“เมื่อหลายเดือนก่อนในตอนนั้นที่สหรัฐอเมริกา ศูนย์วิจัยลับแห่งหนึ่งได้ทำไวรัสชนิดหนึ่งหลุด ซึ่งไวรัสนั้นมีชื่อว่า A-12 เมื่อสัตว์ทุกตัวบนโลกได้รับเชื้อไวรัสนี้ก็จะวิวัฒนาการกลายเป็สิ่งมีชีวิตที่ยืนได้ 2 ขา รูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของเผ่าพันธุ์เอาไว้ พวกเราเรียกพวกมันว่า “เวรัจฉาน” พวกมันได้ทำากับเผ่าพันธุ์มนุษย์เพื่อล้างแค้นในสิ่งที่พวกเราเคยทำไว้กับพวกมัน ผมมีชื่อว่า “ไมยราพ เจริญศักดิ์สิทธิ์” เป็ทหารประจำประเทศไทยที่ได้สูญเสียเพื่อนทั้งหมดไปจากการสู้รบกับพวกเวรัจฉาน ตอนนั้นตอนที่ผมได้เห็นภาพเหล่าพรรคพวกของตนเองนั้นถูกฆ่าตาย ความโกรธแค้นก็ประทุออกมา ผมได้เข้าไปต่อสู้และไล่ฆ่าพวกเวรัจฉานนับสิบนับร้อยนับพันและนับหมื่น ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าผมทำอะไรลงไปบ้างและสิ่งที่ผมทำนั้นมันช่างเหมือนกับปีศาจซะเหลือเกิน แต่ถึงตอนนั้นผมจะรู้ตัวผมก็ไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้วนอกจากต้องฆ่าพวกมัน ต้องฆ่าพวกมัน ต้องฆ่าพวกมัน ต้องฆ่าพวกมัน ต้องฆ่าพวกมัน ล้างแค้นให้กับเพื่อนทุกคน ล้างแค้นให้กับเพื่อนทุกคน ล้างแค้นให้กับเพื่อนทุกคน ล้างแค้นให้กับเพื่อนทุกคน ล้างแค้นให้กับเพื่อนทุกคน ล้าง แค้น…”
นี่คือสิ่งที่ไมยราพได้คิดกับตนเองในใจเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่เขานั้นจะถูกสังหารลงด้วยดาบของแม่ทัพเวรัจฉานตนหนึ่ง ก่อนที่ร่างที่ไร้ิญญาของเขาจะถูกหอกจำนวนนับสิบและนับร้อยของเหล่าเวรัจฉานกระหน่ำแทงไม่ยั้งจนร่างที่ไร้ิญญาของไมยราพนั้นได้กลายเป็เศษซากก้อนเนื้ออย่างสมบูรณ์แบบ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ณ ที่แห่งหนึ่ง
ที่ที่มีแต่เปลวไฟและการกรีดร้องกับลาวาอันร้อนระอุ การลงทัณฑ์เหล่าผู้คนที่กระทำบาปอย่างอำมหิตและไม่หยุดพัก เสียงอ้อนว้อนขอให้หยุดในสิ่งที่ทำของเหล่าผู้ที่ถูกลงทัณฑ์และคำขอโทษกัมปนาทไปทั่วสารทิศ ใช่แล้ว ที่แห่งนี้คือ “นรก” นั่นเอง
ตัวของไมยราพได้ถูกปีศาจ 2 ตัวลากตัวมายังปราสาทกลางนรกเพื่อพบกับใครบางคน ซึ่งคนๆนั้นก็คือ “ซาตาน”
(ซาตาน)
“เ้าน่ะคือ ไมยราพ เจริญศักดิ์สิทธิ์ สินะ?”
(ไมยราพ)
“..ถ้าใช่แล้วมันทำไม??? น่าแปลกนะ ฉันเป็คนไทย แต่นรกแบบนี้และชุดเกราะกับพวกสัตว์นรกพวกนั้น นี่มันนรกของพวกศาสนาคริสต์ไม่ใช่รึยังไง???”
(ซาตาน)
“ถูกต้องแล้วล่ะ สาเหตุที่ดวงิญญาของเ้าตกมายังขุมนรกของคริสเตียนแห่งนี้นั้นเป็เพราะข้าพาเ้ามาเอง”
(ไมยราพ)
“แล้วแก้าอะไรจากฉันกันล่ะ ดูจากลักษณะแล้ว แกคงเป็ “ซาตาน” ใช่ไหม?”
(ซาตาน)
“ตำนานของข้ามีชื่อเสียงถึงขนาดนี้เชียวเลยหรือนี่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นหรอก เ้าไม่จำเป็ต้องรู้ด้วยซ้ำว่าข้านั้นเป็ใคร และข้าจะตอบคำถามของเ้า “ข้า้าให้เ้ามาเป็ทหารรับจ้างให้กับข้า”
(ไมยราพ)
“ห๊า แล้วทำไมฉันต้องเป็ทหารรับจ้างให้แกด้วยวะ??”
(ซาตาน)
“ก็เ้าอยากจะล้างแค้นพวกเวรัจฉานรึเปล่าล่ะ???”
ทันใดที่ไมยราพได้ยินประโยคนี้ของซาตาน เขาก็เบิกตากว้างก่อนจะถามไปว่า
(ไมยราพ)
“ม..เมื่อกี้นี้แกว่าอะไรนะ”
(ซาตาน)
“หึหึ เ้าได้ยินไม่ผิดหรอก แถมข้าจะให้พลังและเซลล์ของข้าส่วนหนึ่งแก่เ้าด้วย เพื่อที่จะได้แข็งแกร่งพอที่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เวรัจฉานทั้งหมดที่อยู่บนโลกยังไงล่ะ พอฟังมาจนถึงตรงนี้เ้าอยากจะเป็ทหารรับจ้างให้กับข้าแล้วรึยังล่ะ???”
ซาตานชี้นิ้วไปที่ตัวของไมยราพ
ไมยราพได้แต่เงียบด้วยความใกับข้อเสนอที่ซาตานได้ยื่นมาให้ตน เพื่อพวกพ้องทุกคนที่ถูกพวกเวรัจฉานฆ่าตาย เขานั้นยอมทำได้ทุกอย่าง
(ไมยราพ)
“ตกลง ฉันขอตกลง เอามาสิ พลังกับเซลล์ของแกน่ะ รีบเอามันมาซิ!!”
ไมยราพลุกไปหวังจะเข้าไปบีบคอของซาตาน แต่ก็ถูกปีศาจ 2 ตัวที่ล่ามโซ่ไว้ห้ามไว้ได้ ก่อนที่ซาตานจะเดินเข้าไปหาไมยราพจนชิดตัวก่อนจะพูดกับไมยราพว่า
(ซาตาน)
“ใจเย็นๆหน่อยสิไมยราพ มนุษย์เนี่ยไม่รู้จักอดทนรอจริงๆเลยน่าาา”
ซาตานได้ใช้นิ้วชี้ของตนเองทิ่มไปที่หน้าผากของไมยราพ ก่อนที่พลังและเซลล์ส่วนหนึ่งของซาตานจะเข้าไปในร่างของไมยราพอย่างเร็ว และทำให้ร่างกายของไมยราพนั้นเกิดอาการชักอย่างรุนแรง น้ำลายและน้ำตาไหลออกจากตาและปากในปริมาณมากและไม่หยุด ดวงตาหมุนไปทั่วเบ้าอย่างแรง ร่างกายของไมยราพเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง
เซลล์ของซาตานที่ได้เข้าไปอยู่ในร่างกายของไมยราพได้ทำการควบคุมเซลล์ต่างๆภายในร่างกายและเพิ่มประสิทธิภาพของพวกมัน กล้ามเนื้อทั้งหมดในตัวของไมยราพได้เปลี่ยนสีจากสีแดงกลายเป็สีแดงอมดำเข้ม ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนสีเป็แดงและสีดำรูป โดยเฉพาะั์ตาที่ได้เปลี่ยนกลายเป็สัญลักษณ์ของซาตาน
เมื่อซาตานที่ได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงร่างกายนี้ของไมยราพ มันก็ได้พูดกับไมยราพว่า
(ซาตาน)
“ทีนี้ จะไม่มีพวกมันสักตัวที่เอาชนะเ้า”
ซาตานยิ้มออกมาด้วยสีหน้าและแววตาที่โรคจิตสมกับในฐานะที่มันนั้นเป็ปีศาจ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ณ ป่าแห่งหนึ่งในประเทศจีน
เหล่าเวรัจฉานหลายตัวได้ขับรถกระบะเพื่อนำศพของเหล่ามนุษย์ที่พวกมันฆ่ามาทิ้งยังป่าแห่งนี้ราวกับการทิ้งขยะ เมื่อมาถึงพวกมันก็ได้ทำงานของตนเองด้วยการทิ้งศพของมนุษย์ทุกคนที่พวกมันขนมา ในระหว่างที่พวกมันกำลังทำงานของพวกมันอยู่นั้น พวกมันตัวหนึ่งที่มีหัวเป็หมาก็ได้เห็นมนุษย์คนหนึ่งที่ยังไม่ตายและกำลังคลานหนีเอาตัวรอดด้วยสภาพร่างกายที่ตายไปแล้วอย่างน่าสังเวช ทำให้พวกมันที่หัวเป็หมาตัวนั้นเดินเข้าไปใช้ขวานจามไปที่หัวของมนุษย์คนนั้นอย่างไร้ความเมตตา และซ้ำศพอย่างเหี้ยมโหดจนตัวของมันเลอะไปด้วยเืของศพมนุษย์คนนั้น และเมื่อมันหันมามองยังด้านหน้า มันกับพวกของมันก็เหมือนเห็นอะไรบางอย่างเข้า ก่อนที่พวกมันที่มีหัวเป็หมาตัวนั้นจะเห็นว่าศพของมนุษย์ที่ตนเองฆ่าไปนั้นชักกระตุก ทำให้มันใเป็อย่างมาก และไม่ใช่แค่ศพนั้นศพเดียวที่มีอาการชักกระตุกเช่นนี้ เพราะศพมนุษย์ทุกคนที่อยู่ในป่าแห่งนี้ต่างมีอาการชักกระตุกอย่างรุนแรงทั้งหมด ก่อนที่เสียงกรีดของเวรัจฉานกลุ่มนั้นจะดังก้องกังวานไปทั่วทั้งป่าอย่างน่าสยดสยอง
ณ ค่ายทัพหลวงของพวกเวรัจฉาน
พวกเวรัจฉานทุกตัวที่อยู่ในค่ายแห่งนี้ต่างฝึกฝนอาวุธและร่างกายของตนเองอย่างตั้งอกตั้งใจโดยที่ไม่มีใครทำสีหน้าหรือท่าทีที่บ่งบอกว่าเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ทั้งการฝึกการวิ่ง การฝึกการต่อสู้ด้านระยะประชิดและระยะไกล การฝึกยิงปืน การฝึกใช้ดาบ การฝึกใช้หอก และการฝึกอีกจำนวนมาก ก็เพื่อเป้าหมายเดียวของพวกมัน นั้นก็คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่พวกมันนั้นต่างเกลียดชังให้หมดสิ้นออกไปจากโลกใบนี้ ซึ่งทางด้านของเหล่าแม่ทัพเวรัจฉานทั้ง 10 นั้น พวกมันก็กำลังวางแผนที่จะโจมตีฐานทัพของเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่อย่างตั้งอกตั้งใจเช่นเดียวกับพลทหารของพวกมัน
(แม่ทัพเวรัจฉานนก)
“นี่คือฐานทัพที่ 2 ที่ยังหลงเหลืออยู่ของพวกมนุษย์ ในตอนนี้ฐานทัพนี้ของพวกมันมีสภาพที่อ่อนแอมากแต่พวกมันก็ใช้กำลังพลของพวกมันเป็ความแข็งแกร่งของฐานทัพนี้แทน เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็ที่จะต้องโจมตีพวกมันตอนกลางคืนด้วยกองทัพพลหอกทางอากาศของเรา และเพียงแค่นี้เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะสูญเสียฐานทัพที่ 2 ที่ยังคงเหลืออยู่ของพวกมันไป”
(แม่ทัพเวรัจฉานกระทิง)
“ข้าเห็นด้วยกับความคิดของเ้ากรีชา และหากแผนการของเ้าเป็เช่นนั้น พวกมนุษย์ก็จะเหลือฐานทัพเพียงแค่ที่เดียว”
(แม่ทัพเวรัจฉานแมว)
“และหลังจากนั้นพวกมันก็จะต่อกรเราไม่ได้ และแล้วพวกมนุษย์ที่น่ารังเกียจและเป็มะเร็งร้ายของโลกใบนี้ก็จะสูญสิ้น”
ทันใดที่พวกมันพูดจบ จู่ๆแผ่นดินก็สั่นะเือย่างแรงจนทำให้เหล่าแม่ทัพเวรัจฉานทั้ง 10 ใกับสิ่งที่เกิดขึ้น
(แม่ทัพเวรัจฉานกระทิง)
“แผ่นดินไหวเหรอ!?”
ทันใดนั้นผู้ส่งสารเวรัจฉานก็เข้ามาในแคมป์ประชุมด้วยความเร่งรีบและกลัวกับบางสิ่งบางอย่างอย่างสุดแรง และรายงานข่าวว่า
(ผู้ส่งสารเวรัจฉาน)
“ท่านแม่ทัพทั้งหลายขอรับ เกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ!!”
(แม่ทัพเวรัจฉานกระทิง)
“เื่ใหญ่ เื่ใหญ่อะไรมิทราบ!?”
(ผู้ส่งสารเวรัจฉาน)
“พ..พ..พวกมนุษย์ พวกมนุษย์!!”
ที่นอกแคมป์ประชุมนั้น เหล่าซากศพมนุษย์เดินได้จำนวนมหาศาลได้ยกทัพบุกโจมตีค่ายทัพหลวงของพวกเวรัจฉานและไล่ฆ่ากัดกินพวกเวรัจฉานทั้งหมดที่ขวางหน้าอย่างเหี้ยมโหดอำมหิตโดยที่พวกเวรัจฉานนั้นไม่มีแม้แต่การตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย เหล่าซากศพต่างฉีกและกระชากร่างของเหล่าเวรัจฉานที่พวกมันจับได้และจับเอาเครื่องในมากินอย่างสดๆอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อแม่ทัพเวรัจฉานทั้ง 10 ได้ออกมาและเห็นภาพเหล่านี้ต่างก็ใจนทำอะไรไม่ถูกและต่างอุทานออกมาพร้อมกันว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?” แต่นั้นก็ไม่ใช่เวลาที่พวกมันต้องมาคิดเื่นี้ เพราะพวกมันต้องแก้ปัญหาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเสียก่อน ทำให้กรีชาหรือแม่ทัพเวรัจฉานนกต้องออกคำสั่งกับแม่ทัพคนอื่นๆอีก 9 คน
(กรีชา)
“นี่ไม่ใช่เวลาแล้ว!! พวกเ้ารีบไปหากองทัพของพวกเ้าและทำการออกคำสั่งซะ!!”
แม่ทัพเวรัจฉานอีก 9 คนทำตามคำสั่งของกรีชา พวกเขาได้แยกย้ายกันออกไปตามหากองทัพของตนเองเพื่อออกคำสั่งและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ในระหว่างที่แม่ทัพเวรัจฉานกระทิงกำลังออกตามหากองทัพของตนเองและต่อสู้กับซากศพมนุษย์เดินได้อยู่นั้น มันก็ได้พบกับมนุษย์คนหนึ่งที่เดินเข้ามา ทำให้แม่ทัพเวรัจฉานกระทิงต้องใช้อาวุธของตนเองอย่างค้อนั์เข้าจู่โจมตัวของมนุษย์คนนั้น แต่ทว่ามนุษย์คนนั้นก็หลบการโจมตีของแม่ทัพเวรัจฉานกระทิงได้ด้วยความเร็วที่เหนือการมองเห็น และเข้าไปใช้ท่าหักคอเอราวัณโจมตีใส่แม่ทัพเวรัจฉานกระทิงตัวนั้นจนมันหัวหลังะเิ สมองพุ่งกระจายออกมา พร้อมกับลูกตาที่หลุดออกจากเบ้า ก่อนที่ร่างของมันจะล้มลงไปกับพื้นและถูกเหล่าซากศพมนุษย์เดินได้เข้ามารุมกัดกินเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย
ซึ่งมนุษย์คนนั้นนั่นก็คือตัวของไมยราพนั้นเอง ไมยราพได้เดินไปข้างหน้าต่อ ซึ่งทางข้างหน้าที่ไมยราพได้เดินไปนั้นคือเป้าหมายสูงสุดที่ไมยราพ้ากำจัดมากที่สุดนั้นก็คือตัวแม่ทัพเวรัจฉานนก “กรีชา” นั้นเอง
ทางด้านของกรีชาที่ตอนนี้กำลังต่อสู้และฆ่าเหล่าซากศพมนุษย์เดินได้นั้นด้วยดาบ สถานการณ์ของมันก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยเพราะซากศพมนุษย์เดินได้เ่าั้ไม่มีทางตายเลยแม้แต่น้อย และพวกมันก็จะฟื้นฟูร่างกายตลอด ทำให้กรีชาต้องใช้ความเร็วเหนือการมองเห็นของตนเองใช้หอกแทงร่างพวกนั้นหรือของอะไรก็ตามที่ทำให้เหล่าซากศพนั้นไม่สามารถขยับไปไหนได้ ในระหว่างที่กรีชากำลังใช้หอกแทงร่างของซากศพตนหนึ่งอยู่นั้น ไมยราพก็ได้เข้ามาใช้ศอกโจมตีท้องด้านของกรีชาจนมันกระเด็นไปที่แคมป์เก็บเสบียงและกระอักเืออกมา
(กรีชา)
“แค่กๆ!! นี่แก…”
(ไมยราพ)
“ไงเ้านกน้อย จำฉันได้รึเปล่า คนที่แกฆ่าตอนอยู่ที่กรุงเทพในประเทศไทยน่ะ”
(กรีชา)
“หึ ข้าไม่จำมนุษย์ที่ข้าฆ่าไปหรอก”
(ไมยราพ)
“อย่างงั้นเหรอ? งั้นก็ไม่เป็ไรๆ ขอแค่ฉันฆ่าแกได้ เพื่อนๆของฉันก็จะได้ไปสู่สุขติสักที!!”
พูดจบไมยราพก็พุ่งเข้าไปโจมตีใส่ตัวของกรีชา แต่กรีชาก็รับการโจมตีนั้นไว้ได้ด้วยดาบของตนเอง ก่อนที่การปะทะกันของทั้งสองฝ่ายด้วยความเร็วเหนือการมองเห็นจะเริ่มขึ้น ไมยราพได้กระหน่ำต่อยและพยายามหลบการโจมตีด้วยดาบของกรีชา ในขณะที่กรีชาก็ทำเช่นเดียวกัน กรีชาได้ใช้ดาบฟันบนใส่ตัวของไมยราพแต่ไมยราพก็รับการโจมตีนั้นไว้ได้ด้วยแขนที่ใส่เกราะเหล็กและใช้แขนอีกคู่ชกไปที่ท้องของกรีชาจนมันถอยหลังและอ้วกแตกออกมา
(ไมยราพ)
“หึหึ เป็อะไรไปเล่าเ้านกน้อย ทำไมอ่อนแอจังล่ะ ไม่เหมือนกับตอนที่เจอกันครั้งแรกเลยนะ”
(กรีชา)
“หน่อยเ้ามนุษย์!!”
กรีชาบินพุ่งเข้าไปต่อสู้กับไมยราพอีกครั้ง ทำให้การปะทะกันรอบที่ 2 ของคู่นี้เริ่มขึ้น กรีชาโจมตีใส่ไมยราพไม่หยุดด้วยการฟันดาบแต่ไมยราพก็รับการโจมตีนั้นไว้ได้ทั้งหมด จนกระทั่งกรีชาได้ฟันดาบข้างใส่ตัวของไมยราพแต่ไมยราพก็ใช้มือที่ใส่ถุงมือเหล็กจับดาบนั้นไว้ได้ แต่นั้นก็เป็แผนของกรีชา กรีชาได้ปล่อยดาบของตนเองและใช้มีดที่ซ่อนอยู่หยิบออกมาและแทงตัวของไมยราพ แต่ไมยราพก็ใช้เท้าของตนเองเตะกรีชาจนกระเด็น ทำให้ตัวของมันถูกหอกเสียบจากแรงเตะนั้น
(กรีชา)
“อ๊ากกกก!!!!”
ไมยราพได้เดินเข้ามาและหัวเราะออกมาเบาๆ
(ไมยราพ)
“ฮ่าๆๆ เ้านกน้อย เป็อะไรไปแล้วเนี่ย ทำได้แค่นี้จริงๆเหรอเนี่ย ฮ่าๆๆ”
(กรีชา)
“ฮึ้ยย!! ฉัน ฉันจะฆ่าแก ไอ้มนุษย์!!!”
กรีชาได้แต่พยายามยื่นแขนและะโออกไปด้วยความโกรธแค้น
(ไมยราพ)
“ฮ่าๆ โกรธเข้าแล้วๆ แต่ว่าก่อนจะเอาเวลามาโกรธฉันเนี่ย เอาเวลามาหาทางเอาตัวเองออกจากหอกนั้นก่อนจะดีไหม???”
(กรีชา)
“ว่ายังไงนะ!? อ๊ะ!!”
เมื่อกรีชาหันไปดูรอบๆก็พบกับเหล่าซากศพมนุษย์เดินได้จำนวนมหาศาลที่ได้ฆ่าเหล่าเวรัจฉานทั้งหมดที่อยู่ในค่ายแห่งนี้แล้วพร้อมทั้งถืออวัยวะส่วนต่างๆเช่น หัว ลำไส้ หัวใจ สมอง ตับ มากินต่ออย่างเอร็ดอร่อย และเป้าหมายต่อไปของพวกมันก็คือตัวของกรีชานั้นเอง
(กรีชา)
“ม..ไม่นะ ขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากตายแบบนี้!! ขอร้อง ได้โปรดเถอะ ไม่ ม่ายยยยยย!!!!!”
เหล่าซากศพนั้นไร้ความเมตตาและความปราณี พวกมันได้เข้ากัดกินร่างของกรีชาและฉีกกระชากร่างของเขาที่ถูกหอกเสียบออกมาอย่างน่าสยดสยอง โดยที่ทุกอย่างนี้ไมยราพได้มองดูผลงานของตนเองด้วยความภาคภูมิใจอย่างถึงที่สุดและยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่โรคจิต ก่อนจะหัวเราะออกมา
(ไมยราพ)
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆๆๆๆ!!!!”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
1 ปีต่อมา เผ่าพันธุ์เวรัจฉานได้พ่ายแพ้และสูญสิ้นอารยธรรมลงไปทั้งหมดอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีใครรู้ว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ แต่รู้แค่ว่านี้คือความโชคดีของเหล่ามวลมนุษย์ชาติไม่ก็พระเ้าได้ทำการลงทัณฑ์เผ่าพันธุ์เวรัจฉานและช่วยเหลือเผ่าพันธุ์มนุษย์เอาไว้ ทางด้านของไมยราพนั้น ตอนนี้เขาได้กลายเป็มนุษย์ปีศาจและข้ารับใช้ของซาตานอย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนิญญาของเหล่าเวรัจฉานนั้นก็ต้องตกนรกชั่วนิรันดร์…
END.