ฟางหรงที่พลาดท่าโดนจิติญญาของมีดควบคุมจิตไปก็ค่อยๆปรับระดับการมองเห็นของตัวเองอย่างช้าๆก่อนที่ภาพตรงหน้าของเขาจะเริ่มชัดเจนขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาเห็นเลยก็คือรอยจากการถูกฟันตามพื้นลากยาวจนเลยไปถึงูเาอีกสองลูกข้างหลัง…
“เป็เช่นไรบ้าง อานุภาพของมีดที่ถูกตีขึ้นโดยข้าก็ไม่เลวใช่ไหม?”
ได้ยินประโยคเมื่อครู่ดังขุ้นฟางหรงก็ทำการหันไปหาเ้าของเสียงก็ปรากฎว่าเป็ตัวของถังเว่ยนั้นเองนับ ั้แ่ที่ทำการสยบมีดเล่มนั้นไปเขาก็ยังไม่ได้ทำไรเพิ่มเติมรอเพียงแค่ให้ฟางหรงได้สติขึ้นมา
“ท่านพี่ข้าขอโทษ…ถ้าข้าไม่อยากลองทดสอบมีดของท่านก็จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น”
เขากล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิด ความรู้สึกของเขายามเมื่อถือมีดก็คือหลงใหลและถูกมันนำพาไป เหมือนกับว่ามีเสียงกระซิบตลอดว่าให้เขาลองกวัดแกว่งมีดเล่มนี้ิ สติของเขาเริ่มที่จะเลือนลางไปอย่างช้าๆจนในที่สุดก็เสียการควบคุมร่างกายไป ถังเว่ยที่เห็นท่าทางของน้องชายคนเล็กก็ยิ้มน้อยๆออกมาก่อนจะทำการขยี้ผมของเขา
“ไม่จำเป็ต้องขอโทษ…ไม่มีใครรู้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในอนาคต แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็อย่าได้ลืมมันไปเสียจงจดจำมันเอาไว้เป็บทเรียนและทำมันให้ดีกว่านี้ในครั้งหน้า”
ถังเว่ยไม่ได้รู้สึกโกรธในตัวของฟางหรงเลยแต่อย่างใด เขาคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุกาณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็เลยทำการลดพลังของมีดลงไปครึ่งนึงก่อนจะส่งมันให้กับฟางหรง ทว่ามีดที่มีจิติญญาเป็ของตัวเองต่อให้มันถูกลดพลังไปถึงครึ่งมันก็ยังทรงพลังเกินไปสำหรับฟางหรงในตอนนี้อยู่ดี
เื่ที่ทำให้ถังเว่ยแปลกใจเลยก็คือฟางหรงเป็คนที่มีจิตใจเข้มแข็งมาก ถ้าเป็คนทั่วไปเมื่อถูกอาวุธที่มีจิติญญาควบคุมร่างกายแล้วก็โอกาสที่คนผู้นั้นจะเป็เสียสติไป แต่กับฟางหรงนั้นไม่ใช่สติของเขายังอยู่ครบดีทุกอย่างไม่มีอะไรผิดเพี้ยนไปบ่งบอกได้ว่าจิตใจของเขานั้นเข้มแข็งขนาดไหน
"ท่านพี่ข้ามีคำถามอยากจะถามท่านสักข้อได้รึไหม…?
“ได้สิเ้าอยากจะถามอะไรข้าอย่างงั้นหรือ”
จู่ๆฟางหรงที่เป็คนไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจากับคิดจะถามคำถามกับถังเว่ยมันทำให้เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะถามอะไรออกมามันเป็เื่ที่เขาก็ไม่อาจทราบได้เช่นกัน
“จริงๆแล้วระดับของช่างตีเหล็กมีกี่ขั้นกัน?”
ฟางหรงไม่เคยทราบเื่ที่เกี่ยวกับช่างตีเหล็กมากนัก รู้เพียงแค่ว่าช่างตีเหล็กก็เป็ 1 ใน 9 สาขาอาชีพหลักของโลกใบนี้ นี่คือทั้งหมดที่เขารู้รายละเอียดเกี่ยวกับช่างตีเหล็ก ในเมืองซานผิงนั้นข้อมูลของช่างตีเหล็กก็นับว่ามีน้อยมากจนแทบจะไม่สามารถหาเจอเลยด้วยซ้ำ ในทางกลับกันพี่ชายของเขากับสร้างของที่สามารถผ่าูเาขนาดใหญ่ 2-3 ลูกได้อย่างง่ายดายระดับขั้นของเขาในสายอาชีพนี้จะต้องอยู่ในขั้นสูงมากแน่
ถังเว่ยเองก็นึกว่าเื่ที่ฟางหรง้าทราบจะลึกซึ้งมากกว่านี้เสียอีก ทว่ามันกับเป็เื่พื้นฐานของช่างตีเหล็กเท่านั้นเอง แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจเพราะข่าวสารเกี่ยวกับช่างตีเหล็กนั้นมีน้อยมากในเมืองซานผิงแห่งนี้
“มันเป็พื้นฐานสำหรับช่างตีเหล็กแต่ข้าจะบอกเ้าเอาไว้จดจำเอาไว้ให้ดี…”
[ระดับขั้นของช่างตีเหล็กแบ่งออกเป็ 9 ขั้นได้แก่]
-ช่างตีเหล็ก 1 ดาว มีความรู้พื้นฐานของแร่และเหล็กชนิดต่าง ๆ
-ช่างตีเหล็ก 2 ดาว สามารถขึ้นรูปแร่และเหล็กพื้นฐานเป็ของใช้ในชีวิตประจำวัน
-ช่างตีเหล็ก 3 ดาว เชี่ยวชาญในความรู้พื้นฐานของแร่เหล็กและขึ้นรูปเป็ของใช้และอาวุธระดับต่ำ
-ช่างตีเหล็ก 4 ดาว มีความรู้ของของแร่เหล็กระดับกลางสามารถตีเหล็กระดับกลางได้ส่วนนึง ต้องอยู่ในขั้นกายาแท้ิญญายุทธ์ขึ้นไป
-ช่างตีเหล็ก 5 ดาว สามารถขึ้นรูปแร่เหล็กระดับกลางให้ออกมาเป็อาวุธระดับกลางสามารถถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นได้
-ช่างตีเหล็ก 6 ดาว เชี่ยวชาญความรู้ของแร่เหล็กระดับกลางทั้งหมด เป็อาจารย์ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับช่างตีเหล็กที่มีระดับต่ำกว่า
-ช่างตีเหล็ก 7 ดาว ก้าวข้ามขีดจำกัดของช่างตีเหล็กขึ้นมา มีความรู้ของแร่เหล็กระดับสูงและขึ้นรูปเป็อาวุธที่มีจิติญญาเป็ของตัวเอง ส่วนใหญ่จะประจำการอยู่ที่สมาคมช่างตีเหล็กของเมืองหลวง ต้องอยู่ในขั้นจักรพรรดิเซียนยุทธ์
-ช่างตีเหล็ก 8 ดาว ความรู้ความสามารถทั้งหมดเหนือกว่าช่างตีเหล็ก 7 ดาว และมีสถาะสูงกว่าต้องอยู่ในขั้นแก่นแท้พลังยุทธ์โบราณ
-ช่างตีเหล็ก 9 ดาว ตัวตนระดับตำนานว่ากันว่าช่างตีเหล็กคนใด ก็ตามที่สามารถก้าวมาถึงระดับนี้ได้ เพียงแค่นึกคิดก็สามารถรังสรรค์อาวุธที่สามารถผ่าทวีปได้ เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแร่เหล็กทั้งหมดทั้งมวลในโลกหล้า เปลี่ยนจากเหล็กก้อนธรรมดาให้เป็อาวุธระดับเทพ….
โดยทั่วไประดับของช่างตีเหล็กก็ขึ้นอยู่กับคนผู้นั้นว่าจะมีความสามารถพอในการผ่านทดสอบของสมาคมช่างตีเหล็กได้รึไหม เพราะการทดสอบเองก็ไม่ใช่เื่ง่ายบางเมืองเองแม้แต่ช่างตีเหล็กระดับ 1 ดาวก็ไม่มีให้เห็นทำให้สถานะทางสังคมของช่างตีเหล็กนั้นสูงมาก การจะเข้าพบปรมาจารย์ตีเหล็กสักคนก็นับว่าเป็เื่ยากยิ่ง
“แล้วท่านล่ะ…ท่านอยู่ในระดับไหนกัน?”
สิ่งที่ฟางหรงสนใจมากกว่าระดับของช่างตีเหล็กก็คือถังเว่ยนั้นอยู่ในระดับไหนต่างหาก พี่ชายที่สุดแสนจะลึกลับของเขาที่สามารถตีเหล็กธรรมดาให้กลายเป็มีดที่สามารถผ่าูเาได้ จะอยู่ในขั้นไหนกัน?
ถังเว่ยที่เป็ฝ่ายถูกตั้งคำถามอีกครั้งก็เงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่จะนำมือมาลูบครางพลางครุ่นคิด
“เื่นั้นข้าก็ไม่รู้เช่นกัน…เพราะตัวข้าไม่ได้ขึ้นตรงต่อสมาคมช่างตีเหล็กคงไม่สามารถบอกเ้าได้ว่าข้านั้นอยู่ในระดับไหน”
เมื่อได้คำตอบของผู้เป็พี่ชายฟางหรงเองก็รู้สึกเสียดายแทนถังเว่ยเล็กน้อย ฝีมือระดับถังเว่ยจะต้องเป็ถึงช่างตีเหล็กระดับ 7 ดาวได้แน่แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ขึ้นตรงต่อสมาคมช่างตีเหล็กก็เลยไม่ได้รับการจัดตั้งระดับขั้นให้
ในระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเองถังเว่ยก็ได้โบกมือเบาๆก่อนที่ทัศนียภาพรอบๆจะกลับกลายเป็ห้องตีเหล็กดังเดิม ฟางหรงที่ได้สติกลับมาก็พยายามมองไปรอบๆพร้อมกับจับไปตามผนังและกำแพงก็สามารถบอกได้ว่านี่คือห้องตีเหล็กที่เขาเข้ามาในตอนแรก แต่ในระหว่างที่เขากำลังสำรวจอยู่นั่นเองถังเว่ยก็ได้เปิดประตูห้องออกไปก่อนที่เขาจะจากไปก็ได้ทิ้งท้ายประโยคเอาไว้
“สำหรับวันนี้ก็เอาไว้แค่นี้ก่อนเ้าค่อยมาพบข้าอีกครั้งได้ที่นี่ ไปพักผ่อนซะ…ส่วนเื่ระดับของข้าเ้าไม่ต้องเป็ห่วงต่อให้เป็ช่างตีเหล็กระดับ 9 ดาวก็ไม่สามารต่อกรกับข้าได้…”
พลันคำพูดของถังเว่ยจบลงเขาก็ปิดประตูและหายตัวไปทิ้งไว้เพียงแค่ฟางหรงที่กำลังตกตะลึงกับคำพูดของถังเว่ยอยู่
“ช่างตีเหล็ก 9 ดาวก็ไม่อาจต่อกรกับท่านหรือ? ท่านเป็เทพรึไงกัน?”
แน่นอนว่านี่ก็เป็แค่ความสงสัยของฟางหรงก็เท่านั้น…