เสียงดนตรีดังไปทั่วชั้นดาดฟ้าของตึกหรูระฟ้ากลางใจเมือง แสงสีนั้นสาดส่องไปทั่วราวกับอยู่ในผับ พร้อมกันนั้นยังมีสาวบันนี่เกิร์ลสุดแซบที่เดินเฉิดฉายอวดเรียวขาสวย หุ่นเอวเอส โยกย้ายส่ายสะโพก เสิร์ฟเครื่องดื่มนับสิบคน พร้อมกันนั้นยังมีอาหารมากมายละลานตา น่ากินไปเสียทุกอย่าง ทั้งหมดนี้คืออภินันทนาการจากเฮียเจ็ท
เจ้าของวันเกิดในค่ำคืนนี้
"อะแฮ่ม มองไรขนาดนั้น คิดอยู่ล่ะสิว่าไม่น่าพาวาฬมาด้วย" ก็ว่าจะไม่พูดแขวะอะไรละนะ ถ้าสาวคนเมื่อกี้ไม่ขยิบตาให้แฟนฉันน่ะและไอ้การที่เขาใช้สายตามองผู้หญิงอื่นมากเกินไป คนเป็นแฟนอย่างฉัน มันก็ต้องมีการห้ามปรามกันบ้าง
อิสระให้ได้ แต่ความเกรงใจต้องมีนะคะคุณปกป้อง ผู้ชายกับผู้หญิงต่างก็รักศักดิ์ศรีเท่ากัน
ปกไม่ได้แก้ต่างให้ตัวเองแต่อย่างใด ถึงจะแก้ฉันก็คงไม่เชื่อเพราะหลักฐานมันฟ้องอยู่บนใบหน้า ดวงตาประกายวิบวับมองผู้หญิงเหล่านั้นต่อหน้าต่อตาน่ะ ทว่าเขาก็ยังมีคำอธิบายในการกระทำของตัวเองเสมอว่า "แค่มอง"
"งั้นวาฬมองบ้าง" นอกจากผู้หญิง งานวันเกิดก็มีเพื่อนผู้ชายของเขาอีกมากมายที่มาร่วมงาน
เขาใช้นิ้วจิ้มตรงแก้มซ้ายก่อนจะเลื่อนไปจับผมเรือนผมฉันอย่างแผ่วเบา พลันโน้มใบหน้าใบหน้าเข้ามาแนบชิด ใครมองอยู่คงเห็นเรากำลังหอมแก้มกัน " ไม่ได้คิดอะไรครับ"
ถึงปกไม่คิด แต่ดูเหมือนสาวๆพวกนั้นจะคิด สายตาเธอบ่งบอกว่าอยากเข้ามาทำความรู้จักเขา ทั้งที่ฉันเองก็นั่งอยู่ข้างๆเขา
แต่พวกเธอก็ยังทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน
"พี่ปกคะ ดื่มค้อกเทลสักแก้วไหมคะ"
ผู้หญิงใจกล้าคนแรกเดินเข้ามาแล้ว ฉันมองอย่างหน่ายๆ พรูลมหายใจออกมาเพื่อระบายอารมณ์ขุ่นมัว ปราดตามองสำรวจคนตรงหน้าหนึ่งรอบ ร่างบางในชุดเดรสตัวสั้นสีดำ หน้าตาสะสวย หุ่นร่างเอวบาง ทอดสายตาอ่อยปกตั้งแต่เราสองคนเดินเข้ามาเห็นจะได้ มาถึงเธอก็ยื่นแก้วค้อกเทลให้เขาทันทีโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าฉันก็นั่งอยู่ข้างๆ
"ขอบคุณครับ" ส่วนแฟนฉันเป็นคนเฟรนด์ลี่ ยิ้มขอบคุณไม่พอ ยังรับแก้วจากเธอมาอีก ไม่รู้ใส่ยาอะไรเข้าไปรึเปล่า
"เทลขอนั่งด้วยคนได้มั้ยคะ"เสียงเล็กยั่วยวนเอ่ยขอ พลันขยับเข้ามาแนบชิด เจตนาจงใจอ่อยปกชัดเจน
สงสัยเธอแค่ถามไปงั้นๆ คงไม่ต้องการคำตอบเพราะร่างบางทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้อีกตัวข้างปกเรียบร้อยแล้ว
"มาคนเดียวเหรอคะ"
กรอกตามองบนอย่างเหนื่อยหน่าย นี่ ฉันตัวเล็ก ก็ไม่ ยังจะกล้าถามอีกว่ามาคนเดียวรึเปล่า ผู้หญิงสมัยนี้ไม่มีความเกรงใจกันแล้วใช่ไหม อยากคุยก็คุย ไม่สนใจว่าแฟนเขานั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้
ปกหันมามองฉันเป็นเชิงถามว่าโอเคไหม ฉันเพียงสบตาเขานิ่งๆ เรื่องนี้เขาไม่น่าจะถามนะ ใครโอเคก็บ้าแล้ว
"พี่มากับแฟนครับ" มือข้างหนึ่งโอบไหล่ฉันไว้เพื่อสำทับคำพูดของตัวเอง
"อ้าว เหรอคะ เทลไม่เห็น" เธอยกยิ้มขึ้นราวกับแปลกใจที่พึ่งเห็นฉัน สาบานว่าไม่เห็นจริงๆ “สวัสดีค่ะ”
ฉันไม่ได้ตอบ ไม่ได้ยิ้มรับ แค่ทำสีหน้านิ่งๆและอย่าหวังว่าฉันจะได้ปฏิกิริยาการตอบรับอะไรจากเธอ เพราะเธอได้เมินฉันไปเรียบร้อย คนที่เธอสนใจคือแฟนของฉันคนเดียวสินะ
“มากับแฟนแบบนี้ สาวๆในงานเสียใจแย่” เหอะ ฉันมองเธออย่างไม่เข้าใจ กล้าพูดได้ไงอ่ะ ฉันไม่รู้
หรอกนะว่าเธอต้องการสื่ออะไร แต่เรื่องที่พูดมันไม่สมควรรึเปล่า ทว่าปกก็ไม่ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มให้ก็เท่านั้น
"พีชก็มานะ พี่ปกเจอรึยัง" ชื่อผู้หญิงผุดขึ้นมาอีกหนึ่ง ฉันหันไปมองปกว่าเขาจะมีปฏิกิริยายังไง ปกทำสีหน้าเรียบนิ่งพร้อมกับตอบไปเสียงเนือยๆอย่างไม่ใส่ใจ
“เหรอ ยังไม่เห็นนะ” ซึ่งทำให้คนเอ่ยถามหน้าเสียเล็กน้อย คงคาดหวังอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ ทว่าเธอก็ทำไม่สำเร็จ แต่การที่เธอเอ่ยชื่อผู้หญิงอีกคนหนึ่งขึ้นมาแบบนี้ ฉันคิดว่าเธอจงใจสื่อสารกับฉัน
"เดี๋ยวคงได้เจอกัน” บอกปกแต่สายตามองฉัน แวบนึงฉันเห็นรอยยิ้มมุมปากเธอกระตุกขึ้นอย่างเหนือกว่า เค้าลางสังหรณ์บ่งบอกว่าจะต้องมีเรื่อง
“พีช เป็นรุ่นน้องที่คณะ”ปกบอกทันทีที่หันมามองฉัน “ส่วนคนเมื่อกี้ น่าจะเป็นเพื่อนของพีช”
สรุปคือรู้จักกัน เหรอ
“ไม่มีมารยาทเลย ” ฉันพูดตามที่ฉันคิด ปกเองก็เพียงหัวเราะเห็นด้วย เราสองคนนั่งสงบได้ไม่นานก็มีคนเข้ามาทักทายอีกเรื่อย ๆ คราวนี้เป็นคิวของร่างสูงที่คุ้นตา เสื้อลายเสือที่เขาชอบใส่ทำให้โดดเด่นมาแต่ไกล เขาคือเฮียไวท์เพื่อนสนิทของปกนั่นเอง
“กูตามหาตั้งนาน แม่งนั่งเฝ้าเมียอยู่นี่เอง” ทักประโยคแรกก็ทำให้ฉันหน้าร้อนผ่าวไปหมด เขาเอียงคอเล็กน้อยเพื่อยกมือทักทายฉัน สายตาเจ้าเล่ห์มองมาเป็นประกายวิบวับ
“หวัดดีค่ะ น้องวาฬ” ฉันได้แต่พยักหน้ายิ้มหวานส่งให้ แต่ก็ถูกคนตัวโตใช้ไหล่บังตัวฉันไว้จนมิด ในกลุ่มเพื่อนสนิทของปกเฮียไวท์ค่อนข้างเป็นคนเฟรนด์ลี่ เข้ากับคนได้ง่ายที่สุด ฉันเลยคุยกับเขาได้อย่างสบายใจ ซึ่งต่างจากเฮียเจ็ทที่ค่อนข้างเป็นคนเข้าถึงยาก เจอกันบ่อยแต่ก็ยังรู้สึกอึดอัด อีกอย่างเฮียไวท์เป็นผู้ชายที่พูดคะ... ขา... ด้วยใบหน้าหวานๆได้น่าฟังมาก
ที่สำคัญพี่เขาโสด แต่โสดแบบมีคนข้างกายอ่ะนะ
ปกบอกว่าเขาหวงสถานะแฟนมาก
ปึก!
“สายตาอ้อนตีนเก่ง” เสียงตบไหล่ทักทายดังพอควร ฝีมือปกเองแหละ เล่นกันแรงตลอด แต่เฮียไวท์ไม่ยักโกรธ แถมยังสวนกลับอีกต่างหาก
“แค่ทักทายเองเพื่อน หวงไปได้” เขาพูดพลางตบไหล่ปกคืน ดูจากสีหน้าปก คงหนักพอควรเลยแหละ
“ไอ้เจ็ทล่ะ”
“ยืนคุยกับพวกไอ้รันนู่น” เฮียไวท์บุ้ยหน้าไปทางสระว่ายน้ำที่มีกลุ่มผู้ชายสี่ถึงห้าคนยืนคุยกันอยู่และหนุ่มเสื้อเชิ้ตสีแดง เขาคนนั้นคือเฮียเจ็ท เจ้าของวันเกิดนั่นเอง
“ได้ยินว่าเกิดเรื่อง”
“อืม แต่มันเคลียร์แล้ว เรื่องเดิมๆแก้ไม่ได้สักที คนหนึ่งก็ก็เพื่อนสนิท อีกคนก็แฟน กูเป็นไอ้เจ็ทปวดหัวชิบหาย มึงอย่าได้คิดหาทำล่ะ น้องวาฬเอามึงตายแน่ ใช่มั้ยคะ” ในตอนท้ายเฮียไวท์เอนหน้ามาเพื่อขยิบตาให้ฉัน
เอ่อ ว่าแต่เขาคุยเรื่องอะไรกัน
จากนั้นฉันก็ปล่อยให้ี่เฮียไวท์กับปกได้คุยกันตามประสาผู้ชาย ส่วนตัวเองก็ขอแยกมาเข้าห้องน้ำ ระหว่างที่เข้าห้องน้ำโมลี่แชทข้อความเข้ามาพอดี
ติ้ง!!
Moly: แก ต้องจัด!!
พร้อมส่งรูปภาพรองเท้าลดราคา แบรนด์ที่ฉันอยากได้มาให้
Me:ส่งลิงค์มา ของต้องมีค่ะ
ระหว่างที่กำลังแชทคุยอยู่นั้น เหมือนจะมีคนเข้ามาใช้ห้องน้ำ ได้ยินเสียงเดินและเสียงพูดคุยอยู่ด้านนอก
ถ้าเป็นดั่งในละคร ตัวร้ายผู้หญิงคงแอบมานินทานางเอกในห้องน้ำ และเผอิญว่านางเอกดันอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ดังที่เขาว่าหน้าต่างมีหูประตูมีช่องอ่ะนะ ความลับทุกอย่างเลยถูกเปิดโปง เกิดเป็นดราม่าตบตีให้คนดูได้อิน
ในชีวิตจริงคงไม่มีหรอกมั้ง
แต่ความคิดฉันก็พลันเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงบทสนทนาจากของคนด้านนอกที่ดูเหมือนจะพูดถึงใครสักคนหนึ่ง
“แกต้องเห็นหน้านาง คิดว่าตัวเองเหนือกว่าผู้หญิงทุกคน ฉันเห็นละแบบโคตรอยากจะเดินไปบอกเรื่องแกเลยว่ะ” น้ำเสียงคุ้นหูเอ่ยขึ้น แต่ฉันนึกไม่ออกว่าเป็นใคร
“แกหยุดเลยนะ พอแล้ว พี่เขาไม่พอใจมากเลยนะเว้ย อย่าหาเรื่องให้ฉันได้ปะ” เสียงอีกคนตอบกลับ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฟังพวกเธอคุยกันหรอกนะ แต่สถานที่สาธารณะแบบนี้มันเลี่ยงไม่ให้ได้ยินได้ซะที่ไหน
จังหวะที่จะเปิดประตูออกไป ไม่อยากแอบฟังคนอื่นเขาคุยกัน เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเสียมารยาท แต่มือฉันกลับชะงักเมื่อได้ยินชื่อของใครบางคนที่พึ่งจดจำได้ในสมองของตัวเองได้ไม่นาน “อิพีช แกก็กลัวเขาเกินไป”
พีช จะใช่คนเดียวกับที่ปกบอกว่าเป็นรุ่นน้องในคณะรึเปล่านะ ใจฉันเต้นตึกตักเมื่อรู้ว่าคนข้างนอกคือผู้หญิงที่คาดว่าน่าจะมีซัมติงบางอย่างกับปก
“ถามจริง ใจแกไม่อยากให้แฟนเขารู้บ้างรึไง ฉันเจอแค่แป๊ปเดียวก็รู้แล้วว่าพี่เขาแคร์แฟนมากอ่ะ ผู้หญิงเองก็มั่นหน้า เอาเรื่องอยู่นะเว้ย” ชัดเจนว่าเธอกำลังพูดถึงฉันอยู่ “สวยนะแต่หน้าเหวี่ยงมาก”
ท่าทางที่เหมือนจะเปิดศึกหาเรื่องกันแบบนั้น ใครจะไม่เหวี่ยงบ้าง
“ทำตัวสูงส่ง คิดว่าเป็นผู้ชนะเพราะอยู่ข้างพี่เขา” น้ำเสียงเย้ยหยันที่เปล่งออกมาทับถมมันทำให้ใจฉันเจ็บแปลบๆ “สงสารนะ แต่ก็ช่วยไม่ได้”
“เทล อย่าไปยุ่งกับเธอ ขอเหอะ” คนที่ชื่อพีชทำเสียงดุเล็กน้อย “เขาไม่ชอบ”
“เออๆ รู้หน่า แกบอกฉันจนจำได้ขึ้นใจแล้วเนี่ย ที่เดินไปทักก็แค่อยากรู้ว่านางเป็นคนยังไง แค่นั้น”
“นั่นแหละ อย่าทำอีก เมื่อกี้พี่เขาไม่พอใจนะ เขาบอกเราล้ำเส้นเกินไป รู้ไว้ด้วย”
เหมือนมีบางสิ่งจุกอยู่ที่อก ในมือกำโทรศัพท์ไว้แน่น แม้ว่าพวกเธอจะเดินออกไปได้สักพักแล้วก็ตาม แต่ตัวฉันยังชาวาบ ยืนนิ่งไร้แรงก้าวเดิน
ไม่มีน้ำตา แต่ข้างในมันปวดหนึบๆ ภาวนาขอให้ไม่ใช่
ไม่ใช่
ก็พอ...
ฉันเดินกลับมาที่โต๊ะ ปกกับเฮียไวท์ยังคงพูดคุยกันอยู่ ดูเหมือนจะมีสมาชิกเพิ่มอีกสามคน ผู้ชายสอง หญิงหนึ่ง
"หายไปนานจัง " เขาหันมาถามฉันระหว่างที่ทุกคนกำลังคุยสนุกกันอยู่ สามคนที่มาใหม่ ฉันรู้จักแค่พี่ท้อปเท่านั้น เพราะเขาเป็นเพื่อนกลุ่มสังสรรค์ของปก ส่วนอีกสองคน ไม่คุ้นหน้า
ผู้ชายหน้าตี๋ๆหน่อย ตัวสูงผิวขาว ส่วนผู้หญิงหน้าตาน่ารักมาก ตัวเล็ก ผมสั้น ยิ้มสวยเชียว ดูจากหน้าตาของทั้งสองคนน่าจะอายุน้อยกว่าฉัน
" พี่คนนี้ แฟนเฮียปกเหรอครับ "ผู้ชายหน้าตี๋ถามขึ้น เขาเรียกปกว่าเฮีย คงสนิทกันระดับหนึ่ง เขาหันมายกยิ้มกว้างให้ฉันอย่างเป็นมิตรและนอบน้อมในเวลาเดียวกัน
"อืม ชื่อปลาวาฬ วาฬนี่ ดัช ส่วนน้องอีกคนชื่อ น้องพีช แฟนไอ้ดัชมัน "
ปกแนะนำอย่างรวบรัด ฉันตกใจอยู่ไม่น้อย คิ้วฉันขมวดมุ่นทันที ในใจคิดคนนี้เหรอ ที่ชื่อพีช หนำซ้ำยังมีแฟนแล้วด้วย จะใช่คนเดียวกันกับคนในห้องน้ำรึเปล่านะ
"ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ มีอะไรรึเปล่า" ปกยกมือขึ้นวางบนผมฉัน พลางก้มหน้าลงมาถาม
"ปะ เปล่า" ฉันตอบไป พลางปัดมือเขาออกจากศรีษะฉัน ปกเองก็ดูตกใจกับการกระทำของฉันแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ตอนนี้ในหัวกำลังประมวลผล ประติดประต่อเรื่องที่ฉันพึ่งได้ยินมากับผู้หญิงตรงหน้าที่มองฉันอยู่
"สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ"
"ได้เจอตัวจริงสักที พี่วาฬสวยอย่างที่เฮียไวท์บอกเป๊ะ" เป็นดัชที่พูดขึ้น
"ไอ้ไวท์ มึงไปเล่าอะไรให้น้องมันฟังอีก" ปกบ่นพึมพำกับเพื่อนข้างกายที่กำลังยิ้มแป้นอยู่
"เออ ก็น้องมันถามว่าแฟนพี่ปกเป็นใคร สวยไหม ถามกันอยู่นั่น กูรำคาญก็บอกๆให้มันจบไป"
บทสนทนาของพวกเขาฉันแทบไม่ได้ฟังเลยสักนิด เพราะสมาธิเอาแต่จดจ่ออยู่ที่คนทั้งสอง ดัชจับมือพีชไว้ตลอด เธอเองก็ไม่มีทีท่าสนใจปกสักนิด เอาแต่มองแฟนตัวเองและมองมาทางฉันบ้าง
จนกระทั่งผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา นาทีนั้นหัวใจฉันกระตุกวูบ มือไม้อ่อนไปหมด
ค้อกเทล...
"อ้าว พีชอยู่ที่นี่ก็ไม่บอก หาตั้งนาน" เธอปรายตามองฉันแวบนึงคล้ายกำลังข่มกัน ก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนต่อ รู้สึกตาลาย หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
คือเธอจริง ๆ สินะ แต่ฉันไม่เข้าใจเลย ในเมื่อเธอมีแฟนอยู่แล้ว
ปกกับเธอเป็นอะไรกัน
ตี 02.00 น.
ฉันนั่งเงียบแกล้งหลับมาตลอดทาง แม้ในใจมันปวดหนึบอยากจะถามเขาตรง ๆ แต่มันก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะรับความจริงไม่ได้
จนกระทั่งรถหยุดจอด เดาว่าคงถึงคอนโดแล้ว...
"วาฬ"
มือหนาแตะลงบนต้นแขนฉัน รู้แล้วแหละว่า เราถึงคอนโดกันแล้ว ทว่าฉันก็ยังเงียบ ไม่อยากจะมองหน้าหรือพูดกับเขา
"วาฬ ถึงแล้ว" ปกเพิ่มเสียงให้ดังอีกนิด ฉันถึงค่อยๆปรือตาขึ้น เพื่อสบตากับเขา
"อืม" ฉันครางตอบกลับ ปลดเบลท์ออกเปิดประตูลงจากรถทันทีโดยที่ไม่รอเขา เราสองคนเดินเข้ามาในตึกและขึ้นลิฟต์ ปกมีอาการมึนเมานิดหน่อยเพราะก่อนกลับโดนเพื่อนบังคับให้ดื่มเหล้าอยู่หลายแก้ว ถ้าหากเขาไม่ใช้ข้ออ้างว่าต้องดูแลฉัน เขาคงไม่ได้กลับมาง่ายๆ
ระหว่างอยู่ในลิฟต์ ฉันไม่ได้พูดอะไร เขาเองก็คงจะง่วง ปกเดินมาส่งฉันที่หน้าห้อง จังหวะที่จะก้าวเข้าห้องตัวเองเหมือนเขาจะตามเข้ามาด้วย ฉันจึงยกแขนขึ้นค้ำยันขอบประตูขวางเอาไว้
"ปก กลับไปนอนห้องตัวเองเถอะ วันนี้วาฬเหนื่อย" คิ้วเรียวยาวเลิกคิ้วอย่างไม่พอใจ ปกติฉันไม่เคยห้ามเขามานอนที่ห้องฉันเลย แต่วันนี้ ไม่ใช่ไง
ฉันอยากอยู่คนเดียว อยากใช้ความคิด ทว่าทุกอย่างก็ไม่ยอมเป็นไปอย่างที่ใจฉันคิด มือหนาดึงตัวฉันเข้าไปใกล้ พลางพ่นลมหายใจอุ่นวนอยู่บริเวณหน้า
"นอนด้วยกันนะ" อ้อนอีกตามเคย
ฉันยกมือดันแผงอกเขาออก ใช้แรงไม่มากอย่างที่คิด ปกก็ผละออกไป "วาฬปวดหัว อยากนอนแล้ว ปกกลับไปนอนที่ห้องตัวเองนะ"
"ปวดหัวเหรอ" มืออุ่นยกขึ้นมาอังหน้าผากอย่างรวดเร็ว แววตาเป็นห่วงเป็นใย เป็นห่วงกันแต่ทำไมถึงใจร้าย ทำกันได้ลง
"กินยาหน่อยนะ" ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อมือหนาก็คว้าข้อมือฉันไว้ ดันตัวเองเป็นผู้นำ เดินก้าวเข้ามาในห้อง ปกดันฉันนั่งลงกับโซฟา ส่วนตัวเองเดินหายเข้าไปในห้องนอน วินาทีต่อมาเขากลับมาพร้อมกับแผงยาพาราและขวดน้ำดื่มวางลงตรงหน้าฉัน ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น จัดการแกะเม็ดยาสองเม็ด เทน้ำใส่แก้วและยื่นมันมาให้
"กินยาก่อนครับ" เขาบอกเสียงเข้มเมื่อฉันไม่ยอมรับมันไปสักที สุดท้ายทนสายตากดดันจากเขาไม่ไหวเลยต้องยอมทำตาม
อยากจะบอกที่ปวดหัวไม่ใช่เพราะเป็นไข้ แต่ปวดหัวเพราะคนตรงหน้านี่แหละ
"ปก ทำไร" ตัวฉันสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อมืออุ่นแตะลงบนเท้าข้างหนึ่งอย่างแผ่วเบา และเริ่มลงน้ำหนัก ค่อยๆบีบ นวดบริเวณปลายเท้า ฉันจะชักเท้าออกแต่เขากลับขืนมันเอาไว้
"อย่าดื้อ ปกจะนวดให้"
"มะ..ไม่ได้ปวดอะไร ไม่ต้องนวดก็ได้"
"ต้องปวดดิ ปกติวาฬใส่ส้นสูงซะที่ไหน วันหลังไม่ต้องใส่ก็ได้ เลือกคู่ที่สบายๆเถอะ " เขาร่ายยาวคล้ายอยากจะบ่นกันมากกว่า ปกแกล้งบีบตรงส้นเท้า เท่านั้นแหละ
"โอ๊ย เจ็บ"
จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองกัน เพื่อบอกว่าเขาพูดถูก ฉันควรจะรู้สึกยังไงล่ะ สุดท้ายน้ำตาที่กลั้นไว้ก็ค่อยๆไหลออกมา ปกที่มองกันอยู่ก็ตกใจรีบลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาและดึงฉันเข้าไปกอด
“วาฬร้องไห้ทำไม” น้ำเสียงเขาดูเป็นกังวลมาก
“เจ็บ”
“ปกขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจทำให้วาฬเจ็บ”
เขาคงเข้าใจว่าฉันร้องไห้เพราะแรงที่เขาบีบส้นเท้าฉันเมื่อกี้ แต่เปล่าเลย ที่เจ็บไม่ใช่เท้าแต่เป็นใจฉันต่างหาก
ได้แต่บอกตัวเองว่าอย่าร้อง ปลาวาฬ เข้มแข็งหน่อย ทว่าน้ำตามันก็ไหลไม่ยอมหยุด
"วันนี้เป็นอะไรรึเปล่า สีหน้าไม่ค่อยดี" เขาเริ่มบนสนทนาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ฝ่ามือลูบแผ่นหลังฉันอย่างปลอบโยน "เป็นอะไร ปกทำอะไรให้วาฬไม่พอใจรึเปล่า"
"..." จนถึงตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์ไม่พอใจรึเปล่า อ้อมกอดในตอนนี้ เขาเองก็กอดคนอื่นใช่ไหม ความรู้สึกน้อยใจมันเต็มไปหมด
"ปกบอกแล้วไง มีอะไรก็ต้องคุยกันนะครับ "เขาผละออกเพื่อสบตากับฉัน "โกรธอะไร บอกปกสิครับ"
"ปะ เปล่าโกรธ" ฉันหลุบตามองมือตัวเองที่วางซ้อนอยู่บนหน้าตัก ฉันไม่กล้าจะคุยกับเขา กลัวว่าตัวเองจะรับความจริงไม่ได้อย่างที่บอกฉันไม่เคยเตรียมใจ
"ไม่อ่ะ วาฬกำลังโกรธ" เขาเขยิบตัวเองเข้ามาใกล้อีกนิด ตอนนี้ฉันหนีมาชิดขอบโซฟาแล้ว หากถอยอีกนิด ต้องลงไปนั่งบนพรมแล้วแหละ ขืนเป็นแบบนี้ปกไม่ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวแน่ๆ
"โกรธที่มองผู้หญิงคนอื่นเหรอ"
“แล้ววาฬโกรธได้ไหม” ไม่ใช่แค่โกรธ แต่ฉันมีสิทธิ์ห้ามสายตา รอยยิ้ม ทุกอย่างในความเป็นเขาได้ไหม
"ปกก็บอกวาฬแล้วว่าแค่มอง ไม่ได้คิดอะไร"
"แล้วถ้าผู้หญิงพวกนั้นคิดล่ะ ถ้าวาฬมองบ้างแล้วตอบอย่างที่ปกบอก ปกโอเคใช่มั้ย " ไม่รู้ว่าฉันกำลังพาลเรื่องอะไรอยู่ รู้แค่ว่าฉันอยากจะเลี่ยงพูดคุยเรื่องของเธอคนนั้นก็แค่นั้น
เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะมองกันด้วยสายตาที่อ่อนลง รอยยิ้มบางจึงยกขึ้นเล็กน้อย มือที่จับคางอยู่เลื่อนขึ้นมาดึงแก้มฉัน " สรุปหึง"
"ไม่ได้หรือไง"
"ปะ เปล่า ก็ปกติวาฬไม่เคยหึงปกเลยนี่"
"ปกเป็นแฟนวาฬ" อยากจะย้ำเตือนเขาให้ขึ้นใจ
"ขอโทษนะครับ งั้นต่อไปจะไม่มองแล้วครับ สัญญา" สองนิ้วชูขึ้นทำท่าสัญญา
"หายงอนนะ ขอปกกอดหน่อย" บอกขอกอดแต่ร่างสูงดึงฉันเข้าไปในอ้อมอกเขาแล้ว ฉันเองก็กอดเขาแน่น แน่นชนิดที่ว่า ไม่อยากให้จากไปไหน ลมหายใจอุ่นรดอยู่บริเวณพุ่มผมฉัน กลิ่นแอลกฮอล์ผสมกลิ่นน้ำหอมอบอวลไปทั่วตัวเขา สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าผู้ชายคนนี้อยู่กับฉัน
"ปก วาฬมีอะไรจะถาม"
"หืม ถามว่า"
ฉันรวบรวมความกล้าอยู่นานพอสมควร ปกเองก็เงียบรอฟัง บรรยากาศในห้องเงียบสนิท ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ถ้ายังอยากจะมีกันอยู่ ก็ต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ จะได้รู้ว่าตัวเองควรทำยังไงต่อไป การเปิดใจคุยกันอาจจะทำให้เรื่องมันง่ายขึ้นก็ได้
"ปกกับเด็กที่ชื่อพีชไม่ได้มีอะไรกันใช่มั้ย"สิ้นคำถามความนิ่งเงียบก็เข้ามาแทนที่ มีเพียงแต่เสียงลมหายใจที่ดังมาให้ได้ยิน
"ช่วยตอบหน่อยได้มั้ย" ฉันเอ่ยขอ ช่วยตอบในวันที่ฉันยังอยากจะฟังเถอะ ฉันกอดเขาไว้แน่น ซบหน้าไปกับไหล่กว้างของเขาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลซึมออกมา การที่เขาไม่ได้ตอบกลับในทันทีมันก็เป็นคำตอบแล้วไม่ใช่หรือไง เพราะแบบนี้หัวใจฉันมันก็เริ่มบีบรัดอีกครั้ง
"ไม่มีอะไรครับ" เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สองมือลูบบนแผ่นหลังฉันเบาๆ ฉันได้แต่แค่นยิ้มหัวเราะเยาะตัวเองในใจ
จริงสินะ
อ้อมกอดที่ฉันหวงแหน คิดว่าตัวเองครอบครองอยู่เพียงผู้เดียว แท้จริงแล้วผู้หญิงคนอื่นก็ได้สัมผัสมันเช่นกัน
“วาฬเชื่อใจปกนะ”
เช้าวันต่อมา
ฉันตื่นตั้งแต่เช้าตรู่อาบน้ำแปรงฟันเสร็จก็แต่งตัวออกจากห้อง ขับรถตรงไปยังบ้านของพี่ชายตัวเอง ส่วนปกฉันทิ้งเขานอนหลับอยู่ที่ห้อง เรื่องเมื่อคืนระหว่างเรายังเคลียร์กันไม่ชัดเจนหรอก แต่มันก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะฉันเองก็ไม่พร้อมจะรับฟังความจริงอะไร
ใช้เวลาไม่นานฉันก็ขับรถมาถึงบ้านพี่ชายตัวเอง สาเหตุที่มาที่นี่ก็เพราะอาทิตย์ก่อนพี่หลามโทรมาขอฝากเจ้าตัวเล็กไว้สักหนึ่งวัน เพราะต้องไปทำธุระที่ต่างจังหวัด
ทันทีที่เปิดประตูลงจากรถ เจ้าตัวเล็กจ้ำม่ำในชุดก๊อตซิลล่าสีเขียวมีหางดุ๊กดิ๊กน่ารักวิ่งตรงมาหาฉันพร้อมกับเสียงหัวเราะอารมณ์ดี
เจ้าก้อนกลมกอดขาฉันไว้แน่น โดยมีพี่ชายฉันตามมาด้านหลัง พร้อมกับพี่เก๋ พี่สะใภ้ฉันเอง ไม่ได้เจอพี่ชายมาพักใหญ่นับเวลาเกือบสามเดือนได้แล้วมั้ง เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องเรียน หน้าพี่ชายตอบลงไปเยอะเลยคงเพราะทำงานหนัก ส่วนพี่เก๋ยังคงสวยเหมือนเดิม ตอนนี้กำลังจะมีน้องชายให้นีโม่อยู่ในท้อง
"หวัดดีค่ะพี่หลาม พี่เก๋" ฉันยกมือไหว้พี่ทั้งสอง
“พี่ฝากหน่อยนะ” พี่หลามเอ่ยบอกพลางยื่นกระเป๋าเป้ของนีโม่ให้กับฉัน
“ได้ค่ะ เดี๋ยวค่ำๆวาฬจะพามาส่งนะ” ฉันเอ่ยบอก
ทักทายพูดคุยได้นิดหน่อย พวกเราก็แยกย้ายกัน ฉันกลับมาถึงห้องประมาณสิบโมงครึ่ง ก่อนเข้ามาก็แวะซื้ออาหารให้คนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่บนรถ เด็กอะไรนิ่งปุ๊บเป็นหลับและกับข้าวอีกสองสามอย่างให้คนตัวโตที่นอนรออยู่ที่ห้อง ตอนนี้น่าจะตื่นแล้ว
"วาฬๆ น้องโม่อยากกินติม"มือเล็กดึงกระโปรงฉันไว้ แก้มใสแดงระเรื่อเพราะอากาศร้อน นีโม่เป็นเด็กขี้ร้อน โดนอากาศร้อนนิดหน่อยเหงื่อก็ออกเต็มตัว ฉันคงต้องรีบพาเจ้าหลานชายขึ้นห้องแล้วล่ะ
"แป๊ปนึงนะโม่ เดี๋ยวถึงห้องค่อยกินนะ" เด็กน้อยพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
กริ้ก !
ขณะที่กำลังจะกดรหัสเปิดประตูห้อง ปกก็เปิดออกมาพอดี คนตัวโตยังคงอยู่ในสภาพงัวเงีย ผมเผ้ารุงรัง สงสัยคงพึ่งตื่นนอน
"วาฬ ไปไหนมาครับ" เสียงติดแหบพร่าเอ่ยออกมา เขากระแอมเบาๆพลางลูบที่คอตัวเองพร้อมกับเบ้หน้าเล็กน้อย เขามองฉันก่อนจะเลื่อนสายตามองตามเจ้าตัวเล็กที่วิ่งปราดเข้าห้องอย่างรวดเร็ว
"หื้ม นีโม่เหรอ”เขาพึมพำออกมา ฉันจึงพยักหน้าตอบ แม้สีหน้าเขายังดูงงๆ ทว่ามือสองข้างยังเอื้อมมาช่วยฉันถือของเข้าไปในห้อง พอเดินเข้ามาสายตาก็มองนีโม่ที่โดดขึ้นไปนั่งโซฟาเรียบร้อย หนำซ้ำยังเปิดทีวีช่องการ์ตูนดูเองเสียด้วย พลันได้ยินเสียงเพลงที่นีโม่ชอบฟัง เจ้าตัวเล็กส่ายหัวไปมาตามจังหวะเพลงไดโนเสาร์ที่ดังอยู่ในทีวี
“วาฬติมค้าบ” หันมาสั่งกันเลยนะ ส่วนปกเองหลังจากวางของเสร็จก็เดินไปนั่งโซฟาด้วยกันกับเจ้าตัวเล็ก เขาอุ้มนีโม่ขึ้นนั่งบนตัก พลางขยับตามจังหวะเพลง นีโม่ชอบใจ หัวเราะคิกคักเชียว
ฉันจัดการเก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเปิดตู้เย็นเอาไอติมออกมาจากช่องแช่แข็งและเดินมารวมกับสองคนที่โซฟา
“วันนี้ปกช่วยวาฬดูโม่หน่อยนะ” ฉันว่าพลางตักไอติมช็อกโกแลตป้อนเข้าปากหลานชาย ทว่าคนตัวโตกลับอ้าปากอยากจะกินด้วยเสียอย่างนั้น ฉันจึงส่ายหน้าเบาๆแต่ก็ยังป้อนให้เขาหนึ่งคำ
“ชิบ” เขาเกือบจะอุทานคำหยาบออกมาเหมือนพึ่งคิดอะไรออก แต่ยังดีที่หยุดคำไว้ทัน พลันใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิด “ทำไงดี ตอนบ่ายปกนัดไอ้เจ็ทกับไอ้ไวท์เรื่องไปดูรถอ่ะ”
เรื่องนี้ฉันเองก็พึ่งรู้
“ถ้าปกไม่ว่างก็ไม่เป็นไร วาฬเองก็ไม่ได้บอกปกไว้ก่อน”
“เดี๋ยวปกเลื่อนนัดพวกมันก็ได้นะ” ปกเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา
“ไม่ต้องเลื่อนหรอก ไปเถอะ”
“เอางั้นเหรอ งั้นปกจะรีบไปรีบกลับมาช่วยวาฬนะ” เขายังบอกต่อ สีหน้าดูสลดลงเพราะรู้สึกผิด
“โอเค งั้นเดี๋ยวรอปกกลับมาค่อยพานีโม่ไปว่ายน้ำกัน วาฬคนเดียวคงดูแลนีโม่ไม่ไหว ว่ายน้ำก็ไม่แข็งด้วย ” ฉันเอ่ยอย่างยิ้มๆและป้อนไอติมให้เขาอีกหนึ่งคำเผื่อเขาจะสบายใจขึ้นบ้าง
เรื่องว่ายน้ำฉันก็คิดไว้อยู่แล้วว่าจะพานีโม่ไปว่ายเล่นที่สระว่ายน้ำส่วนกลางของคอนโด นี่ก็เตรียมชุดมาเรียบร้อย
เรานั่งดูการ์ตูนเล่นกับนีโม่ไปสักพัก คนตัวโตเหมือนจะลืมไปแล้วว่าตัวเองมีนัด ฉันจึงไล่เขาไปอาบน้ำ แต่งตัวที่ห้องของตัวเอง ตอนแรกเขางอแง ไม่ยอมลุกสักที ใช้สายตาดุเขาอยู่นาน ถึงยอมไปแต่โดยดี พอปกไม่อยู่ ในห้องก็มีแค่เราสองคน นีโม่ยังนอนดูการ์ตูนอยู่ อีกสักพักคงใกล้เวลาหลับกลางวันแล้วล่ะ ตื่นมาอีกทีน่าจะบ่ายสามโมง ตามที่พี่หลามบอกไว้
กริ้ก
เสียงประตูเปิดออก ฉันชะโงกหน้ามองดูก็พบกับคนตัวโตที่ยื่นหน้าเข้ามามองกัน ปกไม่ได้เข้ามาด้านใน คงตั้งใจมาบอกแล้วก็ออกไปเลย
“วาฬ ปกไปก่อนนะ ขากลับอยากกินอะไรโทรมาบอกนะครับ เดี๋ยวปกซื้อเข้ามา” เสียงทุ้มเอ่ยบอกพลางยกยิ้มอบอุ่นให้กัน ฉันจึงพยักหน้ารับรู้และยกมือขึ้นโบกไปมา มองจนประตูบานใหญ่ปิดลงพร้อมกับถอนหายใจออกมา เอาเข้าจริง ปกออกไปข้างนอกใจฉันไม่สงบเลยสักนิด เอาแต่คิดระแวงว่าเขาจะไปหาเพื่อนจริงหรือเปล่าหรือออกไปหาคนอื่น แค่คิดว่าเป็นอย่างหลังหัวใจมันก็เหมือนจะบีบรัดจนหายใจไม่ออก
ทุกครั้งได้แต่ถามตัวเองในใจ ฉันต้องรักขนาดไหนเขาถึงจะหยุด...
แล้วฉันจะบอกว่าเชื่อใจเขาทุกครั้งได้ไหม
บทบรรยาย ;ปกป้อง
หลังจากปิดประตูห้องของวาฬลง ผมก็ถอนหายใจออกมาให้กับความชั่วของตัวเอง เรื่องเมื่อคืนแม้วาฬจะไม่พูดหรือโวยวายอะไรแต่ผมก็รับรู้ผ่านสายตาแสนเศร้าคู่นั้นที่มองมา มันเต็มไปด้วยความผิดหวัง หลายครั้งที่เธอพยายามเข้มแข็งซ่อนความเจ็บปวดไว้ข้างใน แสร้งทำเหมือนระหว่างเราไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วาฬถามผมถึงเรื่องความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่น
เมื่อวาฬเริ่มรู้สึกว่ามันมากไป เธอก็จะพูดกับเขา กอดผม และอ้อนวอนทางสายตาเพื่อขอให้ผมหยุด ไม่ว่าวาฬจะรับรู้แค่ไหน จะมากหรือน้อย ผมก็หยุดทันทีอย่างไม่ลังเล
ครืด ครืด
ผมมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบเพราะมีสายโทรเข้ามา หน้าจอปรากฏชื่อของคนที่ผมตั้งใจบันทึกไว้เพียงตัวอักษรว่า P อย่างเหนื่อยหน่าย
“ครับ”
(วันนี้พี่จะมาหาไหมคะ)เสียงปลายสายออดอ้อนอย่างทุกครั้งที่เคยทำ เมื่อก่อนผมคิดว่ามันน่ารักแต่ตอนนี้กลายเป็นความน่ารำคาญขึ้นมาซะอย่างนั้น
“พี่ไม่ว่างครับ” ผมตอบกลับเสียงราบเรียบ ถึงว่างก็ไม่คิดจะเจอเธอ
(พี่ไม่มาจริงๆ เหรอคะ แค่ชั่วโมงเดียวก็ยังดี) น้ำเสียงเธอคล้ายกับจะร้องไห้ (หนูคิดถึงพี่นะ อยากกอด)
“พี่คิดว่าเราคุยชัดเจนแล้วนะ” ผมย้ำเตือนในสิ่งที่เธอควรรู้ เมื่อคืนก็บอกแล้วแต่ก็ยังทำ ในเมื่อผมคอนโทรลไม่ได้ก็ต้องตัดออก
(พีชขอโทษ) เธอเอ่ยบอกด้วยเสียงสั่นเครือ “ขอโทษนะคะ หลังจากที่พี่บอก พีชก็เตือนเทลแล้วนะคะ”
ผมยอมรับว่าเมื่อคืนผมพลาดเองที่ไม่ระวังเด็กตัวเองและเพื่อนของเธอ วาฬเป็นคนช่างสังเกต ผมรู้ว่าเธอรู้ทุกอย่างแต่เธอเลือกจะเงียบและปล่อยให้ผมจัดการเหมือนอย่างทุกครั้ง ผมรู้จักวาฬดี วาฬไม่ใช่ผู้หญิงขี้โวยวาย รักศักดิ์ศรีตัวเองเป็นที่หนึ่ง เธอไม่มีวันจะลดคุณค่าตัวเองลงมาเพื่อแย่งผู้ชายเพียงคนเดียว
เมื่อไหร่ที่เธอเงียบนั่นแปลว่า วาฬยังไม่คิดจะทิ้งผม และผมก็ทำเพียงแค่หยุดทุกอย่างที่สร้างขึ้น ไม่ว่าคนนั้นผมจะชอบหรือหลงไหลมากเพียงไหน
(พี่ปก หนูรักพี่นะ) เสียงเล็กยังคงเอ่ยคำเพ้อเจ้อไม่จบสิ้น
พีชกับผมเรารู้จักกันได้ประมาณ สี่เดือน เธอเป็นรุ่นน้องที่คณะ พีชไม่ใช่คนสวยหรือโดดเด่นเหมือนวาฬแต่จัดอยู่ในหมวดหมู่ความน่ารักเสียมากกว่า ตอนแรกที่รู้จัก เธอนิสัยดี น่ารัก ขี้อ้อน ทว่าเธอไม่ใช่เป็นคนขี้อาย
พีชเข้ามาสารภาพรักผมก่อน และผมไม่ได้ปฏิเสธ แต่ผมก็บอกเธอตามตรงว่าผมมีแฟนแล้ว และไม่คิดจะทิ้งแฟนเพื่อมาคบกับเธอ
เธอขอให้ผมลองเปิดใจให้เธอ จะสถานะอะไรก็ได้ ขอแค่เวลาเล็กน้อยให้ผมได้ลองรู้จักเธอบ้าง และที่สำคัญเธอบอกจะไม่วุ่นวายและก้าวก่ายในชีวิตของผมกับวาฬซึ่งผมก็โอเค และให้สถานะ ของเราสองคนว่า รุ่นพี่ กับ รุ่นน้อง จากนั้นเราก็เริ่มคุยกัน ออกไปไหนด้วยกันบ้าง ส่วนมากผมจะเป็นฝ่ายเข้าไปหาเธอเอง ถ้าถามว่าความสัมพันธ์ในสถานะรุ่นพี่รุ่นน้องนั้นได้สิทธิ์เพียงไหน
ผมก็บอกตามตรงว่าสุดเท่าที่ผู้ชายกับผู้หญิงเขาทำกัน ผมยอมรับว่าช่วงแรกๆค่อนข้างถูกใจและหลงเธอเปนพิเศษ พีชเป็นคนง่ายๆ ขี้อ้อน เอาใจเก่ง ไม่โวยวาย ซึ่งผมก็โอเคที่เธอเป็นแบบนี้ จนกระทั่งเรื่องราวมันยุ่งเหยิงเมื่อเธอประชดผมด้วยการคบกับดัช รุ่นน้องในคณะที่กลุ่มของผมค่อนข้างสนิทสนมด้วย
เมื่อถามหาเหตุผลในสิ่งที่เธอกระทำ...
เธอตอบแค่ว่าอยากให้ผมรู้สึกเหมือนที่เธอรู้สึก
เธออยากได้มากกว่าที่เป็นอยู่
พูดความจริงคือไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอขนาดนั้นเพราะเราพึ่งเจอกันไม่นาน ผมถูกใจเพราะเธออยู่ในที่ของตัวเอง แต่ตอนนี้เรื่องทั้งหมดมันเปลี่ยนไป ความต้องการของเราไม่ตรงกัน
พีชกำลังล้ำเส้นด้วยการให้เพื่อนเธอเข้ามาวุ่นวาย พยายามแสดงตัวให้คนของผมรู้ว่ามีเธออยู่ อีกอย่างผมไม่ชอบที่เธอลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวในความสัมพันธ์ของเรา
ถ้าให้เลือกระหว่าง วาฬกับเธอ
ไม่จำเป็นต้องคิดด้วยซ้ำ ยังไงผมก็ต้องเลือกวาฬอยู่แล้ว
“อย่าพูดอะไรที่เป็นไปไม่ได้” ผมตอบกลับเสียงเย็นเยียบ
(พี่ปกจะทิ้งพีชใช่มั้ย)น้ำเสียงปลายสายนั้นดูไม่พอใจ (ถ้าพี่อยากจะจบ พี่ต้องมาหาพีช ไม่อย่างนั้นพีชจะไปหาแฟนพี่และเอารูปที่เราสองคนนอนกอดกันให้เธอดู)
คิดไว้แล้วเชียว ไม่จบง่ายอย่างที่คิด แต่เด็กอย่างพีช ผมรู้ว่าต้องจัดการยังไง “งั้น บ่ายสองพี่จะเข้าไป”
จบบรรยาย