บทที่ 1 กลับสู่ยุคแปดศูนย์
[ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ คุณทำภารกิจของระบบหมอเทวดาสำเร็จลุล่วง ผลงานวิจัยบรรลุถึงระดับ S คุณสามารถเลือกรับสวัสดิการการดูแลผู้สูงอายุที่ระบบมอบให้ หรือเลือกแลกรับไทม์แมชชีนได้]
เสียงจักรกลดังขึ้นในห้วงความคิด เสิ่นหนานซิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึงเสียที!
"แลกไทม์แมชชีน!"
วินาทีต่อมา เบื้องหน้าของเสิ่นหนานซิงก็ปรากฏเครื่องจักรทรงกลมล้ำสมัย เธอเดินเข้าไปนั่งข้างในโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
[โฮสต์โปรดระวัง เมื่อไทม์แมชชีนเปิดใช้งาน ระบบจะตัดการเชื่อมต่อจากคุณโดยอัตโนมัติ นับจากนี้ไป โฮสต์จะต้องเผชิญหน้ากับ่เวลาของตัวเองเพียงลำพัง โปรดระบุว่าคุณพร้อมแล้วใช่หรือไม่?]
แม้จะเป็น้ำเสียงเครื่องจักรที่เ็า แต่เสิ่นหนานซิงกลับััได้ถึงความอาลัยอาวรณ์แฝงอยู่จาง ๆ
"พร้อมแล้ว ่เวลาที่ผ่านมา ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันนะ! 007!"
ในใจของเสิ่นหนานซิงเกิดความรู้สึกเศร้าสร้อยอยู่บ้าง เพราะได้อยู่ด้วยกันมาเนิ่นนานขนาดนี้ แต่เธอก็ไม่เสียใจ เพราะนี่คือเส้นทางที่เธอต้องเลือกเดินเพื่อแก้ไขอดีต
[ลาก่อนโฮสต์! เริ่มนับถอยหลัง สิบ เก้า แปด... สอง หนึ่ง!]
...
"ซี้ด..."
เสิ่นหนานซิงครางออกมาด้วยความเ็ป อาการวิงเวียนและปวดศีรษะอย่างรุนแรงทำให้สติของเธอเริ่มแจ่มชัดขึ้น
เธอกะพริบตาถี่ ๆ พยายามระงับความรู้สึกไม่สบายทางกายแล้วมองไปรอบตัว ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะนอนอยู่บนถนนเส้นหนึ่ง?
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ป้ายประกาศขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตามทาง ทำให้เสิ่นหนานซิงมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
เธอได้กลับมาแล้วจริง ๆ!
"นี่ ๆ สหาย คุณตื่นแล้ว! ไม่เป็อะไรใช่ไหม?" เสียงไต่ถามด้วยความห่วงใยทำให้สติของเสิ่นหนานซิงกลับมาสมบูรณ์ เธอเงยหน้าขึ้นและเห็นกลุ่มคนที่สวมเครื่องแบบกำลังล้อมรอบตัวเธออยู่
"ไม่เป็ไรแล้วค่ะ ดีขึ้นมากแล้ว! ขอบคุณพวกคุณมากนะคะ!"
เสิ่นหนานซิงยังไม่ทันมีเวลาคิดว่าตัวเองกลับมาในปีไหนกันแน่ เธอใช้นิ้วคลึงหน้าผาก พยายามลุกขึ้นยืน และตอบคำถามไปตามสัญชาตญาณ
"ขอบคุณอะไรกัน! พวกเราทำเพื่อประชาชนอยู่แล้ว! นี่ของของคุณ กล่องข้าวหกเลอะเทอะหมดเลย คุณจะเอาอาหารไปส่งใช่ไหม?" ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวแหลมดูเป็มิตร
เสิ่นหนานซิงพลันได้สติอย่างรวดเร็ว เธอรับถุงผ้ามาด้วยสัญชาตญาณ มือที่สั่นเทาค่อย ๆ เปิดมันออก แล้วเธอก็พบกับกล่องข้าวสีเหลืองทรงกลมที่คุ้นตา!
มันคือกล่องข้าวสองชั้น เมื่อเปิดฝาออก ข้างในคืออาหารกลางวันที่เธอตั้งใจเตรียมไปให้แม่ มีหมั่นโถวหนึ่งชิ้น และผักดองอีกหนึ่งชุด
"สหายคะ ขอถามหน่อย... วันนี้วันที่ 10 มิถุนายน ปี 82 ใช่ไหมคะ?" เสิ่นหนานซิงเงยหน้าขึ้นถามอย่างรวดเร็วด้วยแววตาคาดหวัง
"ถามแบบนี้ผมก็งงน่ะสิ พี่เหยี่ย วันนี้วันที่เท่าไหร่เหรอ?" เสี่ยวหูหยาหันไปถามคนข้างกาย
"วันที่สิบ" น้ำเสียงเยือกเย็นทว่าทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านข้าง
"สหายครับ วันนี้... เอ๊ะ พี่เหยี่ยคนหายไปไหนแล้วน่ะ?" เมื่อเสี่ยวหูหยาหันกลับมาอีกที ก็ไม่พบคนตรงหน้าเสียแล้ว
"หนีไปแล้ว"
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าพี่เหยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา เขามองตามแผ่นหลังของเสิ่นหนานซิงที่กำลังเดินกึ่งวิ่งจากไป ใบหน้าคมคายที่มีโครงหน้าชัดเจนถูกอาบด้วยแสงแดดยามสาย ทำให้ความเ็าและห่างเหินของเขาดูอ่อนลงเล็กน้อย
มีบุตรที่มีคุณภาพ มีบุตรน้อยลง ยกระดับคุณภาพประชากรของชาติจีน
มีลูกคนเดียวก็พอ
การวางแผนครอบครัวเป็นโยบายพื้นฐานของประเทศ
...
เสิ่นหนานซิงเดินผ่านป้ายประกาศขนาดใหญ่ที่สะท้อนค่านิยมของยุคสมัย เบื้องหน้าคือโรงพยาบาล เดินไปอีกเพียงนิดเดียวก็จะถึงจุดหมายแล้ว!
เธอพยายามกดความวิงเวียนเอาไว้และเร่งฝีเท้า เพราะเกรงว่าตัวเองจะไปสายจนไม่ทันการ
เมื่อเห็นกล่องข้าวทรงกลมเมื่อครู่ เธอก็แน่ใจว่าได้ย้อนเวลากลับมาในปีที่เธออายุสิบหกพอดี วันที่บิดาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และตอนนี้เธอกำลังเดินทางไปส่งอาหารให้มารดาที่เฝ้าไข้อยู่
ทว่าในชาติที่แล้ว โรงพยาบาลแห่งนี้คือสถานที่สุดท้ายที่เธอได้เห็นหน้าพ่อ เพราะเมื่อถึง่กลางคืน พ่อก็จากไปอย่างสงบในขณะที่หลับใหล
แม่ไม่อาจแบกรับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่นี้ได้ หลังจากฝืนกายจัดงานศพให้พ่อจนเสร็จสิ้น เธอก็ล้มป่วยหนัก
ต่อมาจากการวินิจฉัยของลุงเฉิง พบว่าแม่เป็โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอาการค่อนข้างวิกฤต จึงแนะนำให้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ในตัวเมือง
ทว่าในตอนนั้น คุณย่าเป็ผู้ถือครองอำนาจการเงินทั้งหมดของบ้าน เธอและพี่ชายเข้าไปอ้อนวอนขอเงินจากคุณย่าหลายต่อหลายครั้งเพื่อที่จะพาแม่ไปหาหมอ แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
ไม่เพียงแต่จะไม่ให้เงินรักษา คุณย่ายังชอบพ่นคำด่าทอสาปแช่งว่าแม่มีหน้าตาอัปมงคลดั่งหญิงหม้าย ดวงชะตาข่มจนสามีต้องตาย และตราหน้าว่าเธอและพี่น้องเป็พวกอกตัญญู ดีแต่กินทิ้งกินขว้างไม่รู้จักทำงาน
ส่วนคุณป้าก็พูดจาถากถางเสียดสีอยู่ตลอดเวลา คอยทิ่มแทงหัวใจของแม่ด้วยคำพูดที่ร้ายกาจ
แม่จมอยู่กับความรู้สึกผิดต่อการจากไปของพ่อ โดยโทษตัวเองว่าเฝ้าดูแลไม่ดีพอจนเกิดโศกนาฏกรรมนี้
เมื่อต้องเผชิญกับการทารุณทางจิตใจจากเครือญาติในทุก ๆ วัน ภายใต้ภาวะที่ร่างกายและจิตใจถูกบดขยี้ อีกทั้งยังขาดซึ่งหยูกยาและหมอรักษา ในที่สุดหลังจากมีปากเสียงกับคุณป้าอย่างรุนแรง แม่ก็ล้มพับลงและไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย
หลังจากจบสิ้นงานศพของแม่ และได้รับความเห็นชอบจากคุณย่า พี่น้องทั้งสามคนก็ถูกคุณป้าตะเพิดออกจากบ้านอย่างไร้เมตตา ต้องไปอาศัยอยู่ในกระท่อมซอมซ่อตรงลานนวดข้าวประทังชีวิต
เงินชดเชยและค่าทำศพของพ่อทั้งหมดถูกผู้เป็ย่ายึดไว้ ในวันที่ถูกไล่ออกจากบ้าน พี่ชายเหลือเงินติดตัวเพียงแค่ห้าหยวนเท่านั้น
ตอนนั้นพี่ชายอายุยี่สิบเอ็ดปี เธออายุสิบเจ็ด และน้องสาวคนเล็กอายุเพียงสิบห้า เมื่อการใช้ชีวิตมาถึงทางตัน พี่ชายจึงตัดสินใจเดินทางไปทำงานที่ภาคใต้เพื่อหาเลี้ยงน้อง ๆ
ใครจะคาดคิดว่าการจากลาครั้งนั้นจะกลายเป็การลาจากตลอดกาล จนกระทั่งวันที่เธอเสียชีวิต เขาก็ไม่เคยได้กลับมาอีกเลย
ในตอนนั้นเธอแตกสลายทั้งกายและใจ วัน ๆ ได้แต่เหม่อลอยเหมือนคนไร้ิญญา แม้แต่เื่การแต่งงานที่พ่อเคยหมั้นหมายไว้ให้ก็ถูกยกเลิกไป
เมื่อพี่ชายไม่อยู่บ้าน เธอจึงทำได้เพียงช่วยงานลุงเฉิงเป็ครั้งคราว หรือไม่ก็รับจ้างใช้แรงงานในไซต์ก่อสร้างของอำเภอ
เพราะมัวแต่กระเสือกกระสนหาเลี้ยงปากท้อง เธอจึงละเลยการดูแลน้องสาว จนกระทั่งมารู้ความจริงว่าน้องสาวถูกหลอกจนตั้งครรภ์และถูกไล่ออกจากโรงเรียน ในความตื่นตระหนกและเสียขวัญ เธอสะดุดล้มที่ไซต์งานแล้วตกลงไปในเครื่องผสมทรายจนเสียชีวิต
ทว่าหลังจากที่เสิ่นหนานซิงลาโลกนี้ไป ิญญาของเธอก็ได้ผูกติดกับระบบหมอเทวดา และได้ท่องไปในโลกคู่ขนานต่าง ๆ ถึงเก้าครั้งเก้าครา
ในเก้าโลกที่ผ่านมา เธอไม่เคยหยุดพยายามที่จะฝึกฝนเพื่อกลับมาเปลี่ยนชะตากรรมของครอบครัว และในตอนนี้ที่เธอได้กลับมา ทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นที่อาการป่วยของพ่อ!
เธอจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด! ใครที่เคยติดหนี้เธอ และใครที่เคยทำร้ายครอบครัวของเธอ พวกมันจะต้องชดใช้คืนให้หมดทุกหยาดหยด!
เสิ่นหนานซิงฝืนความเจ็บระบมที่ศีรษะและวิ่งต่อไป ในชาติก่อน เธอต้องตกอยู่ในสภาวะมึนงงอยู่ครึ่งเดือน ซึ่งภายหลังเธอจึงรู้ว่าน่าจะเป็อาการสมองกระทบกระเทือนเล็กน้อย
เพียงเพราะเธอ้านำหมั่นโถวอุ่น ๆ สองลูกไปให้แม่ แต่กลับถูกป้าสะใภ้หลิวผิงผลักจนล้มหัวกระแทกพื้นอย่างแรง
หนี้แค้นก้อนนี้ เมื่อไหร่ที่เธอตั้งตัวได้ เธอจะให้ผู้หญิงคนนั้นชดใช้อย่างสาสม!
ต้องรู้ไว้ว่า เสิ่นหนานซิงในวันนี้ ไม่ใช่เด็กสาวที่อ่อนแอและไร้ทางสู้เหมือนคนเก่าอีกต่อไปแล้ว!
ไม่นานนัก เธอก็มายืนหอบอยู่หน้าห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลประจำอำเภอ
ห้อง 203... หมายเลขห้องนี้เคยเป็ฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนเสิ่นหนานซิงมาตลอด ทุกครั้งที่สะดุ้งตื่นกลางดึก ภาพห้องผู้ป่วยในวันนั้นยังคงตราตรึงชัดเจน
เสิ่นหนานซิงผลักประตูเข้าไป ห้องผู้ป่วยไม่ได้ว่างเปล่าและหนาวเหน็บเหมือนในความฝัน แต่ภาพของบิดาที่นอนอยู่บนเตียงและมารดาที่คอยเฝ้าไข้อยู่ข้าง ๆ ปรากฏแก่สายตา
ดีเหลือเกิน... ในที่สุดเธอก็ได้กลับมาจริง ๆ!
เสิ่นหนานซิงหอบหายใจรัวเร็ว ความวิงเวียนที่เคยมีเริ่มเปลี่ยนเป็ความเ็ปแหลมคม แต่ความเ็ปนี้เองที่ย้ำเตือนว่าทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือความจริง
"หนานซิง? ลูกมาแล้วเหรอ? แล้วหัวไปโดนอะไรมาน่ะ? บวมขนาดนี้เลย! ใครแกล้งลูกบอกแม่มานะ!"
ซูอวี้จู๋ที่ยืนอยู่ตรงหน้าดูซูบเซียวและอ่อนล้า ั้แ่สามีที่ขับรถออกไปทำงานเมื่อบ่ายวันก่อนถูกหามส่งโรงพยาบาล เธอก็คอยเฝ้าดูแลอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง