บทที่ 14 เทพธิดาลึกลับ
ระหว่างทางกลับไปที่กระท่อมเย่อู๋เชวียไตร่ตรองอย่างเงียบๆ ต่อสิ่งที่ฉีซื่อหลงเพิ่งบอกเขาด้วยการถ่ายทอดเสียงผ่านลมปราณ
การถ่ายทอดเสียงเป็ทักษะที่ลึกซึ้งซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีความแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งเท่านั้นฉีซื่อหลงใช้ทักษะนี้เพื่อบอกเหตุผลที่เขาจำเป็ต้องเข้าร่วมในสมรภูมิร้อยเมือง
ชายหนุ่มกำลังเดินช้าๆบนเส้นทางที่ปูด้วยแผ่นหิน สายลมเย็นพัดเส้นผมสีดำปลิวไสวใบหน้าอันหล่อเหลาดูเงียบสงบและทำให้เย่อู๋เชวียมีความสง่างามเพิ่มขึ้นไม่น้อย
ฉากนี้ตกอยู่ในสายตาของทายาทตระกูลมู่หรงที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอิจฉา และชื่นชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงสาวบางคนที่รู้สึกว่าเย่อู๋เชวียดูดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
เย่อู๋เชวียเมินเฉยต่อคนเหล่านี้เมื่อกลับไปถึงกระท่อมของตัวเองเขาก็นั่งสมาธิอยู่บนเตียงและเริ่มใช้ความคิดอย่างเงียบๆ
แม้ว่าการเอาชนะมู่หรงเทียนจะไม่ใช่เื่ยากอะไรแต่ด้วยความที่เขายังไม่ชำนาญต่อพลังแห่งกฎศักดิ์สิทธิ์เขาจึงต้องใช้พลังมากกว่าที่ควรจะเป็ดังนั้นเย่อู๋เชวียจึงพยายามทำความคุ้นเคยต่อพลังแห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ให้มากกว่าเดิม
เย่อู๋เชวียเริ่มปล่อยวางทุกสิ่งและเข้าสู่สมาธิอย่างรวดเร็วมีเพียงการแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นเขาถึงจะเอาชนะจวินซานลี่ค้นหาลุงฝูและล่วงรู้ตัวตนของกงได้
ความเข้มแข็งคือรากฐานของทุกสิ่งนี่เป็ความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
“ครืน…”
ปราณศักดิ์สิทธิ์ยังคงไหลเวียนอยู่ในร่างกายเืสีทองของเขาสูบฉีดอย่างรวดเร็วเย่อู๋เชวียกินยาระดับล่างสองสามเม็ดเพื่อฟื้นฟูพลัง และฝึกฝนอย่างช้าๆ...
หนึ่งชั่วยามต่อมา
เย่อู๋เชวียซึ่งนั่งสมาธิอยู่บนเตียงเริ่มสั่นสะท้านไปทั้งตัวดวงตาที่ปิดสนิทของเขาก็เปิดขึ้น และร่างกายของเขาก็เปล่งประกายสดใสในทันทีหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามของการฝึกาแที่เขาได้รับจากการต่อสู้ก็หายสนิทโดยไม่เหลือร่องรอยอะไรไว้
“โอ้ ตอนนี้ข้าอ่อนแอจริงๆ…”
เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของจวินซานลี่แล้วเย่อู๋เชวียก็รู้สึกว่าเขาจำเป็ต้องพัฒนาตัวเองอย่างเร่งด่วนในความเป็จริงเขาไม่ได้เกิดความหวาดกลัวแม้แต่น้อยเขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าในอีกสี่ปีข้างหน้าเขาจะฆ่าจวินซานลี่ได้อย่างแน่นอน
“สี่ปีก็เพียงพอแล้ว”เสียงที่เงียบมาเป็เวลานานจู่ๆ ก็ดังขึ้นในใจของเย่อู๋เชวียอีกครั้ง
จวินซานลี่ให้เวลาเย่อู๋เชวียสิบปีแต่เย่อู๋เชวียเปลี่ยนเป็สี่ปี นี่ก็เป็เพราะคำแนะนำของกงเช่นกัน
“ฮ่าๆ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จะทำให้ชีวิตในอนาคตของเ้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น”
คำพูดหยอกล้อของกงทำให้เย่อู๋เชวียเม้มปากและยิ้มออกมาในขณะที่ดวงตาของเขาเริ่มลุกเป็ไฟ
“จวินซานลี่ ในครั้งต่อไปที่เราพบกันข้าจะให้เ้าทุกข์ทรมานกว่าเมื่อสิบปีก่อนนับร้อยเท่า”
จากนั้นเย่อู๋เชวียก็ยื่นมือเข้าไปในอกเสื้อและหยิบหยกโลหิตัออกมา
“กงเ้าคิดว่าสิ่งที่เ้าเมืองฉีกล่าวนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่เขาบอกว่าเขาเคยเห็นหยกโลหิตัชิ้นนี้ในเมืองหลักแห่งแรก”
นอกจากจะสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งของเขาใน่เวลาสั้นๆแล้วฉีซื่อหลงยังบอกว่าสาเหตุที่เย่อู๋เชวียจำเป็ต้องเข้าร่วมในสมรภูมิร้อยเมืองในนามของเมืองหลงกวงก็เพราะเขาเคยเห็นหยกชิ้นนี้ในเมืองหลักแห่งแรกมาก่อนและหยกโลหิตันี้ลุงฝูทิ้งไว้ให้เขากล่าวอีกนัยหนึ่งคือเบาะแสของลุงฝูอาจอยู่ในเมืองหลักแห่งแรก
“เื่นี้เขาไม่จำเป็ต้องโกหกเ้าบางทีในเมืองหลักแห่งแรกอาจมีข่าวบางอย่างเกี่ยวกับลุงฝูของเ้าจริงๆ”
เย่อู๋เชวียพยักหน้าแล้วใส่หยกโลหิตักลับเข้าไปในอกเสื้ออีกครั้ง
การพูดถึงสมรภูมิร้อยเมืองทำให้เย่อู๋เชวียนึกถึงชายหนุ่มที่สะพายกระบี่ซึ่งเขาพบในป่าโบราณรวมทั้งชายหนุ่มที่พ่ายแพ้ให้กับเขาในหมัดเดียว
ในเวลานั้นชายหนุ่มผู้สะพายกระบี่บอกว่าจะรอเขาที่สมรภูมิร้อยเมือง!
“ดูเหมือนว่าสมรภูมิร้อยเมืองครั้งนี้จะเป็เหตุการณ์ที่น่าสนใจมากมันทำให้ข้าเกิดความรู้สึกตั้งตารอเล็กน้อย”
แววตาของเย่อู๋เชวียเต็มไปด้วยความคาดหวัง
…
ใน่ดึกเย่อู๋เชวียเดินออกมาจากกระท่อมข้างนอกมีดวงจันทร์สว่างไสวลอยอยู่บนท้องฟ้าแสงที่อ่อนโยนของมันทอประกายสดใสยามค่ำคืน
เย่อู๋เชวียกำลังเดินไปยังที่พักของมู่หรงฉางชิงมู่หรงฉางชิงได้รับาเ็สาหัสเมื่อ่กลางวัน เย่อู๋เชวียต้องไปดูว่าอาการาเ็ของมู่หรงฉางชิงฟื้นตัวแล้วหรือไม่นอกจากนี้เขายัง้าสอบถามเื่ของลุงฝูอีกด้วย
“หวือ”
เย่อู๋เชวียวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วในฐานะประมุขของตระกูลใหญ่ แน่นอนว่าที่อยู่ของมู่หรงฉางชิงต้องอยู่ในสถานที่พิเศษเล็กน้อยและค่อนข้างอยู่ไกลจากที่อยู่ของเขา
“อืมไม่รู้ว่าตอนนี้เซียนเอ๋ออยู่ข้างในหรือไม่?”
อาคารเล็กๆสองชั้นที่งดงามปรากฏขึ้นในสายตาของเย่อู๋เชวียมันเป็อาคารขนาดเล็กที่ตระกูลมู่หรงเตรียมไว้เป็พิเศษสำหรับเซียนเอ๋อและหากไม่ได้รับความยินยอมจากนางจะไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างในได้
ในความเป็จริงไม่มีผู้ใดกล้าบุกรุกเข้าสู่อาคารหลังนี้อยู่แล้วเพราะทายาทของมู่หรงทุกคนรู้ดีว่าไม่เพียงแต่ความแข็งแกร่งของเซียนเอ๋อเป็ที่คาดเดาไม่ได้เท่านั้นแต่ตัวตนของนางยังมีความลึกลับซับซ้อนเป็อย่างมากนางคล้ายกับเทพธิดาผู้สูงส่งซึ่งไม่ควรปรากฏตัวอยู่ในโลก
เย่อู๋เชวียเป็คนเดียวที่สามารถสื่อสารกับเซียนเอ๋อได้โดยไม่มีช่องว่างและประเด็นนี้ก็ทำให้ลูกหลานตระกูลมู่หรงนับไม่ถ้วนเกิดความอิจฉาอย่างถึงที่สุด
“ข้าไม่ได้พบนางมาหนึ่งเดือนแล้ว”
เมื่อพูดถึงเซียนเอ๋อดวงตาของเย่อู๋เชวียก็เปล่งประกายด้วยความคิดถึงมันเป็ความคิดถึงที่พี่ชายมีต่อน้องสาวคนหนึ่ง
“ชาของเซียนเอ๋อยอดเยี่ยมยิ่งกว่าผู้ใดมันเป็รสชาติที่ไม่สามารถลืมได้จริงๆ”
“อ่า!”
ในขณะนี้ จู่ๆก็มีความผันผวนที่แปลกประหลาดดังมาจากอาคารเล็กๆ ที่เซียนเอ๋ออาศัยอยู่! และเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปของหญิงสาวก็ดังมาจากทิศทางนั้น!
“แย่แล้ว เซียนเอ๋อ!”
แม้ว่าเสียงของหญิงสาวจะคลุมเครือแต่เย่อู๋เชวียก็จำได้ทันทีว่านี่เป็เสียงของเซียนเอ๋อ!
“ซัวะ”
เย่อู๋เชวียรีบวิ่งไปที่อาคารเล็กๆของเซียนเอ๋อด้วยจิตใจอันร้อนรน
“ปัง!”
ประตูที่ปิดอยู่ถูกเย่อู๋เชวียทุบทำลายอย่างดุร้ายเขาวิ่งผ่านห้องนั่งเล่นและะโขึ้นไปบนชั้นสองอย่างรวดเร็วที่นั่นมีห้องส่วนตัวของเซียนเอ๋อและไม่มีใครเคยบุกรุกเข้าไปข้างในแม้กระทั่งตัวของเย่อู๋เชวียเองก็ตาม
ในตอนที่เย่อู๋เชวียก้าวขึ้นไปบนชั้นสองเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง!
อย่างไรก็ตามอุณหภูมิที่ร้อนแรงภายในห้องได้ทำให้ฝีเท้าเย่อู๋เชวียหยุดลงอย่างกะทันหัน!
เย่อู๋เชวียใช้แขนเสื้อป้องใบหน้าอย่างระมัดระวังภายใต้แสงสีแดงที่ลุกโชนเขามองเห็นเซียนเอ๋อนอนทุรนทุรายอยู่บนเตียงร่างกายของนางเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าเล็กๆที่ไร้เดียงสาแดงก่ำคล้ายกับเสียสติไปแล้ว!
อย่างไรก็ตามหลังจากที่สายตาของเย่อู๋เชวียปรับสภาพได้สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ร่างกายของเขาแข็งค้างตกตะลึงอย่างถึงที่สุด!
ในขณะนี้มีสิ่งมีชีวิตบางอย่างยืนอยู่ห่างจากเซียนเอ๋อประมาณสิบก้าวรูปร่างของมันเป็วิหคขนาดใหญ่ แม้ว่าจะมันจะปรากฏตัวในรูปแบบของิญญาแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายของเย่อู๋เชวียสั่นสะท้านด้วยความกลัว!
วิหคเพลิงสีแดงปลดปล่อยอุณหภูมิที่ร้อนแรงเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างและตอนนี้มันก็ััได้ถึงการดำรงอยู่ของเย่อู๋เชวียเช่นกันวิหคเพลิงกางปีกออกพร้อมกับปลดปล่อยแสงสีแดงให้ครอบคลุมเข้าหาร่างของเซียนเอ๋อที่กำลังสลบไสลไม่ได้สติทันที!
เมื่อร่างกายัักับเพลิงสีแดงอย่างแ่เบาดวงตาของเซียนเอ๋อก็พยายามเปิดขึ้นอย่างช้าๆแต่เห็นได้ชัดว่าสภาพของนางตอนนี้เลวร้ายอย่างถึงที่สุด!
“เ้าอสูรร้ายเ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาทำร้ายน้องสาวของข้า!”
ภายใต้เสียงคำรามจากความโกรธกำปั้นสีทองที่อัดแน่นไปด้วยปราณแห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ก็พุ่งเข้าหาลำคอของวิหคเพลิงด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า!
สิ่งแรกที่เย่อู๋เชวียพิจารณาคือขับไล่นกประหลาดตัวนี้ให้ออกไปจากห้องเขาไม่กล้าต่อสู้อย่างเด็ดขาดกับมันเพราะเกรงว่าจะทำให้เซียนเอ๋อได้รับอันตราย
“กรี๊ด!!!”
ด้วยเสียงคำรามที่ดังขึ้น คลื่นพลังสีแดงได้พุ่งออกมาจากปากของวิหคเพลิงและปิดกั้นการโจมตีของเย่อู๋เชวียได้อย่างง่ายดาย!
อย่างไรก็ตามการคุกคามจากเย่อู๋เชวียดูเหมือนจะทำให้วิหคเพลิงกระพือปีกเร็วขึ้นราวกับว่ามันกำลังคลุ้มคลั่งถึงขีดสุด!
“ไสหัวออกไป!”
จิติญญาการต่อสู้ของเย่อู๋เชวียเริ่มเดือดพล่านเขาจะไม่มีวันยอมให้เซียนเอ๋อเป็อะไรอย่างเด็ดขาด!
ด้วยการโจมตีอย่างเต็มกำลังของเย่อู๋เชวียในที่สุดฝ่ามือของเขาก็ทะลุกำแพงแสงสีแดงและคว้าลำคอของวิหคเพลิงไว้ได้สำเร็จ!
“ร้อน!”
ทันทีที่เย่อู๋เชวียัักับร่างกายของวิหคเพลิงเขาก็รู้สึกเ็ปอย่างรุนแรงคล้ายกับมือของเขาได้จุ่มลงไปในหินหนืดที่อยู่กลางปากปล่องูเาไฟ!
ความรู้สึกแสบร้อนที่แผดเผาจากฝ่ามือทำให้แขนของเย่อู๋เชวียเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำทันที!
ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ยอมปล่อยมืออย่างเด็ดขาดเพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะไม่มีทางปล่อยให้เซียนเอ๋อได้รับาเ็อย่างแน่นอน!
“ครืน!”
ใน่เวลาที่สำคัญที่สุดเพลิงสีแดงก็ถูกปลดปล่อยออกมากระแทกร่างกายของเย่อู๋เชวียจนทำให้เขาปลิวกระเด็นกลับไปทางด้านหลังทันที!
ปัง!
โต๊ะที่อยู่กลางห้องพังทลายแต่เย่อู๋เชวียก็ดีดกายกลับขึ้นมาอีกครั้งและเตรียมที่จะพุ่งเข้าหาวิหคเพลิงโดยไม่ลังเล
“อย่าเคลื่อนไหวเ้าตัวนี้ดูเหมือนจะเป็ิญญาของเทพธิดาเฟิ่งหวง! (หงส์ไฟ)ไม่น่าแปลกใจเลยที่ข้ารู้สึกว่าสาวน้อยคนนี้มีความแปลกประหลาดบางอย่างกลายเป็ว่านางคือผู้สืบเชื้อสายของเฟิ่งหวง์!เ้าห้ามทำอะไรผลีผลามอย่างเด็ดขาด นี่คือ่เวลาที่สำคัญที่สุดของสาวน้อยคนนี้”
คำพูดของกงทำให้ร่างกายของเย่อู๋เชวียชะงักงันเขาหยุดความเคลื่อนไหวและก้มลงมองมือขวาของตัวเองซึ่งถูกเผาผลาญจนกลายเป็แผลเหวอะหวะ
“จี้!”
เมื่อมองเห็นเย่อู๋เชวียหยุดความเคลื่อนไหววิหคเพลิงก็กรีดร้องอย่างมีความสุขจากนั้นมันจ้องมองไปยังส่วนลึกในจิตใจของเย่อู๋เชวียและกล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า
“ขอบคุณ...ขอบคุณ...จักรพรรดิ...เต๋า…์…”
เสียงที่คลุมเครือดังขึ้นในหูของเย่อู๋เชวียซึ่งทำให้เขาตกตะลึงเป็อย่างมาก
“ครืน!”
ทันใดนั้นวิหคเพลิงก็กางปีกออกมาอีกครั้งร่างกายของมันเปลี่ยนเป็กระแสแสงที่พร่างพราวก่อนจะจมลงไปในหน้าอกของเซียนเอ๋อด้วยพลังอันหาที่เปรียบมิได้!
เพียงพริบตา แสงสีแดงทั้งหมดในห้องทั้งห้องก็หายวับไปราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ใบหน้าของเซียนเอ๋อกลับมาสงบนิ่งและไม่มีท่าทีเ็ปอีกแล้ว
เมื่อเห็นสภาพของเซียนเอ๋อในที่สุดเย่อู๋เชวียก็เข้าใจว่าเหตุใดนางจึงไม่ไปชมการต่อสู้ระหว่างเขากับมู่หรงเทียนเย่อู๋เชวียส่ายหน้าและเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างเตียงของเซียนเอ๋อพร้อมกับหลับตาลงเพื่อฝึกฝน
เขาต้องเห็นเซียนเอ๋อตื่นขึ้นมาด้วยตาของเขาเองหลังจากยืนยันว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ เขาจึงจะผ่อนคลายความกังวลได้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและหนึ่งคืนก็ผ่านไปเช่นนี้
แสงแดดอุ่นๆสาดส่องเข้ามาในห้องของอาคารหลังเล็ก ขนตาของเซียนเอ๋อขยับเบาๆก่อนที่ดวงตาของนางจะจับจ้องไปยังเย่อู๋เชวียซึ่งนั่งสมาธิอยู่ด้านข้าง!