“การที่ฉันสนใจงานของคุณเขมกร ไม่ได้แปลว่าฉันจะตัดสินใจขายที่ผืนนั้นให้คุณ แต่นับจากนี้ถ้าฉันจะขายที่ให้ใคร คนนั้นต้องทำให้ฉันพอใจอย่างถึงที่สุด”
“ยังไงครับ ผมไม่เข้าใจ” เขมกร สับสนในคำพูดของคนชราอย่างถึงที่สุด เช่นเดียวกับทนายความของนายปฐวีด้วยเช่นเดียวกัน
“หึหึ ไม่รู้สิ ฉันแก่แล้ว ฉันไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น รู้เพียงแต่ว่าใครที่ทำให้ฉันพอใจ ฉันก็จะขายที่ให้”
“เดี๋ยวนะครับ” ปฐวีพยายามจะพูดบางอย่าง ก่อนที่ทนายความจะปรามไว้
“มองหน้าดิฉันแบบนี้ แปลว่าทุกคนเข้าใจหมดแล้วนะ ว่าฉันได้ตัดสินใจขายที่ผืนนั้น แต่ยังไม่รับปากว่าจะขายให้ใคร จนกว่าคนนั้นจะทำให้ฉันพอใจ” หญิงชรายิ้มส่งท้าย ก่อนจะบอกให้ทุกคนลงมือทานอาหารที่มีอยู่เต็มโต๊ะ ในสมองของดารินแม้จะตักข้าวทานไป แต่เธอไม่คลายที่จะคิดหาวิธีทำให้คุณรัตนาพอใจ ไม่นานนักหลังจากทุกคนทานข้าวเสร็จจึงแยกย้ายเดินทางกลับ
“ยัยแก่มันเล่นบ้าอะไรของมัน จะขายก็ไม่ขายเล่นตัวอยู่ได้” นายปฐวีเหวี่ยงขึ้นหลังจากรถแล่นออกจากบ้านหลังใหญ่ไปได้สักระยะ
“มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา ผมขอให้คุณใจเย็นๆ ก่อนจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นจะเสียการ” ทนายพูดเสริมเพื่อให้คนหนุ่มสงบอารมณ์ลงบ้าง
“ยัยแก่ต้องการทำให้มันพอใจ ขนาดนี้ยังไม่พอใจอีกหรือ ผมส่งคนไปประจบมันเกือบทุกวัน บางทีมันโทรมาให้เข้าไปเหมือนวันนี้ อ้างว่าจะขายที่ให้ สุดท้ายก็ไม่ขาย มีข้อแม้ตลอด แบบนี้มันปั่นประสาทกันชัดๆ” นายปฐวีโวยวายด้วยอารมณ์โกรธอย่างถึงที่สุด ด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง
“ใจเย็นๆ นะครับ” ทนายความยังคงห้ามคนหนุ่มอยู่เนืองๆ
“คุณคิดอะไร”
“คะ” ดารินตอบรับ
“ปกติคุณขึ้นรถผมทีไร ไม่พูดมากก็หลับ มีอยู่สองอย่าง แต่วันนี้เป็นอะไร คิดอะไรอยู่”
“เจ้านายยังแสนรู้เหมือนเดิมเลยนะคะ” คำพูดของดารินทำให้เขมกรหลุดยิ้ม หญิงสาวเหลือบมองรอยยิ้มแสนอบอุ่นนั้น พร้อมกับหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นผิดจังหวะ เธอสูดลมหายใจเข้าจนสุดเพื่อเปลี่ยนโฟกัส
“ฉันกำลังคิดว่าคุณรัตนา เหงามากๆ คุณพอจะรู้จักลูกๆ หลานๆ เธอไหมคะ ฉันอยากคุยกับพวกเขา”
“คิดจะทำอะไร”
“ฉันไม่รู้หรอกนะคะ ว่าวิธีที่ฉันคิดขึ้นมาจะทำให้คุณรัตนาพอใจไหม แต่ฉันจะทำให้คุณได้ที่ผืนนั้นมาให้เร็วที่สุด คุณไม่อาจเสียที่ผืนนั้นได้ ฉันก็ไม่อาจเสียบ้านของฉันได้เหมือนกัน เจ้านายไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะทำให้เต็มที่” ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเปิดไฟเลี้ยวหันรถไปทางห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
“คุณเขมจะไปไหนคะ”
“ผมอยากทานของหวาน คุณไปทานเป็นเพื่อนหน่อยนะ”
“ในสภาพดิฉันแบบนี้ ใส่ชุดเดิมมาสองวันนี่นะ”
“จะเป็นไรไป ไม่เหม็นเสียหน่อย”
“รู้ได้ไงคะ” ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม เพราะเขาได้นอนพิสูจน์กลิ่นเธอมาแล้วทั้งคืน ทั้งยังปล่อยให้ดวงตากลมใสมองอย่างไม่เข้าใจ หลังจากรถคันหรูได้จอดสนิท ดารินเดินตามหลังของผู้บริหารหนุ่มต้อยๆ โดยไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากทานของหวานอะไรในเวลานี้
“คุณเขมคะ ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังถูกแอบถ่ายจากด้านซ้ายมือ ผู้ชายเสื้อดำใส่หมวกค่ะ” หลังจากเดินมาสักระยะ ดารินเห็นถึงความผิดปกติจึงรีบเตือนผู้บริหารโดยเร็วที่สุด
“ผมรู้แล้ว”
“รู้แล้ว แล้วทำไมยังเดินอยู่อีกคะ กลับสิคะ” ดารินดึงมือเขมกรเพื่อเบี่ยงตัวเดินออกจากห้าง เขาเดินตามเธอมาสักระยะ ก่อนจะยืนนิ่ง พลางใช้แรงที่มีดึงดารินถลากลับไป