ควันไฟสีเทาจางโชยลอยออกจากปล่องดินเหนียวของกระท่อมผุพัง กลิ่นไข่ตุ๋นโรยต้นหอมป่าส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอ ช่วยแต่งแต้มให้บรรยากาศภายในเรือนซอมซ่อดูอบอุ่นขึ้นอย่างที่ไม่อาจหาได้ในยามปกติ
อาหยวนตัวน้อยใช้ตะเกียบไม้ไผ่คีบไข่ตุ๋นเนื้อเนียนเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ใบหน้าผอมแห้งบัดนี้เริ่มมีสีเืฝาดจาง ๆ ั์ตาสดใสราวกับลูกกวางจับจ้องผู้เป็บิดาด้วยความเคารพรักแกมเลื่อมใส ขณะที่อาฟางพี่สาวคนโตยังคงนั่งหลังตรง พยายามกำหนดลมหายใจเข้าออกยาวเหยียดตามที่บิดาสั่งสอน แม้จะมีกลิ่นอาหารคอยรบกวนสมาธิ แต่นางก็กัดฟันข่มใจ นับเป็ผู้มีจิตใจแน่วแน่ไม่เบา
กู่เจี้ยนหุนในร่างอาเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ดวงตากระจ่างใสจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกสายหนึ่งที่อุ่นวาบในอก มันเป็ความรู้สึกอยากปกป้องดูแลที่เขาไม่เคยััมาก่อนในชาติภพที่แล้ว ยามเป็เทพกระบี่ผู้โดดเดี่ยว เขา มีเพียงความหนาวเหน็บของคมศาสตราและเสียงคร่ำครวญของศัตรู ทว่าบัดนี้ ข้าวต้มธรรมดาหนึ่งชามกับรอยยิ้มของเด็กหญิงสองคน กลับสลักลึกเข้าไปในจิติญญาอันแข็งกร้าว
ในห้วงคำนึง จิติญญากระบี่ยังคงแผ่ซ่านริบหรี่
[วิถีกระบี่: ขั้นที่ 1 (ใหญ่) - ระดับ 1 (ย่อย) - ขีดที่ 1 (แยก)][เวลาที่ต้องรอเพื่อเลื่อนขั้นถัดไป: 4 วัน 1 ชั่วโมง]
เวลาหดสั้นลงเรื่อย ๆ ร่างกายของอาเฉินเริ่มปรับสภาพรับความเหนียวแน่นของกระดูกและเอ็นได้ดีขึ้น ทว่าความสงบสุขในสลัมท้ายเมืองมักสั้นกุดดั่งปลายธูปที่ถูกจุดทิ้งไว้กลางสายลมแรง
"ท่านพี่..." เจ้ิเดินเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของนางเจือความกังวล "สามวันมานี้ ชาวบ้านมาออที่หน้าประตูเรือนไม่เว้นแต่ละวัน แม้จะได้เศษผักเศษไข่มาจุนเจือปากท้อง แต่ข้าสังเกตเห็นคนแปลกหน้าลอบมองเข้ามาบ่อยครั้ง... ข้ากลัวว่าพวกหอโอสถร้อยคุณธรรมจะไม่ปล่อยเราไว้เป็แน่"
กู่เจี้ยนหุนปรายตาสมองโล่งกว้างพลางยกชาหยาบขึ้นจิบ "เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ หอโอสถร้อยคุณธรรมผูกขาดการค้าสมุนไพรและโอสถรักษาในเมืองนี้มานาน ย่อมไม่อาจทนเห็นหมอเถื่อนท้ายตลาดมาแย่งชิงความเลื่อมใสศรัทธาไปได้"
"เช่นนั้นเราควรทำอย่างไรดี" เสี่ยวหลินภรรยารองเอ่ยถาม มือที่ปักผ้าสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความหวาดหวั่น
"นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว" กู่เจี้ยนหุนเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงกังวานทรงอำนาจจนสตรีทั้งสองรู้สึกราวกับมีกำแพงเหล็กกล้ากางกั้นภัยอันตราย "พวกมันอยากมา... ก็ให้มา"
สายัณห์สาดแสงสีส้มโลหิตทาบทอไปทั่วตรอกสกปรก เสียงฝีเท้าม้าศึกขนาดใหญ่ย่ำลงบนพื้นโคลนเลนดังพึ่บพั่บ ขัดจังหวะความเงียบสงบของย่านคนยากไร้ ชาวบ้านที่เคยยืนมุงอยู่หน้าเรือนอาเฉินต่างพากันวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงราวกับเห็นอสูรกาย
รถม้าหรูหราคันหนึ่งจอดสนิทที่หน้ากระท่อมไม้ไผ่ผุพัง ผู้ที่ก้าวเท้าลงมาคนแรกคือเสี่ยวเอ้อหนุ่มแห่งหอโอสถร้อยคุณธรรม ใบหน้าของมันบัดนี้เต็มไปด้วยความพองขนและทะนงตน มันหันไปเปิดม่านประคองชายวัยกลางคนผู้หนึ่งลงจากรถม้า ชายผู้นั้นสวมชุดผ้าไหมเนื้อดีสีคราม ข้อมือสวมกำไลหยกมันแพะ ใบหน้าเคร่งขรึมและมีแววตาดุดันประดุจพญาเหยี่ยว เขาคือ 'อาจารย์หมอเกา' หัวหน้าหมอปรุงยาประจำหอโอสถร้อยคุณธรรม
"ท่านอาจารย์เกา ไอ้ขี้โรคที่แสร้งเป็หมอเทวดามันอยู่ในกระท่อมหลังนี้!" เสี่ยวเอ้อชี้มือชี้ไม้พลางตวาดเสียงแหลม "อาเฉิน! เ้าคนโอหัง ไสหัวออกมาพบอาจารย์เกเดี๋ยวนี้!"
ประตูไม้ไผ่เปิดออกช้า ๆ
กู่เจี้ยนหุนก้าวเท้าออกมาอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าการเดินราบเรียบไร้ร่องรอย ทว่าทุกย่างก้าวกลับกดลึกลงบนพื้นดินอย่างมั่นคง สายตาคมกริบดุจปลายกระบี่กวาดมองผู้มาเยือนอย่างไร้ความหวาดกลัว
อาจารย์หมอเกาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสบตากับชายซอมซ่อตรงหน้า จิติญญาของเขาผู้เป็อดีตหมอหลวงััได้ถึงกลิ่นอายอันไม่ธรรมดาจากชายขี้โรคผู้นี้ แต่เมื่อกวาดสายตามองสภาพกระท่อมผุพัง ความดูแคลนก็แล่นขึ้นมาจุกอก
"เ้าหรือ... ที่บังอาจอ้างตนเป็หมอรักษาโรค ข่มขู่หลิวหัวโล้น และหลอกลวงชาวบ้านร้านตลาดด้วยเศษหญ้าไร้ราคา" อาจารย์เกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า "หอโอสถร้อยคุณธรรมเป็ผู้ดูแลสวัสดิภาพด้านการแพทย์ของเมืองนี้ เ้าไม่มีใบอนุญาตจากทางการ ไม่มีสำนักอาจารย์ ทั้งยังปรุงยามั่วซั่ว... รู้หรือไม่ว่ามีโทษถึงขั้นตัดหัว!"
"หญ้าไร้ราคาในสายตาคนตาบอด ย่อมเป็ยาวิเศษในมือผู้รู้แจ้ง" กู่เจี้ยนหุนตอบกลับเรียบ ๆ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยการเยาะหยัน "หอโอสถของพวกท่านเก็บงำตำรา แต่กลับปล่อยให้ผู้คนล้มตายด้วยโรคปอดชื้นเย็นเพียงเพราะไม่มีเงินซื้อยา บัดนี้ข้าชี้ทางรอดให้พวกเขา กลับกลายเป็ความผิดงั้นรึ?"
"สามหาว!" เสี่ยวเอ้อหนุ่มตวาดลั่น "เ้ากล้าเถียงอาจารย์เกาหรือ! ท่านอาจารย์เกาบรรลุศาสตร์การแพทย์ขั้นสูง ทั้งยังมีวรยุทธ์สายลมปราณโอสถขั้นก่อเกิด! เพียงสะบัดมือเดียวก็สยบเ้าได้แล้ว"
อาจารย์เกายกมือห้ามลูกศิษย์ แววตาของเขาฉายประกายอำมหิต "อาเฉิน... ข้าไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยนขัดแย้งกับคนชั้นต่ำ หากเ้า้ารอดชีวิต จงส่งสูตรยาที่เ้ารักษาหลิวหัวโล้นและสูตรยาล้างปอดชื้นมาให้หอโอสถร้อยคุณธรรม จากนั้นจงไสหัวออกไปจากเมืองนี้ซะ มิเช่นนั้น... คืนนี้เรือนผุ ๆ ของเ้าคงได้กลายเป็กองฟอนหลุมศพเป็แน่"
คำขู่กรรโชกชัดแจ้ง ลมปราณสายหนึ่งแผ่ออกจากร่างของอาจารย์เกา มันเป็ลมปราณสีเขียวอ่อนที่แฝงไปด้วยความกดดัน ทำเอาใบไม้แห้งรอบข้างปลิวว่อน
กู่เจี้ยนหุนเหยียดยิ้มมุมปาก ั์ตาสะท้อนแสงอาทิตย์อัสดงจนกลายเป็สีแดงชาด เจตจำนงกระบี่อันลึกล้ำในส่วนลึกของดวงจิตเริ่มสั่นระรัวดุจัตื่นจากการจำศีล
"อยากได้สูตรยางั้นรึ" กู่เจี้ยนหุนกระชับแขนเสื้อ "ข้าให้พวกเ้าได้... แต่ต้องดูว่าพวกเ้ามีปัญญาแบกรับมันไปหรือไม่"
ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด คลื่นใต้น้ำบัดนี้กำลังจะเปลี่ยนเป็คลื่นั์โถมเข้าใส่สลัมท้ายเมืองในอีกไม่ช้า และกู่เจี้ยนหุนรู้ดีว่า... เวลาแห่งการรอคอยอย่างสงบเสงี่ยมได้สิ้นสุดลงแล้ว!