บทที่ 23 โค้ชเซโนะ ชิริว
“ก็ไหนว่าโค้ชแก่แล้วไงคะ ทำไมถึงหน้าเด็กอ่อนเยาว์อย่างกับคนอายุสามสิบกว่าอย่างนั้นได้ล่ะคะ” ฉันกำลังคุยโทรศัพท์กับคุณคาน่าอยู่
ก่อนหน้านี้หลังจากที่นั่งเอ๋อสตั๊นไป 10 วิ พอตั้งตัวได้ก็รีบขอโทษขอโพยโค้ชชิริวเป็การใหญ่ที่ตัวเองไปทำเื่เสียมารยาทเอาไว้ โค้ชชิริวได้แต่ใช้ท่าไม้ตายเดิม…ยิ้มบางเบากระชากิญญาให้ฉัน บอกว่าไม่ถือสาหาความอะไรแล้วให้ฉันพักผ่อนตามสบาย ค่อยฝึกใหม่อีกที่บ่าย พอโค้ชเดินออกจากห้องไป ฉันก็รีบโทรไปโอดครวญกับคุณคาน่าทันที
คุณคาน่าหัวเราะก่อนจะพูดว่า “นึกว่าคุณวิกกี้ไปหาข้อมูลแล้วทราบก่อนจะพบหน้าโค้ชท่านแล้วเสียอีกค่ะ”
“ก็นึกว่ารูปที่โชว์ในเว็บเป็รูปสมัยหนุ่ม ๆ นี่คะ แล้ววิกกี้ก็ไม่ได้หาข้อมูลเยอะแยะอะไรด้วย เป็อย่างที่คุณคาน่าบอกเลย…ได้เจอโค้ชท่านแล้วจะต้องทึ่ง วิกกี้ทึ่งจนอึ้งเอ๋อเหร๋อไปเลยล่ะค่ะ”
คุณคาน่าหัวเราะอีกรอบ “”ที่ดิฉันบอกว่าคุณวิกกี้ต้องทึ่ง ดิฉันไม่ได้หมายถึงเื่หน้าตาอ่อนเยาว์ของท่านนะคะ แต่เป็ความสามารถของท่านต่างหากค่ะ”
“หน้าตาก็เป็ความสามารถอย่างหนึ่งนะคะคุณคาน่า ทั้งที่อายุแปดสิบกว่าแล้ว แต่หน้าเด็กขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีความสามารถระดับเทพแน่ ๆ ไม่รู้ว่ามีวิชาลับอะไรรึเปล่าน้า ถ้าเปิดคลีนิคเสริมความงามต้องรุ่งมากแน่ ๆ เลยค่ะ อยู่ ๆ ก็นึกถึงพระถังซัมจั๋งขึ้นมาเลยค่ะ จะมีคนคิดว่ากินเนื้อโค้ชชิริวแล้วจะมีอายุยืนยาวเป็ะมั้ยนะ”
“ไปกันใหญ่แล้วค่ะคุณวิกกี้ คุณวิกกี้คงยังไม่ทราบสินะคะว่าในโลกของผู้ฝึกตนสายใช้พลังจิตน่ะมีคนหน้าอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงหลายคนเลยค่ะ อย่างคุณฮานะลูกสาวของโค้ชชิริวอายุก็เกือบห้าสิบแล้วนะคะ”
“หา!!! จริงเหรอคะเนี่ย ดูยังไงก็คิดว่าแค่ยี่สิบกว่า ๆ เองนะคะ” ฉันถึงกับอุทานเสียงหลง ยุคสมัยนี้แค่ฝึกจิตได้ก็หน้าดีผิวเด้งอ่อนวัยได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย อย่างกับในนิยายเทพเซียน “โห…ถ้าอย่างนี้ต่อไปวิกกี้ก็สามารถสตัฟฟ์หน้าตาตัวเองไว้ที่อายุยี่สิบตลอดไปได้เลยสินะคะเนี่ย” ฉันเกิดความคาดหวังขึ้นมาทันที ยังไงซะเื่ความสวยความงามก็เป็เื่สำคัญของผู้หญิงเรานี่นา
“ดิฉันก็ไม่แน่ใจนะคะ อย่างเลดี้ฮันน่าเองก็ไม่ได้เป็เหมือนโค้ชชิริวหรือคุณฮานะ เื่นี้คุณวิกกี้คงต้องถามกับโค้ชชิริวเองแล้วล่ะค่ะ”
“จริงด้วยสิคะ ช่างมันเถอะค่ะ เื่นี้เอาไว้ก่อน สวยะมันไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของวิกกี้ ตอนนี้วิกกี้ต้องสนใจเื่การฝึกพลังให้ได้เสียก่อนค่อยคิดเื่อื่น”
“ใช่แล้วค่ะ แล้วก็เื่ว่าที่ผู้นำเดอะนอร์คนต่อไปด้วยนะคะ วันนี้เปิดรับสมัครวันสุดท้ายแล้วค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีปฐมนิเทศตอนสิบโมงเช้านะคะ เย็นนี้คุณวิกกี้คงได้รับข้อความแจ้งจากทางส่วนงานอีกทีค่ะ”
“จะเริ่มแล้วเหรอคะเนี่ย ปีนี้ช่างเป็ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของวิกกี้เลยจริง ๆ ค่ะ”
“สู้ ๆ นะคะคุณวิกกี้ ดิฉันเชื่อว่าไม่มีอะไรมาหยุดยั้งความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณวิกกี้ได้หรอกค่ะ หงส์อยู่ที่ไหนก็ยังคงเป็หงส์ค่ะ จริงมั้ยคะ”
ฉันยิ้ม “ค่ะ เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้วก็มีแต่ต้องลุยลูกเดียวแล้วล่ะค่ะ และจะไม่ยอมหยุดเด็ดขาดจนกว่าจะไปถึงเป้าหมาย”
่บ่ายฉันมานั่งขัดสมาธิบนเบาะรองนั่งประจันหน้ากับโค้ชชิริวในอีกห้องหนึ่ง โค้ชชิริวมีบุคลิกที่สงบนิ่งมาก ถ้าไม่ยิ้มหน้าก็ขรึมมากจริง ๆ พวกระดับเทพมักจะมีบุคลิกแบบนี้กันสินะ ฉันพยายามไม่มองสบตาโค้ช แต่จะมองไปที่หน้าผากโค้ชแทน เพราะนอกจากโค้ชจะมีท่าไม้ตายรอยยิ้มกระชากิญญาแล้ว ยังมีดวงตาสะท้านใจอีกด้วย เผลอไปสบตาครั้งนึงตอนกินข้าวมื้อเที่ยงแล้วรู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกดยังไงก็ไม่รู้ โอ้ย…แค่ฝึกก็ว่ายากแล้ว โค้ชที่มาฝึกให้ยังรับมือยากกว่าอีกเน้อ
“จากที่ผมตรวจดูลักษณะออร่าพลังที่แผ่ออกมาตอนที่คุณเข้าสู่สภาวะจิตว่าง ระดับพลังของคุณค่อนข้างสูงทีเดียว สมควรที่ต้องฝึกควบคุมพลังตัวเองให้ได้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจพลั้งมือไปทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ตั้งใจได้” โค้ชชิริวพูด
ฉันนึกถึงตอนที่ทำให้พวกพญาเหยี่ยวปากแดงปางตายแล้วคิดว่าถ้าพวกมันเป็มนุษย์แทนล่ะก็…อึ๋ย! “ใช่ค่ะ วิกกี้ก็อยากฝึกควบคุมพลังตัวเองให้ได้เร็วที่สุดเหมือนกันค่ะ โค้ชชิริวช่วยชี้แนะด้วยนะคะ”
“ไม่ต้องใจร้อน และเวลาคุยกับใครกรุณาช่วยสบตาอีกฝ่ายด้วยครับ”
‘โหย…ก็ดวงตาโค้ชพลังทำลายล้างสูงขนาดนั้น ฉันจะกล้าสบได้ยังไงล่ะคะ’ นี่คือสิ่งที่ฉันคิดในใจ
“อ่า…ค่ะ ขอโทษค่ะ” นี่คือสิ่งที่ฉันพูดออกไป พยายามทำใจดีสู้เสือ สบตาก็สบตาสิ! เื่แค่นี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่ต้องไปคิดถึงเื่จัดการหนอนเน่าในตระกูลโนเรียและเดอะนอร์หรอก
‘ท่องเข้าไว้ยัยวิกกี้ นี่คือตาแก่อายุแปดสิบกว่า…ตาแก่อายุแปดสิบกว่า…’
โค้ชชิริวจ้องฉันราวกับร่วงรู้ความคิดในหัวฉันยังไงอย่างนั้นจนฉันแอบสะดุ้ง แต่ฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ ยังไงซะดวงตาโค้ชปกติก็ดูลึกล้ำยากหยั่งถึงอยู่แล้ว
“คุณต้องฝึกนั่งสมาธิให้เข้าถึงสภาวะจิตว่างให้ได้ทุกวัน ่เวลาฝึกที่ดีที่สุดคือ่ตีสี่ถึงตีห้าหลังตื่นนอน ฝึกให้ได้อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ถ้านานกว่านั้นได้ก็ยิ่งดี”
“นั่ง่เวลาอื่นได้มั้ยคะ อย่างเช่นก่อนนอนอ่ะค่ะ” ปกติฉันนอนดึก ถ้าต้องตื่นมานั่งตีสี่น่าจะเพลียจนยากจะทานทนนั่งไหว
“จริง ๆ จะนั่งเวลาไหนก็ได้เหมือนกัน แต่หลังตื่นนอน่ตีสี่เป็เวลาที่พลังคลื่นสมองทำงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด รองลงมาก็คือ่ก่อนนอน คุณจะลองนั่ง่ก่อนนอนดูก็ได้ หวังว่าจะไม่เปลี่ยนจากนั่งสมาธิเป็นั่งหลับแทนนะ” ฉันหัวเราะแหะ ๆ ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ก็ต้องลองดูก่อนสิคะโค้ช
“แต่นั่งที่บ้านไม่เหมือนนั่งที่นี่เลยนะคะ รู้สึกเหมือนที่นี่มีพลังบางอย่างที่ช่วยเอื้ออำนวยต่อการฝึกนั่งสมาธิมากเลยค่ะ” ฉันบอกโค้ชชิริว
โค้ชชิริวหยิบบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อชุดยูกาตะสีเทาเข้มของตัวเอง แล้ววางมันลงตรงหน้าฉัน ลักษณะเหมือนเตาอุ่นมือของคนจีนสมัยโบราณที่เอาไว้พกพาไปไหนมาไหนตอน่หน้าหนาวได้ มันทำจากโลหะสีเงินวาว
“ในนี้มีแร่ชนิดหนึ่งที่สามารถส่งคลื่นพลังที่ช่วยฝึกสมาธิได้ เวลาจะใช้ให้บิดหมุนที่ตัวเครื่องให้รู้าเปิดออก ใช้เสร็จแล้วอย่าลืมหมุนปิดล่ะครับ ไม่อย่างนั้นแร่จะเสื่อมพลังเร็ว แล้วเสาร์หน้าคุณค่อยเอากลับมาเปลี่ยนอันใหม่ไป”
“ขอบคุณมากค่ะ” ฉันเอื้อมมือออกไปหยิบมันมา ขนาดพอดีมือมาก จับแล้วรู้สึกเย็น ๆ
“อ่อ…แล้ว่แรกที่เริ่มต้นฝึกนั่งสมาธิ อย่าเพิ่งนั่งฝึกบนเตียงนอน เพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกง่วงงุน ไว้ฝึกจนแข็งแล้ว ต่อไปจะนั่งฝึกที่ไหนก็ไม่ส่งผลอะไรทั้งนั้น”
“ฝึกจนแข็งนี่เป็แบบไหนเหรอคะ นั่งจนรู้สึกแข็งเป็หินไปเลยอย่างนี้รึเปล่าคะ” ฉันแอบถามกวนอารมณ์โค้ช ฮ่า ๆๆ
“แบบที่คุณรู้สึกว่าไม่ควรต้องถามคำถามนี้อีก”
“...”
----------------------------------
ตอนหน้า นางร้ายปรากฏตัวแล้วค่า จะเป็นใครไปติดตามกันนะคะ