หลังจากที่ได้รับปากกับโซเฟียเื่การทำอาหารที่มีความพิเศษ
ทั้งสามคนเริ่มต้นในวันถัดมา เกรย์พักผ่อนด้วยความเหนื่อยล้าจนลืมดูประวัติของตนเองในจักรวาลอื่น พวกเขาพักผ่อนกันในเต็นท์
เขาตื่นมาและพบว่ามาลาคีและเซดริกไม่อยู่ในเต็นท์แล้ว
" เห็นเซดริกกับมาลาคีไหมครับ " เกรย์ถามชายคนหนึ่งที่กำลังเช็คสภาพเต็นท์
" สองคนนั้นออกไปวิ่งข้างนอก " เขาบอกห้วนๆ และเช็คเต็นท์ที่ชำรุดต่อ
เช้านี้เป็คิวการทำอาหารของโซเฟีย โดยเซดริก มาลาคีและเกรย์ ได้รับ่ให้จัดการในตอนเที่ยงและค่ำ
ตลอดทั้งวันพวกเขาใช้เวลากับการพิจารณาอาหารของโซเฟีย รสชาติไม่ได้เข้มข้นหรือมีความซันซ้อนใดๆ เนื้อััก็ไม่ได้พิเศษใดๆ เลยด้วย
เกรย์ใช้ความสามารถของตนในอีกจักรวาลวิเคราะห์ เขามองรู้ชัดถึงสัดส่วนแบบเป๊ะๆ รวมถึงส่วนผสม ขั้นตอนการปรุงราวกับว่าเขาเป็คนทำมันด้วยตนเอง
พวกเขาออกเดินทางต่อใน่สาย เป้าหมายคือเขต 10
ระหว่างพักเกรย์เข้าไปคุยกับโซเฟีย
" ในอาหารมีรสชาติแปลกๆ ที่ขัดแย้งออกมา ถึงจะใส่เข้าไปนิดเดียว แต่มันคือนมแพะใช่ไหมครับ "
โซเฟียรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ถูกจับได้ เธอใส่มันไปแค่ช้อนชาเดียว " ถูกต้อง แต่ไม่ใช่นมแพะทั่วไปหรอกนะ -- มันคือนมแพะที่ได้มาจากพ่อมดขาว "
" นมแพะจากพ่อมดขาว เขาไปได้มายังไงเหรอ "
" พ่อมดขาวเป็คนเอามาให้ ฉันเองก็ไม่รู้
แต่เอาเป็ว่าเื่นี้ให้เก็บเป็ความลับกับสองคนนั้นก่อน ฉันอยากดูไหวพริบของพวกนั้น "
เกรย์รับปาก โซเฟียให้เขาผ่านบททดสอบครั้งนี้เพื่อแลกกับการที่ไม่ต้องบอกมาลาคีและเซดริก
เวลาผ่านไปในแต่ละวัน ทั้งสองพยายามวิเคราะห์ถึงส่วนผสมและทดลองการปรุง การกำหนดอุณหภูมิที่อาจมีผล วิเคราะห์อาหารแต่ละจานของโซเฟียโดยเปรียบเทียบกับตัวเองเพื่อปรับปรุงมากขึ้น สมุดบันทึกของพวกเขาเต็มไปด้วยการสังเกต ภาพร่างและสูตรลับ วัตถุดิบที่โซเฟียใช้
ในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังขี่ม้าต่อไป นกฮูกขาวตัวหนึ่งบินมาหาโซเฟีย ทุกคนหยุดพักครู่หนึ่งเพื่ออ่านจดหมายที่เหน็บมากับขาของนก
" เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าครับ " เกรย์ควบม้าเข้าไปถาม แต่โซเฟียไม่พูดอะไรจนกระทั่งเธอหันมาบอกกับทุกคนเกี่ยวกับข่าวในกระดาษ
" เชฟออก้าถูกทหารของราชินีจับตัวไป หัวหน้ากลุ่ม 8 เอ็นชานเทียถูกฆ่า "
ทุกคนที่ฟังก็มีตาเบิกกว้างและรู้สึกสลดใจกับข่าวที่น่าเศร้านี้
ชายคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง " คราวก่อนก็หัวหน้ากลุ่ม 7 มาวันนี้กลุ่ม 8 หรือนี่ "
ทุกคนนิ่ง หลับตาก้มลงต่ำ ร่วมกันไว้อาลัยให้กับกลุ่ม 8 และสมาชิกทีมของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่มีเวลามากนัก การเดินทางยังคงเร่งดำเนินต่อไป เกรย์รู้สึกประหลาดใจที่ทุกคนสลัดความเสียใจได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อพวกแวะพักในยามเย็น เกรย์เข้าไปถามชายคนหนึ่งก่อนจะเดินทางไปซื้อวัตถุดิบในเมืองที่อยู่ใกล้ๆ " ทำไมเราถึงรีบไปเขต 10 เหรอครับ เกิดอะไรขึ้น "
" เราได้ข่าวว่าจะมีการค้าอาวุธระหว่างทหารของราชินีกับคนจากอีกฝากของทะเล -- เห็นเขาเรียกว่าปืนนะ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร "
" ปืนเหรอ " เกรย์ไม่รู้จัก แต่เขาจำได้จากความทรงจำของเขาในอีกจักรวาล
มันคืออาวุธสำหรับทำาโดยเฉพาะ จัดการศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความรวดเร็ว แม่นยำ สามารถมอบความได้เปรียบทางยุทธวิธีแก่คนใช้ ทำให้สามารถเข้าปะทะกับเป้าหมายจากระยะปลอดภัยได้
เกรย์รู้สึกได้ถึงภัยอันใหญ่หลวงที่พวกฏจะได้เจอในอนาคตและคิดไม่ตกเลยว่าราชินีทรงอำนาจมากขึ้นเพียงใด
เขาไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้นอกจากต้องพึ่งพาพลังของตนเองในอีกจักรวาล
่เย็นหลังจากทานอาหาร เกรย์เซดริกและมาลาคีเดินทางไปอาบน้ำในเมือง
ที่เมืองนี้เองก็มีฏอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่พวกเขาตัดสินใจอยู่ในฐานะผู้สนับสนุนมากกว่าออกไปสู้รบ
หมายถึงพวกที่สนับสนุนด้านอาหารที่พัก เครื่องนุ่มห่มและอื่นๆ
ที่นี่เองก็เช่นกัน ครอบครัวแกรนด์สมิธยินดีให้พวกเขาแวะมาอาบน้ำและจัดห้องไว้ให้ 1 ห้อง ซึ่งมีห้องน้ำในตัว สำหรับผลัดเปลี่ยนกันมา
ในระหว่างที่พวกเขาสามคน กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องส่วนตัว
เกรย์พึ่งสังเกตเห็นว่ามาลาคีมีรอยแผลที่เกิดจากดาบอยู่หลายจุด ส่วนเซดริกเองก็มีเหมือนกันแต่น้อยกว่า
พอถามมาลาคีไปก็บอกว่า
" รอยนี่เหรอ ฉันเคยเป็นักดาบมาก่อน -- ที่บ้านฉันเปิดสำนักดาบเล็กๆ ไกลจากเมืองและติดกับูเา ทำให้ได้ฝึกอะไรเยอะเลย "
ส่วนเซดริก " นี่เป็รอยตอนที่ฉันะโลงจากผาสูง 120 เมตร -- ตอนแรกกระดูกแทบหักล่ะนะ แต่พอทำบ่อยเข้าก็ชิน "
เกรย์มีสีหน้าประหลาดใจซึ่งแสดงออกมาชัดจนเซดริกรู้สึกขำอยู่ในใจ
(เซดริก) ไอ้โง่! คนปกติที่ไหนจะะโลงจากหน้าผาสูงขนาดนั้นได้แล้วยังมีชีวิตได้กัน นี่มันแผลโดนหมากัดต่างหาก
เดาว่าไอ้เ้ามาลาคีเองก็โกหกเหมือนกันนั่นแหละ
สิ่งที่เซดริกไม่ทราบคือคำพูดของมาลาคีทุกอย่างล้วนเป็ความจริง
พวกเขาผลัดกันอาบน้ำ โดยเริ่มจากเกรย์คนแรก มาลาคีต้องออกกำลังกายอยู่เสมอ เซดริกเองก็เช่นกัน
มาลาคีไม่ได้สนใจเซดริก เขาเฝ้าออกกำลังกายในฉบับของตนเอง แต่ทรงเซดริกรู้สึกอายที่จะเลิกออกกำลังกายก่อน ดังนั้นเขาจึงมักเลิกออกกำลังกายหลังจากมาลาคีเลิกไม่นาน
ขณะที่เขากำลังจะนอนหลับพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันถัดไป เกรย์รู้สึกสนใจเกี่ยวกับตัวของเขาเองใน่ชีวิตอื่น
" ฉัน้ารู้ประวัติของฉันในโลกที่ฉันเป็เ้าวรยุทธ์ "
[ขอย้ำอีกครั้ง]
[การเรียนรู้ประวัติของตนเองในจักรวาลอื่นจะช่วยลดผลกระทบจากการใช้ความสามารถของตนเอง]
[จะเริ่มการเรียนรู้ใน 5 วินาที]
เวลาเริ่มเคาท์ดาวน์ในหัว เกรย์ค่อยๆ หลับตาลง และการฝันอันยาวนานก็ได้เริ่มขึ้น
ในอีกจักรวาล ณ อาณาจักรที่มีชื่อว่าซวนหลง เหลียงซู่เผิง บุตรชายของคุณหญิงเหม่ยลี่มหาสีคนที่ 7 ของาาเทียนหลง
ในฐานะลูกชายของภรรยาคนที่เจ็ด เหลียงซู่เผิงถูกมองว่าเป็ลูกนอกสมรสจากภรรยาและพี่น้องคนอื่น ๆ ั้แ่วินาทีที่เขาจำความได้ เขาถูกดูิ่ เยาะเย้ย และดูถูกอยู่ทุกวี่ทุกวัน
ทางคุณหญิงเหม่ยลี่เป็ผู้ที่มีจิตใจและอุปนิสัยที่ทำให้ผู้อื่นต้องหลงรัก เธอเป็ที่รักของประชาชนในอาณาจักรมากกว่าภรรยาคนอื่นๆ การกระทำของเธอเป็ที่ยอมรับทำให้ภรรยาคนอื่นๆ เกิดความอิจฉาและเกิดความไม่พอใจ
เมื่อถึงคืนแห่งโชคชะตาของคุณหญิงมาถึง แผนการอันชั่วร้ายของภรรยาคนอื่นที่ขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาอันร้ายกาจกำลังดำเนินไป คุณหญิงเหม่ยลี่ถูกพบว่าเป็ศพในวันถัดมา ทำให้เกิดความโศกเศร้าปกคลุมไปด้วยอาณาจักร
จากกองขี้เถ้าสู่ความแค้น มันได้เปลี่ยนโลกของเหลียงซู่เผิงตลอดกาล
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะล้างแค้นให้กับแม่ของตน เหลียงซู่เผิงได้หนีจากวังและเดินทางสู่ลัทธิมืดที่หมกมุ่นอยู่กับคำสอนเกี่ยวกับการต่อสู้และการฆ่าฟัน แม้เป็การฝึกที่เข้มงวดและยากลำบาก แต่ด้วยหัวใจที่ลุกโชนด้วยความแค้นผสานกับความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ ทำให้เขายินดีที่จะฝึกร่างกายและจิตใจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกาย
ทุกความพ่ายแพ้จากการฝึกสู้ภายในลัทธิ การดูถูกเหยียดหยามจากผู้อื่น เป็ไฟที่ทำให้เขายิ่งมีความมุ่งมั่นและรอคอยการแก้แค้นที่กำลังจะเริ่ม
วันคืนผ่านไป เหลียงซู่เผิงใช้ร่างกายตนเพื่อฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ อดทนต่อการฝึกที่ทรหด ผลักดันร่างกายครั้งแล้วครั้งเล่า เหลียงซู่เผิงได้มุ่งหน้าศึกษาศาสตร์ลี้ลับของลัทธิมืดตามคำสอนของอาจารย์ บ่มเพาะพลังภายใน เข้าควบคุมพลังปราณ จนกระทั่งเชี่ยวชาญด้านเทคนิคการต่อสู้
ในแต่ละวันผ่านไป พลังของเหลียงซู่เผิงก็เพิ่มขึ้น เขาเข้าใจในปราณอย่างลึกซึ้งขึ้นทุกวัน เขาค้นพบพลังที่แท้จริงของศักยภาพ ปลดล็อกพร์ที่ซ่อนอยู่และเทคนิคโบราณของลัทธิที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนรอบข้าง
เส้นทางของเหลียงซู่เผิงไม่ใช่เพียงแต่การล้างแค้นเท่านั้น นอกจากการกำจัดภรรยาและลูกพี่ลูกน้องของเขาจนหมดสิ้น เขายังยืนหยัดและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรู รื้อระบบอำนาจที่เสื่อมทรามของพี่น้องคนก่อนที่ทำให้เกิดความทุกข์ยากแก่ประชาชน กอบกู้เกียรติยศและความรุ่งเรืองสู่อาณาจักร
ด้วยจิติญญาที่ไม่ย่อท้อและการทุ่มเทอย่างไม่ยอมถอยในศิลปะการต่อสู้ ทำให้เขาก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้ใช้ปราณที่ไม่มีใครเทียบได้
ความพยายามของเขาทำให้ได้รับความสามารถพิเศษที่ทำให้เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของความสามารถ
1.ทักษะหัวใจัทอง : เป็รูปแบบการใช้ปราณและศิลปะการต่อสู้ที่น่าเกรงขาม เพิ่มพลังจู่โจมและความว่องไวอย่างไร้ที่ติ
2.ทักษะหัวใจดอกบัว (ตูม/บาน) : การทักษะที่ใช้ด้วยการทำสมาธิและผนวกเข้ากับพลังปราณ ทำให้เขาสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
3.ทักษะปราณสายฟ้า : มันคือการปลดปล่อยพลังปราณอย่างเต็มที่ในรูปแบบของสายฟ้า ซึ่งเป็พลังที่หายากและน่าเกรงขาม
4.ไขประตูเทพ ขั้น1-9 : มันคือการปลดล็อคศักยภาพของร่างกายที่ทำให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์
5.ทักษะัต้นกำเนิด : ทักษะนี้จะทำให้เหลียงซู่เผิงเปลี่ยนรูปลักษณ์ทางร่างกาย เนื่องจากเขาเคยต่อสู้กับัโบราณในตำนาน สิ่งนี้จะทำให้เขามีพละกำลัง ความว่องไว และร่างกายที่ยอดเยี่ยมในระดับัโบราณมาเอง
เมื่อข่าวความสำเร็จอันน่าทึ่งของเหลียงซู่เผิงแพร่กระจายไปทั่วแผ่นดิน ชื่อของเขาถูกยกย่องในนามบุตรของั เขาได้กลายเป็สัญลักษณ์ของแสงสว่างและความหวัง และได้กลายเป็บุคคลในตำนานที่มีเื่ราวได้เล่าสู่รุ่นต่อๆ ไป
หลังจากเรียนรู้ชีวิตของตนเองในจักรวาลอื่น เมื่อแสงแรกของอรุณส่องมา เกรย์ใช้พลังและความสามารถของเหลียงซู่เผิง ความรู้และความสามารถของเหลียงซู่เผิงถูกถ่ายทอดสู่ร่างกายของเขาทันที
โลกทั้งใบเหมือนจะเปลี่ยนไป เมื่อเขาหายใจเข้าลึกๆ เขารู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนผ่านเส้นเื
(เกรย์) เหลือเชื่อ นี่เหรอคือปราณที่ไหลเวียนในตัวฉัน
ไม่จำเป็ต้องใช้ความอยากรู้อยากเห็นในการทดลองพลังปราณ ความรู้ของเหลียงซู่เผิงถูกถ่ายทอดมาทั้งหมดแล้ว
เกรย์เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังปรานของเขาเอง โดยประสานมันเข้ากับการไหลเวียนของร่างกายด้วยการทำสมาธิอย่างต่อเนื่องและการฝึกหายใจ
เขาได้บ่มเพาะร่างกายด้วยการออกกำลังกายเพื่อปรับให้สมดุลกับพลังปราณ
(เกรย์) ปราณเป็สิ่งที่ไม่ควรฝึกถ้าไม่มีคนสอนจริงๆ
เกรย์ได้ตระหนักว่าพลังปราณเป็ดาบสองคม ถ้าใช้อย่างไม่มีประสบการณ์มันจะทำลายเส้นเืของเขาและธาตุไฟแตกได้ทันที
เื่การทำอาหารก็ยังคงทำให้กับกลุ่มต่อไป แต่เมื่อถึงเวลาพัก... เกรย์จะให้เวลากับการฝึกเทคนิคที่ซับซ้อนและบ่มเพาะพลัง
เขาเรียนรู้ที่จะเริ่มควบคุมลมปราณในระดับสูงขึ้นตามประสบการณ์ของเหลียงซู่เผิง สร้างสมดุลที่กลมกลืนภายในตัวของพลังหยินและหยาง
" ฉันคิดว่าอีก 2 วันเราจะถึงเขต10แล้ว เตรียมตัวให้พร้อม " โซเฟียบอก
เวลาของเกรย์ลดน้อยลงไปทุกทีสำหรับการเตรียมความพร้อม พลังและทักษะของเหลียงซู่เผิงมีมากมายแต่การดึงออกมาใช้นั้นขึ้นอยู่กับศักยภาพของร่างกายและพลังปราณ หากคำนวณตามประสบการณ์ของเหลียงซู่เผิง เกรย์มีศักยภาพไม่ถึง 5 % ของทั้งหมด
เขาเริ่มฝึกฝนทักษะลับ ศิลปะการดูและดูดซับพลังปราณจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ
เซดริกรู้สึกว่าเกรย์ขยันผิดปกติ
(เซดริก) อะไรน่ะหมอนั่น อยู่ดีๆ ก็นึกคึก อยากฝึกเป็นักรบสปาตั้นรึไงเนี่ย
การใช้ความรู้และพลังของตนเองในจักรวาลอื่นยิ่งนานเท่าใดมันยิ่งทำให้อุปนิสัยของเกรย์ ถูกกลืนกินโดยตนเองในจักรวาลนั้นมากขึ้น
เขาเริ่มหมกมุ่นอยู่กับการฝึกตามอุปนิสัยของเหลียงซู่เผิง ทั้งความเข้มงวดและการฝึกฝนอย่างมีระเบียบวินัยในตนเอง
เมื่อเวลาผ่านไปอีก 1 วัน ความชำนาญในการบ่มเพาะพลังและการควบคุมปราณของเกรย์เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ หากเปรียบเทียบกับคนที่ฝึกโดยใช้ระยะเวลาเท่ากัน จะไม่มีใครสามารถเทียบเกรย์ได้เลย เขาสามารถสร้างออร่าที่เปล่งประกายรอบตัว เพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพ ประสาทััของเขาเฉียบคมมากขึ้น
ทุกครั้งที่หายใจ เขารู้สึกถึงพลังรอบตัวที่เคลื่อนไหว
เกรย์ใช้เวลากับคืนสุดท้ายกับการพักผ่อน และสิ่งเหล่านี้ทำให้เกรย์รู้ว่าพลังและศักยภาพของมนุษย์นั้นไร้ขอบเขต
เขาเริ่มใช้พลังของเหลียงซู่เผิงระหว่างซื้อของ หลงไหลไปกับการฝึกขับเคลื่อนพลังปราณอยู่ตลอดเวลา นับเป็ความท้าทายในการควบคุม ความสามารถเหล่านี้จะเป็ตัวกำหนดชะตากรรมในอนาคต
(เกรย์) นั่นอะไร
เกรย์สังเกตเห็นพลังคุณสมบัติพิเศษของวัตถุดิบอาหารด้วยพลังปราณ
(เกรย์) นั่นเหมือนกับอาหารของโซเฟียเลย
เกรย์สังเกตุและเปรียบเทียบ จนกระทั่งได้ข้อสรุปดังนี้
พืชผัก - เพิ่มความว่องไว
เนื้อสัตว์ - เพิ่มความแข็งแกร่ง
นม - เร่งการฟื้นฟู
เขาหยิบผักขึ้นมา
(เกรย์) แต่พลังพวกนี้เบาบางมาก พลังในอาหารของโซเฟียมีมากกว่าอีก
แม้มันจะเป็พลังอ่อนๆ แต่ด้วยองค์ความรู้ของเหลียงซู่เผิง ทำให้เกรย์สามารถอัดพลังปราณลงไปเพื่อเพิ่มคุณสมบัติพิเศษเ่าั้ได้