บทที่ 2 ทะลุมิติ
ความรู้สึกชาๆ ปวดๆ ราวกับมีดมาผ่าซากเนื้อ ทำให้จางหมี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ภาพเบลอๆ ของห้องสีขาวและ เธอพยายามขยับตัวแต่ก็ทำได้เพียงกระพริบตาเบาๆ เท่านั้น ความทรงจำเริ่มกลับมาทีละน้อย
ภาพเหตุการณ์ในอดีตพรั่งพรูเข้ามาในหัว มันเป็ความทรงจำของร่างนี้ที่เธอย้ายิญญามา เธอจำได้ทุกอย่าง... ความรักที่เด็กสาวมอบให้เฉินเว่ยอย่างหมดหัวใจ คำพูดหวานๆ ที่เขาเคยพร่ำบอก เธอเคยคิดว่าเขาคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่ความจริงกลับโหดร้ายยิ่งกว่าที่คิด เขาหลอกลวงเธอมาตลอด ความรักของเธอมันเป็เพียงเกมส์ตลกๆ สำหรับเขาและจางเซี่ยงหงจางหมี่กำหมัดแน่น ความเ็ปทั้งทางกายและทางใจมันทรมานเหลือเกิน เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา เธอทำอะไรผิดถึงต้องเจอกับเื่แบบนี้ ทำไมเขาถึงทำกับเธอได้ลงคอ
ความคิดถึงอนาคตที่เคยฝันถึงผุดขึ้นมา เธอเคยคิดว่าชีวิตของเธอจะต้องมีความสุข เธอจะได้ใช้ชีวิตคู่กับคนที่รัก แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันพังทลายลงหมดแล้ว และภาพสุดท้ายที่เธอจำได้ว่าเธอวิ่งออกมาจากโรงเรียนด้วยความเสียใจ เธอจำได้ว่าเธอวิ่งออกไปอย่างไร้สติ และแล้วภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลงก็ปรากฏขึ้นมาในหัว เธอเห็นรถบรรทุกคันใหญ่แล่นมาชนเธออย่างจัง
จางหมี่นั้นไม่เป็ที่ชื่นชอบของญาติพี่น้องอยู่แล้ว เพราะพวกเขาไม่ชอบแม่ของเธอ เธอเลยไม่ค่อยจะไปสุงสิงกับพวกเขามากนัก แต่ก็ยังไม่วายเพราะแม่ของจางหมี่นั้นเป็คนที่สวยมากคนหนึ่ง ดังนั้นความสวยจึงได้ถ่ายทอดมาให้ลูกสาวทั้งหมด ทำให้จางหมี่เป็ที่อิจฉาของลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอ ถ้ามีโอกาสพวกเขามักจะแกล้งเธอเสมอ จะมีก็เพียงเจียงซินอี้ที่เป็ลูกของป้าถง หรือจางถง ที่เป็พี่สาวของแม่ที่ดีกับเธออยู่คนเดียว
เพราะในตระกูลจางนั้นมีเพียงจางถงที่คอยช่วยเหลือ จางเจินมาตลอดด้วยความสงสารน้องเล็ก ถึงแม้ว่าจางถงที่แต่งงานแล้วก็ไม่ได้มีฐานะดีอะไร เธอแต่งงานกับเจียงหลีที่ทำงานเป็ลูกจ้างในโรงงานเหล็ก ซึ่งแน่นอนครอบครัวก็ไม่ชอบเจียงหลีเพราะเขาก็ยากจนเช่นกัน ดังนั้นในตอนนี้เมื่อจางหมี่ประสบอุบัติเหตุคนที่ค่อยช่วยเหลือแม่ของเธอจึงมีเพียงป้าถงเท่านั้น
ก่อนที่จางหมี่จะย้ายวิญญานมาอยู่ในร่างของจางหมี่นั้นเธอถือเป็ศิษย์อันดับที่ 2 ของสำนักก็ว่าได้ เธอเก่งกาจวิชาต่อสู้และพลังปราณและการใช้สมุนไพรหลอมยามาก เพราะอาจารย์ที่สอนให้เธอนั้นเป็เพื่อนสนิทของท่านพ่อ อาจารย์มักจะถ่ายทอดเคล็ดวิชามากมายให้กับเธอ และหนึ่งในศาสตร์ที่เธอได้เรียนมาก็คือ วิชาตาทิพย์นั้นเอง ขณะที่เธอกำลังคิดเหม่อลอยถึงหลายๆเหตุการณ์อยู่นั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงสนทนากันของคนสองคน
“หมอบอกว่าจำเป็ต้องผ่าตัด แต่ว่าตอนนี้ฉันยังมีเงินไม่พอ” จางเจินเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา เธอก้มหน้าลงจากนั้นน้ำตาก็ไหลออกมา จางถงที่ยืนอยู่รีบเข้าไปปลอบน้องสาวทันที พลางเอ่ยว่า
“ หากว่าเราของยืมบ้านใหญ่จะได้หรือเปล่า?”
“เขาไม่ให้หรอกพี่ พี่ก็รู้ว่าพวกเขาไม่ชอบฉันกับลูก" จางเจินพูดเสร็จก็ร้องไห้ออกมาอีก
จางหมี่ที่อยู่ในห้องได้ยินที่ทั้งสองคุยกัน เธอนั่งอยู่สักพักก็ทำเป็ไอขึ้นมาเพื่อจะให้แม่ของเธอได้รู้ว่าเธอฟื้นแล้ว และเธอได้ยินเสียงแม่กับป้าเดินเข้ามาแล้วและเธอได้มองสบตากับจางเจินแม่ของเธอ
เธอค่อยๆ เงยหน้ามองหญิงวัยกลางคนที่เดินเข้ามาและเอ่ยขึ้นมาว่า “แม่คะ แม่มาได้อย่างไรคะ ” เธอพูดเบาๆเพื่อให้แม่ของเธอรู้ว่าเธอฟื้นแล้ว ก่อนหน้านี้เธอได้ลองใช้วิชาแพทย์ที่เธอมีทำให้เืของเธอหยุดไหล และทำให้แผลของเธอแห้งเร็วมากขึ้นด้วย
“ทางโรงพยาบาลโทรไปหาแม่บอกว่าลูกประสบอุบัติเหตุแม่กับป้าถงเลยรีบมา เป็อย่างไรบ้างลูกรัก” จางเจินรีบเดินมาหาลูกสาว
“ฉันดีขึ้นมากแล้วค่ะแม่” จางหมี่เอ่ยเพื่อจะได้ไม่ให้แม่ของเธอเป็ห่วง ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง แต่เพราะเพิ่งจะฟื้นทำให้เธอปวดศรีษะมากจนต้องหลับตาและในที่สุดก็สลบไปอีกครั้ง จากนั้นเธอก็ฝัน…
ในห้วงของความฝันก่อนที่เธอจะตาย เธอได้ยินเสียงมาจากที่ไกลๆ เสียงนั้นบอกกับเธอว่าจี้หยกโบราณนี้มีคำเรียกขานว่าโลหิตเพลิง์ของเฟิงหวง มันถูกหลอมขึ้นมาจากเืนกฟินิกซ์และจิติญญาโบราณของต้นตระกูลของนกวิเศษชนิดนี้ มันมีพลังเวทย์มนตร์ที่กล้าแกร่งซึ่งสามารถทำให้เธอมีชีวิตที่เป็ะหรือเกิดใหม่ได้
จางหมี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพียงจะเรียบเรียงความฝันนั้น…อะไรน่ะ!! ะหรือ!! เกิดใหม่เช่นนั้นรึ ขณะที่เธอกำลังสับสน เธอก็เริ่มปะติดปะต่อเื่ราว ในที่สุดเธอก็เริ่มเข้าใจ
โลหิตแห่งเฟิงหวงนั้นคือเืนกฟินิกซ์นั้นเอง ว่ากันว่านกฟินิกซ์เป็นกในตำนานที่ปรากฏในตำนานและนิทานพื้นบ้านของหลายวัฒนธรรม มันมักถูกเล่าขานว่าเป็นกขนาดใหญ่ที่มีขนสีแดงหรือทองและหางยาวกล่าวกันว่ามันมีพลังในการรักษาตัวเองและสามารถเกิดใหม่จากเถ้าถ่านของมันเองได้ เมื่อนกฟินิกซ์ใกล้ตาย มันจะสร้างรังและจุดไฟเผาตัวเอง จากนั้นเถ้าถ่านของนกฟินิกซ์จะฟักออกมาเป็นกฟินิกซ์ตัวใหม่
นกฟินิกซ์เป็สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง การฟื้นฟู และความหวัง มักใช้เป็สัญลักษณ์ของการเอาชนะความทุกข์ยากและเริ่มต้นใหม่ นกฟินิกซ์ยังเป็สัญลักษณ์ของความเป็ะ เนื่องจากกล่าวกันว่ามันชีวิตอยู่หลายศตวรรษก่อนที่จะเกิดใหม่ เป็สิ่งที่มีมาแต่โบราณจึงมีพลังอำนาจวิเศษ เธอเลยสามารถฟื้นคืนชีพใหม่อีกครั้งเพราะจี้หยกนี้ที่ทำมาจากเืของมันที่ติดตัวมานั้นเอง…จางหมี่ยกมือขึ้นมาจากนั้นจี้หยกสีแดงเข้มมีลวดลายประณีตงดงามชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งก็ปรากฎขึ้นบนฝ่ามือของเธอ
ขอบคุณท่านพ่อ..จางหมี่คิด..