นายหญิงรองพลันตื่นจากความฝันของตนเอง
ภาพหันข้างนั้นค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับในหน้าของเยี่ยนเจาเจา
คนในฝันผู้นั้นสีหน้าก็ไม่ยินดียินร้ายทับซ้อนกับเยี่ยนเจาเจาเบื้องหน้านางเช่นนี้
แม้นางไม่ได้ขยับหรือเอื้อนเอ่ยสิ่งใด กลับทำให้อวัยวะภายในของนางสั่นเทิ้มพร้อมกันจนนางไม่กล้าสบตาตรงๆ
ทั้งที่ตอนนี้นางยังเด็ก แต่ก็พอบอกได้แล้วว่านางจะน่าหวั่นเกรงเพียงใดเมื่อเติบโตขึ้น
น้ำตาของนายหญิงรองหยุดไหลโดยไม่รู้ตัว
ประกายไฟลุกขึ้นมาในใจอย่างไม่เคยมีมาก่อนฉับพลันก็โหมกระพือกลายเป็นไฟลามทุ่ง
เจินเจินและอ้ายอ้ายยังคงหารือกันเสียงเบาว่า ปิ่นเงินจากหอหยินหลินเหล่านี้ของนายหญิงรองมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับนายหญิงใหญ่ นายหญิงรองก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า
“มีสิ่งใดผิดปกติกับปิ่นพวกนี้หรือ?”
นางเอ่ยถามขึ้น
เยี่ยนเจาเจาคือบุคคลที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งนางสัมผัสได้อย่างรวดเร็วว่าร่างกายของนายหญิงรองมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป
ดวงตาที่นางใช้มองตนเมื่อครู่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นปีติยินดี ราวกับตนคือความหวังสุดท้ายที่นางต้องจับไว้ให้มั่น
หรือนางจะรู้อะไรล่วงหน้าในความฝัน?
แววตาเยี่ยนเจาเจาฉายแววครุ่นคิดเล็กน้อยแต่ยังคงนิ่งเงียบ เพียงเอ่ยว่า “ข้าสงสัยว่านายหญิงรองมีบุตรไม่ได้อาจเกี่ยวข้องกับของพวกนี้”
ใบหน้านายหญิงรองปรากฏความตกตะลึงทันทีจิตใต้สำนึกอยากปฏิเสธเยี่ยนเจาเจา
แต่นางยังนิ่งสงบ ราวกับรู้ว่าการอ้าปากเถียงยั่วโทสะเยี่ยนเจาเจาไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนักนางจึงเอ่ยอย่างว่าง่าย “ปิ่นพวกนี้ เมื่อก่อนพี่สะใภ้มอบให้ข้า นางรู้ว่าบ้านรองของเราไม่มีเงินนางจึงสั่งให้หอหยินหลินที่เป็นร้านสินเดิมของนาง ผลิตเครื่องประดับที่ดูดีและทันสมัยจำนวนหนึ่งทุกๆฤดูกาลขึ้นมาและมอบให้ข้า”
หลังจากเพลิงแผดเผานายหญิงรองถึงได้สงบลงและเอ่ยทุกอย่างที่ไม่เคยพูดตรงๆ ต่อหน้าบุตรสาวมาก่อน
นางทำกระทั่งคลายชุดตัวในของตน แล้วปลดหยกพกแคล้วคลาดเหรียญเงินชิ้นหนึ่งออกจากลำคอ
สิ่งนี้ทำให้ความสงสัยบนใบหน้าของเยี่ยนเจาเจาเพิ่มขึ้น
ใช้เงินทำพวกปิ่นปักผมและเครื่องประดับอื่นๆ เป็นเรื่องปกติแต่หยกพกแคล้วคลาดติดตัวเหตุใดยังใช้เงินอีก?
พึงรู้ไว้ว่าราชวงศ์ต้าซีสมัยนี้ไม่ค่อยใช้เงินทำข้าวของกันแล้วโดยเฉพาะหยกพกแคล้วคลาดยิ่งนิยมทำจากหยกกับพลอยเนื้ออ่อน
“ให้ข้าดูได้หรือไม่?”
เยี่ยนเจาเจาเอ่ย
ใบหน้านายหญิงปรากฏความตกใจอย่างเห็นได้ชัดรีบยื่นหยกพกแคล้วคลาดใส่มือเยี่ยนเจาเจาทันที
การกระทำของนางเป็นไปด้วยความระมัดระวัง แตกต่างจากท่าทีที่มีต่อเยี่ยนเจาเจาก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง
เยี่ยนเจาเจาใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อมัน หลังจับก็ยังไม่รู้สึกผิดปกติตรงไหนแต่พอโบกไปมา สัมผัสที่มือเหมือนจะแปลกๆ เล็กน้อย จึงเอ่ยตามตรงว่าจะเอาหยกพกแคล้วคลาดชิ้นนี้ไปขอความร่วมมือจากนายหญิงรองด้วย
นางไม่คิดว่ามีสิ่งใดไม่เหมาะสมกล่าวว่าได้ไม่ขาดปาก จนเจินเจินกับอ้ายอ้ายยังประหลาดใจ
เยี่ยนเจาเจารู้ว่าตนเองไม่ถนัดเรื่องพวกนี้ขอความช่วยเหลือพี่ชายรองคงดีกว่าจึงหยิบปิ่นเงินในกล่องเครื่องประดับไปอีกสองชิ้น ห่อรวมกับผ้าเช็ดหน้าบนมือ
ขณะเดียวกัน สาวใช้ข้างนอกก็เข้ามาส่งยาพอดีเยี่ยนเจาเจาจึงสังเกตเห็นว่าภาชนะบรรจุยาเป็นชุดถ้วยชาเงินด้วย
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ตระกูลใหญ่บางตระกูลกลัวจะมีคนวางยาในชากับอาหารเครื่องใช้บนโต๊ะทานข้าวจึงทำด้วยเงินทั้งหมด
แต่ยามนี้มีหอหยินหลินของนายหญิงใหญ่อยู่เยี่ยนเจาเจาจึงต้องเอาใจใส่เรื่องนี้มากขึ้น
เจินเจินกับอ้ายอ้ายกำลังจะประคองนายหญิงรองทานยาเยี่ยนเจาเจากลับห้ามไว้
ทุกคนจับต้นชนปลายไม่ถูกกับการกระทำของนาง แต่ก็ยอมให้เยี่ยนเจาเจาขยับขึ้นมาสำรวจชามเงินนั้นอย่างเชื่อฟัง
นางสั่งให้สาวใช้ไปหยิบชามกระเบื้องเคลือบมาก่อนเทยาน้ำข้างในใส่ถ้วยกระเบื้องชั่วคราว และใช้นิ้วมือเคาะชามเงิน
อย่างที่คิด เยี่ยนเจาเจารู้สึกแปลกๆกับถ้วยเงินนี้เช่นกัน
“นายหญิงรอง ถ้วยเงินนี่?”
“ล้วนผลิตจากหอหยินหลินของพี่สะใภ้”
“ของเหล่านี้คนอื่นมีหรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่มี ของที่ให้ข้าสั่งทำเป็นพิเศษ คนอื่นไม่มีเช่นนี้หรอก”
นี่คือสิ่งที่นายหญิงรองเคยภาคภูมิใจที่สุดและปลาบปลื้มกับมันมาตลอดคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนและพี่สะใภ้ช่างลึกซึ้งและหาได้ยากยิ่งในโลก
นางรอให้ตนเองกลับไปแทบไม่ไหวแล้วแต่นางไม่อยากเปิดโปงหนานหมิงเหอต่อหน้าทุกคน จึงเก็บชามช้อนเงินกับของอย่างอื่นเรียกหงซิ่วที่เฝ้าหน้าประตู ก่อนรีบร้อนจากไป
นายหญิงรองมองแผ่นหลังของเยี่ยนเจาเจาแววตายังหลงเหลือความหวาดกลัว
เจินเจินกับอ้ายอ้ายก็รู้สึกถึงความผิดปกติของท่านแม่ตนเองแม้รู้อยู่แก่ใจว่านางลงมือโหดเหี้ยมกับน้องชายบุตรอนุภรรยาของตน แต่ก็เปลี่ยนความจริงที่นางเลี้ยงดูตนอย่างยากลำบากไม่ได้อยู่ดี
หัวใจคนเรามีความรู้สึกเจินเจินกับอ้ายอ้ายไม่อาจเมินเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงของท่านแม่ตนเองได้
“ท่านแม่ เป็นอะไรหรือเจ้าคะ?”
นายหญิงรองจับมือของเจินเจินกับอ้ายอ้ายเอ่ยอย่างร้อนอกร้อนใจ “ลูกข้า ในฝันข้าฝันว่า...”
ทว่าน่าเสียดาย นางยังไม่ทันเอ่ยคำเหล่านี้เสียงเยี่ยนเจาเจาพลันดังขึ้นมาจากข้างนอกอีกครั้งเหมือนว่าจะตะโกนเรียกเจินเจินกับอ้ายอ้ายออกไป
ผ่านไปครู่หนึ่งเจินเจินกับอ้ายอ้ายยังไม่กลับมาแต่เยี่ยนเจาเจากลับปรากฏตัวที่หน้าประตูห้องแทน
นางไม่กล่าวสิ่งใด เพียงยิ้มเล็กน้อยดวงตากวาดมองนายหญิงรอง รอยยิ้มมุมปากแฝงความหมายลึกซึ้ง
“นายหญิงรอง ท่านเป็นคนฉลาด บางคำพูดกล่าวได้แต่บางคำพูดไม่อาจกล่าว หากท่านมีสิ่งใดอยากเอ่ยกับเหล่าพี่หญิงก็พูดที่นี่เลยเถอะข้าอยากฟังด้วยเช่นกัน”
สีหน้านายหญิงรองที่เพิ่งสดใสซีดเซียวลงฉับพลันอีกรอบ
ความเฉียบขาดเสมือนจริงที่สัมผัสได้เพียงในฝันพุ่งออกมาจากร่างของเยี่ยนเจาเจาจิตใต้สำนึกของนายหญิงรองเอ่ยนำความรู้สึกนึกคิดของนาง
“คือ... คือ ที่ข้าอยากบอกคือ ข้าเคยเห็นเจ้า... ท่านในฝัน”
สัญชาตญาณมุ่งหาผลประโยชน์หลีกเลี่ยงอันตรายของคนเราแข็งแกร่งที่สุดเสมอนางละเลยร่างเด็กสาวดูอายุยังน้อยเบื้องหน้าไปโดยไม่รู้ตัว ราวกับเห็นผู้ยิ่งใหญ่ที่โตเต็มวัยในความฝันนั้นผ่านรูปลักษณ์ของเยี่ยนเจาเจา
ดังนั้นจึงได้เผลอเปลี่ยนคำเรียกขานเป็นท่าน
“เช่นนั้นท่านเห็นอะไรในฝันหรือ?”
เยี่ยนเจาเจาถือโอกาสเดินเข้ามา
ทั้งที่ใบหน้านางแต่งแต้มรอยยิ้มบางเบา ทว่ากลับทำให้นายหญิงรองตัวสั่นเป็นลูกนกอย่างควบคุมไม่ได้
ขณะนี้ความคิดมากมายแวบผ่านเข้ามาในหัวของนายหญิงรองแต่สุดท้ายนางยังตระหนักว่าเด็กสาวเบื้องหน้าไม่ใช่คนหลอกง่าย
บางทีอนาคตข้างหน้าของบุตรสาวตนอาจเกี่ยวพันแนบแน่นกับเด็กสาวคนนี้ไม่ว่าอย่างไรนางควรคำนึงถึงบุตรสาวไว้ก่อน
ส่งผลให้สมองที่ค่อนข้างทึบของนางหลักแหลมขึ้นมาอย่างหาได้ยากนางรีบพูดเนื้อหาที่เห็นในฝันทั้งหมดออกมา ไม่ปิดบังแม้เพียงนิด
เยี่ยนเจาเจาขมวดคิ้วก่อนพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว
คนที่นายหญิงรองบรรยายออกมา ดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากตัวนางที่อยู่จุดสูงสุดในชาติก่อนนักนางเชื่อว่าตนมีความสามารถพอที่จะกลับไปสู่จุดสูงสุดของอำนาจใหม่ได้อีกครั้งและเจินเจินกับอ้ายอ้ายในฐานะผู้เริ่มติดตามนางมาตั้งแต่ตอนนี้นางจะไม่มีทางเอาเปรียบพวกนางเด็ดขาด
กระเรียนร่อนเมฆา นั่นคือเครื่องแบบของขุนนางพลเรือน
สองปีให้หลัง เมื่อเรื่องราวเมืองเซียงเฉิงสิ้นสุดลงจะมีการเปิดการสอบเคอจวี่ของสตรีขึ้น ด้วยสติปัญญาของเจินเจินกับอ้ายอ้ายใช่ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ
นางจึงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย พยักหน้าเอ่ย “สิ่งที่เจ้าฝันถึงย่อมถูกต้องแล้ว”
ใบหน้าของนายหญิงรองปรากฏความยินดีอย่างไม่ปิดบังดังคาดแต่เยี่ยนเจาเจากลับเอนตัวเข้ามาใกล้กะทันหัน พลางยกนิ้วแตะริมฝีปากนางเบาๆ
“แต่เรื่องราวนี้ข้าหวังว่าจะได้ฟังจากท่านเพียงครั้งเดียว หากได้ยินจากที่อื่นอีกไม่ว่าสุดท้ายใครเป็นผู้กระทำ ข้าจะคิดบัญชีกับท่าน ท่านเข้าใจหรือไม่?”
คำพูดนี้ทำให้รอยยิ้มของนายหญิงรองชะงักค้าง
ไม่ว่าจะได้ยินได้เห็นจากที่ใดล้วนคิดบัญชีกับนางนี่หมายความว่านางต้องหุบปากให้สนิท ห้ามบอกใครทั้งนั้นมีเพียงวิธีนี้ถึงจะปิดคนอื่นอยู่
นางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเยี่ยนเจาเจาจากไปตอนไหนพอสตินางกลับมาอีกครั้ง อาภรณ์ทั้งร่างก็เปียกเหงื่อเย็นจนชุ่มโชกแล้ว
หลายสิบปีที่ผ่านมานายหญิงรองไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะโดนเด็กน้อยคนหนึ่งต้อนจนมุมขนาดนี้
แต่หลายสิบปีข้างหน้านายหญิงรองคงจะรู้สึกยินดีเพราะการเลือกของตนเอง
เรื่องราวในอนาคตเอาไว้กล่าวกันทีหลัง
เยี่ยนเจาเจารู้เรื่องการควบคุมจิตใจคนมาแต่ไหนแต่ไรและนางไม่เหมือนพวกคนชั่วช้าสามานย์ที่วางยานางจนเป็นใบ้ หรือฆ่าคนเพื่อปิดปากไม่ให้นางพูดออกมาบนโลกนี้มีวิธีนับร้อยที่สามารถใช้ปิดปากคน แต่วิธีของเยี่ยนเจาเจามันง่ายดาย ชำนาญและมีประสิทธิภาพที่สุด
นางนำเครื่องประดับเงินที่ได้รับจากนายหญิงใหญ่กลับมาเรือนเล็กของตนเองหนานหมิงเหอกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงระเบียงทางเดิน
ท่าทางยามอ่านหนังสือของเขาสงบอ่อนโยนอย่างยิ่งแสงแดดปลายเดือนเก้าค่อยๆ ส่องกระทบอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ แลดูอบอุ่นและเงียบสงบ
เยี่ยนเจาเจาทำลายความสงบนั้นไม่ลงจึงยืนเหม่อลอยอยู่ที่เดิม แต่หนานหมิงเหอกลับสังเกตเห็นการมีอยู่ของนางเสียก่อน เขาวางตำราลงแล้วเป็นฝ่ายเดินมาหานาง
เขาคุ้นเคยกับการอยู่เคียงข้างเยี่ยนเจาเจาแล้ว ก็เลยอุ้มนางไว้ในอ้อมแขนคอยเอาใจตั้งแต่ช่วงที่เห็นเยี่ยนเจาเจากลับมา
“วันนี้ได้อะไรมาหรือไม่?”
“ได้ พี่ชายท่านลองดู”
เยี่ยนเจาเจาล้วงพวกเครื่องประดับเงินและชามเงินที่นำกลับมาจากบ้านรองในอ้อมแขนของตนเองออกมาแล้วยัดใส่มือหนานหมิงเหอทั้งหมด
หนานหมิงเหอวางนางลงบนตั่งนุ่มที่ตนเพิ่งนั่งเมื่อสักครู่ก่อนนั่งอีกฝั่ง ตรวจดูของที่ห่ออยู่ในผ้าเช็ดหน้าทีละชิ้น
เขารู้เกี่ยวกับของพวกนี้มากกว่าเยี่ยนเจาเจามากเพียงมือใหญ่ที่เห็นกระดูกข้อต่อได้ชัดเจนทยอยสัมผัสเครื่องเงินเหล่านี้บางทีก็หยิบมาเคาะกัน นัยน์ตาเขาพลันกระจ่างขึ้นมา
จากนั้นเขาหยิบมีดเล่มเล็กแหลมคมออกมาตัดเครื่องเงินเหล่านี้ตามจุดสำคัญต่างๆในคราวเดียว แล้วผลักมาตรงหน้าเยี่ยนเจาเจา
เยี่ยนเจาเจาไม่เข้าใจการกระทำนี้จึงส่งสายตางุนงงให้หนานหมิงเหอ