แสงยามอรุณรุ่งค่อยๆผ่านม่านโปร่งสีขาวของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองหลวง ท้องฟ้าด้านนอกยังคงเป็สีน้ำเงินเข้มอมส้มจางๆ สะท้อนภาพเมืองใหญ่ที่กำลังตื่นจากความหลับใหลอย่างเชื่องช้า คลื่นความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่คีทลืมตาตื่นขึ้นมาจัดแจงั้แ่ไก่โห่
คีทขยับกายอย่างกระฉับกระเฉง ไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าใดๆ แม้ว่าเมื่อคืนจะเข้านอนดึกมากเพียงใดก็ตาม เพราะในวันนี้... วันที่เฝ้ารอคอยมาตลอดชีวิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
ดวงตาคมกริบคู่คมของคีทจดจ้องมองพานพุ่มสีทองอร่ามที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่บนโต๊ะกระจกกลางห้องนั่งเล่น คีทเอื้อมมือไปหยิบดอกคัตเตอร์และดอกยิปโซเฟียสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมาจัดแจงแต่งทรงอย่างประณีตบรรจง
ค่อยๆ แทรกแซมก้านดอกไม้เล็กๆ เข้าไปในช่องว่างอย่างใจเย็น รอยยิ้มมุ่งมั่นและอบอุ่นประดับอยู่บนริมฝีปากหยักลึก นิ้วเรียวยาวแข็งแกร่งขยับจัดแต่งกลีบกุหลาบสีพาสเทลอ่อนโยนบนพานอย่างแ่เบาเลี่ยงไม่ให้ช้ำ ท่าทางของคีทดูสงบนิ่งทว่าแฝงไปด้วยความตื่นเต้นที่ปะทุอยู่ลึกๆ ภายในอก
คีทละมือจากก้านดอกไม้ ก่อนจะเอื้อมไปลูบไล้กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขลับที่วางอยู่เคียงข้างอย่างเบามือ ััที่นุ่มนวลของเนื้อกำมะหยี่ชั้นดีชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ด้านในกล่องนั้นบรรจุเครื่องพันธนาการแสนงดงามที่จะผูกมัดชีวิตของเมลไว้กับคีทไปชั่วนิรันดร์ แววตาของคีทพลันเข้มขึ้นและทอประกายวาวโรจน์ด้วยความลุ่มหลงอย่างไม่ปิดบัง มันคือความคาดหวังและแรงปรารถนาอันแรงกล้าที่ถูกกักเก็บและฟูมฟักมาเป็เวลานานแสนนานนับั้แ่ครั้งยังเป็เด็ก
คอนโดหรูหรากว้างขวางแห่งนี้ พ่อแม่ของทั้งสองครอบครัวร่วมกันซื้อให้พวกเราในฐานะของขวัญวันเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่สำหรับคีทแล้ว... ที่นี่คืออาณาเขตส่วนตัว คือรังรัก และเป็กรงขังแสนสวยงามที่คีทจัดเตรียมไว้เพื่อโอบล้อมกักขังเมลให้อยู่เคียงข้างคีทเพียงคนเดียว
ห้วงความคิดของคีทย้อนรอยกลับไปสู่อดีตยามที่เฝ้ามองเมลวิ่งเล่นและส่งยิ้มสดใสให้คีทั้แ่เยาว์วัย คีทเฝ้าทะนุถนอม ปัดเป่าทุกอันตราย และที่สำคัญที่สุดคือคีทคอยกันท่าไม่ให้แมลงตัวผู้ตัวเมียหน้าไหนกล้าเฉียดกรายเข้ามาใกล้เมลชิ้นปลามันของคีท
หมากทุกตัวที่คีทวางแผนไว้อย่างเงียบเชียบและใจเย็น ั้แ่การจัดฉากส่งตั๋ว VIP งานจับมือนางเอก AV ที่เมลคลั่งไคล้เพื่อส่งต่อเชื้อไวรัสกลายพันธุ์แปลงเพศเข้าสู่ร่างกายของเมล จนทำให้เมลกลายพันธุ์มีร่างกายแสนวิเศษและเย้ายวนใจที่มีทั้งสองเพศในร่างเดียว
หรือแม้กระทั่งการประสานงานตกลงกับคุณแม่ทั้งสองฝ่ายที่เห็นดีเห็นงามกับการหมั้นหมายสายฟ้าแลบนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนการอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของคีทอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่ขั้นตอนเดียว
คีทมองสำรวจห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยผ้าม่านสีครีมสะอาด มีกลิ่นเทียนหอมอโรมากลิ่นวานิลลาจางๆ อบอวลผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงร้อนๆ ที่คีทเพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ ทุกมุมห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น ละมุนละไม
เหมาะสำหรับพิธีการอันเป็มงคล คีทก้มลงมองชุดของตัวเองที่สวมใส่เรียบร้อยแล้ว เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาเนื้อดีพับแขนขึ้นเล็กน้อยขับเน้นรูปร่างแกร่งกำยำและ่ไหล่กว้าง กางเกงสแลกสีเทาเข้มเข้ารูปดูดีสง่างามไร้ที่ติ คีทสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปยังห้องนอนใหญ่ที่เงียบสงบ
เมื่อเปิดประตูเข้าไป ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาของคีทคือร่างบางของเมลที่นอนขดตัวหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาสีเทาเข้ม เมลนอนตะแคงซุกใบหน้าเนียนละเอียดลูกครึ่งไทย-อังกฤษลงกับหมอนนุ่ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็จังหวะบางเบา แก้มขาวอมชมพูดูเนียนละเอียดละมุนน่ารักน่าบดขยี้เหลือเกิน คีทก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนกว้างอย่างเงียบเชียบ ทรุดกายลงนั่งบนขอบเตียงอย่างแ่เบาเพื่อไม่ให้รบกวนร่างบางที่กำลังหลับสนิท
เขาเอื้อมมือไปปัดปอยผมนุ่มที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของเมลอย่างเบามือ ััได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่ยังคงอุ่นรุมๆ หลงเหลือจากพิษไข้ของไวรัสกลายพันธุ์เมื่อวาน เมลตัวน้อยของคีทช่างบอบบางและน่าดูแลปกป้องเสียจนหัวใจของคีทสั่นไหวด้วยความรักอันท่วมท้น
คีทก้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปใกล้ๆ จนได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากกลุ่มผมนุ่มและกลิ่นกายหวานละมุนเฉพาะตัวที่ทำให้คีทคลั่งไคล้แทบบ้า เขากดริมฝีปากหยักลึกลงบนหน้าผากมนของเมลแ่เบาเนิ่นนาน จูบซับความอุ่นชื้นเพื่อปลุกคนดีของคีทให้ตื่นมารับเช้าวันสำคัญที่สุดในชีวิต
"เมลครับ... เมลคนดี ตื่นได้แล้วครับ"
คีทกระซิบเรียกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มละมุน คลอเคลียปลายจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนใสอย่างหยอกเย้า
"อือ... คีท..."
ร่างบางส่งเสียงประท้วงอู้อี้งอแงในลำคอ พลิกตัวหนีััอุ่นชื้นแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงปลายจมูก ท่าทางดื้อดึงแบบเด็กๆ นั้นไม่ได้ทำให้คีทนึกโกรธเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้รู้สึกเอ็นดูและอยากฟัดร่างนุ่มนิ่มนี้ให้หนำใจ แต่ต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ก่อนเพราะพิธีหมั้นหมายกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า
"ตื่นได้แล้วครับเมล วันนี้วันสำคัญของเรานะ คุณแม่กำลังจะเดินทางมาถึงแล้วด้วยครับ"
คีทขยับเข้าใกล้ลูบไล้แผ่นหลังบางผ่านผ้าห่มผืนหนา ก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็กเบาๆ แกล้งเป่าลมหายใจอุ่นร้อนรดซอกคอขาวผ่องของเมลจนร่างบางต้องหดคอหนีด้วยความสยิว
"อื้อ... ง่วงจังเลยคีท... เมลขอนอนต่ออีกแป๊บนึงไม่ได้เหรอครับ..."
เมลค่อยๆ ปรือตากลมโตขึ้นมามองอย่างงัวเงีย แก้มเนียนแดงระเรื่อเมื่อลืมตาตื่นมาสบตาในระยะประชิด ยิ่งสบสายตากับคีทที่อยู่ในชุดเชิ้ตขาวหล่อเหลาเป็ระเบียบเรียบร้อย เมลก็ยิ่งทำหน้างงงวยพลางกะพริบตาถี่ๆ แววตาใสซื่อคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าของคีทด้วยความขัดเขินจนต้องหลบสายตา
"ไม่ได้แล้วครับคนดี เดี๋ยวคุณแม่มาเห็นเมลนอนอุตุอยู่แบบนี้จะไม่น่ารักนะ คีทเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว ไปอาบน้ำล้างหน้าให้สดชื่นเถอะครับ ตัวเมลยังอุ่นๆ อยู่เลย เดี๋ยวอาบน้ำอุ่นแล้วคีทจะช่วยทายาและเช็ดตัวให้ขัดผิวผ่องๆ นะครับ"
คีทส่งยิ้มอ่อนโยนแสนดีช้อนแขนประคองร่างบางของเมลขึ้นจากเตียงนอน เมลกอดเอวหนาของคีทไว้แน่น ซบหัวพิงอกกว้างอย่างออเซาะยอมให้ประคองกึ่งอุ้มนำทางพาเดินเข้าไปในห้องน้ำแต่โดยดี
เมื่อส่งเมลเข้าจัดการตัวเองเรียบร้อย คีทก็เดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้งเพื่อเช็กความเรียบร้อยรอบสุดท้าย คีทส่องกระจกจัดปกเสื้อเชิ้ตให้เรียบแปล้ หัวใจของคีทเต้นแรงด้วยความสะใจลึกๆ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ วันนี้แหละที่เมลจะหลุดพ้นจากตำแหน่งเพื่อนสนิท และขยับขึ้นมาเป็คู่หมั้นของคีทอย่างเป็ทางการเต็มตัว
---
*กริ๊ง~~ กริ๊ง~~*
เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นอย่างสดใสบ่งบอกว่าเวลาที่คีทรอคอยมาถึงแล้ว คีทก้าวขายาวๆ เดินไปเปิดประตูคอนโดบานใหญ่ต้อนรับทันที ประตูเปิดออกเผยให้เห็นหญิงวัยกลางคนสองท่านที่แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมไทยสีสันสุภาพสง่างาม ใบหน้าของพวกท่านประดับไปด้วยรอยยิ้มปลาบปลื้มยินดีอย่างปิดไม่มิด นั่นคือคุณแม่ของคีทและคุณแม่ของเมลที่เดินทางมาถึงพร้อมกับผู้ช่วยขนข้าวของพิธีการ
"คุณแม่ สวัสดีครับ"
คีทยกมือไหว้ทักทายคุณแม่ทั้งสองคนด้วยท่าทางนอบน้อมและสุภาพเป็ที่สุด
"ไหว้พระเถอะลูกคีท แหม... แต่งตัวหล่อเชียวนะวันนี้ สมกับเป็เ้าบ่าวหมาดๆ จริงๆ จ้ะ"
คุณแม่ของคีทเอ่ยเย้าลูกชายพลางเดินเข้ามาลูบแขนแกร่งด้วยความภาคภูมิใจ ในขณะที่คุณแม่ของเมลยิ้มกว้างก้าวเข้ามาในห้องแล้วหันมองรอบๆ ห้องนั่งเล่นที่ถูกจัดแต่งด้วยดอกไม้สดอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
"จัดสถานที่ได้สวยงามและรวดเร็วมากเลยนะลูกคีท น่ารักจริงๆ เลย" คุณแม่ของเมลเอ่ยชมด้วยความเอ็นดู
"คีทตั้งใจจัดเพื่อเมลครับคุณแม่ อยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุดสำหรับเมลและครอบครัวของเราสองคนครับ" คีทตอบด้วยรอยยิ้มละมุนละไม แววตานุ่มนวลเรียบร้อยดูสมเป็ลูกเขยที่ดีที่สุด
พวกคุณแม่และผู้ช่วยช่วยกันจัดแจงจัดวางพานขันหมากหมั้น พานใส่เครื่องทองและเงินสินสอด พานผลไม้มงคล ด้ายมงคลสีขาวสะอาดสะอ้านขดตัวเป็สัญลักษณ์แห่งมงคลชีวิต และกล่องแหวนกำมะหยี่สีน้ำเงินที่คีทนำมาวางเตรียมไว้ตรงกลางโต๊ะอย่างรวดเร็วและเป็ระบบระเบียบราวกับผ่านการฝึกซ้อมและประสานงานเตรียมการกันมาเป็เวลาแรมปี
ความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบนี้เกิดจากการที่คีทส่งข้อความประสานงานทางโทรศัพท์มือถือไว้ั้แ่เมื่อคืน และแผนการที่ตระเตรียมร่วมกันอย่างเป็ความลับเพื่อไม่ให้เมลรู้ตัวล่วงหน้า
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องนอนใหญ่เปิดออกช้าๆ ร่างบางของเมลก้าวออกมา เมลสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเรียบร้อยน่ารักและกางเกงสแลกสีครีมที่ขับเน้นให้ผิวขาวเนียนละเอียดแบบลูกครึ่งดูเปล่งปลั่งและตัวเล็กบอบบางน่าทะนุถนอม เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มเปียกชื้นเล็กน้อยจากการอาบน้ำ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นห้องนั่งเล่นของพวกเราถูกเนรมิตให้กลายเป็สถานที่จัดพิธีหมั้นยามเช้าอย่างเป็ทางการ โดยมีพานดอกไม้พานสินสอดและคุณแม่ทั้งสองฝั่งยืนคุยกันอย่างชื่นมื่น
"แม่ครับ... คุณน้า..."
เมลส่งเสียงเรียกเบาๆ เดินนวยนาดเข้ามาร่วมวงด้วยใบหน้าที่ฉายแววงงงวยและแปลกใจอย่างปิดไม่มิด เมลมองพานขันหมาก ด้ายมงคลสีขาว และพานสินสอดตาไม่กะพริบ ก่อนจะเอ่ยปากถามคุณแม่ของตนเองและคุณแม่ของคีทด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเบาบางหลงเหลือจากอาการป่วยไข้
"ทำไมคุณแม่กับคุณน้าเดินทางมาถึงคอนโดเร็วกันจังเลยครับ? แล้วข้าวของ พานหมั้น ด้ายมงคลพวกนี้... ทำไมถึงจัดเตรียมมารวดเร็วพร้อมเพรียงขนาดนี้ล่ะครับ ราวกับรู้ล่วงหน้าแล้วเลย ทั้งที่เมื่อคืนเมลเพิ่งจะตอบตกลงคีทไปเองนะ..."
คีทลอบชำเลืองมองสีหน้าสงสัยสงกาของเมลอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคู่คมวับขึ้นเล็กน้อย เขารีบขยับสายตาสบตากับคุณแม่ของคีทอย่างรู้กันทันทีเพื่อส่งสัญญาณให้เบี่ยงประเด็นความแคลงใจนี้ออกไปเสีย
คุณแม่ของคีทรับสัญญาณสายตานั้นได้อย่างยอดเยี่ยม ท่านรีบก้าวเท้าเข้ามาหาเมลทันที ดึงมือเรียวบางของเมลไปกุมไว้แล้วส่งยิ้มกว้างละมุนละไมเบี่ยงเบนความสนใจอย่างแเีลื่นไหลไร้รอยต่อ
"โธ่ เมลลูกรักของแม่... แม่ๆ สนิทกันจะตาย เื่สำคัญระดับชีวิตของลูกทั้งสองคนมีหรือที่แม่จะเตรียมตัวไม่ทัน พ่อแม่เขารู้ใจและคาดการณ์ล่วงหน้าไว้อยู่แล้วจ้า เื่พานขันหมากและข้าวของมงคลพวกนี้แม่สั่งร้านประจำจัดเตรียมไว้ั้แ่รู้ว่าคีทเขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะขอหนูหมั้นแล้วลูก อย่าคิดมากให้ปวดหัวเลยนะจ๊ะ วันนี้เป็วันมงคล มีแต่เื่น่ายินดีทั้งนั้นเลยลูกเอ๊ย"
คุณแม่ของคีทพูดยิ้มๆ ลูบหลังมือของเมลอย่างอ่อนโยน
"ใช่แล้วจ้ะเมล แม่เองก็เห็นพ้องต้องกันกับคุณน้าและคีทมาตลอดนั่นแหละจ้ะ ลูกทั้งสองคนโตมาด้วยกัน รักและดูแลกันดีขนาดนี้ ไม่มีอะไรต้องกังวลเลยลูกรัก ทำใจให้สบายและเตรียมรับความสุขในวันนี้ดีกว่านะจ๊ะ"
คุณแม่ของเมลช่วยพูดสมทบน้ำเสียงนุ่มนวลอบอุ่นละมุนหัวใจ
คีทเห็นว่าจังหวะเหมาะสม จึงก้าวเข้าไปชิดแผ่นหลังบางของเมลอย่างรวดเร็ว วงแขนแกร่งเลื่อนโอบล้อมรอบเอวคอดบางอย่างถือสิทธิ์ ััอุ่นชื้นจากร่างกายของคีทแผ่ซ่านสะท้อนความใกล้ชิด เขาก้มใบหน้าลงชิดใบหูขาวสะอาดของเมล แกล้งเอ่ยเย้าด้วยเสียงทุ้มนุ่มละมุนปนตลกขบขันเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของร่างบางไปโดยสิ้นเชิง
"เมลตื่นเต้นจนคิดมากไปหรือเปล่าครับหืม? คีทบอกแล้วไงว่าทุกอย่างคีทจัดการเตรียมการไว้เพื่อเมลเอง ไม่ต้องสงสัยอะไรหรอกครับ วันนี้เมลแค่ทำตัวน่ารักๆ สวมแหวนหมั้นให้คีทก็พอแล้วนะ เมลมานั่งตรงพรมกลางห้องกับคีทดีกว่าครับ คุณพ่อคุณแม่รอทำพิธีให้เราอยู่นะครับคนดี"
คีทจับจูงมือเรียวบางของเมลพานั่งลงบนพรมหนานุ่มสีครีมกลางห้องนั่งเล่นอย่างแ่เบา ััโอบเอวและถ้อยคำหยอกเย้าแสนอบอุ่นทำให้เมลหน้าแดงแปร๊ดขัดเขินสายตาของพวกผู้ใหญ่จนแทบแทรกแผ่นดินหนี
ร่างบางยอมเดินตามและนั่งเคียงข้างคีทแต่โดยดี ความสงสัยและความกังขาในหัวของเมลถูกความเขินอายบดบังและพัดปลิวหายไปในพริบตา คีทลอบยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะที่สามารถควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างไว้ในกำมือได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
---
ผมรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอกซ้ายจนกลัวว่าคนข้างตัวจะได้ยินเสียงมัน ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาของคีทที่ยังคงเกาะกุมมือซ้ายของผมไว้ไม่ยอมปล่อยทำให้ผิวแก้มของผมร้อนผ่าวราวกับมีไฟมาลน
ความแคลงใจในตอนแรกเกี่ยวกับความรวดเร็วของคุณแม่ทั้งสองคนที่ยกขันหมากมาจัดเตรียมเสร็จในพริบตาสลายหายไปเมื่อมองเห็นแววตาอบอุ่นและรอยยิ้มยินดีของพ่อแม่ที่นั่งเรียงรายกันอยู่บนโซฟาตรงหน้า
ผมไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยจริงๆ ว่าชีวิตของผมจะดำเนินมาถึงจุดนี้ได้... จุดที่ต้องมานั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่กลางห้องเคียงคู่กับไอ้คีท เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันั้แ่จำความได้เพื่อทำพิธีหมั้นหมายอย่างเป็ทางการต่อหน้าครอบครัวของพวกเราทั้งสองฝ่าย
ผมแอบปรายสายตามองคนข้างกาย คีทในวันนี้ดูหล่อเหลาและสง่างามมากเสียจนผมใจสั่น เสื้อเชิ้ตสีขาวที่มันสวมเน้นแผ่นอกแกร่งกว้างและไหล่ลาดหนาที่ผมเคยซุกหนีหนาวและพึ่งพิงไข้รุมเมื่อคืน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของมันที่ผมแสนจะคุ้นเคยลอยมากระทบจมูกเป็ระยะ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกเขินอายจนต้องก้มหน้าหลบสายตาต่ำลงมองตักตัวเอง
"เอาล่ะลูกๆ ทั้งสองคน พิธีหมั้นแบบเรียบง่ายและเป็กันเองของครอบครัวเราเริ่มได้แล้วนะจ๊ะ คีท... สวมแหวนให้น้องสิลูก"
เสียงของคุณแม่คีทเอ่ยขึ้นด้วยความอ่อนโยนปนเอ็นดู ทำให้ผมต้องช้อนสายตาขึ้นมองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คีทหันร่างกายแกร่งเข้าหาผมช้าๆ มันประคองมือซ้ายของผมขึ้นมาด้วยฝ่ามือแกร่งที่อุ่นชื้นและนุ่มนวล ััจากปลายนิ้วหนาของมันทำให้ผิวกายของผมสั่นสะท้านวูบวาบเบาๆ ความร้อนจากรอยไข้ในตัวยังคงหลงเหลือส่งผลให้ผิวพรรณของผมไวต่อััของมันเป็พิเศษ ดวงตาคู่คมกริบของคีทที่จ้องตรงมาบัดนี้ทอประกายแสงนุ่มนวล อบอุ่น และเปี่ยมล้นไปด้วยความรักใคร่เสน่หาอย่างลึกซึ้งจนผมรู้สึกหน้าแดงร้อนฉ่าไปถึงใบหู
มันค่อยๆ หยิบแหวนหมั้นเงินประกายเรียบหรูวงเดิมที่ใช้ขอผมเมื่อคืนขึ้นมา หัวใจของผมเต้นระทึกขวัญจนแทบหยุดเต้น คีทค่อยๆ เลื่อนแหวนวงนั้นสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของผมอย่างช้าๆ มั่นคง ััเย็นเฉียบของเนื้อเงินััผิวข้อนิ้วก่อนจะเลื่อนหลุดเข้าสู่โคนนิ้วอย่างพอดีดิบพอดีราวกับวัดขนาดมาอย่างเป๊ะๆ
*ฟิ้ว~~*
กลีบดอกกุหลาบและกลีบดอกไม้มงคลถูกโปรยปรายลงมาทาบทับร่างของพวกเราทั้งสองคนพร้อมกับเสียงหัวเราะและคำอวยพรชื่นมื่นจากคุณพ่อคุณแม่ของพวกเราสองบ้าน น้ำเสียงอบอุ่นยินดีเ่าั้ทำให้ในอกของผมพองฟูอย่างล้นหลาม
ความซาบซึ้งและตื้นตันใจพรั่งพรูเข้ามาจนขอบตาร้อนผ่าว ครอบครัวของพวกเรายอมรับในความรักของเด็กผู้ชายสองคนได้อย่างง่ายดายและเต็มใจขนาดนี้ ผมรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่มีคีทคอยดูแลปกป้อง และมีครอบครัวที่แสนวิเศษเปิดใจกว้างแบบนี้
"คีท... สวมแหวนให้เมลเรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไป... เมลลองสวมแหวนให้คีทนะลูก"
คุณแม่ของผมเอ่ยเตือนเสียงหวานพร้อมยื่นถาดแหวนอีกวงมาตรงหน้า
ผมสูดหายใจเข้าลึกระงับความสั่นเทาของนิ้วมือ เอื้อมหยิบแหวนเงินอีกวงที่คล้ายคลึงกันขึ้นมา คีทยื่นมือซ้ายแกร่งหนาที่มีรอยแผลเป็จางๆ จากการเล่นกีฬามาตรงหน้าผม รอยยิ้มอบอุ่นของมันทำให้ผมรวบรวมความกล้าประคองมือนั้นไว้ ค่อยๆ เลื่อนแหวนสวมเข้านิ้วนางข้างซ้ายของคีทช้าๆ ััอุ่นชื้นจากปลายนิ้วและน้ำหนักแหวนคู่หมั้นทำให้สะท้านวาบในอก ปลื้มปีติอย่างที่สุดจนน้ำตาแทบจะไหลรินออกมาด้วยความสุขล้นพ้น
คีทบีบกระชับมือซ้ายของผมเบาๆ ส่งสัญญาณความรักที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างแ่าจนหัวใจของผมเบิกบานไร้กังวล
---
"ต่อไปเป็พิธีผูกข้อไม้ข้อมืออวยพรรับขวัญนะลูกนะ"
คุณพ่อของผมเอ่ยขยับตัวเข้ามาใกล้พร้อมด้ายมงคลสีขาวสะอาดสะอ้านที่เตรียมไว้
ผมและคีทขยับหันไปหาพวกท่าน พนมมือไหว้รับคำอวยพรด้วยความนอบน้อม คุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองบ้านผลัดกันเข้ามาผูกด้ายมงคลสีขาวเส้นหนาลงรอบข้อมือเรียวของผมและข้อมือแกร่งของคีท คำอวยพรแสนอบอุ่นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ การดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน และการร่วมทุกข์ร่วมสุขลอยเข้าหูผมอย่างต่อเนื่อง ด้ายมงคลสีขาวที่ถูกผูกมัดรอบข้อมือราวกับสายใยรักแสนอบอุ่นที่ถักทอพันธนาการพวกเราไว้ด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น
จนกระทั่งมาถึงคิวของคุณแม่คีท ท่านขยับร่างสง่างามเข้ามาหาผมอย่างใกล้ชิด ดึงข้อมือขวาของผมไปประคองไว้ช้าๆ ก่อนจะนำด้ายมงคลสีขาวสะอาดมาผูกทับลงไปอย่างประณีตและเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าผิวเนียนละเอียดของผมจะบอบช้ำ คำอวยพรจากริมฝีปากคุณแม่คีทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็ที่สุด
"แม่ฝากเมลด้วยนะคีท ดูแลน้องให้ดีๆ ล่ะ... ต่อจากนี้ไปลูกทั้งสองคนคือคนคนเดียวกันแล้วนะ มีอะไรต้องหนักนิดเบาหน่อย คอยดูแลเกื้อกูลกันไปตลอดชีวิตนะลูก"
คำพูดฝากฝังอย่างเป็ทางการของคุณแม่คีทที่เปรียบเสมือนการยกลูกสะใภ้และชีวิตของผมให้อยู่ในความดูแลของคีทอย่างเต็มตัว ทำให้ผมช้อนสายตาขึ้นส่งยิ้มอ่อนหวานละมุนละไมให้ท่าน เอ่ยปากตอบด้วยความซาบซึ้งและกตัญญูจากก้นบึ้งของหัวใจ
"ขอบคุณครับคุณแม่... เมลสัญญาว่าจะดูแลคีทและเป็เด็กดีครับ"
ผมรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และมั่นใจอย่างที่สุดภายใต้สายสัมพันธ์ในครอบครัวที่โอบอุ้มพวกเราไว้ ทว่าในจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นเอง... สัญชาตญาณบางอย่างทำให้ผมพลันเหลือบสายตาขยับไปสบตากับคีทที่นั่งเยื้องอยู่ด้านหลังและก้มใบหน้าคมคายมองต่ำลงมาพอดี
กึก!
หัวใจในอกซ้ายของผมพลันกระตุกวูบอย่างรุนแรงจนแทบหยุดเต้น
แววตาและใบหน้าของคีทในระยะประชิดที่ทอดสายตามองต่ำลงมาสบกับผมในตอนนี้... บัดนี้ไม่มีร่องรอยของความอ่อนโยน ละมุนละไม หรือเพื่อนสนิทแสนดีที่แสนสุภาพเรียบร้อยต่อหน้าพวกผู้ใหญ่หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยนิด!
มันกลับกลายเป็ดวงตาคมกริบดุดันที่ฉายประกายเข้มข้น ร้อนแรง ลุ่มหลง และแฝงไปด้วยความรู้สึกแห่งชัยชนะอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของจอมบงการที่วางแผนควบคุมทุกอย่างไว้ในอุ้งมือ แววตาคู่นั้นจ้องมองร่องรอยด้ายมงคลบนข้อมือของผมราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งต้อนเหยื่อตัวน้อยเข้าสู่กรงขังแสนสวยหรูได้สำเร็จ และพร้อมจะเข้าตะครุบความเป็เ้าของอย่างแแ่เบ็ดเสร็จไร้ช่องทางให้หลบหนี
สายตาคมกริบปานจะบดขยี้ร่างกายและจิติญญาของผมให้ราบคาบเพื่อแสดงความเป็เ้าของแต่เพียงผู้เดียว ส่งผลให้กระแสความเย็นเยียบและวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง
ร่างกายของผมสั่นสะท้านวูบอย่างห้ามไม่ได้ หัวใจในอกซ้ายกระตุกเต้นระรัวด้วยความเกรงกลัวปะปนไปกับความรู้สึกใจสั่นสะท้านจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ภายใต้เงื้อมมือและแววตาอันตรายของคู่หมั้นหนุ่มที่เป็เพื่อนสนิทของผมเอง... ไอ้คีทมันไม่ได้เป็แค่เพื่อนแสนดีอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือผู้ปกครองและเ้าของชีวิตของผมนับจากวินาทีนี้ไป!