ราชามารตื่นขึ้น
ยิ่งเข้ามาในส่วนลึกมากเท่าไหร่อู่หมิงก็ยิ่งรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ได้ขึ้นมาอย่างรุนแรงและพวกองค์ชายเก้าก็เช่นกันแต่ละคนแสดงสีหน้าหวาดกลัวตลอดเวลา"เสี่ยวฮุ่ยเจ้าจะพาพวกข้าไปที่ใหนกันแน่" อู่หมิงกล่าว"ถ้าพวกเจ้าอยากได้สมบัติล้ำค่าก็ต้องไปที่ใจกลางของหุบเขาผนึกมารอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ใจกลางงั้นเหรอ" พวกอู่หมิงพากันกรีดร้อง"เสียวฮุ่ยเจ้าจะบ้างั้นเหรอพวกเราพึ่งอยู่ปราณปฐพีเองนะและใจกลางไม่ใช่ว่ามีมนุษย์มารปราณราชันไม่ใช่รึไง" อู่หมิงกล่าวงค้าน"เจ้าจะกลัวอะไร มีข้าอยู่ทั้งคน" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวคุยโว"โฮก!!!!!!!!!!!!!!" ในตอนนั้นเองที่เสียงคำรามสนั่นดังไปทั่วหุบเขาผนึกมารพวกอู่หมิงที่ได้ยินสั่นสะท้านและกระเลือดออกมากันทุกคน เสี่ยวฮุ่ยขนตั้งชันแล้วแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา"บัดซบมีคนไปทำให้ราชันมารตื่นขึ้น" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก"ราชันมาร????????"อู่หมิงกล่าวด้วยความงุนงง"ก็ราชันของมนุษย์มารยังไงละ เจ้านั่นมีพลังที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับคนที่อยู่จุดสูงสุดของปราณราชัน แผนของข้าพังไม่เป้นท่าเพราะถ้าราชันมารตื่นขึ้นแล้วพวกเราก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกแล้วพวกเรารีบหนีกันเถอะ ให้ดีรีบออกจากหุบเขาผนึกมารเดี๋ยวนี้เลย" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยความกลัวพวกอู่หมิงเองก็ไม่ลังเลรีบกลับไปยังเส้นทางเดิมและหลบหนีด้วยความเร็วสูงสุด อีกด้านกลุ่มศิษย์หลักของหวังตี้ที่ได้พบกับสมบัติล้ำค่าภายในใจกลางเขาผนึกมารก็หลบหนีด้วยความเร็วสูงสุด ไม่ใช่แค่หวังตี้ ยังมีกลุ่มของเสี่ยวอินที่ได้รับสมบัติมาด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งสองกลุ่มร่วมมือกันสังหารมนุษย์มารปราณราชันขั้นต้นสำเร็จจนได้รับสมบัติมาแต่เพราะแบบนั้นราชันมารจึงตื่นขึ้นและแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา"ศิษย์พี่พวกเราจะทำอย่างไรดี ขืนเป็นแบบนี้พวกเราไม่รอดแน่" หญิงสาวกลุ่มเหมันต์พิสุทธิ์กล่าวออกมาด้วยความสิ้นหวัง"ไม่ต้องกังวลเหล่าผู้อาวุโสจะต้องได้ยินเสียงคำรามนั่นแล้วรีบเข้ามาช่วยพวกเราแน่" เสวี่ยอินกล่าวไม่ผิดอย่างที่เสวี่ยอินกล่าว ตอนนี้หญิงวัยกลางคน หวังเซิ่นและชายชราต่างก็เข้ามาในเขาผนึกมารแล้วทั้งสามที่ยินเสียงคำรามของราชามารจึงรีบเข้ามาเพื่อช่วยเหลือให้ศิษย์คนอื่นหลบหนีออกจากเขาผนึกมารได้สำเร็จพวกอู่หมิงที่หลบหนีด้วยความเร็วสูงสุดก็มาถึงทางออกได้ภายในเวลา 1 วัน เมื่ออกมาได้แล้วพวกอู่หมิงก็นั่งหอบหายใจอย่างอ่อนล้า ส่วนศิษย์คนอื่นๆก็ทยอยกันออกมา แต่ว่าศิษย์สายในที่มีชีวิตรอดกลับมีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้นซึ่งจากที่อู่หมิงนับตอนนี้มีเพียงแค่ 5 คน แต่ในตอนนั้นเองเขาผนึกมารก็เกิดการสั่นสะเทือนซึ่งข้างในผู้อาวุโสทั้งสามเริ่มเข้าปะทะกับราชามารเพื่อถ่วงเวลาให้พวกหวังตี้และเสวี่ยอินหลบหนี เมื่อพวกเสวี่ยอินหลบหนีออกมาได้แล้วพวกผู้อาวุโสทั้งสามก้ล่าถอยออกมาทันที ราชามารที่ไม่สามารออกมาจากเขาผนึกมารได้จึงได้แต่คำรามด้วยความโกรธ"เฮ้อ เกือบไปแล้ว ขนาดพลังของพวกเราทั้งสามคนยังไม่สามารถเป็นคู่มือให้มันได้" ชายชรากล่าว"ตี้เอ๋อเจ้าได้อะไรมางั้นเหรอ" หวังเซิ่นกล่าวออกมาด้วยความอ่อนโยน"ข้าได้ทักษะฝ่ามือสยบมารจากใจกลางของเขาผนึกมาร" หวังตี้กล่าวผู้คนรอบๆต่างก็แสดงสีหน้าตื่นตะลึงกับสิ่งที่หวังตี้กล่าวยิ่งศิษย์สายในและศิษย์หลักหลายคนต่างก็แสดงสีหน้าเคารพต่อหวังตี้มากขึ้นเพราะหวังตี้ไม่ใช่เพียงแค่แข็งแกร่งเท่านั้นแต่มีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่อีกด้วย"ฮ่า ฮ่า ดีมากตี้เอ๋อ ด้วยสิ่งที่เจ้าเก็บเกี่ยวมาจากข้างในไม่จำเป็นต้องมอบให้กับหอกระบี่และตั้งแต่นี้ต่อไปฝ่ามือสยบมารก็จะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว" หวังเซินกล่าวออกมาด้วยความสุขแต่ชายชราและหญิงวัยกลางคนต่างขมวดคิ้วเพราะตำกล่าวของหวังเซิ่นนั้นราวกับว่าไม่เห็นค่าของหอกระบี่เลยและยังเป็นการยืนยันให้กับศิษย์หลายๆคนอีกด้วยถึงข่าวลือที่เคยปรากฎ"ดูท่าตระกูลหวังคิดจะโค่นล้มจ้าวหอกระบี่และเข้ายึดอำนาจทั้งหมด" ศิษย์หลายคนเริ่มพูดคุยกันผ่านกระแสจิต"นั่นหนะสิ แต่นี่ก็หลายปีมาแล้วที่จ้าวหอกระบี่ไม่โผล่หน้ามา หรือว่าจ้าวหอจะกลัวตระกูลหวังกัน" ศิษย์คนหนึ่งคุยกันผ่านกระแสจิต"เจ้าอย่าได้กล่าวไร้สาระจ้าวหอเป็นคนที่ทรงพลังที่สุดและยังเป็นคนที่หอกระบี่โบราณส่งมาพวกเจ้าคิดว่าตระกูลหวังจะล้มจ้าวหอได้งั้นเหรอ" ศิษย์อีกคนก็กล่าว"ดูเหมือนในปีนี้จะมีคนตายไปมากเลยนะ" หญิงวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ"ศิษย์หลักเหลือเพียงแค่ 6 คน ศิษย์สายใน 5 คน และศิษย์สายนอกอีก 6 คน หืมปีนี้ศิษย์สายนอกรอดเยอะจริงๆ " ชายชรากล่าวด้วยความแปลกใจก่อนจะมองไปยังกลุ่มอู่หมิงที่ยังอยู่ครบทุกคน"เด็กคนนั้นท่าจะมีแวว เจ้าควรดูแลเขาให้ดีๆละเพราะในอนาคตเขาอาจจะเป็นคนที่ช่วยกดดันตระกูลหวังได้" หญิงวัยกลางคนกล่าวกับชายชราผ่านกระแสจิต"เรื่องนั้นข้าทำแน่ แต่เจ้าไม่รู้เรื่องของเด็กคนนั้นจริงๆงั้นรึ" ชายชรากล่าวถามหญิงวัยกลางคน"เรื่องอะไร????" หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยความไม่เข้าใจ"ก็นั่นไง เขานั่นแหละคือลูกหลานของเซียนกระบี่ และอีกคนหนึ่งก็มีพรสวรรค์ด้านการปรุงยาตอนนี้จึงเป็นศิษย์ของยายเฒ่ากู่อยู่ในพื้นที่ผู้อาวุโส" ชายชรากล่าว"เรื่องจริงงั้นรึ ตอนแรกข้าก็ได้ยินมาบ้างแต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเด็กคนนี้ หอกระบี่ของเรานี่โชคดีจริงๆที่ได้รบลูกหลานของเซียนกระบี่เข้าเป็นศิษย์ถึงสองคน" หญิงวัยกลางคนกล่าว"แน่นอนว่าเบื้องบนได้สั่งลงมาแล้วว่าถ้าเจ้าหนุ่มนี่มีพรสวรรค์สูงส่งก็ให้ใช้ทรัพยากรทั้งหมดบ่มเพาะดูแลเขาให้ดี เพราะว่าในอนาคตเขามีโอกาสที่จะถูกเลือกไปเป็นศิษย์ของหอกระบี่โบราณที่ทวีปศูนย์กลางก็ได้" ชายชรากล่าวด้วยความตื่นเต้น"ไม่น่าเชื่องั้นก็แสดงว่าเบื้องบนให้ความสำคัญกับเขามากหนะสิ" หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยความตกตะลึง"แล้วละแต่กลับกันตระกูลหวังต้องไม่ปล่อยให้เขาเติบโตแน่ เพราะแบบนั้นข้าเลยอยากจะให้เจ้าช่วยคอยจับตาดูการเคลื่อนใหวของเจ้าพวกนั้นให้ข้าหน่อยเพราะเพียงข้าคนเดียวไม่สามารถหยุดยั้งเจ้าพวกนั้นได้" ชายชรากล่าว"ตกลงข้าจะช่วยเจ้าเพราะถ้าเขาเกิดเป็นอะไรขึ้นมาในขณะที่ยังอยู่ในความรับผิดชอบของพวกเราละก็ พวกเราหอกระบี่คงไม่สามารถทนรับแรงกดดันของโทสะเซียนกระบี่ได้" หญิงวัยกลางคนกล่าวหวังเซิ่นแอบมองมายังทั้งสองเป็นพักๆแต่ก็ไม่ได้รู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน----------------------------------------------------------------------------------------------------------------