อดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80

    บทที่ 71-72

    บทที่ 71 ใจตรงกัน

     

    อวี๋ฉางเซิ่งวิเคราะห์ให้เขาฟังว่า “การที่ผู้ชายให้เสื้อผ้าผู้หญิงนั้นค่อนข้างมีความหมายที่กำกวม ตอนนี้พี่กับเธอยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ถ้าเธอไม่ได้สนใจพี่ ไม่เพียงแต่เธอจะไม่ยอมรับ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับเธอจะกลายเป็นอึดอัดกันเสียเปล่าๆ ทีนี้จะสานต่ออะไรก็คงลำบาก”

    ไม่ได้เป็นอะไรกัน...หลิ่วไถเฉิงรู้สึกเจ็บที่หัวใจ

    เล่อเวยน่าจะสนใจเขาบ้างสิน่า

    หรืออาจจะไม่

    ในใจของเขาไม่มีคำใบ้ และไม่มีใครให้ถาม

    เฮ้อ...จิตใจผู้หญิง ช่างยากแท้ อย่าเดาเลย เดาไปก็คิดไม่ออกอยู่ดี

    “แต่การซื้อผ้าให้มันต่างกัน หาเหตุผลง่ายกว่า บอกว่าที่บ้านมีเยอะ หรือญาติให้มา ถ้าเธอไม่ใช้ จะปล่อยไว้อย่างนั้นก็ได้ อย่าไปบอกตรงๆ ว่าพี่ซื้อให้ แต่ขอให้เธอช่วยแก้ปัญหาสักหน่อย ถือว่าเป็นการช่วยกันอะไรทำนองนั้น”

    “ไม่เลว ไม่เลว” ยิ่งหลิ่วไถเฉิงฟัง ก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าเชื่อถือ!

    เขาแค่มีมุมมองการใช้เงินที่แตกต่างจากอวี๋ฉางเซิ่งและคนอื่นๆ แต่เขาไม่ใช่ชายหนุ่มที่ไม่รู้อะไรเลย

    ครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยมากนัก มักจะตัดเสื้อผ้าด้วยตัวเองมากกว่าหาซื้อมาใส่ หลิ่วไถเฉิงเข้าใจความคิดนั้นดี

    เขาเคยเห็นน้าสะใภ้กุ้ยตัดเย็บเสื้อผ้ามาก่อน ตอนเขาอยู่ที่บ้านหลังนั้น และรู้มาว่าฝีมือเย็บปักถักร้อยของจี่เฟิ่งค่อนข้างดี ความคิดของอวี๋ฉางเซิ่งนั้นไม่เลว เล่อเวยสามารถตัดชุดอะไรก็ได้ที่เธอชอบ ความคิดนี้ช่วยเขาได้เยอะเลยทีเดียว เพราะถ้าสิ่งที่ซื้อให้ไม่เหมาะสม คนรับคงไม่ชอบและอาจจะอายที่ต้องใส่มัน

    “อย่าซื้อผ้าที่แพงเกินไปด้วย ขอย้ำอีกครั้งว่าการใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมกับรายได้ จะสร้างปัญหาให้เธอ”

    “แล้วต้องไปซื้อที่ไหน”

    “ไปแถวจิ่วเฉิงใต้ มีแผงขายเสื้อกับพวกวัตถุดิบหลายอย่าง ราคามีตั้งแต่ไม่กี่หยวนจนถึงหลายสิบหยวน ให้ฉันไปซื้อให้พี่ไหม”

    หลิ่วไถเฉิงส่ายหน้า “ฉันอยากเป็นคนซื้อให้เธอเอง นายไปช่วยฉันเลือกก็แล้วกัน”

    “โอเค” อวี๋ฉางเซิ่งอธิบายงานกับผู้ช่วยอีกสองสามคำ ก่อนจะตามหลิ่วไถเฉิงขึ้นรถ และอดไม่ได้ที่จะล้อเขาว่า “ครั้งนี้จริงจังเหรอพี่”

    “พูดอะไรของนาย ที่บอกว่า ‘ครั้งนี้’ หมายความว่ายังไง” หลิ่วไถเฉิงพูดไม่ออก ถ้าใครมาได้ยิน คงคิดว่าเขามีมาหลายครั้งแล้ว

    ครั้งนี้เป็นรักครั้งแรกของเขา และเป็นครั้งแรกที่เขาตกหลุมรักใครสักคน แน่นอนว่าต้องจริงจังอยู่แล้ว

    “โอเค โอเค” อวี๋ฉางเซิ่งรู้ว่าหลิ่วไถเฉิงเป็นคนหน้าบาง เลยไม่กล้าหยอกเขามากเกินไป “ไปเถอะ ขับกลับบ้านก่อน ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน”

    เพราะถ้าหลิ่วไถเฉิงเข้าไปในจิ่วเฉิงใต้ด้วยรูปลักษณ์แบบนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะตกเป็นแกะอ้วนให้พ่อค้าแถวนั้นเชือดเอาได้ง่ายๆ เพราะที่นั่นเต็มไปด้วยคนขายเครื่องแต่งกายที่มีสายตาแหลมคมในการประเมินเสื้อผ้า!

    “ว่าไงว่าตามกัน!”

     

    ณ เวลาเดียวกัน เล่อเวยผู้ไม่รู้แผนการใดๆ ของหลิ่วไถเฉิง ก็กำลังคิดเรื่องเสื้อผ้าอยู่พอดี

    ไฟไหม้บ้านสกุลเล่อได้เผาทุกสิ่งทุกอย่างราบคาบ แม้เดิมทีจะไม่มีอะไรอยู่เลยก็ตาม

    ตอนที่พวกเขาออกจากหมู่บ้านมา ครอบครัวสามคนของเล่อเวยไม่มีอะไรติดตัวเลย นอกจากเสื้อผ้าที่ใส่ โชคยังดีที่ตอนวางแผนป้องกันภัยจากเฝิงเจียง เล่อเวยฝากสมุดทะเบียนบ้านกับบัตรประชาชนของเธอไว้ในช่องมิติของเล่อตง เพื่อขจัดความยุ่งยากในการทำใหม่

    ป้ากุ้ยจือกับน้าสะใภ้กุ้ยทนไม่ไหว จึงยัดเสื้อผ้าสองสามชุดมาให้พวกเขา แต่วิธีนี้แก้ปัญหาได้เพียงแค่ชั่วคราว อย่างแรกเพราะเสื้อผ้าพวกนั้นไม่พอดีตัว อย่างที่สอง พวกเขาต้องมาเย็บแก้ชุดหลายครั้ง หลังจากการเดินทางที่ยากลำบาก

    ยังไม่ต้องพูดถึงน้ำหนักตัวของเล่อตงที่ทำให้เขาใส่เสื้อผ้าขนาดธรรมดาไม่ได้ แต่ต้องขอบคุณความฉลาดของจี่เฟิ่ง เธอเปลี่ยนเสื้อสองตัวให้กลายเป็นเสื้อตัวเดียวสำหรับเขา แม้ว่าตอนใส่จะดูเหมือนคนเอาเศษผ้ามาเย็บติดกันจนกลายเป็นเสื้อก็ตาม

    เล่อเวยทนดูไม่ได้ เธอทนไม่ได้ ไม่ได้เลยจริงๆ

    ไม่กี่วันก่อน เธอหาเงินได้หกสิบกว่าหยวนจากการขายซาลาเปา แม้ต่งเซียงจะบอกว่าเธอยังไม่ต้องการมัน แต่เล่อเวยก็บังคับให้เธอรับไปสิบหยวน

    ส่วนที่เหลือห้าสิบกว่าหยวน เล่อเวยแบ่งให้เล่อตงไว้สิบหยวน บอกให้เขาเก็บไว้เผื่อใช้ในยามจำเป็นหรือเวลาที่ไม่มีเงิน

    จี่เฟิ่งกับอวี๋ซู่หลันรับเสื้อจากในเมืองมาเย็บตัวละสองเหมา รวมๆ แล้วได้มากกว่าสองหยวนในช่วงบ่าย เธอรู้สึกพอใจมากกับรายได้นี้ จึงปฏิเสธเงินที่เล่อเวยให้

    เมื่อคิดว่าจี่เฟิ่งไม่เหมือนกับเล่อตงเพราะเขามีเรื่องของตัวเองที่ต้องจัดการ ในขณะที่เธอทำนู่นทำนี่เองได้ เล่อเวยจึงไม่บังคับ แต่ก็ให้ไว้ยี่สิบหยวนแล้วบอกว่า “แม่เอายี่สิบหยวนนี้ไป เวลาเข้าเมืองกับพี่อวี๋ จะได้ซื้อผ้ากลับมาตัดชุดใหม่สักคนละสองชุดนะคะ”

      

    บทที่ 72 หาเงิน! หาเงิน! หาเงิน!

     

    จี่เฟิ่งตอบตกลงแล้วหันไปหาอวี๋ซู่หลัน

    หลังสามีขี้เมาถูกพาตัวออกไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าอวี๋ซู่หลันดูผ่อนคลายขึ้นมาก เดินออกมาพูดคุยหัวเราะกับจี่เฟิ่งได้ตลอด

    เล่อเวยกลับเข้ามาในห้อง และเริ่มอ่านหนังสือ

    เธอลองไล่เรียงสถานการณ์ของตัวเอง และมั่นใจว่าเธอไม่น่าจะมีปัญหากับภาษาจีน ไม่ต้องพูดถึงการท่องจำ ถ้าเธอสามารถจดจำได้แม้กระทั่งแบบตัวอักษรที่พิมพ์ออกมา แล้วใครจะเก่งไปกว่าเธออีก!

    ประวัติศาสตร์และการเมืองนั้นคล้ายกัน ตราบใดที่อาศัยความทรงจำ เล่อเวยยังจะต้องกลัวอะไร!

    ภาษาอังกฤษไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเธอ ในฐานะนักธุรกิจหญิงที่ทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้ากับต่างประเทศ การสื่อสารกับลูกค้าไม่สามารถพึ่งพาแต่ล่ามได้ สำหรับลูกค้าบางราย เมื่อเห็นว่าทางนี้ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ พวกเขาก็จะเริ่มวางกับดักทันที และทำให้งานยากขึ้น เป็นการยากที่จะรักษาล่ามและนักแปลดีๆ ไว้ด้วย เพราะพวกเขาอยากไปทำงานในต่างประเทศหรือบริษัทที่ใหญ่กว่า เล่อเวยเจ็บมามากกับเรื่องนี้ เธอจึงตัดสินใจจ้างครูชาวต่างชาติมาสอนพิเศษแบบตัวต่อตัว และเรียนอย่างหนัก หลังผ่านไปครึ่งปี เจ้าตัวไม่เพียงแต่อ่านเอกสารได้เท่านั้น แต่ยังไม่มีปัญหาในการร่างสัญญาเองอีกด้วย เธอสามารถพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันได้ แม้กระทั่งความเร็วในการพูดก็ได้รับการปรับอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นลูกค้าจะเป็นใครจึงไม่สำคัญ ตราบใดที่สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ เล่อเวยก็สามารถพูดคุยด้วยได้อย่างสบายๆ

    และเป็นเรื่องยากที่จะลืมสิ่งเหล่านี้หลังจากที่ได้เรียนรู้มันแล้ว เมื่อประกอบกับยาเพิ่มพลัง เล่อเวยรู้สึกเหมือนได้กลับมาเยือนถิ่นที่คุ้นเคยทันทีที่เปิดหนังสือเรียนภาษาอังกฤษซึ่งทำให้เธอรู้สึกเป็นอิสระและมีความสุข

    แม้ว่าคณิตศาสตร์จะเป็นวิชาที่ยาก แต่โชคดีที่วิชานี้ในระดับชั้นมัธยมต้นยังไม่ซับซ้อนนัก เล่อเวยเคยเป็นนักธุรกิจ มีความไวต่อตัวเลขมาก ดังนั้นเธอน่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการลุยทำโจทย์เลขให้มากขึ้น

    วิชาที่ยากที่สุดก็คือฟิสิกส์กับเคมี

    สองวิชานี้พึ่งการท่องจำเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำความเข้าใจด้วย แต่เล่อเวยจะทำความเข้าใจได้ยังไง

    ทันทีที่เธอเปิดหนังสือ ในส่วนของทฤษฎีที่อยู่ด้านหน้านั้นยังพอถูไถ อย่างน้อยก็จำๆ เอาได้ แต่เมื่อเธอเห็นสูตรที่อยู่ด้านหลัง เธอก็ได้แต่มองมันด้วยความมึนงง

    อะไรเนี่ย

    นี่มันคืออะไร

    ตอนอยู่แยกกันยังพอเข้าใจ แต่ทำไมพอเอาธาตุมารวมกันแล้ว เธอถึงไม่เข้าใจเลยสักอย่าง

    สำหรับฟิสิกส์ อย่างน้อยๆ เธอยังจำทฤษฎีและสูตรบางอย่างได้ แต่สำหรับเคมี เล่อเวยหลงทางแบบกู่ไม่กลับจริงๆ

    อะไรคือออกไซด์ที่ทำปฏิกิริยากับเบสแล้วกลายเป็นเกลือกับน้ำ ออกไซด์ของอโลหะส่วนใหญ่เป็นกรด ออกไซด์ที่เป็นกรดส่วนใหญ่เป็นออกไซด์ของอโลหะ...

    พระเจ้า! แค่อ่านประโยคนี้ก็เหนื่อยแล้ว!

    อย่าว่าแต่เข้าใจเลย

    เล่อเวยปิดหนังสือเรียนวิชาเคมีลงอย่างเงียบๆ แล้วเปิดหนังสือเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา

    ตอนที่จี่เฟิ่งกลับมา เล่อเวยก็อ่านหนังสือเรียนภาษาอังกฤษของระดับมัธยมต้นครบทั้งสามชั้นปีแล้ว ซึ่งบทเรียนนั้นง่ายกว่าที่เธอเคยเรียนแบบผิวเผินมาก และไวยากรณ์ก็ง่ายต่อการจดจำด้วย

    นอกจากนี้ เธอยังลองทำตัวอย่างข้อสอบของระดับชั้นมัธยมต้นปีที่หนึ่งดูแล้ว จากคะแนนเต็มร้อยยี่สิบคะแนน หากไม่รวมการเขียนเรียงความ ก็ถือว่าเธอได้คะแนนเต็ม

    สำหรับเรียงความนั้น คะแนนขึ้นอยู่กับครูผู้ตรวจ แต่เล่อเวยยังคงมีความมั่นใจมาก เธอฝึกฝนการเขียนภาษาอังกฤษมาอย่างดี ถ้าชาติก่อน เธอเคยร่างสัญญามูลค่าหลายสิบล้านได้ เรียงความภาษาอังกฤษไม่กี่ร้อยคำจะไปยากอะไร

    แต่อนิจจา ฟิสิกส์กับเคมี!

    เล่อเวยค่อนข้างเป็นกังวล เพราะเธอยังหาทางออกดีๆ ไม่ได้ในตอนนี้

    เธอเข้าเรียนในระดับมัธยมต้นไม่ได้อย่างแน่นอน โรงเรียนที่ไหนจะยอมให้นักเรียนเข้าเรียนเฉพาะวิชาฟิสิกส์กับเคมี

    ส่วนโรงเรียนกวดวิชาเองก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี มันแพงเกินไป เธอไม่มีเงิน!

    ส่วนเรื่องที่จะขอให้หลิ่วไถเฉิงสอนเธอ...เล่อเวยถอนหายใจ เธอกำลังเตรียมตัวสอบเข้าชั้นมัธยมปลาย ถึงทำข้อสอบได้ไม่ดี ก็แค่ต้องเปลี่ยนจากโรงเรียนชื่อดังประจำมณฑลไปเรียนที่โรงเรียนอื่น แต่หลิ่วไถเฉิงกำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย!

    ในยุคนี้ การรับสมัครยังมีจำกัด และมหาวิทยาลัยที่เปิดให้สอบ ล้วนเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีแทบทั้งนั้น!

    สอบผ่านคือผ่าน แต่ถ้าสอบตกจะไม่มีโอกาสให้แก้ตัวอีกเป็นครั้งที่สองหรือสาม ตกก็คือตกเท่านั้น!

    เธอไม่สามารถถ่วงเวลาหลิ่วไถเฉิง เพื่อการศึกษาของตัวเอง!

    เฮ้อ!

    เธอถอนหายใจอีกครั้ง

    ดูเหมือนว่าทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการหาโรงเรียนกวดวิชา แม้ว่าจะแพง แต่เธอก็ต้องหาทางเรียนให้ได้

    ถ้าไม่มีเงิน ก็หาเงินสิ!

    เธออาจจะไม่เข้าใจเรื่องฟิสิกส์และเคมี แต่ด้วยศักด์ศรีของประธานเล่อ เธอจะไม่เข้าใจวิธีหาเงินได้ยังไง!

     


     

    คล้ายกับเรื่องอดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604