“ข้าวปั้น! เปิดร้านแต่เช้าเลยนะแก”
เสียงใสที่ดังมาจากหน้าร้านทำให้ข้าวปั้นที่กำลังก้มหน้า
ขัดเงาแก้วกาแฟอย่างตั้งอกตั้งใจต้องเงยหน้าขึ้นรอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเมื่อเห็น
มะปรางเพื่อนสนิทในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สบายๆเดินเข้ามาพร้อมกับถุงขนมเค้กในมือที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน “แกนั่นแหละทำไมวันนี้มาเช้าจัง ปกติไม่เคยเห็นลุกจากเตียงก่อนเที่ยงเลยไม่ใช่รึไง”
“ก็ฉันจะมาเป็ลูกมือให้ไง”มะปรางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์และหยิบผ้ามาเช็ดแก้วบ้าง“เดี๋ยวนี้ร้านแกขายดีจะตายไป จะปล่อยให้แกทำอยู่คนเดียวได้ไงเกิดแกเป็ลมเป็แล้งไปใครจะดูแลฉัน”
“เว่อร์ไปแล้ว” ข้าวปั้นหัวเราะ“แค่ขัดเงาแก้วเนี่ยนะจะเป็ลม ฉันแข็งแรงจะตายไป”
“ก็แข็งแรงแค่ร่างกายไง แต่หัวใจอ่ะเป็ยังไง”มะปรางมองสำรวจเพื่อนด้วยสายตาที่ล้อเลียน“ฉันเห็นแกหน้าซีดมาั้แ่วันก่อนแล้วนะซองจดหมายปริศนานั่นทำให้แกไม่เป็อันกินอันนอนเลยใช่ไหม”
สีหน้าของข้าวปั้นเปลี่ยนเป็เครียดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยิน
คำว่า “ซองจดหมาย”เื่ราวในคืนนั้นยังคงติดอยู่ในใจเธอราวกับเงาที่ไม่มีวันจางหาย“ก็แค่จดหมายไร้สาระของคนว่างงานคนหนึ่งน่ะ ไม่เห็นมีอะไรเลย”
“จดหมายไร้สาระอะไรที่ทำให้แกถึงขั้นกินข้าวไม่ลงอย่างนี้”มะปรางยื่นถุงขนมเค้กให้ “เอาไปกินซะ จะได้มีแรงทำงาน”
ข้าวปั้นรับถุงขนมเค้กมาถือไว้ในมือก่อนจะมองเพื่อนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซึ้งใจ “ขอบใจนะ”
“ไม่เป็ไรหรอก” มะปรางยิ้ม “ฉันเป็เพื่อนแกนะต้องคอยดูแลกันอยู่แล้ว” ก่อนจะเปลี่ยนเื่คุย“ว่าแต่แกเถอะ...ชีวิตแกมีแต่ร้านกับน้องชาย ไม่คิดจะมีใครมาดูแลหัวใจบ้างเหรอ”
“ฉันไม่้าใคร” ข้าวปั้นตอบเธอหลบสายตาของเพื่อนก่อนจะหันไปจัดเรียงแก้วกาแฟบนชั้นวาง“แค่ดูแลร้านกับภูผาก็เหนื่อยจะแย่แล้ว”
“แหม...คนเรามันต้องมีสีสันในชีวิตบ้างสิ”มะปรางยังคงหยอกล้อต่อไป “นี่ก็เข้าปีที่ห้าแล้วนะ ั้แ่เลิกกับแฟนคนนั้นแกก็ไม่เปิดใจให้ใครอีกเลย”
“ฉันมีความสุขกับชีวิตแบบนี้แล้ว” ข้าวปั้นพูด“ชีวิตที่ไม่มีใครมาวุ่นวาย”
คำพูดของเธอทำให้น้องชายที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัวต้องชะโงกหน้าออกมามอง“พี่สาวพูดถูก” ภูผาว่า “ถ้าพี่สาวมีแฟนแล้วใครจะดูแลผมล่ะ”
มะปรางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “ภูผานะภูผา!แทนที่จะช่วยพี่สาวหาแฟน กลับมาขัดขวางอีก”
“ผมหวงพี่สาวของผม” ภูผาตอบกลับอย่างติดตลก“แล้วอีกอย่าง…ถ้าพี่สาวมีแฟนแล้ว ใครจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้ผมกินล่ะ”
“แกนี่มันจริงๆ เลย” ข้าวปั้นหัวเราะ“เอาเถอะ...ไปช่วยฉันจัดร้านดีกว่า วันนี้ลูกค้าเยอะแน่ ๆ”
บทสนทนาของทั้งสามคนสิ้นสุดลงเมื่อมีลูกค้ากลุ่มแรกเดินเข้ามาในร้านข้าวปั้นกับมะปรางช่วยกันรับออเดอร์และทำกาแฟอย่างขะมักเขม้นในขณะที่ภูผาก็ยังคงช่วยดูแลลูกค้าและเก็บกวาดร้านอยู่เป็ระยะ
ร้านหนังสือ-กาแฟ ‘เงาอักษร’เป็ที่นิยมมากในหมู่นักเรียนนักศึกษาและคนทำงานในย่านนี้เพราะนอกจากกาแฟที่รสชาติเป็เอกลักษณ์และหนังสือที่น่าอ่านแล้วบรรยากาศของร้านก็ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็กันเองราวกับเป็บ้านหลังที่สองของลูกค้าทุกคน
ข้าวปั้นมองไปรอบๆ ร้านด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจเธอจำได้ว่าตอนที่ตัดสินใจเปิดร้านนี้ เธอกับภูผามีเงินเก็บไม่มากนักแต่ด้วยความช่วยเหลือจากมะปรางและเพื่อนๆ ในบ้านเด็กกำพร้าเธอก็สามารถสร้างร้านในฝันขึ้นมาได้สำเร็จทุกอย่างในร้านนี้เต็มไปด้วยความทรงจำและความรักทุกตารางนิ้วของร้านคือผลลัพธ์จากความพยายามของเธอมันเป็สถานที่ที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยจากอดีต...สถานที่ที่ทำให้เธอเชื่อว่าเธอสามารถมีความสุขได้
กริ๊ง…
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้งข้าวปั้นเงยหน้าขึ้นมองด้วยรอยยิ้มที่กำลังจะเอ่ยคำว่า “ยินดีต้อนรับ”แต่รอยยิ้มนั้นก็ต้องหุบลงในทันที เมื่อได้เห็นผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน
เขาเป็ผู้ชายร่างสูงโปร่งและมีกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรงสมส่วนใบหน้าคมสันรับกับจมูกโด่งเป็สันและดวงตาคมกริบที่ดูน่าเกรงขามเรือนผมสีดำขลับถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อยราวกับเพิ่งออกมาจากร้านตัดผมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่สวมใส่อยู่ทำให้เขาดูโดดเด่นท่ามกลางลูกค้าที่แต่งตัวกันอย่างเรียบง่ายเขามีออร่าของความร่ำรวยและดูสง่างามจนน่าขนลุกราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารชื่อดังก็ไม่ปาน
หัวใจของข้าวปั้นเต้นรัวอย่างไม่มีสาเหตุเธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมองจากระยะไกล เธอพยายามที่จะหันกลับไปสนใจการทำกาแฟแต่สายตาของเธอก็ยังคงมองไปที่ผู้ชาย
คนนั้นเขาไม่ได้มองไปที่อื่นเลย...เขามองมาที่เธอราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง...ราวกับรู้จักเธอมานานแล้ว
“สวัสดีครับ”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นที่หน้าเคาน์เตอร์ข้าวปั้นสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาอีกครั้ง
“ยินดีต้อนรับค่ะ” ข้าวปั้นยิ้มบางๆ ให้กับเขาพยายามที่จะซ่อนความรู้สึกสั่นไหวเอาไว้ “ไม่ทราบว่ารับอะไรดีคะ”
“กาแฟครับ...แบบไหนก็ได้...ที่ทำด้วยมือคุณ”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอีกครั้ง แววตาของเขาดูจริงจังจนน่ากลัวข้าวปั้นรู้สึกราวกับกำลังถูกสะกดจิตให้ทำตามคำสั่งของเขา
“ได้ค่ะ” ข้าวปั้นตอบกลับไปเสียงสั่นๆก่อนจะหันหลังไปหยิบแก้วเพื่อจะทำกาแฟให้เขามือของเธอสั่นเล็กน้อยจนเกือบทำแก้วหลุดมือ
ผู้ชายคนนั้นไม่ได้สั่งอะไรอย่างอื่นอีกเขาเพียงแค่ยืนมองเธอทำกาแฟด้วยสายตาที่ดูว่างเปล่าแต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออกข้าวปั้นรู้สึกได้ว่าทุกการเคลื่อนไหวของเธอกำลังถูกจับตามองอยู่มันทำให้เธอรู้สึก
อึดอัดและไม่สบายใจอย่างประหลาด
เมื่อทำกาแฟเสร็จแล้วข้าวปั้นก็หันกลับมาหาเขาพลางยื่นแก้วกาแฟให้ “กาแฟที่ทำด้วยมือฉันได้แล้วค่ะ”
มือของเขาที่ยื่นมารับแก้วกาแฟนั้นดูแข็งแรงและมั่นคงนิ้วเรียวยาวค่อยๆ โอบรอบแก้วเซรามิกสีขาวบริสุทธิ์ข้าวปั้นที่กำลังจะปล่อยมือออกจากแก้วต้องชะงักไปในทันทีเมื่อในจังหวะนั้นเอง...นิ้วของเขาก็แตะโดนนิ้วของเธอเข้าอย่างจัง...
มันไม่ใช่การััโดยบังเอิญแต่เป็การแตะที่จงใจ! และนานเกินกว่าที่ควรจะเป็!
ิัของข้าวปั้นเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตอย่างรุนแรงความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยััมาก่อนแล่นจากปลายนิ้วขึ้นไปตามแขนก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างจนขนลุกไปหมด เธอพยายามจะชักมือกลับด้วยความใ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยให้เป็เช่นนั้นเขากระชับแก้วกาแฟในมือให้แน่นขึ้นจนมือของเธอยังคงติดอยู่กับมือของเขา หัวใจของเธอเต้นรัวเร็วราวกับกลองที่กำลังถูกรัวตีเธอกระพริบตาปริบๆ และเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย “คุณ...”เธอพยายามจะเอ่ยปากพูดแต่ก็ต้องกลืนคำพูดลงคอไปในทันทีเมื่อได้สบเข้ากับดวงตาคมกริบคู่นั้นของเขา
มันเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เธออ่านไม่ออก...มันทั้งเ็า...เฉยเมย...แต่ก็เต็มไปด้วยความลึกซึ้งอย่างน่าประหลาด...ราวกับว่าเขากำลังมองทะลุเข้าไปในจิติญญาของเธอ
ข้าวปั้นหลุบตาลงมองมือของตัวเองที่ยังคงแนบชิดอยู่กับมือของเขาผิวััที่อบอุ่นของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตซ้ำ
มันเป็ความรู้สึกที่แปลกใหม่และเร่าร้อน...ทว่าลึกๆ ใน
ใจ...กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดราวกับเคยััความรู้สึกนี้มาั้แ่ชาติปางก่อน...
"ขอบคุณครับ" เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นอีกครั้ง โดยที่สายตาคมกริบยังคงสะกดให้ข้าวปั้นนิ่งงัน
"ผมชื่อ...แทนคุณ" เขาพูดเน้นย้ำที่ชื่อตัวเองอย่างช้า ๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมความจริงใจ
ก่อนที่เขาจะปล่อยมือของเธอในที่สุดทำให้ข้าวปั้นรีบชักมือกลับทันทีราวกับกลัวว่ามันจะถูกััอีกครั้งหัวใจของเธอยังคงเต้นรัวไม่หยุด
เธอมองตามหลังเขาที่เดินไปที่โต๊ะที่อยู่ด้านในสุดของร้านซึ่งเป็มุมที่สงบที่สุดก่อนจะนั่งลงและยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบอย่างช้าๆ ราวกับว่าการกระทำเมื่อครู่ไม่มีความหมายใดๆ เลย
ข้าวปั้นยังคงยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ด้วยความรู้สึกสับสนเธอไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนเขารู้จักเธอ...ไม่ใช่ในฐานะเ้าของร้านหนังสือ...แต่เป็ในฐานะใครคนอื่น...ใครคนอื่นที่อาจจะเคยพบกันเมื่อนานมาแล้ว
มือของเธอยกขึ้นมาลูบหน้าอกซ้ายอย่างช้า ๆหัวใจของเธอยังคงเต้นรัวไม่หยุด...
ข้าวปั้นมองไปที่ผู้ชายคนนั้นอีกครั้งเขานั่งอยู่ที่มุมร้านอย่างสงบนิ่งแต่เธอก็ยังคงรู้สึกได้ถึงสายตาของเขาที่กำลังมองมาที่เธอ...เธอรู้สึกได้ว่าชีวิตที่เคยสงบสุขของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปในไม่ช้า...
ชายหนุ่มที่ชื่อ แทนคุณกระชับแก้วกาแฟในมือแน่นขึ้นอีกครั้งใบหน้าคมสันรับกับดวงตาคมกริบคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งความรัก ความโหยหา ความเ็ป และความแค้นเขาไม่คิดว่าเขาจะใช้เวลาตามหาเธอมานานขนาดนี้ หลังจากที่เธอหายไปจากชีวิตของเขาเหมือนความฝันในคืนนั้นเขาทั้งตามหา ตามสืบและใช้ทุกวิถีทางที่มีเพื่อจะรู้ให้ได้ว่าเธอคือใครและเธอหายไปไหนแล้ววันนี้...เธอก็กลับมา...ในสภาพที่แตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง
เขากระชับแก้วกาแฟในมือแน่นขึ้นอีกครั้งราวกับกำลังจะบีบมันให้แหลกคามือความโกรธที่อัดอั้นในใจทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะะเิออกมาในไม่ช้าเขาจำได้ว่าใน
ตอนนั้น...เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะเข้าไปช่วยเธอในกองเพลิงแต่นรกนั่นมันร้อนแรงเกินกว่าที่เขาจะเข้าไปได้...เขาไม่สามารถช่วยเธอได้...ทั้งพ่อและแม่ของเธอ...แต่เธอ...เธอหายไป...และปรากฏตัวอีกครั้งในแบบที่เขาเฝ้ารอมาตลอด
เธอจะจำเขาได้ไหม? จำผู้ชายที่พยายามจะช่วยเธอในวันนั้น...แต่กลับช่วยเธอได้ไม่ทัน...จำได้ไหมว่าเขาคือใคร...แต่ไม่ว่าเธอจะจำเขาได้หรือไม่...เขาก็จะทำให้เธอจดจำเขาได้
อีกครั้ง...ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปไหนอีกแล้ว...ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม
เขาทนรอคอยมานานเกินพอแล้ว...และเขาจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อเธอไว้ในกำมือ...ไม่ว่าผลลัพธ์ของการ'กลับมา' ครั้งนี้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
จบตอน 2 ไปแล้ว! สายตาของ 'แทนคุณ' มันไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมคะ? เขาตามหา 'ข้าวปั้น' มานานขนาดนี้...แต่ในความคลั่งรักนั้นซ่อนความแค้นอะไรไว้กันแน่นะ?ตอนหน้าความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้จะยิ่งร้อนแรงขึ้นอีกค่ะ! ติดตามต่อด่วนเลย!