ตอนนี้เหมาะให้เย่จื้อเฟิงได้ทานอาหารพอดีนางซูจัดอาหารใส่จาน วางลงบนโต๊ะแล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม“คงเหนื่อยมากสินะ ไปล้างมือก่อนแล้วมากินข้าวเถิด”
“น่าอร่อยจริงๆ แค่ได้กลิ่นก็หิวแล้วขอรับ” เย่จื้อเฟิงเดินเข้ามามองโต๊ะอาหารเขาหัวเราะจากนั้นก็ยื่นผ้าฝ้ายให้เย่ชิงชิงแล้วเอ่ยว่า “น้องหญิงนี่คือผ้าที่ท่านย่าของอาหลัวทอกับมือ หยางหลิ่วบอกว่านางอยากให้เจ้า”
เย่ชิงชิงยื่นมือไปรับผ้าสีชมพูเนื้อละเอียดแน่น นางถามด้วยความสงสัย “ท่านยายตาบอดนางนั้นหรือ?นางยังทอผ้าได้อีกหรือ?”
“ฮ่าฮ่า เจ้านี่ไม่รู้เสียแล้ว หญิงชราตาบอดคนนั้นเมื่อตอนยังสาวๆเป็นช่างทอผ้าที่มีชื่อเสียงในหมู่บ้านตงอั้นน่าเสียดายที่อายุสามสิบกว่าก็เป็นโรคตาบอดตั้งแต่นั้นมาก็อาศัยการทอผ้าเลี้ยงชีพมาโดยตลอด!”
เย่ชิงชิงนึกถึงนางด้วยความเคารพนางช่างยอดเยี่ยมจริงๆ เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งนัก
ตกกลางคืนเมื่อนำผ้ากลับเข้าห้องก็ใช้ประโยชน์ได้ทันที
เย่ชิงชิงอายุสิบสองปีแล้วหน้าอกเริ่มมีการพัฒนา ถึงแม้จะเป็นเพียงเนินเล็กๆแต่การไม่สวมเสื้อชั้นในก็ยังคงรู้สึกอายอยู่ดี...
ถึงเวลาที่ต้องคิดเรื่องทำเสื้อชั้นในตัวน้อยใส่เสียทีส่วนพวกเอี๊ยมปิดหน้าอกของผู้หญิงนั้น ในสายตาของนางมันช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนักหากโตขึ้นจะหย่อนคล้อยหรือไม่?
คิดได้แล้วก็ลงมือทำทันทีเย่ชิงชิงรื้อค้นหา กรรไกร เข็ม ด้าย และสายวัด
นางคลี่ผ้าฝ้ายออกแล้วลองทาบบนตัวใช้กรรไกรตัดออกราวกับย้อนวัยเด็กไปตัดเสื้อผ้าให้ตุ๊กตา อย่างไรก็ตามเย่ชิงชิงเป็นผู้ที่ไม่มีทักษะด้านงานเย็บปักถักร้อยเสื้อสองตัวแรกจึงเสียไปทั้งหมด
ตัวสุดท้ายพอจะใช้ได้เป็นเสื้อรัดอกแบบเรียบง่าย ไม่รุ่มร่าม เพียงแค่เย็บสายรัดอีกสองเส้นเท่านั้นแต่การเย็บขอบนั้นค่อนข้างยุ่งยาก ผ้าที่ไม่มีการเย็บขอบจะรุ่ยง่ายและไม่ทนทานเย่ชิงชิงจึงต้องเย็บอย่างอดทนทีละฝีเข็ม
เมื่อมองเสื้อชั้นในสีชมพูตัวน้อยที่ทำเสร็จแล้วในมือแม้ฝีเข็มจะเบี้ยวไปบ้าง แต่เย่ชิงชิงก็รู้สึกว่ามันดูดีทีเดียวเนื้อผ้าฝ้ายนุ่มสบาย เมื่อลองสวมดูก็พบว่าขนาดพอดีตัว
แต่เมื่อนางเติบโตขึ้นเรื่อยๆต่อไปจะต้องทำชุดชั้นในเองด้วยหรือ? และในยุคนี้ก็ไม่มีผ้าอนามัยอีกปัญหานี้ก็ต้องแก้ไขด้วยตัวเองเช่นกัน อนาคตน่าเศร้าเหลือเกิน...
ไม่มีความลับเล็กน้อยใดของบุตรสาวที่รอดพ้นสายตามารดายิ่งไปกว่านั้น เสื้อผ้าก็แขวนอยู่กลางลานบ้าน ย่อมมองเห็นได้เสมอนางซูถือเสื้อชั้นในตัวน้อยของเย่ชิงชิง และกางเกงในขาสั้นที่นางทำเองเดินเข้ามาถามเสียงเบา “นี่เจ้าทำเองหรือ?”
ในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันนางซูเข้าใจวัตถุประสงค์ของสิ่งนี้ในทันทีเพียงแต่เหตุใดชิงชิงจึงทำชุดชั้นในรูปทรงประหลาดเช่นนี้ มันสวมใส่สบายหรือ?
เย่ชิงชิงพยักหน้ารับกางเกงในขาสั้นของตัวเองมา ยืดออกแล้วแสดงให้นางซูดู ไม่วายที่จะนำเสนอว่า“ท่านแม่ต้องการสักตัวด้วยหรือไม่เจ้าคะ?”
นางซูมองกางเกงสามเหลี่ยมนั้นแล้วใบหน้าก็แดงก่ำกระซิบตำหนิว่า “อย่าถือขึ้นสูงนัก!” ผ้าผืนเล็กแค่นั้น ยิ่งมองดูก็รู้สึกอาย
“โอ้” เย่ชิงชิงกะพริบตาแล้วลดมือลงอย่างเชื่อฟังนางคิดว่ามันมีอะไรน่าอายกันนะ ในยุคปัจจุบันร้านขายชุดชั้นในก็จัดแสดงกันอย่างเปิดเผย ผู้ชายหลายคนก็เข้าไปซื้อแต่ในยุคโบราณที่อนุรักษ์นิยมเช่นนี้ เก็บให้เรียบร้อยไว้คงจะดีกว่า
สิ่งที่ทำให้นางซูแปลกใจคือชิงชิงคิดค้นสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร นางแนะนำว่า “เจ้าก็โตแล้วแม่จะหาเวลาเย็บเอี๊ยมปิดหน้าอกให้เจ้าสองสามตัว ส่วนของแปลกๆเหล่านี้เจ้าอย่าใส่เลย”
“ไม่ ไม่ได้เจ้าค่ะ นี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว” เย่ชิงชิงไม่ต้องการใส่เอี๊ยมปิดหน้าอกมิหนำซ้ำยังคะยั้นคะยอให้นางซูทำแบบเดียวกันให้ตนเอง แล้วจะรู้ว่าอันไหนดีกว่ากัน
ผ่านไปหลายวันนางซูอดไม่ได้จริงๆ ด้วยความอยากรู้ จึงทำตามขนาดตัวของตนสำเร็จในครั้งเดียวฝีมือของนางดีกว่าเย่ชิงชิงมากนัก
เสื้อชั้นในตัวน้อยนั้นดีกว่าเอี๊ยมปิดหน้าอกจริงๆมันช่วยพยุงหน้าอกให้กระชับ หลีกเลี่ยงความอึดอัดขณะที่แกว่งไปมาในบางทีตามคำแนะนำของเย่ชิงชิง หากใส่แผ่นสำลีบางๆ เข้าไปยิ่งช่วยจัดรูปทรงและเพิ่มการปกปิด
แต่กางเกงในสามเหลี่ยมตัวเล็กนั้นนางซูกลับไม่ชิน มันรัดแน่นจนไม่สบายตัวเลย...
เรื่องส่วนตัวของแม่ลูกพักไว้ก่อนฤดูร้อนมาถึงแล้ว ถึงเวลาที่ต้องยุ่งอีกปี
พืชผลในไร่นาต้องเก็บเกี่ยวเวลานี้เป็นฤดูที่สาลี่ออกผลมากมาย พวกเขายังต้องทำสาลี่ในน้ำเชื่อมชุดใหญ่อีก
“ปีนี้ต้องทำไว้มากกว่าเดิม มีหลายคนขอให้ข้าสำรองไว้หลายไหเลยนะ” นางซูเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก อากาศในช่วงกลางปีนี่ร้อนจริง!
เกาเฟิงนำคนบังคับรถมาส่งสาลี่เมื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า “สาลี่ที่บ้านข้าอาจจะไม่มากนักป้าซูอย่าได้รังเกียจเลยนะขอรับก่อนหน้านี้ตกลงกันไว้ว่าจะสั่งล่วงหน้ายี่สิบไหด้วย”
นางซูเห็นเขาแล้วก็ยิ้มแย้มแจ่มใส“ข้าจำได้ รีบเข้าบ้านเถิด ข้างนอกแดดแรง”
นางยกน้ำถั่วเขียวสองถ้วยออกมาให้เขาและคนบังคับรถดื่มคลายร้อนจึงไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ ก็บอกว่าเด็กคนนี้กตัญญู แม้บางครั้งจะพูดจาร้ายกาจแต่ก็เป็นคนที่เชื่อถือได้
เมื่อเห็นว่าบิดาอายุมากขึ้นเรื่อยๆต้นผลไม้ในบ้านก็มีมากมาย แม้จะจ้างคนมาช่วยแล้ว แต่ก็ยังต้องมีเจ้าของบ้านคอยดูแลเกาเฟิงไม่อยากให้บิดาเหนื่อยเกินไป เขาจึงอาสาขนส่งผลไม้เองทั้งหมดโดยการบังคับรถไปตามหมู่บ้านต่างๆ เป็นที่รู้จักไปทั่ว
คนบังคับรถกำลังขนของลงจากรถอยู่ข้างนอกสาลี่ถูกย้ายลงมาทีละตะกร้า และต้องรอชั่งน้ำหนัก นางซูให้หลิวผิงลู่ไปจัดการส่วนตนเองก็พาเกาเฟิงเข้าบ้านไปพักผ่อน
พอดีกับที่เย่ชิงชิงกำลังยกขนมวุ้นแห้วที่เพิ่งทำเสร็จออกมานางซูจึงเรียกไปหา และมอบขนมในมือให้อย่างเป็นธรรมชาติ
“นี่ใครทำหรือขอรับ?” เกาเฟิงไม่เกรงใจหยิบขึ้นมากัดคำหนึ่ง หวานเล็กน้อย รสชาติก็ไม่เลวเลย