บทที่ 4 เธอรู้ได้ยังไง?
สีหน้าของทหารหลายคนเปลี่ยนไปในทันที
เฉินฉีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอย่างระมัดระวังว่า "หนูน้อย เธอ...รู้เื่การแพทย์เหรอ?"
'เป็ไปไม่ได้ เด็กคนนี้ดูเหมือนจะอายุแค่สิบกว่าปี เป็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่กลับเข้าใจเื่การแพทย์?'
หนิงหรานพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
เธอมองไปที่ชายคนนั้น
ดูเหมือนเขาเองก็น่าจะรู้ว่าอาการาเ็ของเพื่อนร่วมรบนั้นรอช้าไม่ได้ สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย เ็าจนน่ากลัว
เหล่าทหารทั้งหมดเตรียมพร้อม ทุกคนเงียบลง
พวกเขารู้ว่าปฏิบัติการคืนนี้เดิมทีไม่มีข้อผิดพลาด แต่ใครจะคาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในนาทีสุดท้าย เมื่อหัวหน้าทีมนำพวกเขารุดไปถึงที่เกิดเหตุ ก็พบว่าข่าวกรองผิดพลาด
กลุ่มคนที่ได้รับคำสั่งให้ไล่ล่านั้นมีอาวุธปืน เพื่อนทหารคนหนึ่งได้รับาเ็เพื่อปกป้องพวกเขาด้วย
เนื่องจากสถานการณ์เร่งด่วน พวกเขาจึงต้องเลือกที่จะถอนกำลัง แต่ในป่าลึกบนูเาแบบนี้ อย่าว่าแต่จะส่งเฮลิคอปเตอร์มารับตัวส่งโรงพยาบาลเลย แม้แต่การติดต่อกับทีมสนับสนุนก็ยังทำไม่ได้
พวกเขาทำได้เพียงเดินเท้าผ่านป่าเขาด้วยความเร็วมากกว่าปกติ หวังว่าจะสามารถพาคนเจ็บออกจากูเาได้โดยเร็วที่สุด
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดและจริงจังของพวกเขา หนิงหรานกัดฟันชี้ไปที่สมุนไพรที่เธอวางไว้บนพื้น "ฉันพอรู้เื่สมุนไพรบ้าง พวกนี้คือสมุนไพรที่ฉันเก็บมา พวกคุณบดมันให้ละเอียดแล้วทาบนแผลของเพื่อนคุณ มันจะช่วยบรรเทาอาการได้ประมาณสี่ชั่วโมง"
เธอไม่ได้เสียดายสมุนไพรเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย เพราะเธอรู้ดีกว่าใคร ๆ ว่าสมุนไพรของเธอมีสรรพคุณวิเศษแค่ไหน
ไม่ต้องพูดถึงการประคองอาการได้สี่ชั่วโมง แม้จะประคองจนกว่าจะส่งคนเจ็บไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลในคัวเมืองได้ ยาก็ยังคงออกฤทธิ์อยู่
แต่คนธรรมดาไม่มีความผิด การสิ่งมีค่าต่างหากที่เป็ความผิด เธอกลัวว่าคนที่มีเจตนาร้ายจะค้นพบความพิเศษของสมุนไพรเหล่านี้ และนำไปสู่ความโลภ
คำพูดของเธอทำให้ทุกคนตาเป็ประกาย แต่ก็ยังลังเลอยู่บ้าง
ไม่ต้องพูดถึงว่าสิ่งที่เด็กน้อยคนนี้พูดจะเป็จริงหรือไม่ เมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เชื่อไว้ก่อนก็ดีกว่า แต่...
พวกเขามองไปที่หัวหน้าทีม ซึ่งยังคงมีสีหน้าหนักอึ้ง คิ้วของเขาขมวดมุ่นอย่างเห็นได้ชัด ทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่
"ขอบคุณมากนะหนูน้อย แต่ในฐานะทหาร เราไม่สามารถรับของจากประชาชนได้แม้แต่เข็มกับด้าย ยิ่งกว่านั้น นี่เป็ของที่เธอใช้รักษาาแของตัวเอง เราไม่สามารถรับได้"
หนิงหรานชะงักไปครู่หนึ่ง คนอื่น ๆ ไม่พูดอะไร เห็นได้ชัดว่าพวกเขายอมรับการตัดสินใจของหัวหน้าทีมโดยปริยาย
เฉินฉีเห็นสายตาของหัวหน้าทีม จึงยืนตัวตรงทันที และพูดกับหนิงหรานว่า "หนูน้อย ขอบใจสำหรับความหวังดีนะ แต่จริง ๆ แล้วยาพวกนี้เธอเก็บไว้ใช้เองเถอะ"
พูดจบ เขาก็เตรียมจะพยุงหนิงหราน คนอื่น ๆ หันหลังกลับ แต่ฝีเท้าของพวกเขาดูรีบร้อนอย่างเห็นได้ชัด เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังเร่งรีบที่จะพาคนเจ็บออกไป
แต่ถ้ารอให้พวกเขาพาคนเจ็บออกไปก็จะสายเกินไป!
หนิงหรานตัดสินใจเด็ดขาดในทันที เธอไม่เคย้าเป็หนี้บุญคุณใคร ยิ่งในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ หนิงหรานพุ่งตัวออกไปทันที ไม่สนใจว่าขาที่าเ็จะเจ็บหนักขึ้นหรือไม่
เธอะโใส่ชายคนนั้นว่า "เป็แผลถูกยิง! แผลอยู่ที่ท้อง าเ็มานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว ต้องทายาด่วน!"
แต่หนิงหรานไม่ได้ล้มลง เพราะมีมือใหญ่คว้าตัวเธอเอาไว้ได้ทันในจังหวะสุดท้าย
เธอไม่ทันเห็นว่าชายคนนั้นเคลื่อนไหวอย่างไร รู้สึกเพียงภาพพร่ามัวไปชั่วขณะ ก่อนที่ชายคนนั้นที่เดิมทีอยู่ห่างออกไปเจ็ดแปดก้าวจะมาปรากฏตัวตรงหน้า
เธอใเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีดำสนิทคมกริบ แววตาประเมินบางอย่างวูบไหวในดวงตาคู่นั้น
สายตาคู่นั้นทรงพลังและดุดัน จนหนิงหรานใ เกือบจะสะบัดมือที่พยุงเธออยู่ออกโดยไม่รู้ตัว
เฉินฉีใมากที่เห็นหัวหน้าที่ปกติเ็าเข้ามาช่วยเด็กผู้หญิงคนนี้ ยิ่งเห็นหนิงหรานจ้องมองหัวหน้าของเขาก็ยิ่งหวาดหวั่น
เขากลัวว่าหัวหน้าจะหมดความอดทนแล้วโยนเธอออกไป จึงรีบเข้าไปประคองหนิงหราน ให้นั่งลงบนพื้นหญ้า
กู้จี้เฉินคิดในใจ 'ไม่เคยเจอเด็กผู้หญิงที่กล้าหาญขนาดนี้มาก่อน'
ดวงตาของเขาวาววับ เสียงราบเรียบทุ้มต่ำเอ่ยถามว่า
"เธอรู้ได้ยังไง?"
"แย่แล้ว!" หนิงหรานขมวดคิ้ว สีหน้าลังเล
กู้จี้เฉินมองเด็กสาวตัวเล็กที่ดูน่าสงสาร ใบหน้าเลอะเทอะเปรอะเปื้อน มีเพียงดวงตาคู่สดใสที่เปล่งประกายราวกับมีดวงดาวนับพัน
หนิงหรานตัดสินใจเมินเฉยต่อเขา หลับตาลงแล้วพูดอย่างเศร้าสร้อยราวกับกำลังจะตาย
"สมุนไพรมีอยู่สามชนิด แบ่งใช้สองครั้ง บดให้ละเอียดแล้วทาบนแผล ทุกสองชั่วโมงต่อครั้ง"
ค่ำคืนในหุบเขานั้นเย็นะเื ลมพัดผ่านร่างหนิงหรานทำให้เธอตัวสั่น หากไม่ใช่เพราะเธอกินยาสมุนไพรไว้ก่อนหน้านี้ คงทนหนาวไม่ไหวแน่
กู้จี้เฉินมองหนิงหรานนิ่งๆ ฟังเสียงเธอที่สั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าแล้วสั่งเฉินฉี
"พาเธอกลับไป"
"ครับ!" เฉินฉีรับคำเสียงดัง พลางหันกลับไปมองหนิงหรานด้วยความขอบคุณ
ถ้าสิ่งที่เด็กสาวคนนี้พูดเป็จริง เธอก็ได้ช่วยชีวิตเพื่อนของพวกเขาไว้!
ขณะที่เขากำลังจะเข้าไปแบกหนิงหราน ก็ได้ยินเสียงหัวหน้าพูดอย่างไม่ใส่ใจ
"ระวังขาเธอด้วย"
'หัวหน้าใจดีมาก ถึงขนาดเป็ห่วงเด็กคนนี้ด้วย!'
เฉินฉีคิดอย่างตื้นตันใจ ก่อนจะเข้าไปแบกหนิงหรานอย่างระมัดระวัง
ครั้งนี้หนิงหรานไม่ได้ปฏิเสธ เธอสังเกตเฉินฉีแบกเธออย่างระแวดระวัง เมื่อแน่ใจว่าาแที่ขาไม่ได้แย่ลงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลังจากเดินออกมาได้สักพัก หนิงหรานหันกลับไปมองโดยไม่รู้ตัว เห็นว่าคนที่กำลังเคี้ยวสมุนไพรอยู่นั้นคือชายคนเดิมที่ช่วยเธอไว้
ความรู้สึกชื่นชมผุดขึ้นในใจ
เธอรู้ดีว่าสมุนไพรของเธอขมมาก แม้ว่าเธอจะคุ้นเคยกับมันมานานหลายปี แต่ชายคนนั้นกลับเคี้ยวมันได้โดยไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย
ขณะที่กู้จี้เฉินกำลังเคี้ยวสมุนไพร เขาก็หยุดชะงักหันกลับมามองอย่างครุ่นคิด พอดีสบตากับเด็กสาวที่กำลังหันหน้าหนีไปด้วยสีหน้าซับซ้อน
เมื่อคนเดินห่างออกไป กู้จี้เฉินก็ละสายตากลับมา สั่งให้วางทหารที่าเ็ลงอย่างใจเย็น
ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว 'ช่างเป็เด็กสาวที่กล้าหาญจริงๆ'