“ไอ้โย่ ๆ บ่าวมาช้าเป็บ่าวที่มาช้าเอง ~”
ครั้นเห็นท่าไม่ค่อยดีเข้าพ่อบ้านชราจึงรีบเดินสาวเท้าไว ๆ เอาตัวเองเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองชายหญิงหวังให้าประสาทยุติลงชั่วคราวด้วยถือคติที่ว่าไม่มีสกุลเหวยก็หาได้มีพ่อบ้านตั้วดังนั้นพ่อบ้านชราจึงไม่ลืมที่จะโค้งคำนับแก่ชายผู้มาใหม่ด้วยความเต็มใจแม้ว่าตนเองจะอายุมากแล้ว พ่อบ้านตั้วก็หาได้ใส่ใจ
แค่นี้ก็น่าจะบ่งบอกได้แล้วกระมังว่าชายที่ยืนหัวโด่อยู่ต่อหน้าหลินซูเฟยมีบทบาทและมีความสำคัญต่อจวนสกุลเหวยมากน้อยเพียงใด
"ตั้วเจาถัว!ท่านมาเสียได้ก็ดี งั้นก็รีบบอกนางไปซะ ว่าข้าเป็ผู้ใดในจวนแห่งนี้"
เหวยจื่อเหวินทำเป็ตะเบ็งเสียงเข้มราวกับไม่เห็นหัวผู้ใดทั้งยังเรียกชื่อเต็มของพ่อบ้านตั้วดั่งคนไม่รู้ความชวนให้ผู้ฟังรู้สึกได้ถึงความห่างเหินและรู้สึกได้ถึงชนชั้นวรรณะที่ขีดแบ่งไว้ชัดเจน แต่ทว่าในทางกลับกันภาษากายของเหวยจื่อเหวินมันแตกต่างจากภาษาพูดของเขาไปโดยสิ้นเชิงนั่นก็เพราะขณะที่พ่อบ้านชราก้มโค้งคำนับให้กับตนเขาไม่ลังเลที่จะยื่นฝ่ามือไปรองใต้ศอกของผู้าุโไว้
พ่อบ้านตั้วอยู่กับจวนสกุลเหวยมานานและเห็นคุณชายเหวยมาั้แ่เล็ก ๆ มีหรือที่จะไม่เข้าใจในเจตนาของผู้เป็นายมีไม่กี่ครั้งนักหรอกที่คุณชายเหวยจะเรียกชื่อเต็มของตนซึ่งทุกครั้งที่เรียกตนว่าตั้วเจาถัว ล้วนเป็คราที่เ้านายหนุ่ม้าจะอวดเบ่งบารมี
เพราะเป็เช่นนี้เอง...พ่อบ้านชราที่เงยหน้าขึ้นช้า ๆ จึงลอบส่งยิ้มให้กับเ้านายหนุ่มอย่างนึกเอ็นดู
ผู้ใดจะมองว่าคุณชายของเขาเป็คนน่าชังก็ช่างหัวมารดามันเถิด แต่สำหรับตั้วเจาถัวนั้นคุณชายเหวยถือเป็บุรุษที่ดีเด่นคนหนึ่งหากแต่ชอบเอาชนะ ชอบให้ตัวเองกลายเป็จุดสนใจชอบเอาตัวเองเป็ศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่งและมักหลงตัวเองมากเกินไปหน่อยก็เท่านั้นเอง
ที่เหลือก็นับว่าดีหมด...มั้ง (-...-')
“คารวะคุณชายในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที ข้าน้อยขอเดาว่า...งานราชการลับที่คุณชายเฝ้าทุ่มเทตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคงลุล่วงไปด้วยดีใช่หรือไม่”
พ่อบ้านชราไหวพริบดีจึงแสร้งถามไปเื่อื่นหวังกล่อมเกลาให้บรรยากาศที่ค่อนข้างวุ่นวายอยู่ก่อนหน้า กลับคืนสู่สภาวะสมดุล
“ก็ต้องราบรื่นอยู่แล้วหากไม่ราบรื่นข้าจะฟื้นคืนจากความตาย แล้วมายืนโผล่หัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันมิเช่นนั้นข้าคงไม่ได้เห็นเองกับตาเสียหรอก ว่าจวนของข้าเลอะเทอะมากเพียงใดหนำซ้ำพวกบ่าวไพร่ยังเกียจคร้านและทำตัวหละหลวมเสียยิ่งกว่าหมูในเล้าซะอีก!!"
คำโต้ตอบของขุนนางหนุ่มทำให้พ่อบ้านชราถึงกับหน้าเจื่อนก่อนจะใช้ไหวพริบอันล้ำเลิศชิงเปลี่ยนเื่พูดอีกครั้ง
“อะ…เอ่อฮูหยินน้อยโปรดอภัยที่ตาเฒ่าอย่างข้าบกพร่องในหน้าที่มิได้เข้ามาแจ้งให้ทราบั้แ่เนิ่น ๆ ว่าคนผู้นี้คือผู้นำตระกูลเหวยของพวกเรา และบัดนี้ได้กลับมาแล้วขอรับส่วนเื่คำอธิบายเกี่ยวกับสาเหตุการตายของคุณชายก็ให้สุดแท้แต่พวกท่านจะเปิดอกคุยกันเถิด ข้าน้อยย่อมไม่อาจก้าวก่าย"
พ่อบ้านตั้วรีบหาทางลงให้ตนเองอย่างไวว่องส่วนหนึ่งก็เพราะกังวลว่าตนเองอาจจะถูกฮูหยินน้อยเรียกเข้าไปสอบถามภายหลังก็อาจจะเป็ได้จึงต้องรีบออกตัวไว้ก่อน ว่าตนไม่สะดวกพูดลงรายละเอียดใด ๆ ทั้งสิ้น
อันที่จริงพ่อบ้านตั้วก็ไม่ได้อยากปิดบังฮูหยินน้อยนักหรอกแต่ที่ต้องทำเป็หูหนวกตาบอด ทำเป็ตีหน้าซื่อ เอาแต่ตีหน้าเศร้าทำเป็อาลัยอาวรณ์ต่อการจากไปของคุณชายเหวย นั่นก็เพราะเป็คำสั่งของผู้นำตระกูลทั้งสิ้นที่สำคัญเื่นี้เกี่ยวข้องกับงานราชการของคุณชาย หากแพร่งพรายออกไปโดยพลการนั่นจะไม่เท่ากับว่าตาเฒ่าคนนี้ต้องหัวหลุดจากบ่าหรอกหรือ?
"พ่อบ้านตั้วที่ท่านว่ามานั้น จริงแท้ แน่ใจใช่หรือไม่ คงไม่ใช่ว่าข้ากำลังฝันกลางวันหรอกนะ?"หลินซูเฟยยังคงงุนงงเล็กน้อยจึงต้องถามย้ำอีกครั้งและยกมือคลึงขมับตนเองเบา ๆ
พ่อบ้านตั้วยิ้มตอบรับแล้วจึงหันมากล่าวกับฮูหยินน้อยผู้งดงามซึ่งเป็ผู้ที่บ่าวไพร่ของจวนสกุลเหวยให้ความเคารพรักยิ่ง พร้อมกับขยิบตาขยุกขยิกส่งเป็สัญญาณบางอย่างไปถึงคุณหนูหลิน คล้าย้าจะสื่อเป็นัย ๆ ว่า...ให้นางรีบปรับตัวและรีบทำตัวโอนอ่อนผ่อนตามเสียเถิดเพราะไม่เช่นนั้นเื่ราวอาจบานปลายไปมากกว่านี้และที่สำคัญฮูหยินน้อยอาจจะไม่ได้อยู่ในจวนแห่งนี้ได้อย่างสงบสุขเหมือนเฉกเช่นที่ผ่านมา
คนอื่นอาจไม่รู้ว่าคุณชายเหวยมีนิสัยเช่นไรแต่บ่าวชราผู้นี้รู้ซึ้งดีกว่าใคร ๆ ว่าคุณชายเหวยเป็คนที่ชอบเอาชนะและชอบทำตัวเป็ผู้นำ ยิ่งคุณหนูสามหลินไม่ใช่คนที่ถูกหมายปองต้องตามาั้แ่แรกและไม่ใช่คนที่คุณชายเหวย้าจะแต่งงานด้วย แน่นอนว่าความโปรดปรานทั้งความรักใคร่ ย่อมไม่มีไว้ให้ฮูหยินสวมรอยเช่นนางทางที่ดียามอยู่ต่อหน้าคุณชายเหวย ให้เลือกสงบปากสงบคำไว้ น่าจะดีกว่า...
"จริงแท้แน่นอนขอรับที่ภาพวาดเสมือนไม่อาจยืนยันตัวตนให้คุณชายได้ส่วนหนึ่งก็อาจเป็เพราะพวกจิตรกรเ่าั้มีฝีมือไม่มากพอผนวกกับคุณชายของพวกเรานั้นหล่อเหลาเกินไป จึงไม่อาจขีดเขียนออกมาเป็ภาพวาดที่สมบูรณ์แบบได้อย่างไรเล่าขอรับ"
พอได้ยินพ่อบ้านตั้วกล่าวเช่นนั้นคนที่กำลังถูกเยินยอ มิวายเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่งพร้อมทั้งหยักยิ้มมุมปากอย่างคนที่ได้ใจ!
คนอย่างเหวยจื่อเหวินไม่คิดจะถ่อมตัวเลยแม้แต่น้อย!
วินาทีนี้หลินซูเฟยได้แต่ลอบมองหน้ากันกับอาเหยาด้วยความประหม่าปนเลิ่กลั่กนางงุนงงจนโลกหมุน ไม่เข้าใจเอาเสียเลย ว่าสามีที่นางคิดว่าตายห่าตายโหงไปแล้วนั้นบัดนี้จะมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้านาง ราวกับทุกอย่างกลับตาลปัตร ไม่สมเหตุสมผลทั้งบุรุษหน้าหนาผู้นี้ยังดูถือตัวอีกต่างหาก คงคิดว่าตนเองเป็เทพเซียนที่โบยบินลงมาจากสรวง์กระมัง!
นางเพิ่งรู้ซึ้งก็วันนี้ว่าแต่งงานกับคนตาย ก็หาได้เป็สตรีหม้ายอย่างที่คิด
‘ไม่กี่วันก่อนข้าอุตส่าห์ไปทำบุญให้สามีผู้ล่วงลับตั้งจิตอธิษฐานขอให้ท่านได้ไปผุดไปเกิดในภพภูมิที่ดีคาดไม่ถึงว่า์จะส่งสามีกลับมาเกิดได้รวดเร็วทันใจถึงเพียงนี้’ -...-’
“เหตุใดถึงเป็เช่นนี้ไปได้”
หลินซูเฟยรำพึงรำพันเสียงแ่นางแทบไม่อยากจะเชื่อว่าต่อไปนี้ นางจะมีสามีเป็ตัวเป็ตนเหมือนสตรีอื่นก่อนหน้านี้สูญเสียสามีไป ยอมรับว่ามิได้เศร้าโศกแต่อย่างใดนั่นก็เพราะหลินซูเฟยไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งอันใดกับเหวยจื่อเหวินมาก่อน
นางพอจะได้ยินมาบ้างว่าเหวยจื่อเหวินคลั่งรักและหมายปองในตัวพี่หญิงหลินลู่เอ๋อร์มากเพียงใดแต่ในทางกลับกันพี่หญิงของนางหาได้สนใจไมตรีของคุณชายเหวยแต่กลับหันไปสนใจคุณชายกู้แห่งจวนคหบดี[1]ใหญ่ของต้าเฉิงแทน
ซูเฟยเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดคุณชายเหวยถึงได้ดูลงรักปักใจต่อพี่หญิงของนางนักถึงขนาดทูลขอสมรสพระราชทานมาดหมายให้ตนเองได้แต่งงานกับบุตรสาวของรองหัวหน้ากรมพระคลังแซ่หลินในเร็ววันครั้นหลินลู่เอ๋อร์ หรือคุณหนูรองหลินรู้เข้า ว่าตนเองจะถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานกับคนแซ่เหวยเพียงหนึ่งราตรี ก่อนที่งานมงคลจะมาถึง นางจึงวางแผนปลดแอกให้ตนเองด้วยการจัดฉากและวางยาปลุกกำหนัดให้ตนเองตกเป็สตรีของคุณชายกู้
เมื่อบุตรสาวตัวดีสร้างเื่งามหน้าไว้เช่นนี้แล้วครั้นสกุลหลินจะเป็ฝ่ายระงับการแต่งงาน เห็นทีจะมิได้ เพราะมิเช่นนั้นสกุลหลินอาจถูกคาดโทษฐานขัดราชโองการของเบื้องสูงได้ หนักเข้าก็อาจจะถึงขั้นถูกปะาชีวิตด้วยรักตัวกลัวตายหลินลู่เอ๋อร์จึงเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ และคุกเข่าขอขมาคนในตระกูลที่ตนนั้นทำการบุ่มบ่าม ไม่รู้จักคิดไตร่ตรองให้ละเอียดถี่ถ้วน พลอยให้คนในตระกูลต้องเดือดร้อนตามไปด้วย
แต่กระนั้นหลินลู่เอ๋อร์ก็มิวายที่จะพูดเหตุผลของตนเองขึ้นมาอ้างเพื่อให้ตนเองรู้สึกผิดน้อยลงนางเอาแต่พูดว่า...ที่นางทำลงไปก็แค่อยากสมหวังกับคนที่ตนเองรักถึงแม้ว่าคุณชายกู้จะรักนางเพียงแค่ครึ่งเดียว ทั้งยังมีอนุอยู่แล้วถึงสองคนก็ตามแต่เื่ของหัวใจมันห้ามกันได้เสียที่ไหน จะบอกว่านางไม่รักดีก็ได้นางจะไม่เถียงสักคำ
ในคืนวันนั้นแม่ใหญ่เจียวม่านถิงเครียดหนักกระทั่งล้มหมอนนอนเสื่อส่วนคุณชายใหญ่หลินกับนายท่านหลินก็เอาแต่วิ่งเต้นหาทางรอดให้กับต้นตระกูลของตนจนตาลีตาเหลือกทั้งคิดหาวิธีฝังกลบเื่คาว ๆ ที่บุตรสาวคนรองสร้างไว้จนลืมกินลืมนอน
ขณะเดียวกันนั้นก็เป็หลินซูเฟยที่เฝ้าปรนนิบัติดูแลแม่ใหญ่เจียวม่านถิงตลอดทั้งคืนนางเห็นแม่บุญธรรมสุขภาพทรุดโทรมถึงเพียงนั้นก็อดเป็ทุกข์และอดรู้สึกหดหู่ใจมิได้
ด้วยนายท่านหลินกับพี่ใหญ่หลินเฝ้าคิดทบทวนอย่างละเอียดจนในที่สุดก็ถ่องแท้ว่า ตัวอักษรที่ระบุอยู่ในราชโองการแห่งฟ้าเพียงระบุว่าสมรสพระราชทานนี้ มอบให้คุณหนูหลินแต่งกับคุณชายเหวยแต่หาได้ระบุชื่อแซ่ที่ชัดเจนว่าเป็หลินลู่เอ๋อร์ หรือหลินซูเฟย ความที่เป็คุณหนูหลินด้วยกันทั้งคู่ครั้นแต่งคุณหนูสามหลินซูเฟยแทน ก็น่าจะทำได้เช่นกันเป็เช่นนี้ปัญหาที่คลุมเครือที่เหนี่ยวรั้งและพันธนาการสกุลหลินไว้ก็น่าจะคลี่คลายลงและจะไม่มีผู้ใดต้องเดือดร้อน เว้นเสียแต่หลินซูเฟยที่ต้องเสียสละ...
หลินซูเฟยที่ได้ยินอย่างนั้นนางย่อมรู้ตัว และย่อมเข้าใจความจำเป็ทั้งหมดนี้ดี ดังนั้นเพื่อจบปัญหานี้หลินซูเฟยจึงตัดสินใจแก้ไขทุกความยุ่งเหยิงด้วยการยอมรับที่จะต้องแต่งเข้าจวนสกุลเหวยแทนพี่หญิงรองอย่างคนที่ว่าง่าย...
สาบานว่าเมื่อแต่งออกเรือนไปแล้วนางจะไม่น้อยเนื้อต่ำใจ จะไม่โทษใคร และไม่เก็บเอามาคิดเล็กคิดน้อยเป็อันขาดหลินซูเฟยคำนึงและสำนึกอยู่เสมอว่า หากไม่มีจวนสกุลหลินและหากนางไม่ได้รับการอุปถัมภ์จากนายท่านกับฮูหยินใหญ่ในวันนั้นก็อาจไม่มีหลินซูเฟยในวันนี้ ใครเล่าจะรู้... ไม่แน่ว่านางอาจจะโชคร้ายต้องตกไปอยู่ในจวนของขุนนางใจโฉดก็อาจจะเป็ได้
หลินซูเฟยยกการแต่งงานในครั้งนี้ให้เปรียบเสมือนเป็การตอบแทนบุญคุณที่จวนสกุลหลินให้ที่ซุกหัวนอน ให้ข้าวปลาอาหารให้ความสะดวกสบายแก่นางตลอดหลายปีที่ผ่านมาส่วนสามีที่ไม่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อนผู้นั้น นางจะรับมือเอง!
แต่ใครจะไปคาดว่า!
เมื่อวันมงคลมาถึงใน่รุ่งสางของวันเข้าพิธีแต่งงาน บุรุษที่ต้องแต่งเป็สามีของนางดันถูกลอบสังหารจนตัวตายกลายเป็ว่าในวันเดียวกันนั้นจวนสกุลเหวยต้องจัดทั้งงานมงคลและงานศพในวันเดียวกัน
เนื่องด้วยเป็สมรสพระราชทานไม่สามารถยกเลิกได้ฝ่ายเ้าสาวจึงจำเป็ต้องแต่งงานกับโลงศพสร้างความอับอายขายขี้หน้าให้คนตระกูลหลินเป็อย่างมากแต่ถึงกระนั้นก็มิได้มีใครท้วงติงเอาความ เพราะเห็นแก่หน้าผู้ตายและเห็นแก่ฮูหยินผู้เฒ่าของจวนสกุลเหวยที่ร้องห่มร้องไห้จนเป็ลมล้มพับไปทั้งอย่างนั้น
ที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือ!
หลินซูเฟยเพิ่งมารู้เอาวันนี้เองว่าการตายของสามีเป็เพียงเื่โป้ปดเขาก็แค่อยากสะสางภารกิจลับทางราชการให้แล้วเสร็จถึงขนาดต้องสร้างสถานการณ์ให้ตนเองตายห่าตายโหงโดยไม่สนชื่อเสียงของคนตระกูลหลินเลยงั้นหรือและนี่นะหรือคือวิธีการต้อนรับหญิงที่ตนรักของคนแซ่เหวย ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่พี่หญิงลู่เอ๋อร์ไม่อยากแต่งงานกับเขา
คุณชายกู้แม้จะมากเมียและมากราคะเกินไปหน่อย แต่เขาผู้นั้นปฏิบัติต่อสตรีมิได้ขาดตกบกพร่องทั้งพูดเพราะเสนาะหู ทั้งเอาใจเก่ง ทั้งหล่อเหลาเช่นนั้นก็สมควรแล้วที่เหวยจื่อเหวินจอมเย่อหยิ่งผู้นี้จะตกกระป๋อง! และไม่มีวันอยู่ในสายตาของพี่หญิงลู่เอ๋อร์!
[1] ตระกูลพ่อค้าผู้มีฐานะ,ผู้มีอันจะกิน, ผู้ร่ำรวย