พูดได้เต็มปากว่าสถานพยาบาลทั่วทั้งเมืองอวิ๋นเฉิงนางไปมาหมดแล้ว แต่กลับไม่พบความผิดปกติใดๆหมอทุกคนต่างก็บอกว่าร่างกายของนางไม่มีปัญหา แต่หากไม่มีปัญหาจริง เหตุใดจึง...
เดิมทีได้ยินว่าวันนี้มีสถานพยาบาลเปิดใหม่แห่งหนึ่งนางมาด้วยความหวังเล็กน้อยเพียงแต่หวังว่าหมอผู้นี้จะสามารถวินิจฉัยความเจ็บป่วยของนางได้ ต่อให้รักษาไม่ได้เพียงแค่บอกกล่าวความจริง นางก็ย่อมยินยอม
แต่เมื่อเห็นว่าหมอที่นั่งประจำการกลับเป็นเด็กสาวแถมยังอายุน้อยเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่ามีอายุเพียงสิบสี่สิบห้าปีเท่านั้นคนเช่นนี้จะสามารถรักษาโรคได้หรือ?
ต่อให้เริ่มเรียนแพทย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาคำนวณอย่างถี่ถ้วนแล้วก็คงไม่เกินสิบห้าปี ความสามารถทางการแพทย์จะดีได้อย่างไร?
เมื่อคิดเช่นนั้นแววตาของสตรีผู้นั้นก็เผยความลังเลออกมาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าตนเองควรเอ่ยปากหรือไม่
ซูอี้หว่านมีทักษะในการคาดเดาความคิดผู้อื่นเพียงชั่วครู่เดียวก็เข้าใจความหมายของสตรีผู้นั้นแล้วเห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยไว้วางใจในตัวนาง
นางยังคงรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้างด้วยเพราะข้อจำกัดด้านอายุ จึงไม่น่าแปลกที่ผู้คนจะขาดความเชื่อมั่น
ใครเลยจะล่วงรู้ว่าภายใต้ร่างของเด็กสาววัยสิบกว่าปี คือจิตใจของหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ด
ซูอี้หว่านพินิจพิจารณาสีหน้าของสตรีผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่รีบร้อน ในใจก็เริ่มคาดเดาได้บ้าง จากนั้นจึงถามอย่างไม่เร่งรีบว่า"หากข้าคิดไม่ผิดท่านหญิงคงกำลังกังวลเรื่องการตั้งครรภ์อยู่กระมัง"
ทันทีที่นางกล่าวจบสตรีผู้นั้นก็เบิกตากว้างขึ้นทันที จ้องมองนางด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
"คุณหนู รู้ได้อย่างไร?"
"หึๆ..."
ซูอี้หว่านยิ้มแต่ไม่ได้อธิบายสิ่งใด "ท่านหญิงคงเห็นว่าข้าอายุยังน้อยจึงไม่ไว้วางใจข้าสินะ?"
เมื่อครู่ท่านหมอเฉียนออกไปแล้วตอนนี้ในสถานพยาบาลมีเพียงนางที่เป็นหมอดังนั้นสตรีผู้นี้จึงแสดงท่าทีลังเลเช่นนี้
มิฉะนั้นหากท่านหมอเฉียนอยู่ ซูอี้หว่านคาดคะเนว่า สตรีผู้นี้คงไม่มีทางนั่งลงตรงหน้าตน
ครั้นถูกจับได้ถึงความคิดในใจสตรีผู้นั้นก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย นางส่งยิ้มเจื่อนๆ แล้วเอ่ยว่า"คุณหนูอย่าถือโทษโกรธเคือง เป็นข้าเองที่โง่เขลานัก"
ซูอี้หว่านส่ายหน้าช้าๆบอกเป็นนัยให้นางส่งข้อมือให้ แล้วยกมือวางทาบลงไป
เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่งนางจึงให้สตรีเปลี่ยนมืออีกข้าง พร้อมทั้งตรวจลิ้นแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า“แม้ว่าในใจท่านจะมีความเครียดอยู่ในใจ ไฟธาตุในตับจะแรงไปสักหน่อยและเลือดลมยังไม่ค่อยสมบูรณ์นัก จำเป็นต้องได้รับการบำรุงแต่ในเรื่องการมีบุตรนั้น มิได้มีสิ่งใดน่ากังวล”
การวินิจฉัยนี้คล้ายคลึงกับสิ่งที่หมอคนก่อนกล่าวไว้เมื่อได้ยินดังนั้น สตรีผู้นั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง แต่ก็ผิดหวังเล็กน้อยถอนหายใจออกมา แล้วถามว่า "คุณหนูหมายความว่าข้าไม่ได้เป็นคนมีบุตรยาก ใช่หรือไม่?"
ซูอี้หว่านพยักหน้า"ก็เป็นเช่นนั้น ที่จริงแล้วร่างกายของคนทั่วไปมักมีโรคภัยไข้เจ็บเล็กๆ น้อยๆอาการเหล่านั้นของท่านไม่น่ากังวลเลย มิได้ร้ายแรงถึงขั้นส่งผลต่อการมีบุตร""
เมื่อได้ยินดังนั้นสตรีผู้นั้นก็ถอนหายใจอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง "สถานพยาบาลทุกแห่งในเมืองอวิ๋นเฉิงข้าไปมาหมดแล้ว หมอที่ว่าดีข้าก็ไปหามานับครั้งไม่ถ้วนแม้แต่หมอเถื่อนข้าก็ยังเคยลอง ทุกคนว่าข้าแข็งแรงดี แต่หากแข็งแรงดีเหตุใดจึงยังไร้ซึ่งทายาทเล่า?”
"ข้าแต่งงานมาสี่ปีแล้ว ท้องนี้ก็ยังไม่มีวี่แวว ข้าช่าง..."
พูดไปได้ไม่นานอารมณ์ของนางก็เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมามือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่คลอเบ้าด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนน้อย น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ
สตรีในยุคนี้เมื่อแต่งงานก็มีพันธะที่จะต้องสืบทอดวงศ์ตระกูลให้แก่ตระกูลสามีหายากยิ่งนักที่จะมีบุรุษใดรับได้หากภรรยาไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้ส่วนมากเมื่อแต่งงานแล้ว หากหนึ่งปีผ่านไปแต่ยังไร้บุตรก็จะถูกชาวบ้านร้านตลาดครหา ความกดดันจากบิดามารดาของสามีก็ยิ่งหนักหนา
คิดดูแล้วสตรีผู้นี้แต่งงานมาสี่ปีแต่กลับไม่ตั้งครรภ์ ความกดดันในใจจะมากมายเพียงใด
ซูอี้หว่านส่ายศีรษะปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนลง ปลอบโยนนางสองสามคำรอจนอารมณ์ของสตรีผู้นั้นสงบลงแล้วจึงถามว่า "ในเมื่อท่านหญิงไปสถานพยาบาลมามากมายเช่นนี้ไม่ทราบว่าสามีของท่านได้ไปพบหมอบ้างหรือไม่?"
นางสามารถยืนยันได้ว่าร่างกายของสตรีผู้นี้สามารถตั้งครรภ์ได้อย่างแน่นอนเหตุผลที่ยังไม่ตั้งครรภ์มีอยู่สองประการเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นวาสนายังมาไม่ถึงหรือไม่ชายก็ไม่ได้เรื่อง
"สามีของข้าหรือ?"
เมื่อได้ยินดังนั้นสตรีผู้นั้นก็ประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด มือจับผ้าเช็ดหน้าจ้องมองซูอี้หว่านอย่างงุนงง "เรื่อง...ผู้หญิงไม่ท้อง เกี่ยวข้องกับผู้ชายด้วยหรือ?"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ซูอี้หว่านก็ไม่รู้ว่าจะกล่าวสิ่งใดดี
หากไม่เกี่ยวข้องกับผู้ชายแล้วจะมีผู้ชายไว้ทำไม?
นางรู้ว่าการให้ความรู้เรื่องเพศในสมัยโบราณจะต้องล้าหลังมากแต่ก็ไม่คิดว่าจะล้าหลังถึงเพียงนี้ เป็นไปได้ไหมว่าผู้หญิงไม่ตั้งครรภ์จะต้องเป็นเพราะร่างกายของผู้หญิงมีปัญหาเสมอไป?
คงเพราะความตกตะลึงในดวงตาของซูอี้หว่านนั้นชัดเจนเกินไปนางจึงก้มหน้างุดด้วยความอับอาย นางเอ่ยเสียงเบาว่า "เมื่อ... เมื่อก่อนก็มีหมอเคยทักท้วงแล้ว แต่เมื่อข้ากลับไปเล่าให้สามีฟังเขาก็โกรธเคืองขึ้นมาทันที แถมยังว่าแม่ไก่ไม่ยอมออกไข่จะไปโทษพ่อไก่ได้อย่างไรเล่า?”
นางก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่หมอกล่าวมานั้นมีจริงเท็จอย่างไรทว่าเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ สามีเป็นต้องกริ้วโกรธ นางก็ได้แต่จนปัญญา
ประกอบกับญาติสนิทมิตรสหายรอบข้างต่างก็บอกว่าการที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ จะต้องเป็นเพราะผู้หญิงผิดปกติดังนั้นนางจึงเชื่อมั่นมาตลอดว่า ต้องเป็นเพราะร่างกายของตนเองมีอะไรผิดปกติจึงยังไม่ตั้งครรภ์เสียที
แต่ท่าทีของซูอี้หว่านกลับทำให้นางคล้อยตามเล็กน้อย เป็นไปได้ไหมว่าสามีของนางไม่ได้เรื่อง?
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของนางซูอี้หว่านก็ไม่สามารถกล่าวคำตำหนิใดๆ ออกมาได้ สามารถจินตนาการได้ว่าผู้หญิงคนนี้แบกรับความกดดันมากมายเพียงใด หากตนเองยังกล่าวต่อนางอีกเกรงว่าสตรีผู้นี้จะทานทนต่อไปไม่ได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางจึงถามว่า "โดยปกติแล้วพวกท่านสามีภรรยามีเพศสัมพันธ์กันในช่วงเวลาใดระดูของท่านมาเมื่อใด?"
โดยไม่รอให้สตรีผู้นั้นตอบนางก็กล่าวต่อ "ความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ของท่านเป็นเท่าใดแต่ละครั้งใช้เวลานานเท่าใด?"
คำถามเป็นชุดทำให้สตรีผู้นั้นหน้าแดงหูแดง ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
เรื่องราวระหว่างสามีภรรยาเป็นเรื่องส่วนตัวการจะต้องกล่าวต่อหน้าคนนอก ช่างเป็นเรื่องที่น่ากระอักกระอ่วนใจยิ่งนักยิ่งไปกว่านั้น นางกำลังเผชิญหน้าอยู่กับเด็กสาวอายุสิบกว่าปี ที่ยังไม่ได้แต่งงาน?
สตรีผู้นั้นกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นแก้มแดงระเรื่อแทบจะหยดเป็นเลือด ครึ่งค่อนวันก็ยังไม่สามารถเค้นคำใดออกมาได้
เมื่อเห็นนางบิดไปบิดมาเช่นนี้ซูอี้หว่านก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย"ท่านอย่ารู้สึกอายไปเลย ตอนนี้ข้าเป็นหมอ ท่านคือคนที่มารักษาข้าถามอะไร ท่านก็ต้องตอบตามความเป็นจริง มิฉะนั้นก็เชิญออกประตูทางขวา"
คำพูดของนางค่อนข้างจะไม่รักษาน้ำใจทว่าซูอี้หว่านย่อมรู้ดีว่า การกระตุ้นด้วยความกดดันที่เหมาะสมต่างหากสตรีผู้นั้นจึงจะกล้าที่จะทิ้งความเหนียมอาย
ก่อนหน้านี้ตอนที่ตนเองถามถึงผู้ชาย ท่าทีของสตรีผู้นั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสามีของนางต่อต้านการไปพบหมอมาก
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนางก็คงทำได้เพียงสอบถามข้อมูลเบื้องต้นก่อนเพื่อประเมินความเป็นไปได้ที่สามีของนางจะมีปัญหา เช่นนี้แล้วย่อมง่ายต่อการหาทางแก้ไขในอนาคต