หลังจากกลับจากเที่ยวทะเลเมื่อปีก่อน พริมาคุยติดต่อกับสาวิช อยู่เสมอสาวิชเรียนอยู่ที่จังหวัดสมุทราแต่วันเสาร์อาทิตย์บางทีเขาจะมาเที่ยวที่กรุงเทพฯพ่อเขาเป็คนสมุทราส่วนแม่เป็คนกรุงเทพฯ เขาชอบโม้กับพริมาว่าทั้งเขาและพริมานั้นเป็ลูกครึ่งเหมือนกัน
“ลูกแก้วเป็ลูกครึ่งไทยสวิสส่วนเราเป็ลูกครึ่งกรุงเทพฯสมุทรา” สาวิชมักจะรบเร้าเสมอให้พริมาไปเที่ยวสมุทรา
“ลูกแก้วมาสิมาเที่ยวแม่กลอง เดี๋ยวเราพาไปเดินตลาดน้ำอัมพวามานอนบ้านเราก็ได้ ชวนแม่มาด้วยนะเราคิดถึงพี่พิมพ์”
“ได้สิ ไว้ลูกแก้วจะชวนแม่นะอยากให้สองรู้จักปลาทูจัง”
“เราก็อยากให้ลูกแก้วรู้จักขมิ้นลูกแก้วจะได้มาเห็นตัวจริงนังหมิ้นไง รับรองว่าใแน่ๆ“ พริมาฟังเื่ของคนที่ชื่อขมิ้นเสมอสาวิชชอบพูดถึงทุกครั้งเวลาที่พวกเขาคุยกัน จนปีกว่าๆมานี้หล่อนรู้สึกเหมือนสนิททั้งกับสาวิชและเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วยเหมือนกัน
“ได้ๆถ้าลูกแก้วไปเที่ยวสองต้องพาพี่เค้ามาเจอนะ” พริมามารู้ทีหลังว่าสาวิชแก่กว่าหล่อนสองปีเขารุ่นราวคราวเดียวกับนพคุณ
“โอ้ย!ไม่ต้องเรียกเราว่าพี่หรอก แค่สองปีเอง” สาวิชบอกและพริมาก็ไม่ขัด พวกเขาเลยเรียกแทนตัวเองเหมือนคนรุ่นเดียวกันมาตลอด สุดสัปดาห์นี้พริมาจะไปเที่ยวอัมพวาหล่อนชวนภารดีที่เพิ่งจะหาเวลาว่างพาลูกสาวไปเที่ยวได้เสียทีคุณนพรักษ์นั้นว่างเสมอเพราะเขาเป็ข้าราชการจึงหยุดทุกเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ส่วนภารดีนั้นวันหยุดไม่แน่นอน บางทีวันธรรมดาถ้าหล่อนอยากหยุดหล่อนก็หยุดเสียอย่างนั้นพริมาชวนยามา ไปด้วยซึ่งดูหล่อนจะตื่นเต้นเป็พิเศษ และคเชนทร์จะตามไปด้วย
“นายรู้ได้ยังไง?” ยามาถามคเชนทร์ วันนี้เขาเดินลงมาจากชั้น 3 ชั้น ม.6ของเขา มาที่ห้องพริมาที่อยู่ชั้น 1 ซึ่งเป็ชั้นของเด็กม.4
“ก็พี่พิมพ์ชวน” เขาหันไปยักคิ้วให้ยามา เขาเดินลงมานัดแนะกับพริมา ว่าพรุ่งนี้เขาจะเอารถมอเตอร์ไซค์ไปจอดที่บ้านหล่อนและขึ้นรถที่นั่น
“เขาก็ชวนตามมารยาทนี่ก็ยังจะไปเนอะ”
“ก็เหมือนเธอไงมารยาทของเราสองคนก็คงจะเหมือนๆ กันน่ะแหละ” ตอนนี้เพื่อนๆในห้องเริ่มหันมามองแล้วเพราะเสียงของยามานั้นไม่ได้เบาเลย คเชนทร์ก็เช่นกันยามาดังมาเท่าไหร่ เขาก็ตอบไปดังเท่านั้น
“โอเคค่ะพี่ตุลย์ไปที่บ้านสักแปดโมงนะคะ ไปกินข้าวที่บ้านก่อนนะ” พริมารีบห้ามทัพหล่อนหันไปมองรอบห้องวันนี้ชัยยศยังไม่ได้มาห้องนี้ เขาคงไปส่งของที่ห้องอื่นอยู่...ค่อยโล่งใจหน่อย คเชนทร์ไปแล้ว...เขาผิวปากสบายใจ เดินออกไปทิ้งยามาให้มองตาม หล่อนยังไม่หายคันปาก
“รีบไล่มันไปทำไม กำลังสนุกเลย”ยามาหันมาว่าเพื่อน พริมาส่ายหัว
“นี่ๆ ถ้าพวกแกมีลูกน่ะฉันขอตัวหนึ่งได้ป่ะ พ่อกับแม่...พันธุ์แท้ทั้งคู่เลย” ศศิธรหันมาบอก
“ต้องออกใบเพ็ดด้วยถึงจะมีราคา”อนาทินเข้าร่วมผสมโรง
“พวกแกไม่ต้องมาขอลอกการบ้านฉันเลยนะ”ยามาหาเป้าหมายใหม่ กำลังคันปากอยากด่าพอดี พวกนั้นแค่ยิ้มขำ เพราะรู้ดีเพื่อนแค่ด่าไปอย่างนั้น...มันเป็สไตล์
วันเสาร์แปดโมงคเชนทร์มาตรงเวลาพอดียามามาก่อนแล้ว เพราะหล่อนนอนที่นี่ั้แ่เมื่อคืน.
“ตรงเวลาเชียวนะ” ยามาทักทาย
“แน่นอน...หล่อด้วยนะ” คเชนทร์ตอบพร้อมยักคิ้วแบบที่เขาชอบทำเป็ประจำ
“เกลียดจริง คิ้วนั่น”
“คิดถึงจังเลยมาอุ้มทีสิ”
“อุ้มบ้าอุ้มบออะไรของนาย”ยามาแหวใส่...หมอนี่นับวันยิ่งลามปาม
“ใครเขาจะอุ้มเธอ!ฉันหมายถึงไอ้นพคุณต่างหาก” เขาชี้ไปที่ไก่แจ้ของพริมาที่ตอนนี้ยามาอุ้มอยู่
“ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเนี้ย?ถ้าเป็ลูกแก้วก็ว่าไปอย่างน่ารักน่าอุ้มหน่อย...อย่างเธอ” คเชนทร์มองยามาั้แ่หัวจรดเท้าแล้วส่ายหน้า
“ไม่ไหวๆ ไม่ใช่ตัวเล็กๆ นะเรียกว่าลากแทนอุ้มเหอะถึงจะถูก” ยามาโยนไก่แจ้ของพริมาใส่คนปากเสียมันใบินไปเหยียบหัวเขาแล้วบินเลยไป
“เฮ้ย! เล่นอะไรของเธอเนี้ย”คเชนทร์บ่น แต่สาวน้อยหัวเสียเดินหนีเข้าบ้านไปแล้ว ก่อนออกจากบ้านพวกเขากินข้าวกันก่อนตลอดเวลาคเชนทร์นั่งเล่นโทรศัพท์ไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไป
“อะไรกัน...ตุลย์สุดหล่อมีแฟนเหรอเนี้ย?” ภารดีเป็ทักขึ้น เรียกความสนใจให้คนรอบข้างหันมามองนพคุณได้ยินเพื่อนในห้องพูดกันว่าตอนนี้มีสาวน้อยรุ่นน้อง ม.4 มาแอบหลงรักไอ้ตุลย์หน้าหมาอยู่ เด็กคนนั้นหน้าตาน่ารักท่าทางเรียบร้อยหล่อนไม่ได้สวยมากชนิดที่ต้องเหลียวหลังแบบแพรวพณิต หรือน่ารักใสซื่อแบบพริมาแต่เด็กคนนั้นมีเสน่ห์ช่างพูดจาทำให้หน้าตาธรรมดากลายเป็สาวน้อยทรงเสน่ห์ได้อย่างน่าอัศจรรย์เขาไม่แน่ใจว่าเด็กคนนั้นชื่ออะไร แต่เคยเห็นหล่อนเอาของมาให้คเชนทร์ที่ห้องอยู่หลายหน
“ฟงแฟนที่ไหนกัน พี่พิมพ์ก็ว่าไปผมไม๊มี๊ไม่มี” คเชนทร์ทำเสียงได้น่าหมั่นไส้อย่างที่สุดยามาที่นั่งอยู่ตรงข้ามกำลังเก็บข้อมูล หมอนี่มีสาวๆ มาชอบมากมาย แต่ไม่เคยเห็นเขาคุยส่วนตัวกับใครแบบนี้เลย...น่าแปลก! นพคุณมองพริมา...ถ้าคเชนทร์มีแฟนแล้วพริมาล่ะหล่อนชอบไอ้ตุลย์หน้าหมาหรือเปล่า? แล้วหล่อนจะเสียใจหรือเปล่า? พริมากำลังตั้งใจฟังแม่ของหล่อนกับคเชนทร์คุยกันอยู่...เขาดูไม่ออกว่าสีหน้าแบบนั้นหล่อนรู้สึกอย่างไรแต่ดูหล่อนจะแปลกใจอยู่ไม่น้อย
“พี่พิมพ์นอนกับคุณลุงยัยปลาทูกับไอ้คุณ แล้วลูกแก้วก็นอนกับพี่ ลงตัวพอดีเป๊ะ!”คเชนทร์ว่าพลางกอดคอพริมา พวกพริมามาถึงโฮมสเตย์ที่ภารดีจองไว้ใกล้ๆกับตลาดก็เกือบเที่ยงพอดี พวกเขาออกจากบ้านมาตอนเก้าโมงแต่ก็แวะเที่ยวกันมาตลอดทาง
“ใจเย็นๆตุลย์ ให้พ่อกับแม่มาคุยให้เป็เื่เป็ราวก่อนนะ ทำแบบนี้ ลูกแก้วเสียหายแล้วไหนจะสาวน้อยที่ส่งไลน์กันดิ๊งดั๊งนั่นอีก ไม่ไหวๆ มันรุงรังเกินไป” ภารดีร่วมวงเล่นสนุกด้วย แต่มีคนที่ไม่สนุกเลยยืนหน้าหงิก...หงุดหงิด!
“เลิกพูดเล่นแล้วเอาของไปเก็บเถอะตุลย์” นพคุณพูดเสียงเย็น เขาเหลือบมองเห็นไอ้ตุลย์หน้าหมายังกอดคอสาวน้อยอยู่ทำไมหล่อนไม่เขยิบหนีออกมานะ? ให้มันยืนกอดคออยู่ได้!ภารดีนั่นก็แปลก...ปล่อยให้ผู้ชายถึงเนื้อถึงตัวลูกสาวตัวเองไม่ห้ามสักคำ
“ฉันไม่ได้พูดเล่นนะเว้ย” คเชนทร์เถียงทันควัน
“ไปๆ เอาของไปเก็บดีกว่าลูกแก้วยืนเป็ที่พักแขนอยู่ได้” กลายเป็ยามาที่เดินเข้ามาลากเพื่อนสาวของหล่อนให้ออกมานพคุณมองอยู่เขาอยากให้รางวัลเพื่อนพริมา...หล่อนมาได้จังหวะพอดีเขาเผลอส่งยิ้มสะใจให้คเชนทร์ แต่ก่อนที่จะปรับสีหน้าให้เป็ปกติ เขาเหลือบไปเห็นภารดีมองอยู่หล่อนเลิกคิ้วยืนมองเหมือนสังเกตพฤติกรรมของทุกคน...เป็เขาที่ร้อนตัวนพคุณรีบขนของตัวเองเข้าที่พักไปทิ้งคเชนทร์ที่ยังยืนบ่นอยู่ว่าอยากนอนกับพริมาภารดีขมวดคิ้วหล่อนเผลอทำปากยื่นเหมือนกับที่พริมาชอบทำไม่มีผิด
“คิดอะไรอยู่คุณพิมพ์?” คุณนพรักษ์เดินเข้ามาทัก เขายิ้มมองภรรยาด้วยความเอ็นดู
“ก็แค่...อืม...สงสัยอะไรนิดหน่อยค่ะ”คุณนพรักษ์เลิกคิ้วแทนคำถาม แต่ภรรยาสาวสวยของเขาเข้ามากอดแขนหล่อนอ้อนแบบนี้ทีไรใจเขาก็อ่อนยวบทุกที
“ไว้ให้พิมพ์แน่ใจก่อนนะแล้วพิมพ์จะเล่าให้ฟัง” แม่เลี้ยงคนสวยของนพคุณหัวเราะคิกคัก
“คุณใจร้ายมากนะยิ่งทำแบบนี้ผมยิ่งอยากรู้” คุณนพรักษ์ยกแขนขึ้นโอบภรรยา หล่อนตัวเล็กนิดเดียวจึงกลายเป็เหมือนไปซุกอยู่ใต้รักแร้เขาไม่มีผิด ภารดีเอามือโอบเอวเขาไว้
“เอาน่า...ลางสังหรณ์พิมพ์ไม่เคยพลาดน่าสนุกฮิฮิ” คุณนพรักษ์กอดภารดี นอกจากคุณอารีแล้วเขาไม่เคยคิดว่าจะรักใครได้อีกแต่ภารดีทำให้ความคิดเขาเปลี่ยน...เปลี่ยนอย่างที่เขาก็ไม่เคยคิดมาก่อน
พริมานัดแนะกับสาวิชว่าจะมาเจอกันเย็นนี้และสาวิชจะพาเพื่อน รักของเขามาด้วย
“นี่ปลาทูวันนี้จะได้เจอพี่ขมิ้นแล้วล่ะ”
“อ๋อ...คนที่ลูกแก้วบอกว่าเพื่อนของเขาทักผิดนึกว่าเป็ลูกแก้วน่ะเหรอ?” ยามาจำได้ พริมาไม่น่าจะเหมือนใครได้อีกก็ยังมีคนมาทักผิดหล่อนอยากเห็นแล้วสิว่าเด็กคนนั้นจะหน้าตาอย่างไร่เย็นภารดีจึงให้พริมานัดสาวิชมาเจอกันที่ร้านอาหารจะได้กินข้าวด้วยกัน ระหว่างนี้ทุกคนก็แยกย้ายกันไปเดินเล่นได้ตามอัธยาศัยพริมาไปเดินเล่นกับยามาโดยมีคเชนทร์ตามไปเป็ช่างภาพ่นี้เขาบ้ากล้องขนาดหนักมาเที่ยววันนี้เขาก็ขนอุปกรณ์มาซะเต็มกระเป๋ามากกว่าของใช้ส่วนตัวของเขาเสียอีก
“นี่เสื้อผ้าไม่ได้เอามาเปลี่ยนเลยใช่ไหม? ถ้าจะใส่ชุดเดิมจนถึงพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมาเดินใกล้เลยนะ รังเกียจ!” ยามาว่า หล่อนเห็นสัมภาระเขามีแต่อุปกรณ์กล้อง
“รังเกียจพี่ พี่เสียใจนะ” คเชนทร์ทำท่าจะเข้าไปกอด ยามารู้จักเขาดี หล่อนหลบทันเฉียดฉิว ผู้คนที่ตลาดมากมายเพราะเป็วันหยุดกว่าจะเดินรอบครบทุกซอยก็คงจะเกือบเย็นพอดี
“ไปลูกแก้วเดี๋ยวเราไปถ่ายรูปตรงโน้นกัน...น้องปลาทูไหม้จะไปด้วยก็ได้นะจ๊ะเดี๋ยวพี่ถ่ายให้รูปสองรูป” ยามาหมั่นไส้ในความมีน้ำใจของเขาอย่างยิ่ง
นพคุณไม่ได้ไปเดินเล่นที่ตลาดเขาไม่ชอบคนเยอะๆ และเขาก็ไม่ สนิทที่จะไปเดินกับยามาและคเชนทร์สองคนนั่นน่ารำคาญ...พวกเขา กัดกันตลอดเวลา แต่หลังๆ มานี่สิ่งที่เขาเคยกลัวก็เกิดขึ้น...ถ้าเขาอยู่ด้วยสองคนนั่นจะสงบศึกและหันมาเล่นงานเขาแทน พวกนั้นนิสัยเหมือนเด็ก เขาไม่ไปเล่นด้วยให้เสียเวลาเด็ดขาดปล่อยให้เด็กๆ ไปวิ่งเล่นเถอะผู้ใหญ่อย่างเขาอยู่ที่นี่ดีกว่า...ช่างเงียบสงบดีแท้
รอจนใกล้เวลานัดร้านอาหารอยู่ไม่ไกลจากที่พัก พวกเขาเห็นร้านั้แ่มาถึงแล้วเลยนัดกันว่าให้แต่ละคนไปเดินเล่นแล้วไปเจอกันที่ร้านอาหารในตอนเย็นนพคุณดูเวลาเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมง เขาสามารถไปเดินเล่นก่อนได้เขาปิดหนังสือที่อ่านมาตลอดบ่าย แล้วออกไปเดินเล่นดูผู้คนข้างนอกบรรยากาศตอนนี้เริ่มเย็นสบาย เพราะแดดเริ่มอ่อนลงมากแล้วตลอดทางที่เดินมีของขายเยอะแยะไปหมดแต่ผู้คนไม่น่าจะลดลงเพียงแต่ว่าเดินเล่นเวลานี้ให้ความรู้สึกสบายกว่าตอนกลางวัน ระหว่างทางที่เดินไปนั้นนพคุณเห็นเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเขา...คุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหน? จังหวะที่เหลียวไปมองนั่นเองเขาชนเข้ากับคนคนหนึ่งทำเอาทั้งคู่เซกันไปเล็กน้อยดีที่คนค่อนข้างเยอะจึงทำให้เดินได้ไม่เร็วมาก การชนจึงไม่ถึงกับทำให้ใครล้มลงไปได้
“อุ๊ย!” เสียงผู้หญิง...ตอนแรกนพคุณไม่รู้ว่าชนกับใครรู้แต่ว่าคนที่เขาชนนั้นตัวเล็กกว่า แต่ยังไม่เห็นว่าเป็ผู้ชายหรือผู้หญิง
“ขอโทษครับ เป็อะไรรึเปล่า?”เขากล่าวพร้อมกับคว้าตัวหญิงสาวไว้ได้ทัน ก่อนจะเซไปไกลกว่านี้นพคุณขอโทษเพราะรู้ตัวว่าผิด ก่อนชนนั้นเขามัวแต่หันไปมองเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่อีกฝั่งถนน
“ไม่เป็ไรต้องขอโทษด้วยเหมือนกันค่ะ”
“เอ๊ะ?” นพคุณเผลออุทานเมื่อเห็นหน้าของคนที่เขาชนได้ถนัดตาเป็ครั้งแรก
“ขมิ้น!” เสียงเรียกชื่อทำให้นพคุณรู้สึกตัวเขาหันไปมองคนต้นเสียง คนที่ทำให้เขาเหลียวมองจากฝั่งนี้จนถึงกับไปชนเข้ากับคนอื่น
“สอง!” ใช่สาวิชจริงๆนพคุณได้ยินเด็กสาวคนที่เขาชนเอ่ยชื่อเขา
“เอ๊ะ?” คราวนี้เป็เสียงสาวิชบ้างที่แปลกใจเขาจำนพคุณได้
“คุณ” สาวิชเรียกพร้อมฉีกยิ้มกว้างนพคุณยิ้มตอบพร้อมมองสลับไปมาระหว่างสองคน
“เหมือนใช่ไหม?” สาวิชเลิกคิ้วเชิงถาม
“คล้ายๆ แต่ถ้าเห็นแวบแรกก็เหมือนกันมาก”นพคุณตอบสาวิช แต่สายตาเขากลับจ้องไปยังผู้หญิงตรงหน้าอย่างสงสัย
“ตอนเห็นลูกแก้วครั้งแรกผมเกือบจะเข้าไปกอดเลย”สาวิชเล่าถึงความหลังครั้งที่เจอพริมาที่ชายหาดนพคุณขมวดคิ้ว...จะเข้าไปกอดได้ยังไง? แต่สาวิชไม่ได้ยิน เพราะนพคุณแค่นึกในใจเขายังคุยจ้อเื่ที่เจอพริมาไม่หยุด
“แกจะเข้าไปกอดผู้หญิงมั่วๆตามท้องถนนไม่ได้หรอกนะ ใครเห็นเข้า เค้าจะหาว่าแกบ้ากาม”
“หืม? หล่อๆแบบนี้นี่นะบ้ากาม มีแต่คนเค้าอยากให้กอด” สาวิชไม่พูดเปล่า เขาเข้าไปกอดเด็กสาวไว้แน่นเล่นเอานพคุณมองตาโต
“แกอย่ามาเล่นบ้ากลางถนนแบบนี้นะ”สาวิชหัวเราะ แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ได้ว่าเขาจริงจังนักนพคุณไม่แน่ใจว่าสองคนนี่มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
“นี่เพื่อนเราเองชื่อขมิ้นนะส่วนคนนี้นพคุณ”
“แล้วพี่พิมพ์ล่ะ?” อัมพวาสงสัยเพราะสาวิชไม่ได้บอกว่าจะมาเจอใครบ้าง หล่อนจึงรู้จักแค่ภารดีกับพริมา
“เอ้อ...” นพคุณเห็นเพื่อนภารดียืนเกาหัวไม่รู้จะลำดับญาติ แม่เลี้ยงของเขาอย่างไรดี จึงพูดตัดบทเพราะถ้าให้ยืนอธิบายกันตรงนี้คงยาว
“เราเดินไปที่ร้านพร้อมกันไหม? หรือพวกเธอจะแวะไปที่ไหนก่อนรึเปล่า?”อัมพวาหันมายิ้มให้เขา รอยยิ้มนี้เขาคุ้นเคย...นอกจากแวบแรกที่เห็นว่าเหมือนกันแล้วแต่รอยยิ้มนี่สิเหมือนคนคนเดียวกันมากกว่าถ้าจะดูอย่างตั้งใจแล้วอัมพวากับพริมาค่อนข้างคล้ายกันแต่ก็มีความแตกต่างที่ทำให้ยังแยกกันออกเพราะส่วนสูงของสาวน้อยทั้งสองคนไม่เท่ากัน อัมพวาดูตัวสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัดแต่หน้าตาผิวพรรณทั้งคู่จัดว่าละม้ายคล้ายกันเป็อย่างมากและที่เหมือนที่สุดคือดวงตา...ตาสีน้ำตาลอมเขียวนพคุณเคยสังเกตสีตาของพริมาดูบางครั้งก็เป็สีเทา คงแล้วแต่มุมมองของแสงแต่ถ้าดูชัดๆ สีตาของสาวน้อยเป็สีน้ำตาลออกเขียวๆ แปลกและสวยเพราะเด็กนั่นนั่นแหละที่มีตาสีแปลก...ทำให้บางทีเขาก็ชอบเผลอไปมอง
“แฮ่ม!” สาวิชกระแอมเบาๆเรียกใครบางคนออกจากภวังค์ นพคุณยิ้มแก้เขินเขาเสมองไปทางอื่น
“คิดถึงคนที่ไม่ได้อยู่แถวนี้รึเปล่า?” สาวิชแซว
“พวกเราไม่มีธุระที่ไหนหรอกเรากับสองนัดเจอกันแถวนี้แหละ ว่าจะเดินไปพร้อมกัน ก็มาเจอนายนี่แหละ” อัมพวาหันไปบอก หล่อนไม่เข้าใจที่สาวิชพูดปกติอัมพวาจะไม่ชอบคุยกับผู้ชาย นอกจากสาวิชแล้วอัมพวา มีเพื่อนไม่มากนักยิ่งเพื่อนผู้ชายหล่อนไม่ชอบคุยด้วยสักเท่าไหร่ เพราะพวกผู้ชายชอบผู้หญิงสวยถ้าไม่สวยก็มักจะโดนนินทาหรือโดนแกล้ง หล่อนโดนมาหมดทุกอย่างแต่พักนี้พวกนี้มาแปลก ทั้งพวกที่เคยว่าหล่อนหรือพวกที่เคยแกล้งหล่อน หลังๆมานี่พวกนี้ทำดีกับหล่อน
“ดีจากหลังตีนเป็หน้ามือเลย”สาวิชเคยบอก และหล่อนก็เห็นตามนั้นอัมพวาจึงไม่ชอบคุยกับพวกเด็กผู้ชาย หล่อนคิดว่าพวกนี้ไม่จริงใจ
“ไม่ใช่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ตอแหลผู้ชายบทจะตอแหล ก็ตอแหลได้เก่งกว่าผู้หญิงซะอีก ” สาวิชคนเดิมเป็คนบอก
“เพราะแกสวยไง๊!ลองสกปรกเกรอะกรังแบบตอนเด็กๆ สิ ใครมันจะมาเหลียวยกเว้นฉันนะ! ฉันเป็เพื่อนกับแกั้แ่แกยังเป็ลูกเป็ด ฉันตาแหลมมองดูป๊าดเดียวก็รู้แล้วว่าแกน่ะสวย แกน่ะเป็ผ้าขี้ริ้วห่อทอง” สาวิชคนเดิมเป็คนบอกอัมพวาชักไม่แน่ใจ...ที่หล่อนอคติกับผู้ชาย เพราะที่พวกนั้นแกล้งหล่อน หรือเพราะที่สาวิชพูดกรอกหูอยู่ทุกวันแต่กับนพคุณหล่อนก็ยังแปลกใจที่ไม่ได้รู้สึกไม่ชอบหรือรังเกียจเขาแบบพวกผู้ชายทั่วไป
“งั้นเรารีบเดินไปที่ร้านกันเถอะ พี่พิมพ์ไลน์มาบอกว่าทุกคนไปถึงกันหมดแล้ว เหลือเราสามคน” สาวิชก้มอ่านไลน์แล้วหันมาบอกพวกเขาจึงรีบเดิน ตลอดทางจึงไม่ได้คุยอะไรกันมากนักร้านอาหารตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เป็เรือนไม้คล้ายๆ กับบ้านส่วนใหญ่ที่อยู่แถวๆ นี้ นพคุณคาดว่าเดิมทีคงเป็บ้านที่อยู่อาศัยธรรมดาแต่เ้าของดัดแปลงตกแต่งจนเป็ร้านอาหารและมันดูเข้ากันดีกับบรรยากาศรอบข้างบ้านหลังนี้เป็บ้านหลังใหญ่และมีพื้นที่รอบๆจึงไม่ได้ดูแออัดเหมือนตึกแถวในโซนตลาดลูกค้าจึงได้ทั้งบรรยากาศใต้ร่มไม้และริมแม่น้ำไปพร้อมกัน
“ร้านนี้แพงเหมือนกันนะเนี้ยเคยแต่ผ่านไม่เคยคิดแวะอยากกิน” สาวิช หันไปกระซิบกับเพื่อนตอนนี้คนในร้านที่กำลังรออยู่ เห็นพวกเขาแล้ว พริมาลุกขึ้นวิ่งออกมาอย่างตื่นเต้นนพคุณขมวดคิ้ว เด็กนั่นจะวิ่งทำไมขาก็สั้นออกแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้เื่ล้มหน้าคะมำอีกจนได้ และเป็ดังคาดจริงๆสาวน้อยกำลังจะล้ม แต่สาวิชเห็นแล้วและเขาอยู่หน้าสุด เด็กหนุ่มจึงคว้าตัวพริมาไว้ได้พอดีนพคุณเห็นคเชนทร์กับยามาลุกขึ้นยืนแต่เมื่อเห็นว่าไม่เป็ไรพวกนั้นจึงนั่งลงตามเดิม
“เห็นไหมขมิ้นสาวๆ มีแต่จะวิ่งเข้ามากอดฉัน” สาวิชหันไปยักคิ้วให้อัมพวา
“แล้วเราน่ะจะวิ่งทำไม? ถ้าล้มหน้าฟาดไปก็หมดสวยกันพอดี” นพคุณพยักหน้าสาวิชพูดได้ตรงใจพอดี
“ลูกแก้วดีใจนี่นาลูกแก้วคิดถึงสองจะแย่” พริมาเงยหน้ามองสาวิชสาวน้อยยิ้มสดใส คนอื่นที่ยืนอยู่อีกสองคนมองอยู่ คนหนึ่งประหลาดใจ...สาวน้อยคนนี้หน้าตาละม้ายคล้ายหล่อนไม่มีผิดส่วนอีกคนหงุดหงิดใจ...หล่อนรู้จักคำว่าคิดถึงมากน้อยแค่ไหนแล้วคิดถึงนี่คิดถึงยังไง? พริมาเหลือบไปเห็นอัมพวาหล่อนมีสีหน้าแปลกใจไม่ต่างกัน ผู้หญิงคนนี้...
“อุ๊ย!” แทนความประหลาดใจพริมาเผลออุทานออกมาเรียกเสียงหัวเราะให้สาวิช เขาตั้งท่ารออยู่แล้วว่าถ้าสองคนนี้เจอกันจะทำหน้ายังไง
“อุ๊ย!” คราวนี้พริมาอุทานอีกเป็ครั้งที่สองหล่อนหันไปเห็นนพคุณที่ตอนนี้ยืนหน้าคว่ำ...คุณชายใหญ่ทรงพิโรธอีกแล้วคราวนี้เื่อะไรหนอ? สาวิชอีกเช่นเคย เขารอดูอยู่อืม...เล่นใหญ่อีกสักหน่อยคงจะดี
“ใช่ลูกแก้วคนเดียวซะที่ไหนล่ะที่คิดถึงสองก็คิดถึงเหมือนกัน ไหนๆ มากอดดีๆ สิ ไม่ใช่วิ่งมาชนแบบนี้” สาวิชอ้าแขนกว้าง พริมาไม่รีรอหล่อนเข้าไปกอดชายหนุ่มแน่นอัมพวายืมมองหล่อนไม่แปลกใจเพราะสาวิชเล่าเื่ พริมาให้ฟังอยู่บ่อยๆ หล่อนรู้จักพริมามาตลอดเพียงแต่ว่าไม่เคยเจอกันสักทีวันนี้ได้เจอกันแล้วหล่อนรู้สึกดีใจอย่างประหลาดอาจเป็เพราะได้ฟังเื่ของพริมาเสมอจนทำให้รู้สึกเหมือนสนิทและรู้จักกันมานานอัมพวาเหลือบไปมองนพคุณเขาคงดีใจเหมือนกัน เพราะพวกเขาก็รู้จักกันมาก่อน...แต่ไม่ใช่แบบที่คิดอัมพวาขมวดคิ้ว หล่อนเป็พวกความรู้สึกไว นพคุณคนที่ยิ้มสุภาพที่หล่อนเจอเมื่อกี้ ตอนนี้ยืนหน้าคว่ำถ้าคิ้วเขาผูกปมได้ มันคงผูกปมได้หนึ่งปมและแถมโบว์อีกหนึ่งอันทีเดียวสาวิชหันมาทางอัมพวา เขาเอาข้อศอกกระทุ้งเพื่อน...แกคิดเหมือนฉันใช่ไหมล่ะ?
“ซึนเดเระ” สาวิชหันมาพูดกับอัมพวาเด็กสาวพยักหน้าตอบ หล่อนไม่เคยเจอผู้ชายแบบนี้กับตัวเคยเจอแต่ผู้ชายตอแหล เจอซึนเดเระก็น่ารักดีเหมือนกัน
“ต้องแกล้งสิ จะได้หายซึน”สาวิชกระซิบกระซาบกับเพื่อนพริมากับนพคุณไม่เข้าใจพวกนี้ใช้รหัสลับอะไรกัน
“เราเข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ”นพคุณตัดบท (เดี๋ยวจะมายืนกอดกันจนเช้าไม่ได้กินข้าวกันพอดี)
“เดี๋ยวก่อนสองลูกแก้วคิดอะไรออกแล้ว” พริมาดึงชายเสื้อสาวิชพร้อมกระซิบอะไรบางอย่าง
“ตกลงให้เราเข้าไปก่อนพร้อมหมิ้นเหรอ?”
“อืม เล่นให้เนียนล่ะแม่ต้องแปลกใจมากๆ เลย” สาวิชและอัมพวาเดินเข้าไปในร้านนพคุณกำลังจะเดินตามเข้าไป แต่พริมาดึงมือเขาไว้
“ยืนดูตรงนี้ดีกว่าค่ะลูกแก้วอยากรู้แม่จะทำหน้ายังไง?” หล่อนดึงนพคุณให้หลบออกมายืนห่างๆแต่มองเห็นหน้าทุกคนชัดเจน
“แอบดูตรงนี้เห็นชัดเลย” พริมาพูดสายตาก็มองไปที่โต๊ะ
“ใช่...เห็นชัดเลย” นพคุณไม่ได้มองไปที่โต๊ะแต่เขาเผลอมองตา สีน้ำตาลอมเขียวนั่นอีกแล้ว ตากลมๆ โตๆเหมือนลูกแก้วสมชื่อหล่อนเลย แต่ชื่อของหล่อนก็แปลได้หลายความหมายเหมือนแก้วตาดวงใจ...สำหรับเขาหล่อนเป็แบบไหนนะ? พริมาไม่รู้ตัว...หล่อนไม่เคยระวังตัวหล่อนใกล้ชิดผู้ชายทุกคนได้อย่างสนิทใจผู้ชายที่อยู่ใกล้หล่อนต้องรักและเอ็นดูหล่อนไปหมด ทั้งพ่อเขา คเชนทร์สาวิช...และตัวเขาก็ด้วยไหมนะ? ขณะที่นพคุณกำลังจะหงุดหงิดสาวน้อยก็หัวเราะและหันมาบอกเขา
“ไปกันเถอะค่ะทุกคนทำหน้าตลกจัง” พริมาจูงมือนพคุณเดินไปที่โต๊ะ เด็กหนุ่มมองมือตัวเองที่เด็กหญิงจับอยู่...เขาสะบัดมือออกแล้วเดินนำหน้าหล่อนไปอย่างไว เขาไม่อยากเป็เหมือนผู้ชายคนอื่นๆเขาจะไม่หลงกลเด็กนี่เป็อันขาด พริมาได้แต่ยืนงงมองตามแผ่นหลังของเขาไป นี่หล่อนทำผิดอีกแล้วหรือ? พริมาเดินมาที่โต๊ะทุกคนยังทำหน้าประหลาดใจไม่หาย ยิ่งเห็นหล่อนนั่งลงข้างๆอัมพวาทุกคนในโต๊ะยิ่งเงียบเหมือนพูดอะไรไม่ถูก
“เมื่อกี้แม่เกือบทักผิดอยู่เหมือนกันนะแหม! แต่ใครจะจำลูกตัวเองไม่ได้กันล่ะ” ภารดีหันมาเล่า
“ลุงสิ ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อดูเผินๆ เหมือนกันมากเลย” คุณนพรักษ์ยังแปลกใจไม่หาย
“ปลาทูไม่พลาดหรอกเพื่อนทั้งคนจำได้”
“อย่าๆฉันเห็นเธอพึมพำว่าลูกแก้วไปเปลี่ยนชุดตอนไหนอยู่เลยเมื่อกี้นี้” ยามาหมั่นไส้ถองคเชนทร์ไปทีหนึ่ง เขารู้อยู่แล้วเลยหลบทันสาวิชแนะนำอัมพวาให้ทุกคนรู้จัก
“ชื่ออัมพวานี่ใครตั้งให้เหรอ?” คุณนพรักษ์สงสัย เด็กสาวลูกครึ่งแต่ชื่อไทยแถมเป็ชื่ออำเภอที่พวกเขากำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ในตอนนี้
“แม่ค่ะ...อืมตอนตั้งชื่อให้ก็คงไม่คิดว่าจะได้กลับมาอยู่ที่นี่มั้งคะ คงจะใช้แทนความคิดถึง” เด็กสาวตอบไปเรื่อยแต่สายตาเหมือนคิดถึงใครบางคน
“ตอนแรกคงจะอยากตั้งชื่อให้ว่าแม่กลองแหละแต่มันไม่ใหญ่เท่าอำเภอเลยเลือกใช้ชื่ออำเภอแทน” สาวิชเสริม
“งั้นหนูก็เป็ลูกครึ่งเหรอจ๊ะ?” ภารดีถามบ้างลูกครึ่งอะไรหนอหน้าตาเด็กสาวถึงมาละม้ายคล้ายลูกสาวหล่อนได้
“น่าจะใช่มั้งคะหมิ้นก็จำหน้าพ่อไม่ได้แล้วเหมือนกัน ตอนพ่อออกจากบ้านไปิ่ก็ยังเด็ก” เด็กสาวทำท่านึก นพคุณอึดอัดพวกนี้จะซักอัมพวาไปทำไมเขาฟังคำตอบแรกของหล่อนก็พอจะเดาได้แล้วว่าอัมพวาน่าจะมีปัญหาทางบ้านอะไรสักอย่าง...คนพวกนี้ไม่มีเซ้นส์เอาซะเลย
“ที่บ้านพี่ขมิ้นทำสวนขมิ้นเหรอคะ? ลูกแก้วอยากไปเที่ยวจัง นอกจากขมิ้นแล้วมีผลไม้อื่นๆ อีกไม๊?” พริมาชวนคุยบ้าง
“มีสิยายพี่ปลูกมะพร้าวแล้วก็ชมพู่ ลำไย มีทุกอย่าง อย่างละนิดอย่างละหน่อย” อัมพวาหันไปตอบคนที่นั่งข้างหล่อน
“ว้าว ลูกแก้วอยากไป” พริมาดูตื่นเต้น หล่อนยังไม่เคยเห็นบ้านสวนจริงๆที่มีสวนผลไม้อยู่ในบริเวณบ้านเลยสักครั้ง
“อย่างละนิดอย่างละหน่อยอะไรกันล่ะ!ยายขวัญน่ะผู้ค้ารายใหญ่ของจังหวัดเลยนะ สวนแกมีร้อยเอเคอร์ได้ล่ะมั้ง” อัมพวาส่ายหัวสาวิชพูดมากไปเสมอ
“อย่าไปสนใจเลยค่ะไอ้วิชมันชอบเล่นใหญ่ จะเล่าอะไรก็ใหญ่ไว้ก่อนเสมอ...ถ้าลูกแก้วว่างก็ไปเที่ยวได้นะ ยายน่าจะแปลกใจ” อัมพวาคิดถึงยายของหล่อนถ้ายายหล่อนเห็นพริมาคงแปลกใจน่าดู พวกเขากินข้าวกันนั่งคุยกันไปจนเกือบสามทุ่มภารดีถ่ายรูปลูกสาวกับอัมพวาไว้หลายรูป รวมถึงตัวหล่อนและเด็กสาวด้วย
“นี่ถ้าใครมาบอกว่าคุณไปมีลูกสาวแอบไว้ที่บ้านสวนอีกคนผมคงจะเชื่อนะเนี้ย”
“นั่นสิคะ!ฉันเองก็เชื่อเหมือนกัน”
“ฮ่าๆ คุณจะเชื่อด้วยนี่นะ”คุณนพรักษ์ขำกับมุขของภารดี หล่อนจะเชื่อข่าวลือด้วยอีกคนได้อย่างไรแต่ถ้าไม่เห็นกับตาเขาคงคิดว่าอัมพวาเป็ญาติหรือไม่ก็พี่น้องของพริมาแน่ๆเพราะดูบางมุมพวกหล่อนคล้ายกันมากหยั่งกะฝาแฝด!