ธามิณีหลับไปแล้วั้แ่กลับมาจากทำงานพิเศษแต่หลับไปได้ไม่นานก็สะดุ้งตื่นเพราะนิมิตที่เธอเห็นว่ากาญเกล้าตายความกังวลเื่ของกาญเกล้าทำให้เธอคิดไม่ตกว่าควรทำอย่างไรติดต่อกาญเกล้าก็ไม่ได้ เบอร์ของเตวินก็ถูกลบออกจากเครื่องไปนานแล้วมีแต่เลขทะเบียนรถของแฟนกาญเกล้า ถ้าเธอขอให้รวิชญ์ช่วยจะได้ไหมนะ
แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นเธอยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้หรือเปล่ามีใครเคยทำได้มาก่อนไหม แล้วหากเธอหาทางทำให้กาญเกล้าไม่ตายได้แล้วหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น การตายจะเกิดขึ้นซ้ำๆ เหมือนในหนังที่เคยดูหรือเปล่า
“คุณศนิ...พระเสาร์ว่างไหมคะ ธามมีเื่ไม่สบายใจอยากปรึกษาค่ะ”
ตอนนี้ 4 ทุ่มแล้ว ยังไม่ดึกสำหรับเธอแต่สำหรับเทพกึ่งมนุษย์ถือว่าดึกไหมนะ แต่รออยู่เกือบนาทีไม่มีเสียงขานตอบ
“คงไม่มาสินะ”
“เล่ามาสิเธอมีอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจ”
“ใหมด”ธามิณียกมือทาบอก แม้ว่าศนิจะยืนห่างจากเตียงพอสมควร แต่เธอก็ใอยู่ดี“ทำไมคุณมาเงียบๆ ล่ะคะ”
ศนิเลิกคิ้วแม้จะรู้ว่ามนุษย์มีอารมณ์หลากหลายแต่การที่ธามิณีขอให้เขามาหา แล้วเขามาเพราะกำลังเบื่ออยู่พอดีเธอกลับใมันกลายเป็ความผิดของเขางั้นหรือ
“แล้วฉันต้องทำยังไงเธอถึงจะไม่ใล่ะ”
“ช่างมันเถอะค่ะมันคือคำพูดติดปากไม่ทันได้คิดของธามเท่านั้นเอง แค่คุณมา ธามก็ดีใจแล้วค่ะ”ธามิณียิ้มเก้อๆ อธิบายไปคงถูกดุกลับมา แค่นี้ก็ถูกจ้องแล้วถ้าเธอไม่รีบพูดมีหวังเขาคงหายตัวไปเฉยๆ “เอ่อ ถ้าธามถามอะไรที่มันแปลกๆคุณอย่าหายตัวไปเพราะไม่อยากตอบได้ไหมคะ”
แม้เขาจะเป็เทพกึ่งมนุษย์แต่เขาก็ต้องพักผ่อนเช่นกัน ธามิณีจะอ้อมค้อมเพื่ออะไร
“ได้มันแปลกขนาดไหนล่ะ”
“ตอนที่ธามถูกพาเข้าไปในหนังสือิญญาตนนั้นบอกว่าธามมีผลึกกาลอยู่ในตัว แล้วผลึกกาลนั้นเป็ของคุณมันคือความจริงใช่ไหมคะ” ธามิณีกลั้นใจรอฟังคำตอบไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะยอมตอบหรือเปล่า
“ใช่ผลึกกาลอีกครึ่งที่อยู่ในตัวเธอเป็ของฉัน แต่มันก็ทำให้เธอไม่ตายในวันนั้น นี่หรือที่เธอสงสัย”ไม่มีเหตุผลที่ศนิต้องบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ หากรู้แล้วธามิณีจะได้สิ้นสงสัยไม่สนใจอีก
‘วันนั้น’ที่ศนิพูดถึงคือวันที่พ่อแม่ของเธอจากไปนั่นเองธามิณีรู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นมันเป็แสงสีม่วงกับสีขาวสว่างจ้ารอบตัวเธอถ้าอย่างนั้นหากไม่มีผลึกกาล เธอก็จะตายใช่ไหม เธอเป็หนี้ชีวิตศนิมากมายจริงๆหากเขาจะนำผลึกกาลกลับไป เธอจะเอาพลังที่ไหนไปต้านทานเขาได้ในเมื่อเขาเป็เ้าของผลึกกาลมาั้แ่แรก ว่าแต่มันอยู่ตรงไหนในร่างกายของเธอ
“ค่ะแต่ว่ายังไม่ทั้งหมด การมีผลึกกาลอีกครึ่งของคุณอยู่ในตัวธาม มันทำให้ธามเห็นอนาคตของคนที่กำลังจะตายว่าตายยังไงด้วยใช่ไหมคะ”
ศนิพยักหน้าการที่ลุงกับป้าของธามิณีตาย โดยที่เธอเตือนเอาไว้ล่วงหน้าได้นั้นในความเป็มนุษย์คงไม่สามารถเห็นอนาคตได้แต่การมีผลึกกาลในตัวทำให้เธอเห็นในสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจรู้ได้ผ่านสายใยของการเป็ญาติ
“คราวนี้เธอเห็นว่าใครกำลังจะตายงั้นหรือ”
“กาญเกล้าค่ะ”ธามิณีอยากปรึกษากับใครสักคนในสิ่งเหลือเชื่อนี้ ซึ่งคงมีแค่พระเสาร์ที่ช่วยเธอได้“วันนี้ธามััที่มือของกาญเกล้าแล้วเห็นการตายแต่ธามไม่รู้ว่าค่ะว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่”
“ฉันคงตอบเื่นี้ไม่ได้หรอกนะ”หากธามิณีจะถามเขาในเื่นี้ แม้เขารู้ก็ตอบไม่ได้การเปลี่ยนอายุขัยของมนุษย์จะตามมาด้วยเื่ที่ร้ายแรงสำหรับมนุษย์ผู้นั้นส่วนใครก็ตามที่หาญกล้าไปเปลี่ยนอายุขัยจะได้รับโทษเช่นกัน
ธามิณีผิดหวังอยู่เหมือนกันหากรู้ว่ากาญเกล้าจะถูกผลักตกตึกเมื่อไหร่ การเปลี่ยนไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นอาจเป็ไปได้
“แล้วถ้าธามทำให้การตายไม่เกิดขึ้นล่ะคะมันจะเป็ไปได้ไหม”
“อย่าทำแบบนั้นทุกอย่างได้ถูกกำหนดไว้แล้ว หากเธอไปเปลี่ยนแปลงมันสิ่งที่คาดไม่ถึงจะเกิดขึ้นกับเธอเอง แม้แต่ฉันก็อาจจะช่วยเธอไม่ได้”ในอดีตมันเกิดขึ้นแล้ว เขาได้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงความตายแต่กลับทำให้เกิดโศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงกว่าเดิม
ธามิณีฟังแล้วแทบหมดหวังแต่เธอจะหมดหวังไม่ได้ หากเหตุการณ์นั้นยังไม่เกิดขึ้นแต่สิ่งที่คาดไม่ถึงของพระเสาร์หมายถึงอะไร เธอจะรับมือกับมันได้ไหมนะ
“ถ้าธามไปเปลี่ยนแปลงทำให้ไม่เกิดการตายจะเกิดอะไรขึ้นกับธามหรือคะ”
“ฉันบอกเธอไม่ได้ไม่มีใครรู้จนกระทั่งมันเกิดขึ้นแล้วเพราะฉะนั้นเธออย่าได้ไปทำให้สิ่งใดเปลี่ยนแปลงเด็ดขาดชีวิตมนุษย์เปราะบางและแสนสั้นเธอใช้ชีวิตของเธอไปจนกว่าจะถึงเวลาของตัวเองเสียเถอะ อย่าได้คิดเื่พวกนี้เลย”
เวลานั้น คือเวลาที่เธอจะต้องตายสินะ มันจะมาถึงเมื่อไหร่ ธามิณีไม่รู้ แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่ามันใกล้เวลานั้นเหลือเกิน
“อีกกี่ปีคะที่ธามจะต้องตาย”
ศนิมองมนุษย์คนแรกที่กล้าถามว่าตัวเองจะต้องตายเมื่อไหร่การไม่รู้ย่อมทำให้มีความสุขมากกว่ากระมัง หากเธอรู้ว่าเวลาของการมีชีวิตเหลือสั้นแค่ไหนรอยยิ้มคงหายไปแล้วแทนที่ด้วยความกลัว เขาไม่อยากให้เธอจากไปด้วยความกลัวแบบนั้น
“ฉันจะไปแล้ว”
ศนิไม่ทันคิดด้วยซ้ำตอนที่ธามิณีก้าวเร็วๆไปคว้าแขนของเขาไว้ หญิงสาวยิ้มเก้อๆ ก่อนปล่อยมือเขาคงไม่ชอบใจนักถึงได้ทำหน้าเรียบๆ ใส่เธออีกแล้ว
“ธามขอเบอร์คุณได้ไหมคะไอดีไลน์ ไอจี แอคเคาน์ทวิตเตอร์ หรือว่าคุณเล่นอะไรในโซเชียลธามขออะไรสักอย่างก็ได้ค่ะ”พูดไปแล้วธามิณีก็รู้เหมือนผู้หญิงช่างตื๊ออย่างไรก็ไม่รู้
ถ้าเขาติดต่อง่ายๆอย่างที่มนุษย์ทำกัน เธอคงไม่ต้องทำแบบนี้ เบอร์ก่อนหน้านี้ที่เขาให้ไว้เธอก็ดันไม่กล้าโทร หากไม่ใช่เขาแล้วเธอจะโทรไปปรึกษาเื่แบบนี้ได้ยังไง
ศนิฟังแล้วก็อ่อนใจพลางยกมือขึ้นมาวางบนผมนุ่มธามิณีเงยหน้ามองยิ้มคล้ายเด็กกำลังประจบผู้ใหญ่ วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับเขาหรอก
“ฉันจะเล่นของพวกนี้ทำไมมนุษย์มีชีวิตแสนสั้น ฉันจะมีเพื่อนมากมายไปเพื่ออะไร”
ศนิดึงมือกลับมาแต่ธามิณีกลับคว้าข้อมือศนิไว้กลัวว่าเขาจะหายไปต่อหน้าต่อตา
“ขอเบอร์โทรก็ได้ค่ะเวลาธามอยากขอคำปรึกษา คุณจะได้ไม่ต้องวาร์ปมาหาธาม แค่โทรคุยกันได้ก็พอแล้วค่ะ”
ศนิถอนใจรู้สึกละอายธามิณีคงไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าเขานั้นอันตรายต่อเธอยิ่งกว่าใครๆเขากำลังรอให้เธอถึงวาระสุดท้าย เพื่อที่จะได้ผลึกกาลกลับคืนมา แม้จะดูโหดร้ายแต่มนุษย์คนใดบ้างที่ไม่ต้องตายเมื่อถึงเวลาเพียงแต่เวลานั้นของธามิณีใกล้มาถึงเข้ามาทุกทีๆ
“ฉันสะดวกวิธีเดิม”
ศนิหายไปต่อหน้าต่อตาของธามิณีทั้งที่เธอยังจับข้อมือของเขาไว้ธามิณีมองมือตัวเองที่ว่างเปล่าพลางถอนใจทำไมการเป็เพื่อนกับเทพกึ่งมนุษย์ถึงได้ยากแบบนี้บางเื่เธอปรึกษาเพื่อนไม่ได้นี่นาแล้วเขาเป็คนเดียวที่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเธอถ้าผลึกกาลพาเธอวาร์ปไปหาเขาเวลาที่อยากได้คำปรึกษาก็คงจะดี เมื่อครู่เธอน่าจะถามเขาว่าต้องทำอย่างไรถึงจะใช้พลังจากผลึกกาลได้ช่างน่าเสียดาย คราวหน้าเธอจะไม่ลืมแน่นอน
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี