หลังจากที่หานเทียนเว่ยเหลียนและหานหลงรู้ว่าหานลี่กันฟื้นแล้วทุกคนต่างตรงดิ่งมาเยี่ยมนางในทันทีสตรีน้อยที่นั่งอยู่บนเตียงพลันน้ำตาไหลรินเมื่อรับรู้ได้ถึงความรักและความอบอุ่นของครอบครัวที่มอบให้
“ลี่เออร์ เ้าฟื้นแล้ว”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ลี่เออร์ทำให้พวกท่านเป็กังวลแล้ว”
“ขอเพียงเ้าไม่เป็อะไร เพียงเท่านี้แม่ก็ดีใจมากแล้ว”
“ท่านแม่”
“ดูเด็กคนนี้”
เว่ยเหลียนเข้าสวมกอดหานลี่กันที่ร้องไห้ไว้แนบอกก่อนจะร้องตามหญิงสาวหานเทียนและหานหลงที่เห็นภาพเบื้องหน้าพาลน้ำตาซึมไปด้วย
“ลี่เออร์ เ้าบอกพี่มา ใครมันบังอาจทำร้ายเ้า”
หานลี่กันมองไปทางบุรุษหนุ่มหน้าคมรูปร่างสูงโปร่งมิต่างจากบิดาจะมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์กว่าบิดาเท่านั้นเพราะทั้งสองนั้นมีใบหน้าที่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน
“พี่ใหญ่ เื่นี้ให้ข้าจัดการเองเถอะเ้าค่ะใครที่มันทำร้ายข้า ข้าจะเอาคืนให้หมดทุกอย่าง”
หานหลงมองหานลี่กันด้วยความแปลกใจ
“ดูเหมือนลี่เออร์ของพวกเราโตขึ้นแล้วจริง ๆ”
หานเทียนเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมือมาลูบศีรษะบุตรสาวบุญธรรมของตนเบาๆ ทั้งเขาและภรรยาต่างเป็ห่วงนางมาตลอดแต่กลับไม่คิดว่าครั้งนี้จะทำให้หญิงสาวเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้
“เมื่อก่อนลี่เออร์ไม่รู้ความ ทำให้ท่านพ่อ ท่านแม่พี่ใหญ่ต้องเป็ห่วงมาตลอด ต่อไปนี้ลี่เออร์จะมิยอมใครอีกแล้วเ้าค่ะ”
“ดี ๆ เช่นนั้นพี่ใหญ่จะรอดูหากเกินความสามารถของเ้าก็บอกพี่ใหญ่ เดี๋ยวพี่ใหญ่จะจัดการให้เ้าเอง”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
ทั้งสี่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันสักพักใหญ่ ๆก่อนจะปล่อยให้หญิงสาวได้พักผ่อนเพียงไม่นานเื่ที่หานลี่กันฟื้นและหายดีได้แพร่ไปทั่วจวน
“ท่านแม่ ๆ”
สตรีในอาภรณ์เหลืองรีบสาวเท้าไปยังเรือนอนุฉินใบหน้าร้อนรนของหญิงสาวทำให้อนุฉินผู้เป็มารดาอดใไม่ได้
“มีอะไรงั้นหรือ เหตุใดเ้าถึงได้ร้อนรนถึงเพียงนี้”
“ท่านแม่ นังลี่กันมันฟื้นแล้วเ้าค่ะ”
“ฟื้นแล้ว ก็ดีแล้วแล้วมิใช่หรือ ทำไมเ้าจะต้องร้อนรนไปด้วย”
“ท่านแม่ ท่านลืมแล้วหรือว่าข้าเป็ผู้ที่ทำให้นางได้รับาเ็ในครั้งนี้”
อนุฉินนึกขึ้นได้ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ
“เื่นั้นเ้าอย่าได้เป็กังวลไปแม่ได้ให้คนของเราไปสืบมาแล้วดูเหมือนนังโง่นั่นก็ยังโง่อยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเื่นี้จึงไม่มีใครพูดถึงแม้สักคน”
“จริงหรือท่านแม่”
“แม่จะโกหกเ้าได้อย่างไรกัน”
“เช่นนั้น”
“หากเ้าไม่เชื่อ พรุ่งนี้เ้าก็ลองไปเยี่ยมมันดูสิเดี๋ยวเ้าก็จะรู้ว่าคนโง่เพียงใด คนโง่ ๆ สุดท้ายก็โง่ไม่เคยเปลี่ยน”
“เ้าค่ะ”
อาิ่และอาิบ่าวรับใช้คนสนิทของหานลี่กันค่อย ๆ ยกกล่องเครื่องประดับของหญิงสาวมาวางไว้ตรงหน้าหานลี่กันค่อย ๆ บรรจงหยิบออกมาขัดถูกอย่างใจเย็นทีละชิ้น ๆ
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนูรองเว่ยมาเ้าค่ะ”
“ให้เข้ามาได้”
สตรีในอาภรณ์เหลืองค่อย ๆ เดินนวยนาดเข้ามาอย่างมีจริตสายตาของหญิงสาวมองกวาดไปทางกล่องเครื่องประดับนั้นอยากชอบใจก่อนจะส่งยิ้มหวานและมองมาทางหานลี่กันที่นั่งเช็ดเครื่องประดับเ่าั้อยู่
“น้องหญิง เ้าหายดีแล้วงั้นหรือ”
“เ้าค่ะ”
“ข้าเองก็เป็ห่วงเ้าพอรู้ว่าเ้าหายข้ารีบนำขนมดอกกุ้ยฮวาที่เ้าชอบมาฝากเ้า”
“ขอบคุณเ้าค่ะ ทำให้พี่หญิงรองต้องลำบากแล้ว”
“ไม่เลย ๆ นี่เ้ากำลังทำอะไรอยู่งั้นหรือ”
“ข้ารู้สึกเบื่อ ๆ เ้าค่ะเพราะหลังจากหายป่วยท่านแม่ก็ไม่ยอมให้ข้าไปไหนเลยข้าจึงนึกสนุกหยิบเครื่องประดับเหล่านี้ออกมาทำความสะอาดเสียหน่อย”
เว่ยซิ่วมองไปทางกล่องเครื่องประดับตลุกาวาว ‘หากข้าได้เป็ลูกบุญธรรมของตระกูลหาน ของพวกนี้ก็คงจะตกเป็ของข้าหากไม่มีนังคนโง่คนนี้ แต่ก็ช่างเถอะ เช่นนั้นก็....’
“เ้าก็รู้ใช่หรือไม่ว่าหากไม่เป็เพราะเ้าตอนนี้ข้าอาจจะเป็บุตรบุญธรรมตระกูลหานแล้วก็เป็ได้”
“หากไม่มีข้า พี่หญิงหมายความว่าอย่างไรเ้าคะ”
หานลี่กันมองหน้าเว่ยซิ่วอย่างใสซื่อ หญิงสาวมองหานลี่กันยิ้ม ๆก่อนจะทำทีหยิบกำไลหยกในกล่องเครื่องประดับขึ้นมาสวม
“เ้าดูกำไลนี้สิ งดงามยิ่งนักหากไม่มีเ้าแน่นอนว่าท่านย่าย่อมจะยกข้าให้แก่ท่านอาเช่นนั้นตอนนี้ข้าก็คงจะเป็บุตรีภรรยาเอกจวนตระกูลหาน มิใช่เ้าอย่างแน่นอน”
เว่ยซิ่วพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะหมุนกำไลในข้อมือเล่น
“เมื่อกี้เ้าพูดว่าอย่างไรนะ”
เสียงบุรุษดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้เว่ยซิ่วใเล็กน้อยก่อนจะรีบเก็บอาการอย่างรวดเร็ว
“พี่ใหญ่”
“คุณชายหาน”
“ข้าถามเ้ามิได้ยินหรือ เมื่อกี้เ้าพูดอะไรกับน้องสาวข้า”
เว่ยซิ่วที่ตอนนี้ทำตัวไม่ถูกรีบหันไปมองอาฮุ่ยบ่าวรับใช้คนสนิทของตนในทันที
“ตอนนี้ดูเหมือนจะถึงเวลาที่คุณหนูต้องไปพบกับอนุฉินแล้วนะเ้าคะ”
“ข้ามีธุระ คงอยู่คุยต่อไม่ได้แล้ว คุณชายหานน้องหญิงพี่ขอตัว”
เว่ยซิ่วรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เท้ายังมิทันพ้นปากประตูกลับถูกหานลี่กันเรียกไว้
“พี่หญิง ดูเหมือนท่านจะลืมคืนกำไลหยกให้ข้านะเ้าคะ”
เว่ยซิ่วรู้สึกเสียหน้า หญิงสาวรีบถอดกำไลและทำทีจะปาลงพื้น
“กำไลนั่นเป็ของที่ท่านย่ามอบให้ข้า หากแตกในมือพี่หญิง....”
เว่ยซิ่วทำหน้าบูดบึ้งงก่อนจะส่งกำไลให้อาฮุ่ยบ่าวรับใช้คนสนิทเพื่อนำมาคืนให้แก่หานลี่กัน
“ของที่พี่หญิงเคยหยิบยืมไป ข้าก็ขอคืนด้วยสิเ้าคะ”
“นี่เ้าจะรังแกกันมากเกินไปแล้วนะ”
“พี่หญิงมาเยี่ยมข้า 1 ครั้งพี่หญิงก็หยิบของของข้าติดไม้ติดมือไป1-2 ชิ้นเช่นนี้แล้วอีกไม่นานข้าก็คงจะหมดเนื้อหมดตัวพอดีสิเ้าคะ ยิ่งตอนนี้ข้าอายุ 14ปีแล้ว อีกไม่นานก็ต้องเข้าพิธีปักปิ่นและเข้าสู่วัยออกเรือนหากสินเดิมของข้ามีน้อยเช่นนี้มิต้องอายญาติฝ่ายเ้าบ่าวของข้าหรอกหรือ”
“นี่เ้า! เช่นนั้นก็ให้คนมาเอาสิ”
“อาิ่ นำรายการบัญชีทรัพย์สินของข้าออกมาทุกชิ้นที่พี่หญิงนำไปเ้าไปเอาคืนมาให้หมด เรียกบ่าวในเรือนไปอีกเพิ่มสัก 2คน เพียงเ้าคนเดียวคงนำมาไม่หมดเป็แน่”
“เ้าค่ะ”
หานหลงมองหานลี่กันจัดการเื่ราวต่าง ๆตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ชายหนุ่มเดินเข้าไปลูบศีรษะหานลี่กันอย่างอ่อนโยน
“ดูเหมือนน้องสาวคนนี้ของข้าจะรู้ทันคนไม่ดีแล้วนะ”
“และพร้อมเอาคืนด้วยเ้าค่ะ”
หานลี่กันแลบลิ้นน้อย ๆออกมาอย่างน่ารักชวนให้หานหลงต้องหัวเราะออกมาหานลี่กันมองหานหลงที่หยุดหัวเราะก่อนจะเอ่ยถามชายหนุ่มขึ้นมา
“ไม่รู้ว่าการที่ข้าทำเช่นนี้จะทำให้ท่านพ่อท่านแม่เดือดร้อนหรือเปล่าเ้าคะ”
“หากเป็เื่นี้ ไม่ว่าใครก็ย่อมอยู่ข้างเ้าโดยเฉพาะคำพูดที่นางใช้พูดกับเ้านั้น…..”
“พี่ใหญ่ได้ยิน”
“ข้าได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน”
หานลี่กันก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความรู้สึกผิดแทนเ้าของร่างแต่หานหลงกลับคิดว่าน้องสาวของตนรู้สึกผิดกับเื่ที่เกิดขึ้นจึงได้ลูบศีรษะของนางเบาๆ ‘ลี่กันหากเ้ามองเห็นความรักของคนรอบข้างมากกว่านี้เ้าก็คงไม่ต้องตายเร็วเช่นนี้แต่ไม่เป็ไร ทุกอย่างเดี๋ยวฉันจัดการให้เอง ครอบครัวเธอก็จะเป็ครอบครัวฉันทุกคนที่เธอรักฉันก็จะรักและดูแลแทนเธอ ยกเว้นสองแม่ลูกนั้นเท่านั้นนะ’