ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ทันทีที่หมัดของหยางเทียนจะกระทบตัวของหยางกุ้ยพลันบังเกิดพลังลมปราณะเิออกจากร่างหยางกุ้ยเด่นชัดยิ่งว่าเป็ลมปราณขั้นที่สามแห่งปราณแรกกำเนิดพร้อมทั้งปล่อยหมัดเข้าปะทะกับหยางเทียน ด้วยความเร็วชั่วพริบตานี้เองยิ่งเน้นย้ำถึงความต่างของระดับพลังปราณของหยางกุ้ยกับหยางเทียนใด้อย่างเด่นชัด
หยางเทียนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากหมัดที่มีท่าร่างอันแปลกประหลาดอย่างมากจากหยางกุ้ยในเสี้ยววินาทีหยางเทียนตัดสินใจบิดหมัดของตนออกทางขวาเผื่อเลี่ยงการปะทะกับหมัดของหยางกุ้ยโดยตรง แต่มีหรือที่ผู้ฝึกตนที่อยู่เพียงระดับลมปราณชั้นแรกกำเนิดจะเร็วเกินกว่าผู้ฝึกตนปราณแรกกำเนิดขั้นสามได้เสี้ยววินาทีเดียวกันหยางกุ้ยหมุนหมัดตนเพื่อตามไปปะทะกับหมัดกับหยางเทียนอย่างถนัด
กร๊อบ ! เสียงกระดูกแตกหักดังรอดออกมาหลังจากการปะทะกันเสร็จสิ้นหยางกุ้ยยืนตระหง่านอยู่ดังเดิมแม้เพียงครึ่งก้าวยังไม่ขยับแตกต่างจากหยางเทียนที่ตอนนี้กระเด็นกลับไปทางที่ตนพุ่งเข้าจู่โจมพร้อมเสียงร้องอันน่าเวทนาสายหนึ่ง
" หืม. . . . หยางกุ้ยหรี่ตามองไปยังทิศทางและมือของหยางเทียนด้วยแววตาครุ่นคิด กลับยังาเ็แค่เพียงกระดูกมือแตกนับว่าตัวตนชั้นสวะเช่นเ้าจะยังพอมีดีอยู่บ้างที่สามารถทนกระบวนท่าหมัดหมุนวนกระบวนท่าแรกของข้าได้โดยที่ทั้งข้อแขนไม่แตกละเอียดไปด้วย " คำกล่าวของหยางกุ้ยแม้ดูผิวเผินจะเหมือนการชมเชยแต่หากฟังดูถึงเนื้อในแล้วนั้นมันกลับเต็มไปด้วยคำถากถางเป็ส่วนใหญ่
หยางเทียนไม่ได้ตอบโต้กลับแต่อย่างใด หากว่ากล่าวกันตามจริงมันไม่มีปัญญาเปิดปากขึ้นตอบโต้เสียมากกว่าเนื่องด้วยตอนนี้ตัวมันนั้นนอนกองกับพื้นคล้ายดั่งกองผักกาดที่วางขายอยู่ทั่วไปพร้อมส่งเสียงร้องครวนครางโหยหวนออกมาไม่ได้หยุด ดั่งสัตว์อสูรใกล้ตายตัวหนึ่งเท่านั้นด้วยความเ็ปอย่างสุดแสนจากกระดูกมือที่แตกเป็ส่วนๆถึงแม้จะไม่ถึงขั้นละเอียดก็ตาม แต่ลมปราณเพียงระดับขั้นที่หนึ่งแห่งปราณแรกกำเนิดไม่มีทางทนความเ็ปเช่นนี้ได้อย่างแน่นอนประกอบกับ่วัยของมันเพียงแค่12 ปีเท่านั้น
" หึ ! ไร้น้ำยาเสียจริงเพียงแค่เปิดปากพูดยังทำไม่ได้ทำได้เพียงแค่นอนเยี่ยงพืชผักเท่านั้นตัวตนชั้นสวะจะอย่างไรก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า " เสียงหัวเราะดังลั่นของทั้งกลุ่มหยางกุ้ยดังขึ้นขณะที่เดินจากไป ปล่อยให้หยางเทียนนอนเป็ดั่งเศษซากผักใกล้ตายอยู่ในที่แห่งเดิม
หยางเทียนใช้เวลานานเกือบสองชั่วยามถึงค่อยๆจัดการความเ็ปที่ตนเองได้ลำบากได้อย่างยากลำบากแม้จะข่มความเ็ปได้แต่ความเ็ป ความคับแค้น ความไม่ยินยอมเกิดขึ้นในดวงตาของเด็กน้อยผู้นี้ ใบหน้าที่บิดเบี้ยวคล้ายดังปีศาจอสูรได้ปรากฎอยู่บนใบหน้าของเด็กอายุเพียง12 ปี อย่างที่มิสมควรเกิดขึ้นได้
" ข้าหยางเทียนผู้นี้้าเพียงแค่ฝึกฝนพลังลมปราณเพื่อทำให้ทั้งชีวิตของมารดาข้าและตัวข้าอยู่สบายเพียงเท่านั้นในความนึกคิดของข้าไม่เคยมีครั้งใดเลยที่้าใช้พลังในการสยบผู้คนแต่แล้วเหตุใด์ถึงได้กลั่นแกล้งข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ข้าพบเจอคอขวดขวางกั้นการทะลวงระดับพลังั้แ่ระดับลมปราณแรกกำเนิดขั้นที่หนึ่งยังไม่พอในตอนนี้กลับส่งเดนมนุษย์เช่นหยางกุ้ยมาเพื่อทำร้ายข้า ทำลายกระดูกมือของข้า " เสียงก่นด่าต่อ์ ชะตาฟ้าดังก้องกังวานไปทั่วป่าเขตตระกูลหยางจนในที่สุดเสียงจึงค่อยๆเงียบลง
หยางเทียนพาร่างอันบอบช้ำของตนเองกลับมาที่บ้านอันเป็ที่เดียวทีตัวมันคิดว่าแม้จะเป็์ก็ไม่สามารถเข้ามาเล่นตลกต่อตัวมันได้ทันทีที่เปิดประตูเข้าสู่บ้านของตนเสียงอันไพเราะและอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรักของมารดาก็ดังขึ้น
" เ้าลูกผู้นี้ฝึกหนักจนดึกดื่นป่านนี้อีกแล้ว แม่กะว่าจะไปตามลูกอยู่พอดีไม่คิดว่าลูกจะมาถึงก่อน " ในขณะที่หยางซูกล่าวต่อบุตรชายของตนนั้นพลันเลื่อนสายตาจากหน้าของหยางเทียนไปจรดอยู่ที่มือข้างซ้ายที่บัดนี้ดูไม่ได้สัดส่วนของมืุ์อีกต่อไป
ด้วยความที่ตัวหญิงสาวเองนั้นผ่านโลกมาถึง 28 ปีและตอนนี้ยังอยู่ที่ระดับปราณแรกกำเนิดขั้นที่ห้าเพียงดรุณีส่งปราณเข้าสำรวจที่มือข้างซ้ายอันผิดรูปของบุตรชายตนเองก็รับรู้ได้ทันที่ว่ามือข้างซ้ายของบุตรตนเองนั้นแตกออกเป็ส่วนๆจนทำให้รูปมือนั้นบิดเบี้ยวไปมาคล้ายไม่ใช่มือของมนุษย์
" นะ นะ . . . นี่ ลูกไปทำสิ่งใดมา เกิดเหตุอันใดขึ้นกับเ้าหรือเ้าพบเจอสัตว์อสูรจู่โจมเข้าขณะฝึกจึงทำให้มือเ้าแตกหักเช่นนี้ " หยางซูกล่าวพลางเร่งรุดเข้าหามือของบุตรชายพร้อมทั้งโคจรลมปราณโคจรสมุทรเพื่อรักษามือของบุตรชายตนเอง
" มันมิใช่อสูรอันใดหรอกท่านแม่ มันเป็เพียงมนุษย์ที่จิตใจหยาบช้า หยาบช้ายิ่งกว่าสัตว์อสูร ที่ทำร้ายข้า " คำกล่าวของหยางเทียนยังคงประกอบไปด้วยความเกรี้ยวกราด และความไม่ยินยอมต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง
" ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้ต่อหยางกุ้ย และไม่วันใดก็วันหนึ่งข้าต้องทวงศักดิ์ศรีของตัวข้าคืนมาให้จงได้ " คำกล่าวและแววตาของเด็กหนุ่มปรากฎความหนักแน่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด
หากเป็ตัวตนเช่นหยางกุ้ย แม่ว่าลูกจงลืมความแค้นนี้เสียตัวตนของมันเป็ถึงบุตรชายเพียงคนเดียวของาุโลำดับที่สาม หยางหลงทั้งทรัพยากรในการฝึกฝนและระดับพลังของตัวมันเหนือกว่าเ้าทุกอย่าง อีกทั้งมันยังเป็ถึงลำดับที่ห้าแห่งห้าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ตระกูลหยางต่อให้มันทำสิ่งอื่นใดเกินเลยกว่านี้กับตัวเ้า มันย่อมไม่ถูกใครเอาผิด
ตัวตนของเราสองแม่ลูกในตระกูลนั้นนับว่าต่ำต้อยสุดประมาณเ้าอย่าได้เก็บความแค้นเป็ตราบาปในจิตใจแล้วจงตั้งหน้าตั้งตาเพื่อฝึกฝนเสียแม่ได้รักษากระดูกเ้าจนเริ่มสมานดังเดิมแล้ว เ้าจงเข้าไปนอนพักฟื้นฟูหนึ่งวันเถิดรอให้กระดูกสมานตัวต่อจากนี้ให้สมบูรณ์แล้วค่อยกลับไปฝึก เสียงหญิงสาวกล่าวเตือนผู้เป็บุตรชายด้วยความห่วงใยอย่างที่สุด
หยางเทียนในตอนนี้ทำได้แต่เพียงตอบรับคำกล่าวเตือนจากผู้เป็มารดาเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากเข้าไปยังพื้นที่หลับนอนของตนเอง และนั่งขัดสมาธิโคจรลมปราณโคจรสมุทรต่อเพื่อรักษากระดูกมือตนเองให้สมานต่อไป
ถึงอย่างไรสีหน้าของหยางเทียนไม่สามารถรอดพ้นจากผู้เป็มารดามันไปได้ หยางซูสังเกตเห็นว่าหยางเทียนนั้น้าแก้แค้นและไม่สามารถปล่อยวางได้อย่างแน่นอนผู้เป็มารดาทำได้แต่เพียงถอดถอนใจ และภาวนาในใจขอให้บุตรชายไม่กลับไปทวงความแค้นและวิ่งเข้าหาความตายอีกครั้ง