เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 54 เบื้องหลังข่าวฉาว

            ในยุคที่ข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็วหลายครั้งที่ข่าวบางข่าวก็มีการเปลี่ยนแปลง ชนิดพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือจนหัวเราะไม่ออก

            และการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็ทำให้ลั่วเสี่ยวซีอ้าปากค้างไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

            “เบื้องหลังการสวีทหวานในโรงแรมสี่ชั่วโมงของลู่เป๋าเหยียนและหานรั่วซีหานรั่วซีคิดฆ่าตัวตายหลังเมาไม่ได้สติ”

            ลั่วเสี่ยวซีและซูเจี่ยนอันหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในโรงแรมจนเกือบเที่ยงในขณะที่ข่าวซุบซิบเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อน และถูกแชร์ออกไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนครั้ง

            ที่แท้เรื่องที่ลู่เป๋าเหยียนกับหานรั่วซีนั่งเครื่องบินไฟล์ทเดียวกันนอนโรงแรมเดียวกันเป็นเรื่องบังเอิญ โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้มาก่อน

            เมื่อถึงอเมริกาหลังจากที่หานรั่วซีนั่งจิบกาแฟกับลู่เป๋าเหยียนเสร็จเธอก็รู้ตัวว่าตนเองยังคงตัดใจจากลู่เป๋าเหยียนไม่ได้จึงดื่มเหล้าเมามายถึงขนาดคิดกระโดดตึกฆ่าตัวตายลู่เป๋าเหยียนและพนักงานโรงแรมจึงรีบไปที่ห้องเธอลู่เป๋าเหยียนดึงเธอให้ออกห่างจากหน้าต่าง และเธอก็ได้เข้ามากอดจูบลู่เป๋าเหยียนซึ่งเป็นต้นเหตุของภาพที่หลุดออกมา

            ความจริงแล้วในวันนั้นลู่เป๋าเหยียนรีบผลักเธอออกทันทีนอกจากการจูบที่หานรั่วซีทำลงไปโดยไม่รู้ตัวหลังจากนั้นไม่ได้มีอะไรเกินเลยเกิดขึ้นแม้แต่น้อยบรรดาแฟนคลับของหานรั่วซีตื่นเต้นกันไปเอง

            ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงมีข่าวเท็จออกมา คงเป็นเพราะปาปารัสซีที่ตามหานรั่วซีอยู่ จงใจใช้รูปภาพที่แอบถ่ายได้มาใส่สีตีไข่จนกลายเป็นเรื่องราวตามข่าว

            ทางนักข่าวเดาว่าที่ลู่เป๋าเหยียนไม่ออกมาแก้ข่าวเรื่องนี้ตั้งแต่แรก อาจเพราะต้องการรักษาภาพลักษณ์ราชินีผู้สูงศักดิ์ของหานรั่วซีเอาไว้แต่เรื่องที่ว่าทำไมถึงออกมาเปิดเผยความจริงในภายหลังนั้น พวกเราคงไม่มีทางรู้...

            “ให้ตาย!”ลั่วเสี่ยวซีจ้องหน้าจอ iPad อย่างเคืองๆ “ปาปารัสซีจงใจเขียนข่าวอะไรกันฉันว่ายัยหานรั่วซีนี่แหละตั้งใจให้พวกนั้นเขียนข่าวแบบนี้ เพื่อสร้างรอยร้าวให้เธอกับลู่เป๋าเหยียนมารยาจริงๆ!”

            ซูเจี่ยนอันนอนอยู่บนเตียงพลางหยิบ iPad ของลั่วเสี่ยวซีมาดูรูปภาพในข่าวภาพแรกคือภาพของหานรั่วซีที่ในมือถือแก้วเหล้า พลางทำท่าจะปีนหน้าต่างกระโดดลงไปตามด้วยภาพลู่เป๋าเหยียนที่กำลังดึงตัวเธอออกมาและใบสุดท้ายเป็นภาพขณะที่พวกเขากำลังจูบกันที่เธอเคยเห็นก่อนหน้านี้

            เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าในรูปเป็นหานรั่วซีต่างหากที่กำลังกอดลู่เป๋าเหยียนอยู่ส่วนลู่เป๋าเหยียนก็ทำท่าเหมือนจะดันเธอออกไป

            เธอส่ง iPad คืนให้กับลั่วเสี่ยวซี

            “พวกเรากลับกันเถอะ”

            ลั่วเสี่ยวซีพูดแซว“ในที่สุดก็ยอมกลับสู่อ้อมกอดของบอสใหญ่แล้วเหรอคะ?”

            ซูเจี่ยนอันค้อนลั่วเสี่ยวซีไปหนึ่งที

            “ฉันจะกลับบ้านเธอ”ผ่านไปสักพักก็พูดขึ้นอีกว่า

            “ต้องกลับไปเอาของที่ทิ้งไว้ที่บ้านเธอน่ะ”

            หลังกลับมาที่อพาร์ทเมนต์ของลั่วเสี่ยวซีซูเจี่ยนอันก็ลงมือเก็บของพลางคิดว่าจะไปเยี่ยมเจียงเส้าข่ายสักหน่อยดีหรือไม่แต่ในขณะที่กำลังลังเลอยู่นั้น เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น

            “น่าจะเป็นไปรษณีย์ละมั้ง”

            ลั่วเสี่ยวซีวิ่งไปเปิดประตูส่วนซูเจี่ยนอันก็ก้มหน้าก้มตาเก็บของต่อ ไม่นานเสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยก็ดังเข้ามาใกล้

            เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเป็นเสียงฝีเท้าของใครซูเจี่ยนอันถึงกับชะงัก พอเงยหน้ามองก็เป็นลู่เป๋าเหยียนตามที่คาด

            ดวงตาเรียวของเขาดูเยือกเย็นเหมือนฟ้าคลั่งที่มาพร้อมพายุ

            ซูเจี่ยนอันจับกระเป๋าในมือไว้แน่นเธอพยายามยิ้มออกมา

            “นะนายทำไมมาอยู่ที่นี่”

            ลู่เป๋าเหยียนถามเสียงเย็น“เมื่อเช้าปิดเครื่องทำไม”

            “แบตหมด...”

            มุมปากเขาแย้มยิ้มเยาะ“ข้ออ้างนี้เธอเคยใช้ไปแล้ว จะดื้อไปถึงเมื่อไรถึงจะยอมกลับบ้าน หืม?”

            ซูเจี่ยนอันยอมรับว่าเมื่อวานเธอตั้งใจปล่อยให้แบตหมดเธอกะว่าหลังจากเก็บของเสร็จก็จะกลับบ้านเสียทีลู่เป๋าเหยียนมีสิทธิ์อะไรมาถามเธอเสียงเย็นแบบนี้?

            เธอเชิดหน้าพลางตอบอย่างไม่ยอมแพ้

            “ฉันอยากจะกลับตอนไหนเดี๋ยวก็กลับเองแหละ”

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาจู่ๆ เขาก็ก้มตัวลง ซูเจี่ยนอันตาโตอย่างตกใจ วินาทีต่อมาเธอก็ถูกลู่เป๋าเหยียนอุ้มพาดบ่าเอาไว้

            “ลู่เป๋าเหยียน!”ซูเจี่ยนอันทุบหลังเขาเบาๆ “ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ”

            ลู่เป๋าเหยียนแบกเธอออกไปหน้านิ่งคนที่ยืนอยู่ข้างนอกอย่างลั่วเสี่ยวซีเห็นภาพนี้แล้วถึงกับตาโตพลางคิดว่าลู่เป๋าเหยียนช่างเท่เหลือเกิน จากนั้นจึงโบกมือลาซูเจี่ยนอันตามหลังไปซาโยนาระ~

            ซูเจี่ยนอันมองไปทางลั่วเสี่ยวซีอย่างขอความช่วยเหลือแต่ลั่วเสี่ยวซีกลับส่งยิ้มเหมือนจะสื่อว่าช่วยไม่ได้จากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องปิดประตูลงทันที

            ซูเจี่ยนอันจึงทำได้แค่ขอร้องลู่เป๋าเหยียน

            “ฉันจะกลับไปกับนายแต่นายช่วยวางฉันลงก่อนได้ไหม”

            ถ้าคนอื่นมาเห็นคงขายหน้าแย่

            ลู่เป๋าเหยียนแบกเธอเข้าลิฟต์เหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

            ซูเจี่ยนอันจึงตัดสินใจใช้ไม้แข็ง“ถ้านายไม่ปล่อยฉัน ฉันจะตะโกนเสียงดังๆ เลยว่า นายลักพาตัวฉัน!”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปาก“เธอคิดว่ายังมีคนในเมืองนี้ที่ไม่รู้จักเธอในฐานะคุณนายลู่อีกหรือไง”

            “...” ซูเจี่ยนอันพูดไม่ออก

            เธอเคยออกข่าวทั้งหน้าบันเทิงและข่าวสังคมอยู่หลายครั้งคงไม่มีใครไม่รู้จักเธอในฐานะภรรยาของเขา

            ต่อให้มีคนมาเห็นเธอโดนเขาแบกออกไปหรือเธอจะตะโกนขอความช่วยเหลือแค่ไหน ก็คงมีแต่คนยืนชมอย่างสนใจเท่านั้น

            แบบนั้นน่าอายยิ่งกว่า...

            คิดแล้วซูเจี่ยนอันจึงหลับตาลงทำเป็นแกล้งตายอยู่นิ่งๆ ให้เขาแบกต่อไปดีกว่า

            ลู่เป๋าเหยียนแบกเธอออกจากลิฟต์และจับเธอให้เข้าไปนั่งในรถ

            เธอนั่งลงก็เบือนหน้าหนีมองออกไปนอกหน้าต่างสีหน้าท่าทางดูไม่อยากคุยอะไรกับลู่เป๋าเหยียนทั้งสิ้น

            ลู่เป๋าเหยียนเองก็ไม่ได้ใส่ใจเขาเลื่อนโต๊ะทำงานเล็กๆ ในรถมาวางไว้ตรงหน้าจากนั้นจึงหยิบโน้ตบุ๊คออกมาสะสางงานต่อ

            หลายวันมานี้งานเขายุ่งมากเฉพาะเรื่องของซูเจี่ยนอันก็ทำให้เขาเสียเวลาไปไม่น้อย

            ซูเจี่ยนอันเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างสักพักก็เริ่มปวดคอแถมวิวตึกกับรถที่วิ่งไปมาก็ไม่ได้น่าสนใจอะไรตอนนี้มีเพียงแต่เสียงเคาะคีย์บอร์ดของลู่เป๋าเหยียนที่ดึงความสนใจเธอเอาไว้ได้

            คนแบบเขาไม่รู้ว่าเวลาเคาะคีย์บอร์ดทำงานอยู่จะดูเป็นยังไงนะ

            เธอหันหน้ากลับมามองลู่เป๋าเหยียนที่กำลังรัวนิ้วลงคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว

            มือเขาสวยยิ่งกว่าามือนายแบบในโฆษณานาฬิการาคาแพงพวกนั้นเสียอีกนิ้วของเขาเรียวยาวดูแข็งแกร่งน่ามอง

            เขานั่งด้วยท่าทางสบายๆแต่กลับดูสง่างามและสูงศักดิ์ สายตาที่จดจ้องอยู่กับหน้าจอดูจริงจังและมุ่งมั่นหากใครได้มาเห็นภาพนี้ คงยากที่ห้ามใจไม่ให้เต้นรัว

            ซูเจี่ยนอันมองเขาเพลินอยู่นานจนลืมตัวจนกระทั่งรับรู้ได้ว่าตอนนี้รถไม่ได้วิ่งอยู่บนทางกลับบ้าน

            “ลู่เป๋าเหยียน!นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่!”

            ลู่เป๋าเหยียนปรายตามองเธอ“แล้วใครบอกว่าฉันจะพาเธอกลับบ้าน?”

            “นาย...”ซูเจี่ยนอันรู้สึกเหมือนคนที่ถูกโจรลักพาตัวขึ้นรถมาชัดๆ พอมองดูดีๆ จึงรู้ว่าตอนนี้พวกเธออยู่บนทางด่วนที่มุ่งหน้าสู่สนามบิน

            เธอเริ่มเข้าใจอะไรรางๆ

            และก็เป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆเธอถูกเขาพามาสนามบิน ว่าแล้วเธอจึงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

            “ฉันไม่ได้พกพาสปอร์ตมานะ”

            “ไปแค่เมือง G ไม่ต้องใช้พาสปอร์ต”

            ลู่เป๋าเหยียนพาซูเจี่ยนอันเดินไปยังช่อง VIP เพื่อขึ้นเครื่องโดยตรงที่นั่นมีแอร์โฮสเตสสาวสวยสองคนกำลังยืนยิ้มต้อนรับพวกเธออยู่

            “คุณลู่ คุณนายลู่ยินดีต้อนรับค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกว่าเป็นแอร์โฮสเตสนี่ไม่ง่ายเหมือนกันนะต้องจำหน้าผู้โดยสารให้ได้ทุกคนเลยเหรอเนี่ย...

            ว่าแล้วเธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรผิดปกติจึงหันหน้ามองซ้ายขวา และพบว่าที่นี่มีเพียงเธอกับลู่เป๋าเหยียนแค่สองคนเท่านั้นแถมพวกเธอยังไม่มีตั๋วขึ้นเครื่องอีก

            “ลู่เป๋าเหยียนพวกเรา...”

            ยังไม่ทันถามออกไปลู่เป๋าเหยียนก็จูงมือเธอให้เข้าไปในเกตผ่านทางเดินขึ้นเครื่อง

            จากนั้นภาพของเครื่องบินส่วนตัวลำสีขาวก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า

            เพราะซูอี้เฉิงเองก็คิดจะซื้อเครื่องบินส่วนตัวเขาจึงมาถามเธอว่าเธอชอบแบบไหน ตอนนั้นซูเจี่ยนอันจึงรีบไปหาข้อมูลอย่างตื่นเต้นทั้งแบบถูกแบบแพงก็ผ่านตาเธอมาจนหมดแต่เธอไม่เคยเห็นเครื่องบินรุ่นเดียวกันกับที่อยู่ตรงหน้าเธอเลย

            ในขณะที่ความสงสัยยังคงอยู่ซูเจี่ยนอันก็ถูกลู่เป๋าเหยียนพาขึ้นเครื่องบินไป

            ห้องโดยสารของเครื่องบินลำนี้เหมือนห้องรับแขกย่อมๆเก้าอี้หนังสีขาว แสงไฟสีนวล ที่มุมห้องยังมีบาร์ขนาดเล็กตั้งอยู่ไม่ว่าจะทำงานพักผ่อนหรือบันเทิงก็พร้อมสรรพ จะจัดให้เป็นห้องประชุมชั่วคราวก็ยังได้

            หลายเดือนก่อนที่ซูอี้เฉิงอยากจะซื้อเครื่องบินส่วนตัวเขาให้เธอเลือกตามแบบที่เธอชอบ เธอจึงคิดพิจารณาถึงความจำเป็นในการใช้งานต่างๆ ของเธอกับพี่ชายแต่ก็ยังหาที่ถูกใจไม่ได้สักที ทว่าเครื่องบินของลู่เป๋าเหยียนลำนี้ ถูกออกแบบมาได้ตรงตามความต้องการของเธอทุกอย่าง

            “นั่งดีๆ”

            ลู่เป๋าเหยียนจับให้เธอนั่งลงพลางช่วยเธอรัดเข็มขัดนิรภัย แอร์โฮสเตสสาวนำสลัดผลไม้และน้ำส้มคั้นสดๆ เดินมาเสิร์ฟให้เธอพลางถาม

            “คุณลู่ คุณนายลู่คะจะให้นำเครื่องขึ้นเลยไหมคะ”

            “อืม”ลู่เป๋าเหยียนตอบกลับไป แอร์โฮสเตสยิ้ม แล้วจึงเดินไปยังเคบินนักบิน

            ซูเจี่ยนอันอยากจะถามลู่เป๋าเหยียนเกี่ยวกับเครื่องบินลำนี้แต่เขานั่งอ่านเอกสารอยู่ตลอดเวลาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เชิงจะสื่อว่าห้ามใครมารบกวนเด็ดขาดเธอจึงไม่กล้าเปิดปาก ซูเจี่ยนอันนั่งจิบน้ำส้มพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง

            ไม่นานเครื่องบินก็ค่อยๆทะยานขึ้นฟ้า หลังทุกอย่างเข้าที่ซูเจี่ยนอันก็เริ่มนั่งไม่ติดเธอจึงปลดเข็มขัดนิรภัยออก

            ลู่เป๋าเหยียนเห็นการกระทำดังกล่าวของซูเจี่ยนอันจึงถามขึ้นทั้งๆ ที่ตายังคงจ้องเอกสารตรงหน้า

            “จะไปไหน?”

            “ล้างมือ”

            ระหว่างที่ซูเจี่ยนอันเดินไปห้องน้ำก็พบว่าที่นั่งด้านหลังยังมีผู้โดยสารอยู่อีกคน

            “Hi!”เสิ่นเยว่ชวนร้องทักเธอด้วยท่าทีสบายๆ

            ซูเจี่ยนอันรู้ว่าเสิ่นเยว่ชวนเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของลู่เป๋าเหยียนเพราะฉะนั้นเรื่องต่างๆ ของเขา เสิ่นเยว่ชวนคงรู้ดีสินะ?

            เธอเดินเข้าไปนั่งลงตรงหน้าเสิ่นเยว่ชวนพลางส่งยิ้มตาหยี

            “ถามอะไรหน่อยสิคุณ”

            เสิ่นเยว่ชวนปรายตามองลู่เป๋าเหยียนหนึ่งทีพลางพูดอย่างระมัดระวัง “ไหนลองว่ามาสิ”

            ซูเจี่ยนอันชี้ไปที่ตัวเครื่องงบิน“ฉันนึกไม่ออกสักทีว่าเครื่องบินลำนี้ชื่อรุ่นว่าอะไร”

            “เอ๋เครื่องนี่น่ะเหรอ...” เสิ่นเยว่ชวนพูดอย่างลำบากใจ “ก็ยากอยู่นะที่คุณจะรู้จักมัน...”

            “ทำไมล่ะคะ”

            “คุณก็คงรู้มาบ้างว่าอย่างพวกเสื้อผ้าแบรนด์เนมก็มักจะมีบริการตัดเย็บเสื้อผ้าตามความต้องการของลูกค้าใช่ไหมล่ะ”เสิ่นเยว่อธิบาย “เครื่องบินลำนี้ก็เหมือนกันพวกเขาออกแบบตามความต้องการของสามีคุณ ราคามันเลยแพงกว่าเครื่องบินตามท้องตลาดกว่าสิบเท่าพูดให้ถูกก็คือ มันไม่มีชื่อรุ่น...”

            ซูเจี่ยนอันช็อก“อย่างนี้นี่เอง...”

            เธอนึกว่าในท้องตลาดจะยังมีเครื่องบินแบบเดียวกันขายซะอีกสงสัยพี่ชายเธอคงหมดหวังที่จะได้มันมา

            “ทำไมเหรอ”เสิ่นเยว่ชวนเห็นซูเจี่ยนอันดูมีสีหน้าผิดหวังจึงถามขึ้น “คุณไม่ชอบงั้นเหรอ”

            ซูเจี่ยนอันส่ายหน้าแต่ยังไม่ทันที่จะตอบอะไรออกไป เสียงเย็นๆ ของลู่เป๋าเหยียนก็ดังขึ้นที่ข้างหู

            “ไหนเธอบอกว่าจะไปล้างมือ?”

            “ฉัน...”ซูเจี่ยนอันรีบหาข้ออ้างอย่างเร่งด่วน “ฉันหาห้องน้ำไม่เจอ”

            “ลุกขึ้น”ลู่เป๋าเหยียนไม่ปล่อยให้เธอหนีไปง่ายๆ “ฉันพาเธอไปเอง”

            ซูเจี่ยนอันไม่รู้ว่าเขากำลังโกรธหรือไม่จึงลุกขึ้นอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เขาจูงมือเข้าไปในห้องน้ำ

            ห้องน้ำที่นี่กว้างขวางกว่าเครื่องบินทั่วไปมากจะเข้ามาทีเดียวสิบคนก็ยังได้แต่ซูเจี่ยนอันไม่เข้าใจว่าทำไมลู่เป๋าเหยียนต้องตามเธอเข้ามาด้วยเนี่ย

            “นาย...”

            ยังพูดไม่ทันจบลู่เป๋าเหยียนก็ผลักประตูห้องน้ำให้ปิดลงพร้อมล็อกประตูเรียบร้อยแขนข้างหนึ่งของเขายันกำแพงล็อกตัวเธอเอาไว้...

            ซูเจี่ยนอันมองหน้าเขาอย่างตื่นตะลึงด้วยหัวใจที่สั่นระรัว...

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508