันก่อนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเปลี่ยนไปมากจนถึงตอนนี้เธอก็ยังคงเป็แบบนั้นอยู่
ก่อนหน้านี้ฉินซู่ไม่เชื่อคำพูดเ่าั้ของเธอแต่ตอนนี้เขาเชื่อสนิทใจแล้ว
และยังรู้สึกผิดในใจเล็กน้อย
ที่ผ่านมาเขาเ็ากับต่งเสี่ยวเสี่ยวมาตลอดพอเกิดปัญหาขึ้นเขาก็ปล่อยปละละเลย หลังจากที่ทั้งคู่ได้เปิดใจคุยกันเขาก็ยังคงไม่เชื่อใจเธอ
แต่ถึงขาของเขาจะเป็แบบนี้ไปแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยังไม่ทอดทิ้งเขาและลูกๆทั้งสองคน
ยิ่งได้ฟังคำพูดของพี่ใหญ่เขาก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจเป็อย่างยิ่ง
ตอนที่เธอได้ยินว่าเขาต้องตัดขาทิ้งต่งเสี่ยวเสี่ยวจะรู้สึกยังไงกันนะ?
ฉินซู่กำหมัดแน่น เขาสบตาของต่งเสี่ยวเสี่ยว
ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาในใจเขาหลับตาลงและสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนี้ เขาจะไม่ทำให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวผิดหวังอีก
ในเมื่อทั้งสองได้ใช้ชีวิตฉันสามีภรรยาและแต่งงานกันแล้วงั้นก็มาใช้ชีวิตให้ดีต่อไปกันเถอะ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ทอดทิ้งเขาในเวลาแบบนี้ดังนั้นในอนาคตเขาจะไม่มีวันทอดทิ้งต่งเสี่ยวเสี่ยวเหมือนกัน
"อืม ต่อไปนี้เธอว่ายังไงก็ว่าตามกัน"
ฉินซู่เม้มปากเล็กน้อย"ในบ้านยังมีเงินเหลืออยู่ร้อยกว่าหยวนฉันซ่อนไว้ในร่องหินใต้เตียง เธอเอาไปใช้ก่อนนะ"
พอได้ยินแบบนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เลิกคิ้วขึ้น
ใครจะไปคิดว่าผู้ชายคนนี้จะรู้จักซ่อนเงินส่วนตัวด้วย
แต่เธอเองก็เข้าใจดีเพราะตอนที่เธอยังไม่ได้มาอยู่ที่นี่ ร่างเดิมเป็ผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวมาก
ถ้าไม่ซ่อนเงินเอาไว้บ้างแล้วอีกหน่อยในอนาคตลูกๆ ทั้งสองคนจะทำยังไง?
"ฉันจะไปเอาเงินออกมา" ต่งเสี่ยวเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "่ที่นายพักอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งอาทิตย์พวกเราจะอยู่ที่นี่ ฉันจะพยายามประหยัดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด"
"เื่ที่จะไปช่วยหมอหลี่ฉันจะพักเอาไว้ก่อนฉันจะบอกเขาให้เข้าใจเอง แล้วค่อยหาวิธีต่อ"
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบความรู้สึกผิดในใจของฉินซู่ก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
ตอนแรกคิดว่าวันเวลาดีๆของครอบครัวกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เปลี่ยนไปและหางานทำได้แล้ว
ใครจะรู้ว่า...
"ก๊อกๆ"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นต่งเสี่ยวเสี่ยวยังไม่ทันจะเดินออกไป ก็มีคนเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้ามาก่อน
คนที่เข้ามาคือคนที่ฉินซู่ช่วยชีวิตไว้เมื่อวานนี้
ผู้ชายคนนี้ยังอายุน้อยอยู่ผมของเขาสั้นเกรียน หลังจากเข้ามาในห้องก็มองไปยังต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยท่าทีประหม่าจากนั้นก็เดินไปข้างเตียงของฉินซู่อย่างช้าๆ
เขาค่อยๆ นั่งลงมองฉินซู่ที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าสำนึกผิด "พี่ฉินขอบคุณมากครับที่ช่วยชีวิตผมเอาไว้ ผมไม่มีอะไรจะตอบแทน"
"แต่ต่อจากนี้ถ้าพี่้าให้ผมช่วยอะไร บอกผมได้เลยครับ" พูดจบชายหนุ่มผมเกรียนก็ตัวสั่นเทาเขาหยิบห่อผ้าเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
แล้ววางไว้ข้างเตียง"ผมรู้ว่าการรักษาครั้งนี้ต้องใช้เงินเยอะ ผมมีแค่นี้พี่เอาไปใช้ก่อน ถ้าไม่พอพี่บอกผมนะ"
ชายหนุ่มผมเกรียนพูดด้วยความประหม่า
เมื่อวานถ้าไม่ใช่เพราะฉินซู่ผลักเขาออกไปขาของเขาอาจจะหักตรงนั้นเลยก็ได้ ชีวิตที่เหลือของเขาคงเป็คนพิการไปแล้ว
เขาไม่มีอะไรจะตอบแทนเขาไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น เขาจึงเอาเงินเก็บทั้งหมดที่มีออกมา
เขาถือว่าฉินซู่เป็ผู้มีพระคุณเขาจะตอบแทนฉินซู่ด้วยการทำความดีตอบแทน
"เอาล่ะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวดูเงินที่อยู่ในห่อผ้าก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ก็คงรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย "เงินในนี้พวกเราขอรับไว้แค่ครึ่งเดียวนะที่เหลือพวกเราขอรับไว้แค่น้ำใจ แต่ไม่ต้องพูดว่าจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนหรอก"
"เงินที่เหลือนายเก็บไว้ใช้เองบ้างเถอะ นายก็ต้องใช้ชีวิตนะ"
ชายหนุ่มผมเกรียนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ตบไหล่เขาเบาๆ "ฉินซู่ก็คงคิดเหมือนฉันนั่นแหละ"
ชายหนุ่มจึงหันไปมองฉินซู่
ฉินซู่พยักหน้ารับโดยไม่ปฏิเสธหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงพูดว่า "สิ่งที่เมียฉันพูดก็คือสิ่งที่ฉันคิดทำตามที่เธอว่าก็แล้วกัน"
ตอนที่เขาช่วยชีวิตคนเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องให้ใครมาตอบแทนอยู่แล้ว
"พวกพี่..." ชายหนุ่มผมเกรียนมองสองสามีภรรยา ก็รู้สึกซาบซึ้งใจมากยิ่งขึ้นเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
เขาจับมือของฉินซู่ไว้แน่น"พี่ฉิน พวกพี่ดีกับผมมากจริงๆ"
"พวกพี่ ผม...ผมไม่รู้ว่า..."
ยิ่งพูดชายหนุ่มก็ยิ่งประหม่าต่งเสี่ยวเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียดนี้"ใจเย็นๆ ถ้าอยากจะตอบแทนจริงๆ่สองวันนี้ช่วยมาดูแลฉินซู่ให้ฉันสิ"
อย่างอื่นว่ากันทีหลังแต่ตอนนี้เธอต้องกลับบ้านไปก่อน
เธอต้องกลับไปเอาเงินมาพวกเขาถึงจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในเมืองได้ตลอดทั้งอาทิตย์
แล้วเธอจะดูว่ามีวิธีไหนอีกไหมที่จะสามารถหาเงินเพิ่มขึ้นได้ พวกเขาจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
"ครับ ไม่มีปัญหาครับ!"
ชายหนุ่มตอบตกลงทันทีเขาตบหน้าอกตัวเองเป็การยืนยัน ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงหันไปพูดกับฉินซู่อีกสองสามคำก่อนเดินออกจากห้อง
ถ้าตามที่ฉินซู่พูดว่าในบ้านยังมีเงินเหลืออยู่อีกร้อยหยวนบวกกับเงินที่เขาพกติดตัวอยู่ตอนนี้ คงจะมีประมาณหนึ่งร้อยหกสิบแปดหยวน
การใช้ชีวิตแค่หนึ่งอาทิตย์คงจะไม่ยากแต่ต่อไปในอนาคต คงจะยากแน่นอน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวลังเลอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็เดินตรงไปข้างหน้า
เื่อื่นค่อยว่ากันต้องไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อน
พอเดินมาถึงตรงจุดชำระเงินเธอพูดชื่อเพื่อจะจ่ายค่ารักษา เ้าหน้าที่บัญชีหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านในก็ส่ายหน้า"พวกคุณไม่ได้ค้างชำระนี่ครับ?"
หือ?
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงกับชะงักเมื่อวานตอนที่เขาถูกพาตัวมา สถานการณ์เร่งด่วนมากตอนนั้นเธอเพิ่งจะจ่ายเงินมัดจำไปแค่สามสิบหยวนเองนะ
ผ่าตัดไปแล้ว ไหนจะคอยดูแลตลอดทั้งคืนเป็ไปได้ยังไงที่จะไม่ค้างชำระ?
"ช่วยดูให้ฉันหน่อยได้ไหมคะว่าดูผิดหรือเปล่า"ต่งเสี่ยวเสี่ยวยืนยันว่าจะให้ตรวจสอบอีกครั้งเ้าหน้าที่บัญชีหนุ่มจึงตรวจสอบให้เธอ "มีคนจ่ายให้คุณแล้วครับ"
"คุณรู้ไหมว่าใครจ่าย?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวค่อนข้างร้อนใจ ใครกันที่จ่ายเงินให้เธอหรือว่าจะเป็ชายหนุ่มผมเกรียนคนนั้น?
ยังไม่ทันที่เ้าหน้าที่บัญชีคนนี้จะนึกขึ้นได้เ้าหน้าที่บัญชีอีกคนก็ยิ้มออกมา "หมอเผยเป็คนจ่ายเงินให้พวกคุณเขาจ่ายล่วงหน้าไว้แล้ว 200 หยวนค่ะ"
พอได้ยินชื่อของเผยเห่อหัวใจของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็กระตุกวูบ เธอรีบเดินไปทางห้องทำงานอย่างรวดเร็ว
ตอนที่เข้าไป เผยเห่อกำลังตรวจคนไข้อยู่ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงยืนรออยู่อย่างเงียบๆ
รอจนคนไข้คนนั้นออกไป เธอถามด้วยความร้อนใจ"คุณหมอเผยจ่ายเงินให้ฉันตามอำเภอใจได้ยังไงคะ?"
"ตอนนี้ฉัน..."
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังพูดไม่ทันจบเผยเห่อก็ยิ้มและวางปากกาลง "ผมได้ยินเื่ของพวกคุณมาบ้างแล้วการที่ผมจ่ายเงินให้ก็เพราะตอนที่ทำการผ่าตัด ผมได้เรียนรู้จากคุณมาไม่น้อย"
"ผมจ่ายค่าเรียนไม่ได้เหรอครับ?"
เขาได้ยินเื่ราวทั้งหมดและได้รู้ว่าฉินซู่ช่วยชีวิตคนไว้เขาจึงได้เข้าใจถึงสถานการณ์ของครอบครัวพวกเขาว่าค่อนข้างยากลำบากเขาจึงตัดสินใจทำตามอำเภอใจของตัวเอง
ถือว่าช่วยต่งเสี่ยวเสี่ยวเพราะเขา้าที่จะทำความรู้จักกับผู้หญิงคนนี้
"จริงๆ แล้วถึงแม้คุณจะไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่ด้วยฝีมือของคุณถ้าคุณมาทำงานที่โรงพยาบาล..."
"ไม่ล่ะค่ะตอนนี้ฉันยังไม่ได้คิดถึงเื่นั้น"