ตอนที่ 21 สัตว์ประหลาดน้อย
ซินนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่พักของหัวหน้าคนคุ้มกันที่ถูกเผาไปแล้วด้วยความสบายใจ เขาวางแผนใหม่ในใจเรียบร้อยแล้วแถมเขา้าที่จะหาคนเพิ่มเพื่อดำเนินเื่ต่าง ๆ อีกเป็จำนวนมาก ซึ่งสองคนที่เขาเห็นว่ามีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมก็คือ มาร์รีน่า กับ มาร์รีเนส ทั้งสองไม่ใช่คนที่นี่แต่เป็คนจากเกาะแดนใต้
ซึ่งเขาคิดว่าถ้าหางานที่เหมาะสมให้แก่พวกเขา เขาก็สามารถที่จะแสดงศักยภาพออกมาได้
ขณะที่ซินกำลังคิดอยู่ร่างสามร่างก็ปรากฏขึ้นหน้าของเขา ทั้งสามคือ เซมและ พี่น้องจากเกาะทางใต้
ร่างของทั้งสองไม่มีการสั่นกลัวหรือเกรงกลัวเป็พิเศษ แค่นี้เขาก็ดูแตกต่างจากทาสคนอื่นแล้ว พี่ชายของเธอเดินนำมาข้างหน้าก้าวหนึ่งโดยธรรมชาติบ่งบอกได้อย่างดีว่าเขาเป็คนที่รักน้องสาวและปกป้องน้องสาวอยู่ตลอดเวลา
ซินวิเคราะห์ทั้งสองคนเรียบร้อยเขาก็ยิ้มขึ้นมาทันที
“พวกคุณโดนจับได้ยังไงเหรอ” ซินถามด้วยความสงสัย
ทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนที่หญิงสาวจะขอพี่ชายตนเป็คนกล่าว
“คือ ข้า พวก เรา โดน ตี จาก กลุ่ม โจร สลัด บุก เกาะ” หญิงสาวกล่าวมาด้วยท่าทางเกรง ๆ เพราะตัวของเธอนั้นไม่สามารถพูดภาษากลางได้ดีนัก
แต่เขากับเป็คนสงสัยเมื่อพูดภาษากลางไม่ได้ทำไม เขาถึงฟังในสิ่งที่ซินพูดรู้เื่
“พวกคุณฟังผมรู้เื่?” ซินถามออกไปอย่างสงสัย
“ใช่” หญิงสาวและชายหนุ่มพยักหน้าให้กับซิน
ทำให้เขาคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะเกิดจากตัวของเขาเองแล้วแหละ แต่เพราะอะไร เพราะเขาเป็คนต่างโลกอย่างนั้นหรือ ก็เป็ไปได้ แต่เขายังให้ข้อสรุปชุ่ย ๆ แบบนั้นไม่ได้
“ถ้าแบบนี้พวกเธอก็ไม่ต้องพูดแล้วตอบว่าตกลงหรือไม่ตกลงอย่างเดียวพอ” ซินกล่าออกไปรอให้ทั้งสองตัดสินใจสักพักก่อนที่เขาจะกล่าวว่า “ผม้าให้พวกคุณมาเป็หนึ่งในทหารใต้อาณัติของผม” ซินกล่าวออกไปด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสองคนยังมึนงงอยู่ก่อนที่จะมองกันอย่างสงสัยโดยที่พูดภาษาดูท่าทางโบราณจนซินไม่เข้าใจ
“คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าานั้นกำลังจะเกิดขึ้นในอาณาจักรแห่งนี้ โดยที่านั้นพื้นที่ของมันไม่ใช่ขนาดเล็กน้องแต่เป็ทั้งอาณาจักรแห่งนี้” ซินกล่าวออกมาตามความจริงที่เขาได้อ่านและรับรู้จากข่าวสารต่าง ๆ
อาณาจักรแห่งนี้ไม่สามารถอยู่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่เขาสามารถที่จะยืนหยัดต่อสู้ได้นานแค่ไหนก็อีกเื่หนึ่ง
ซินพยายามกล่อมทั้งสองให้เขาร่วมกับตน และทั้งสองก็ตกลงแต่โดยดีโดยพวกเขา้าที่จะกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเขาและจัดการโจรสลัดที่เข่นฆ่าคนในหมู่บ้านพวกเขา
“ได้ผมตกลง” ซินรับปากทั้งสองก่อนที่จะมอบสร้อยคอที่มีลูกปัดเป็สีดำทมิฬอยู่ตรงกลาง
“สวมสิ่งนี่ซะ แล้วพวกเธอก็ยังต้องไปเป็ทาสดั่งเดิมก่อนนะเพราะว่าผมจะช่วยเหลือพวกเธอด้วยวิธีอื่นน่ะ” ซินกล่าวแบบนั้นก่อนที่จะไล่ทั้งสองคนกลับออกไป
ซินกลางแผนที่เวทมนตร์ขึ้นมาก่อนที่จะสำรวจดินแดนรอบ ๆ ตามที่ถูกบันทึกเอาไว้ในแผนที่ โดยรอบ ๆ นี้มีซากเมืองหรือสถานที่ต่าง ๆ อยู่สิบแห่ง ซึ่งซากสถานที่พวกนั้นแปลกเป็อย่างมาก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่า สถานที่พวกนี้เอาไว้ทำอะไรแต่เขาคิดว่ามีความเป็ไปได้ว่าจะเป็แหล่งกลบดานของเหล่ากลุ่มโจรแมงป่องแดง
ซึ่งตัวเขาจะไปทำการจัดการทั้งหมดสิบที่ในวันนี้เพื่อเขา้าหาแบบแปลนและขุนพลเพิ่มขึ้น เพราะตอนนี้เขานั้นขาดคนอีกจำนวนมาก ในการช่วยเหลือในเื่ต่าง ๆ โดยเฉพาะ แผนการขยายอำนาจของเขา
“เซม” ซินเรียกเซมที่ยืนอยู่ข้างกายตนด้วยน้ำเสียงเบา
“เราจะแยกกันตรงนี้พวกคุณเดินทางต่อไปเลยส่วนผมนั้นจะไปฐานทัพของพวกแมงป่องแดง” ซินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเขาพยายามกล่าวเหมือนออกคำสั่งเพื่อไม่ให้เซมออกความคิดเห็น
“แต่ว่า”
“ไม่มีแต่ ผมตัดสินใจแล้วคุณคนเดียวเท่านั้นที่ผมไว้ใจ และอีกอย่างพวกนั้นไม่สามารถฆ่าผมได้หรอก” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มจางก่อนที่จะขยับแขนขาเล็กน้อย
“รับทราบค่ะ” เซมก้มหัวก่อนที่จะเดินจากไป
ซินมองเธอที่เดินจากไปอย่างไม่ค่อยยินยอมเท่าไหร่ด้วยสีหน้ายินดี ยิ่งเธอมีความคิดเป็ของตัวเองมากเท่าไหร่ยิ่งเธอสามารถที่จะต่อต้านหรือแสดงความคิดเห็นได้มากเท่าไหร่ แสดงว่าเธอกำลังพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว
แต่สิ่งที่เขาทำก็มีความเสี่ยงเล็กน้อยเพราะว่ามันอาจจะทำให้ค่าความภักดีลดลง หรือความคิดของเธอไม่ได้เป็อย่างที่เขานั้นคาดหวัง ทว่ามันก็คุ้มที่จะเสี่ยง เขาอยากให้เธอเติบโตขึ้นมากกว่านี้
ซินยืดตัวขึ้นก่อนที่จะเดินออกไปจากเต้นหัวหน้าผู้คุมด้วยความเงียบ
เขารู้ว่าเธอรู้ตัว แต่เธอไม่สามารถห้ามเขาได้
“ขอให้ปลอดภัยนะคะ” เซมกล่าวอย่างแ่เบาก่อนที่จะกำหมัดตนเองแน่น
สำหรับเธอซินคือทุกสิ่ง ทุกอย่าง ถ้าเสียซินไปแม้ว่าเธอจะหายไปจากโลกนี้พร้อมกับเขาแต่เธอก็ยังเศร้าและเสียใจจนวาระสุดท้ายอย่างแน่นอน
เธอรู้ในสิ่งที่ซินอยากให้เธอทำ เธอรับรู้ เขาอยากให้เธอเติบโตขึ้น เพราะแม้ว่าเธอจะแข็งแกร่งและมีความรู้มากมาย แต่ขีดจำกัดของระบบทำให้เธอไม่สามารถปลดล็อกบางสิ่งบางอย่างได้
แล้วเธอก็ไม่รู้ว่าเธอจะต้องทำยังไงถึงมันจะปลดล็อกออกมา เธอทำได้แค่เพียงเจ็บใจ และมองชายหนุ่มที่เธอต้องปกป้องออกไปเจออันตรายแต่เพียงผู้เดียว
“ฮี้ๆๆๆ ” เสียงเก่าแก่ดังขึ้นจากบนท้องฟ้าทำให้เซมต้องตั้งตัวอย่างช่วยไม่ได้
‘ใครกัน’ เซมเกิดคำถามนี้ขึ้นมาในใจ
เพราะว่าเธอนั้นไม่สามารถตรวจสอบอีกฝ่ายได้เลย ทั้งที่เธอคือขุนพลระดับสีรุ่ง
‘ใช่เธอคือขุนพลระดับสีรุ้ง!!!’
ร่างกายของเซมเริ่มส่องแสงจ้าก่อนที่จะััได้ถึงมานารอบกายได้อย่างชัดเจนขึ้น
“โอ้แม่มดสาวน้อยพัฒนาขึ้นแล้ว” เสียงสตรีชราดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่นางจะหัวเราะและหายไป
“คุณคือใครกัน” เซมถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงหวาดระแวงปนเคารพเล็กน้อยเพราะนางทำให้เธอตื่นขึ้น
“แม้ระดับพลังจะเป็แรกเริ่มแต่ความหนาแน่นของมานาและความรู้ของเ้านั้นไม่ธรรมดาเลย เฮ้อข้าไม่อยากได้เ้าแล้ว” เสียงหญิงชราดูเซ็ง ๆ ก่อนที่จะจากไปโดยไม่สนใจเสียงของเซมเลย
เมื่อหญิงชราไปแล้วเซมก็ยังมึน ๆ อยู่เธอพยายามััพลังใหม่ของเธอที่เธอพึ่งได้รับมาด้วยความยินดี เพราะเธอสามารถที่จะช่วยเหลือนายท่านของเธอได้แล้ว
“นี่คือพลังของฉัน” เซมขยับมือเล็กน้อยก่อนที่เปลวเพลิงสีม่วงขนาดใหญ่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะะเิออกเป็เสี่ยง ๆ
จนซินที่อยู่ไกลจากที่นั่นแล้วก็มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม
“สำเร็จแล้วสินะครับ ขอบคุณ ๆ จริงคุณยาย” ซินกล่าวขึ้นลอย ๆ ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณหญิงชราที่ซ่อนตัวอยู่
“โอ้ฉันสงสัยฉันแก่เกินไปแล้วสินะ” หญิงชราที่ขายอาหารลึกลับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดูเศร้าสร้อย
“แก่อย่างนั้นเหรอครับ สำหรับผมคุณยังเป็หญิงงามอยู่เลย” ซินกล่าวชมหญิงชราด้วยความจริงใจ
“แหม่หนุ่มน้อยเธอนี่ปากหวานเสียจริง” หญิงชรายิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน
“แล้วเธอคิดจะทำอะไรต่อละ” หญิงชรากล่าวถามซินด้วยรอยยิ้มเร้นลับ
“ผมเหรอ อ่านั้นสินะ าละ” ซินกล่าวออกมาด้วยน้ำเรียบเฉยราวกับเขาไม่สนใจสิ่งนั้นมากนัก
“นายยังเด็ก เด็กน้อย นายจะติดอยู่ในวังวนไม่รู้จบนี่จริง ๆ หรือ” หญิงชราถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลงราวกับไม่อยากใช้เด็กหนุ่มตัดสินใจทำอย่างนั้น
“วังวน? ไม่สิ้นสุด? า? เหอะ” ซินกล่าวออกมาอย่างเหยียดหยามก่อนมองไปที่ดวงจันทร์ดวงตาของเขาที่เปลี่ยนเป็สีแดงฉานราวกับเื
บรรยากาศเยือกเย็นทำให้หญิงชราััได้ถึงความเย็นของจิตสังหารที่แผ่ออกมา
‘นี่มันจิตสังหารอะไรกันเนี้ย มันควรมีอยู่ในเด็กอายุเพียงเท่านี้อย่างนั้นเหรอ’ หญิงชราหลั่งเหงื่อออกมาจากมือของตนก่อนที่จะตั้งสติได้
‘เราถูกจิตคุกคามของเขากดดันจนลืมไปว่าระดับพลังของพวกเรานั้นต่างกันมาก’
หญิงชรามองซินด้วยสายตาเปลี่ยนไปจากตอนแรกเป็เพียงแค่เด็กคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนไปแล้วในสายตาของเธอ
‘สัตว์ประหลาดน้อย’