2 ทุ่มครึ่ง
“อ้าวน้าไนซ์มาพอดี ผมกำลังชวนพี่แอฟมากินข้าวกับเราวันศุกร์นี้”
ทันตแพทยชยณัฐก้าวเข้ามาหยุดอยู่เื้ัติวเตอร์สาว
“แต่วันเสาร์พี่แอฟว่างแค่กลางวัน ตอนเย็นติดธุระ”
"ธุระอะไรครับ"
ธุระส่วนตัว…อยากตอบแบบนี้ใจจะขาด แต่พอนึกได้ว่าผลลัพธ์จะเป็ยังไง อัปสราก็เลยเงยหน้าส่งยิ้มหวานแทน
“ว่าไงครับ” หมอหนุ่มถามเสียงนุ่มจนน่าขนลุก
“นัดกินข้าวกับพ่อแม่”
และว่าที่คู่หมาย…อัปสราต่อท้ายประโยคในใจ
‘ฉันช่วยลูกศิษย์แกก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าแกต้องรับนัดตาโป๊ป”
‘พ่อ!’ อัปสราอุทาน
‘ตาโป๊ป’ ที่พ่อพูดถึงคือ อธิปัตย์ ลูกชายเพื่อนพ่อ ไม่ใช่พี่โป๊ป ธนวรรธน์ พี่หมื่นสุดหล่อขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ในละครทีวี
‘ถ้าไม่ตกลงฉันก็จะวางสายล่ะ ดึกแล้วง่วง’
‘แอฟไม่ได้ชอบพี่โป๊ป พ่อเลิกคิดจับคู่หนูกับพี่เขาสักที'
‘แกจะชอบหรือไม่ชอบไม่สำคัญ สำคัญที่เขาชอบแกและพร้อมที่จะแต่งงานทันทีที่แกตกลง’
‘แต่แอฟมีแฟนแล้วนะพ่อ คงไปกินข้าวกับใครไม่ได้’ หญิงสาวปดเพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกคลุมถุงชน
'ถ้าแกไม่ชอบคนที่ฉันเลือกให้ก็ต้องหาคนที่ช่วยเสริมงานของฉันให้เจริญก้าวหน้า’
เจริญก้าวหน้า บิดาของเธอน่าจะใช้คำผิดแล้ว ต้องเรียกว่าพากันดิ่งลงเหวเสียมากกว่า
‘พามาให้ฉันรู้จักจะได้เช็กเทือกเขาเหล่ากอว่ามีปัญญามาสู่ขอแกหรือเปล่า’
เฮ้อ! เมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากวัฏจักรของคำว่า กตัญญู ซะที...
‘ก็ได้หนูยอม แค่กินข้าวนะ?’ สุดท้ายเธอก็ต้องตอบรับจนได้ เพื่อแลกกับการที่พ่อจะให้ความช่วยเหลือไม่ให้ไนกี้ต้องถูกดำเนินคดี
“กลางวันวันเสาร์ล่ะ มีนัดหรือยัง” มือแข็งแรงวางแปะลงบนไหล่ทั้งสองข้างบีบเบาๆ เรียกสติหญิงสาวให้กลับคืนมา
“ก็มี”
“ตอบใหม่ มีนัดรึยังครับ” มือที่วางบนไหล่เลื่อนมาลูบไล้ตรงลำคอแล้วกุมเอาไว้ส่งสัญญาณเตือนว่าหากตอบไม่ถูกใจมีสิทธิ์ถูกบีบคอแน่
ฮือออ ฆาตกร!…ไม่ว่างก็ต้องว่างแล้ว คุณพี่เล่นข่มขู่กันขนาดนี้!
”วะ…ว่างมั้ง” หญิงสาวตอบตะกุกตะกักยกมือขึ้นจับมือหนาของฆาตกรให้เลื่อนมาวางไว้บนบ่าบอบบางนิ่งๆ
ปั๊บกับไนกี้อ้าปากค้างหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย...นี่น้าไนซ์สนิทกับพี่แอฟชนิดที่เรียกว่าถึงเนื้อถึงตัวกันั้แ่เมื่อไหร่ พวกเขาตกข่าวอะไรไปรึเปล่า?
“ทำไมต้องมี ‘มั้ง’ ด้วย”
“ก็ไม่แน่ใจ อาจจะมีนัดกระทันหันใครจะรู้” พอสบสายตาเอาเื่ของคนถาม อัปสราก็ต้องจำใจเอ่ยปากอย่างเสียไม่ได้
“อื้อ ว่างก็ได้”
“ตกลงรับนัดแล้วนะ”
จะถามทำไม?! ในเมื่อบังคับขู่เข็ญกันขนาดนี้ เอามีดจี้คอกันเลยเถอะ
แบบนี้ไม่เรียกว่าลูกหลานฮิตเลอร์หรอกมั้ง...เขามันฮิตเลอร์กลับชาติมาเกิดชัดๆ
“เก็บของ” หมอหนุ่มสั่งกลายๆ ด้วยสายตา
“ปั๊บไปส่งมั้ยครับ”
“กี่ทุ่มแล้วดูนาฬิกาด้วย”
“อุ๊ย! ไปส่งไม่ได้แล้ว” ปั๊บเกาท้ายทอยแก้เก้อลืมตัวว่ายังไม่พ้นกำหนดถูกเคอร์ฟิว
“ขากลับน้าไนซ์แวะซื้อสเปรย์กำจัดแมลงมาด้วยสักกระป๋องนะ”
“จะเอามาทำอะไร”
“บ้านเรามียุงอ่ะดิ กัดพี่แอฟตั้งหลายแผลคอแดงไปหมด” ไนกี้สาธยายโดยไม่ได้ดูหน้าคนถูกยุงกัดเลยว่าแดงเถือกขนาดไหน
“พี่ถูกยุงกัด?” ชยณัฐกลั้นยิ้มก้มลงถามหญิงสาว “ยุงตัวผู้หรือตัวเมียกัดครับ”
“ยุงตัวผู้ที่ไหนกินเื” ปั๊บแย้งด้วยสีหน้างุนงง “หรือปั๊บจำผิด”
“ยุงชีกอนะสิ ผ่าเหล่าผ่ากอกัดคนไม่ดูตาม้าตาเรือ”
‘ยุงั์’ กลั้นขำเมื่อคนถูกกัดคอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันราวกับจะกินเืกินเนื้อเขาแทน
“จำได้มั้ยครับว่าตัวไหนที่กัดพี่ เดี๋ยวผมจัดการให้”
“ขอบคุณมากหมอ ไม่เป็ไรพี่จัดการเองได้ไม่รบกวน” อัปสรากัดฟันตอบ
“ไม่ได้สิ ยุงเ้าบ้านกัดแขกได้ยังไง ขายหน้าชะมัด” ยุงเ้าปัญหายังตามตอแยไม่เลิก
“สงสัยชาติก่อนเป็แวมไพร์เลยดูดเืเฉพาะที่คอ” คำพูดของไนกี้เรียกเสียงหัวเราะครืน ไม่เว้นกระทั่งตัวผู้ก่อเหตุ
ยัง...ยังอีก ขำนักใช่มั้ย
เพี๊ยะ!
หนังสือเล่มหนาเล่มเดิมถูกฟาดเข้าที่แขนหมอหนุ่มแบบไม่ออมแรง
“ตีผมทำไมเนี่ย พี่พาลแล้ว ยุงกัดแล้วเกี่ยวอะไรกับผม” ชยณัฐหัวเราะถอยหลังหลบหมอนอิงที่ถูกเขวี้ยงตามมาติดๆ รับได้บ้างไม่ได้บ้างแต่เหมือนคนเขวี้ยงจะไม่ย่อท้อ
กล้าพูด! เขาน่ะเกี่ยวเต็มๆ เลย!
“ดูสิ เริ่มมีเขี้ยวงอกเป็ไพรมารี่แวมไพร์แล้ว” ยังมีหน้ามายั่วอีก
น้าไนซ์สงสัยจะเอ๋อถูกไล่ตีขนาดนี้แล้วยังจะกล้ายั่วโมโหพี่แอฟอีก...ไนกี้ส่ายหน้าแล้วค่อยๆ ชวนปั๊บหลบออกจากห้องโถงรับแขก ปล่อยให้น้าชายและครูสาวเคลียร์กันเอง
“ไหนถูกกัดตรงไหน ขอดูหน่อย”
“หมอ!”
“รอยดูดเืตรงไหน โห...แดงเถือกเลยคืนนี้พี่กลายร่างเป็แวมไพร์แน่ๆ” ชยณัฐคว้ามือที่จับข้าวของเหวี่ยงใส่เขาไว้ได้แล้วกดล็อกไว้ด้านหลัง
“หมอสิเป็ปีศาจดูดเื”
“สงสัยจะใช่ งั้นมาให้ดูดเืซะดีๆ” หมอปีศาจก้มลงทาบริมฝีปากกับเหยื่อสาวหนักๆ ใช้ฟันงับดึงริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ แล้วปล่อย
“ฮื้อ...เืเ้าหนี้หน้าเืนี่หอมหวานดีจัง”
อี๊ยย! อะ...ไอ้หมอบ้า!
ไอ้หมอกวนประสาท!
ฝากไว้ก่อน! ทันตแพทย์ชยณัฐ!
*******************************
“ยัยอัง...แม่กับยายกำลังเป็ห่วงอยู่พอดี หนูหายไปไหนมานานเชียว”
“โกโบริล่ะคะแม่”
“เอ๊ะ ไม่เห็นนะ”
อังศุมาลินใจหายวูบ
“หนูเห็นพ่อดอกมะลิที่ไหน”
“ตะกี้หนูไปที่อู่ เคสุเกะบอกว่าเขามานี่...เอ หรือว่า” อังศุมาลินพรวดหันกลับไปบันไดอีกครั้ง
“จะไปไหนอีกลูก”
“หนูจะลงไปดูที่ท่าน้ำอีกทีค่ะ”
“ถ้ามาก็คงขึ้นมาเองแหละ มันมืด เดินขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวตกลงไปอีก”
อังศุมาลินกลั้วหัวเราะ เสียงแจ่มใส ”ไม่ตกหรอกค่ะ หนูจะไม่ยอมกลิ้งลงไปอีกเด็ดขาด หนูมีอะไรจะบอกเขานี่คะ” หญิงสาวยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองแล้วยิ้ม
“คัท!”
สิ้นเสียงผู้กำกับ อัปสราก็วางเข็มร้อยพวงมาลัยและดอกรักปลอมลงในถาด หันไปส่งยิ้มให้หัวหน้างานเวชระเบียนซึ่งรับบทเป็ยายแล้วก็พากันหัวเราะ
“พี่แป๋ว แอฟขอสลับบทกับพี่จ๋าเป็ยายได้เปล่า”
“พอเลยย่ะ มีบทพูดแค่ 3-4 ประโยค หล่อนเลือกเองแล้วจะเอายังไงอีก”
“ตอนนั้นพี่ไม่บอกว่ามีบทยายอ่ะ พี่จ๋าเอาเปรียบแค่นั่งประดับฉาก”
“นี่พี่อุตส่าห์แคสมาเพื่อเล่นบทยายโดยเฉพาะเลยนะ อย่ามาแย่งเสียให้ยาก” จ๋าหวงบทยายมากถึงขั้นกอดบทเอาไว้แนบอก
“แค่เธอเล่นเป็แม่ ฉันก็โดนด่ายับแล้ว ยิ่งถ้าเล่นเป็ยายไม่มีบทพูดอีก ใครจะมาดูละครฉันยะ”
“พี่ประกาศชื่อนักแสดงเป็หมอไนซ์กับหมอริว สาวๆ ก็แย่งที่นั่งหน้าเวทีกันให้ควั่ก ไม่ต้องมาไซโคแอฟเลย”
“แต่ผมรับเล่นเพราะพี่แอฟเลยนะ” นายแพทย์วรยุทธเดินมาร่วมวงสนทนา
“วนัสพลาดจากอังศุมาลินแล้วจะมาจีบแม่อรไม่ได้นะ” จ๋าแซวหมอหนุ่ม
“ผมตั้งใจจะจีบยายต่างหาก แต่พอรู้ว่าพี่จ๋าแต่งงานแล้วผมเลยเปลี่ยนเป้าหมาย” หมอหนุ่มหักมุมดื้อๆ ยื่นขวดน้ำเปล่าเย็นเฉียบให้คนรับบทแม่และบทยายของอังศุมาลิน
“หมอพูดอย่างนี้พี่กลับไปหย่าสามีเลย” จ๋ารับมุก
“ทำไมของพี่ไม่มีล่ะหมอ”
“อ๊ะ ขอโทษครับเดี๋ยวผมหยิบให้”
คล้อยหลังวรยุทธ ผู้กำกับสาวใหญ่ก็ป้องปากกระซิบ
“แอฟตกเด็กใหม่พี่ไปอีกแล้ว ใจคอจะเก็บเป็คอลเลคชั่นไม่เหลือให้พี่ชื่นชมบ้างเลยรึไง”
“หมอแค่พูดขำๆ หรอกพี่”
“ไม่จริงมั้ง ได้ข่าวว่าไปวนเวียนแถวห้องสมุดบ่อยๆ นี่” จ๋าหูตาไวไม่ปล่อยผ่าน
“ใครตัวจริงระหว่างหมอริวหรือหมอไนซ์”
“โธ่ นี่แม่อรนะคะไม่ใช่อังศุมาลิน” อัปสราหัวเราะเห็นเป็เื่ขบขันที่ถูกรุ่นพี่แซว
“พี่ถามจริง”
“แอฟก็ตอบจริงพี่”
“พี่ลุ้นหมอไนซ์อยู่นะ แต่คิดอีกทีก็เสียดายหมอริว ไม่เป็ไรๆ เดี๋ยวพี่ดามอกให้หมอเอง”
“จุ๊ๆ มาแล้วเธอ” จ๋าสะกิดเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันให้เก็บอาการเมื่อวรยุทธใกล้มาถึง
“ต่อไปเป็ฉากทิ้งะเิ อังศุมาลิน โกโบริ และหมอโยชิ เตรียมตัวเข้าฉากนะคะ” ิญญาผู้กำกับเข้าสิงทันทีเมื่อหมดเวลาพัก
“กลับก่อนนะพี่ไม่มีบทต้องซ้อมแล้ว ค่อยๆ เลือกลูกเขยนะแม่อร ไม่ต้องรีบ” จ๋ากระเซ้าเตรียมผละไปบ้าง เพื่อเปิดโอกาสให้วรยุทธทำคะแนน
“พี่แอฟล่ะครับ รีบกลับหรือเปล่า”
“รอหมอไนซ์ค่ะ วันนี้นัดหลานชายหมอเขาไว้ พี่เป็ติวเตอร์หลานชายหมอไนซ์” แอฟรีบอธิบายเมื่อวรยุทธทำหน้าฉงน
“เหรอครับ พี่สอนวิชาอะไร”
“ภาษาอังกฤษ”
“อ้อ รับสอนส่วนตัวหรือตามสถาบันกวดวิชา”
“ทั้งสองแบบค่ะ”
“เน้นไวยกรณ์หรือสนทนาครับ” หมอหนุ่มซักรายละเอียดอย่างสนใจ “พอดีน้องสาวผมกำลังหาที่ติวเตรียมสอบ ก.พ.”
“อ้อ ได้นะหมอ”
โฮะๆ อย่างน้อยมาวันนี้ก็ไม่เสียเที่ยว ได้ลูกค้าเพิ่มอีกแล้ว โชคดีชะมัดยัยแอฟ
ขอบคุณเ้าที่เ้าทางที่เกื้อหนุนให้มีรายได้เพิ่ม หนูจะตั้งใจท่องบทไม่ให้ตกหล่นซักประโยคเลยค่ะ วันงานก็จะตั้งใจแสดงชนิดทุ่มสุดตัว
นี่หล่อนทำเพื่อหน่วยงานล้วนๆ เลยนะ ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝงเลยจริงๆ
“งั้นผมขอแอดไลน์พี่หน่อยจะได้คุยรายละเอียด”
อัปสราเก็บอาการลิงโลดไว้อย่างมิดชิดรื้อกระเป๋าใบเล็กหยิบโทรศัพท์มาเปิดแอปพลิเคชันเพื่อสแกนคิวอาร์โค้ดกับหมอหนุ่ม
“เสียดายมีแค่เพิ่มเพื่อน ไม่มีปุ่มเพิ่มแฟน” วรยุทธหยอดสาวรุ่นพี่คนสวย
“คิวยาวนะหมอ”
“ยาวแค่ไหนผมก็สู้” หมอริวยิ้มโปรยเสน่ห์
“พี่หมายถึงคิวหมอ ไม่ใช่พี่”
“โธ่ ทำผมใจเสียหมด แค่ข่าวลือผมมีคิวที่ไหน โล่งมาก พี่สนใจเปล่าตอนนี้ตำแหน่งแฟนกำลังว่าง”
“ขอบคุณค่ะ ขอคิดดูก่อนกลัวจะรับมือกับเอฟซีหมอไม่ไหว”
“ถ้าพี่ตกลงเดี๋ยวผมช่วยเคลียร์” แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน
“หมอนี่มีอารมณ์ขันดีจัง มิน่าแฟนคลับเยอะ”
“ไม่ขำนะ ผมพูดจริง ถ้าพี่ยังไม่มีใคร”
“โห…โรแมนติกมาก นี่หมอกำลังให้พี่ช่วยต่อบทอยู่เปล่าเนี่ย พี่ไม่ใช่อังศุมาลินนะ หมออาจจะลืม”
“ให้อังศุมาลินคู่กับโกโบริไปเถอะครับ ตอนนี้วนัสกำลังอกหักพี่ช่วยปลอบหน่อย วันไหนว่างไปกินข้าวกับผมสักมื้อ”
“เรากำลังคุยกันเื่อะไรอยู่ ขอพี่ตั้งสติแป๊บ” อัปสราทำหน้ายู่
คุยกันเื่สอนพิเศษอยู่ดีๆ ไหงกลายมาเป็นัดกินข้าวไปได้?
“นะครับ ถ้าว่างเราไปดินเนอร์กันสักมื้อ” วรยุทธรีบรวบรัด ”ผมมีคลินิกต้องไปแล้ว เดี๋ยวโทรหานะครับ”
**************************************
“คุยอะไรกันกับริว”
“ก็เื่ทั่วไป”
ชยณัฐสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้แต่ยังไม่ยอมเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถ
ตอบกว้างเป็แม่น้ำ นี่อยากจะลองดีกับเขาหรือไงนะ
แล้วดูทำเข้า มัวแต่พิมพ์ข้อความตอบแชทในมือถือั้แ่ขึ้นรถมายังไม่เงยหน้าขึ้นมาคุยกับเขาเลยสักวินาที
“คุยกับใครนักหนา ผมอยู่ตรงหน้าสนใจกันบ้างสิ”
“เอ๊ะ! หมอคืนโทรศัพท์มา พี่กำลังคุยกับลูกค้าที่จะมาเรียนพิเศษอยู่”
ชยณัฐถือวิสาสะกระตุกโทรศัพท์ในมือเธอไปดื้อๆ ก่อนจะกดแป้นอักษรรัวๆ แล้วส่งออกข้อความ
“อีกแล้วนะ เอามือถือคืนมา”
“เป็เด็กเป็เล็กติดจอนะเรา” ว่าแล้วก็เก็บโทรศัพท์ของเธอลงกระเป๋ากางเกงหน้าตาเฉย
“หมอคืนมาเถอะนะ พี่ต้องใช้ติดต่องานและเดี๋ยวก็มีสอนออนไลน์อีก”
“สอนกี่โมง”
“ก็ทุ่มนึง”
“ตอนนั้นค่อยเอาคืน”
“หมอน่ะ”
“ไม่งั้นก็ต้องหาของมาไถ่คืน” หัวขโมยจ้องมองไปที่ริมฝีปากนุ่มก่อนจะเลื่อนมาสบตากับดวงตากลมใสแจ๋วของหญิงสาว
“อะไร! ไม่แฟร์เลย หมอขโมยไปพี่ยังต้องไถ่คืนด้วยเหรอ” อัปสราโวยวาย ”เอาเปรียบมาก”
“ไม่อยากได้คืนก็ตามใจ” มือหนาเข้าเกียร์ D แล้วค่อยๆ เคลื่อนออกจากอาคารจอดรถ
“เดี๋ยวเลี้ยงข้าวมื้อนึง” อัปสรายื่นข้อเสนออย่างใจป้ำ
“ไม่อยากกินข้าว อยากกินของหวาน”
“ได้ ห้ามแพงได้หมด พี่เลือกร้าน”
เอาวะ ของหวานถูกกว่าข้าว ไม่เป็ไรถือซะว่าเลี้ยงวันเกิดเขาละกัน
ร้านขนมหวานเหรอ เธอเคยเห็นแถวสี่แยกพระนั่งเกล้า ราคาคงพอคบได้
“ตกลง แต่ขอหวานๆ นะ”
“เดี๋ยวพี่ขอเพิ่มน้ำเชื่อมให้”
ฮึๆ หมอเ้าเล่ห์หัวเราะในลำคอ ปล่อยสาวซื่อบื้อคิดหาร้านไปเองตามสบาย
เื่อะไรเขาจะบอกให้เธอรู้ตัว!