ตอนที่ 11 ห้องลับตระกูลเหนียน
อันจือเฟิ่งเองก็ไม่โง่เช่นกัน แม้รักบุตรสาว แต่ก็รู้ว่าบุตรสาวของตนนั้นปากไวไปชั่วขณะ จึงก่อให้เกิดปัญหาใหญ่เช่นนี้ ลูกแพศยาประโยคนี้ไม่มีอะไรแน่นอนหากอยู่โดดๆ แต่เมื่อผ่านการถามเช่นนั้นจากเหนียนอิ๋งสี่ ความหมายของมันก็แตกต่างแล้ว ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่ามารดาฮูหยินเหนียนอิ๋งสี่ตายเร็ว ต่อให้เ้านายของจวนแห่งนี้ไม่ไถ่ถามไม่สนใจ ทว่าตามหลักแล้ว เหนียนอิ๋งสี่ก็ถูกเลี้ยงดูมาโดยหวังหว่านซิวกับเหนียนเกิงหรงจนเติบใหญ่จริงๆ
เหลือบมองอันจือเหมยที่ก้มหน้ามองพื้นแวบหนึ่ง อันจือเฟิ่งคิดในใจว่าจบสิ้นแล้ว คาดว่าครั้งนี้ต้องเสียทรัพย์เอาใจอันจือเหมยอีก เมื่อนึกถึงเครื่องประดับที่ตนไม่ยิมยอมใส่เข้าปากสุนัขหมาป่า ใจของอันจือเฟิ่งรู้สึกเย็นเยียบ ไหนเลยจะยังมีจิตใจยั่วยุสร้างปัญหาให้เหนียนอิ๋งสี่อีก
เมื่อเห็นทุกคนต่างก็เงียบ เหนียนอิ๋งสี่กลับเอ่ยปากกะทันหัน “ท่านยาย แม้คำพูดของน้องจวิ้นหรูไม่น่าฟัง แต่หลานก็ทุบตีคนอื่นจริงๆ ท่านยายอบรมสั่งสอนพวกหลานั้แ่เด็กว่ากล้าทำต้องกล้ารับ ดังนั้นหลานยังคงเต็มใจยอมรับการลงโทษใดๆ เ้าค่ะ”
คำพูดของนางทำให้หวังหว่านซิวรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย หันมามองหลานสาวคนรองที่ตนเองไม่เคยใส่ใจคนนี้ใหม่อีกครั้ง เป็ครั้งแรกที่หวังหว่านซิวรู้สึกว่าตนเองมองพลาดไปแล้ว
“ช่างเถอะ ความผิดไม่ได้อยู่ที่เ้า ข้าจะสบายใจได้อย่างไรหากลงโทษเ้า” หวังหว่านซิวกล่าวพลางเคลื่อนสายตาไปทางอันจือเหมย มองนางกับอันจือเฟิ่งอย่างเ็าอยู่หลายรอบ ก่อนใช้น้ำเสียงที่เ็ากว่ากล่าว “ล้วนกลับไปตั้งใจคัดคัมภีร์สตรีให้ข้าหนึ่งรอบ แค่เด็กคนเดียวก็ไม่มีปัญญาสอน!”
“เ้าค่ะ”
“เ้าค่ะ” อันจือเหมยและอันจือเฟิ่งผงกศีรษะเห็นด้วยอย่างใจลอยเหมือนมะเขือถูกน้ำแข็งกระทบ[1]
“เอาล่ะ! แยกย้ายเถอะ ข้าเห็นแล้วรำคาญใจ” หวังหว่านซิวกล่าวกำลังจะหันกาย กลับถูกเสียงเรียกของเหนียนอิ๋งสี่หยุดฝีเท้าไว้อีกครั้ง
“ท่านยาย อย่างไรอี๋เหนียงรองก็เป็ผู้าุโ เหนียนอิ๋งสี่ยินดีเก็บตัวช่วยอี๋เหนียงรองคัดคัมภีร์สตรีเ้าค่ะ” เหนียนอิ๋งสี่กล่าวจบ หันไปมองอันจือเหมยด้วยสายตาจริงใจแล้วยิ้ม จึงจะหันศีรษะมองทางหวังหว่านซิว อันที่จริงแล้วนางทำเช่นนี้ด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่งคือนางยังไม่อยากล่วงเกินอันจือเหมยในเร็วๆ นี้ อย่างไรเสียเส้นทางในวันข้างหน้ายังอีกยาวไกล หากนางสร้างศัตรูมากเกินไปในตอนนี้ นางก็จะมีข้อจำกัดเพิ่มมากมาย สองคือหลังจากนางเดินทางข้ามเวลามาถึงที่นี่ก็เกิดเื่ขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ยังไม่ได้ ‘เดินเล่น’ ดีๆ ให้ทั่วจวนเหนียนแห่งนี้เลย นางไม่อยากอยู่ที่นี่ถูกคนควบคุมไปตลอดชีวิต ดังนั้นหากสามารถหาทางลัดบางอย่างที่ทำให้ร่ำรวยได้ ย่อมเป็การดีที่สุดแล้ว
“ลำบากเ้าที่มีความกตัญญูเช่นนี้แล้ว” หวังหว่านซิวกล่าวจบ ใบหน้าเคร่งขรึมเผยให้เห็นรอยยิ้มเล็กน้อย หมุนตัวเดินออกจากเรือนไม้หลังน้อยของเหนียนอิ๋งสี่ภายใต้การประคองของบ่าวรับใช้ เวลานี้ความประทับใจของนางที่มีต่อเหนียนอิ๋งสี่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว นางไม่เคยคิดเลยว่าข้างกายตนเองจะมีเด็กรู้ความที่รู้จักกาลเทศะเช่นนี้อยู่ด้วยหนึ่งคน ดูเหมือนต่อไปต้องให้ความสำคัญเหนียนอิ๋งสี่มากกว่านี้จึงจะถูก
มองดูแผ่นหลังของหวังหว่านซิว เหนียนอิ๋งสี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในคฤหาสน์หลังใหญ่มีปัญหามากมายอย่างที่คิดจริงๆ เงยหน้ากำลังจะลุกขึ้น กลับเห็นอันจือเหมยที่อยู่หลังผู้คนจ้องนางอย่างคาดคะเนด้วยสายตาดุร้าย เหนียนอิ๋งสี่ยิ้มให้นางอย่างไม่ใส่ใจ ทั้งยังเอ่ยกระซิบเสียงเบาว่า “อี๋เหนียงรองเดินดีๆ เ้าค่ะ”
แม้อันจือเหมยรู้สึกว่าเหนียนอิ๋งสี่ในเวลานี้น่าสงสัยมาก แต่มองซ้ายมองขวา อย่างไรก็ดูไม่ออกว่ามีจุดใดน่าสงสัย ในใจยังคิดอีกเดี๋ยวจะขู่กรรโชกเครื่องประดับจากอันจือเฟิ่งจำนวนหนึ่ง จึงไม่ได้อยู่ต่อ ส่งเสียง “หึ” คำหนึ่งแล้วตามกลุ่มคนออกจากประตูด้วยเช่นกัน
กระทั่งผู้คนไปกันหมดแล้ว เชียนเชียนจึงเข่าอ่อนทรุดนั่งลงบนพื้น มองเหนียนอิ๋งสี่แล้วเริ่มร้องไห้ด้วยดวงตาที่พร่ามัวเพราะน้ำตา “คุณหนูเ้าคะ เมื่อครู่บ่าวใแทบแย่”
เหนียนอิ๋งสี่ขมวดคิ้วลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นบนร่างกาย “กลัวอะไร ต่อไปต้องจำไว้ ข้าพูดอะไรเ้าทำเช่นนั้น ข้าไม่มีทางเอาเปรียบเ้าแน่นอน”
“คุณหนู บ่าวทราบแล้วเ้าค่ะ” การพลิกเหตุร้ายให้กลายเป็ดีเมื่อครู่ ได้ทำให้เชียนเชียนเกิดความมั่นใจต่อคำพูดของเหนียนอิ๋งสี่อย่างยิ่ง ไม่มีข้อกังขาใดๆ ในใจแม้แต่น้อย
“รู้แล้วก็เลิกร้องไห้” เหนียนอิ๋งสี่กล่าวพลางเดินไปนั่งลงข้างกายเชียนเชียน เอ่ยถามอย่างลึกลับกะทันหัน “เชียนเชียน เ้ารู้หรือไม่ว่าในจวนเหนียน ที่แห่งใดมีสิ่งของที่ค่อนข้างมีค่า หรือสถานที่ไหนไม่อนุญาตให้คนเข้า”
เชียนเชียนไหนเลยจะรู้ว่าเหนียนอิ๋งสี่ซ่อนแผนการร้ายไว้ในใจ ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วกล่าวตอบไปตามความจริง “คุณหนู ทรัพย์สินทั้งหมดของจวนเราล้วนอยู่ที่ห้องบัญชีของฮูหยินผู้เฒ่า โดยทั่วไปแม้กระทั่งตอนนอนฮูหยินผู้เฒ่าก็นอนในห้องบัญชี ส่วนสถานที่ไหนไม่อนุญาตให้คนเข้าไปน่ะหรือ…ก็ต้องเป็ห้องหนังสือของนายท่านแล้ว ได้ยินว่าข้างในนั้นล้วนแต่เป็หนังสือที่ล้ำค่ามาก ดังนั้นโดยทั่วไปกระทั่งทำความสะอาดก็เป็ฮูหยินรองเข้าไปทำความสะอาดด้วยตัวเองเ้าค่ะ”
เมื่อฟังคำพูดของเชียนเชียน เหนียนอิ๋งสี่พลางแค่นเสียงเหอะในใจ ดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าหวังหว่านซิวยังเป็ผีเฝ้าทรัพย์ด้วย
แต่ว่า…
กลอกตาหนึ่งรอบ เหนียนอิ๋งสี่หัวเราะเหอๆ นางไม่เชื่อหรอกว่ายุคนี้จะมีหนังสือเลี่ยมขอบทองที่มีค่ามากเช่นนั้น กระทั่งคนรับใช้ที่ทำความสะอาดก็ไม่อนุญาตให้เข้า ดูเหมือนคืนนี้นางมีงานทำแล้ว เหอๆ…
เชิงอรรถ
^ อุปมาถึง มะเขือยาวที่ถูกน้ำค้างแข็งกระทบจะเหี่ยวเฉา