เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 87 อีย่วน

            หยวนอีย่วนนั่งอยู่ตรงนั้นเงียบๆ คนเดียวหันมองเขาบ้างเป็นครั้งคราว นัยน์ตามีความชื่นชมเลื่อมใส แฝงร่องรอยอ้างว้าง

            ดูโดดเดี่ยวเดียวดายเหมือนยามอยู่หน้าประตูที่โดนเบียดไปด้านข้าง แล้วแสดงความน่าสงสารของตนเองออกมาดึงดูดให้ผู้คนรู้สึกเศร้า อยากดูแลนางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            และเมื่อเขาหันมาในดวงตาพลันเจือความสุขคล้ายระลอกคลื่นกระเพื่อมไหว

            ราวกับให้นางเพียงเล็กน้อย นางก็ดีใจมากแล้ว

            เสมือนบุปผานิรนามเข้มแข็งทรหด แม้ไร้คนเหลือบแลสนใจแต่ยังพยายามผลิบาน

            หากแสงแดดร่ำไรตกกระทบบนร่าง ก็อดเบ่งบานเปล่งประกายไม่ได้

            ดังนั้นผู้คนเลยอยากโอบประคองเด็กน่าสงสารเช่นนี้ไว้กลางฝ่ามือรักใคร่นาง โปรดปรานนางอีกสักหน่อย

            แต่ก่อนเขานึกว่านี่คือความสัมพันธ์ระหว่างปู่หลาน จนกระทั่งได้พบเยี่ยนเจาเจาพบเจินเจินกับอ้ายอ้ายวันนี้ เขาถึงรู้สึกว่ามันไม่เหมือนกัน

            แม้ไม่อาจใช้คำใดพรรณนาออกมาทว่าผู้อาวุโสหยวนมู่รู้สึกแตกต่างออกไปจริงๆ

            หยวนอีย่วนเบื้องหน้าแสดงอารมณ์ของเด็กสาวออกมาอย่างพอเหมาะพอดีและความพอดีนี้เองที่ดูไม่จริง

            เด็กสาวอายุน้อยคนหนึ่ง จะวางตัวดีเช่นนี้ได้อย่างไร นางยังอ่อนวัยก็สามารถควบคุมความอิจฉาในใจตนเองได้แล้วหรือ?

            ผู้อาวุโสหยวนมู่ย่อมรู้คำตอบ

            ข้างกายมีเจินเจินกับอ้ายอ้ายที่จริงใจอยู่หยวนอีย่วนผู้ไร้ช่องโหว่ในอดีตจึงได้แปลกแยกยิ่งขึ้น

            ยามเขาแอบหันมองนางหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่าใบหน้านางเรียบเฉยไร้อารมณ์ราวกับตนเองเป็นเพียงคนนอก

            พอเขามองโต้งๆ นางก็เปลี่ยนไป น่าสงสารจนเขารู้สึกรักใคร่อาทร

            ผู้อาวุโสหยวนมู่มองรูปลักษณ์ของนาง ใจพลันกระตุกเล็กน้อย เหตุผลที่เขาชอบนางที่สุดในบรรดาเด็กรุ่นหลานไม่เพียงเพราะนางฉลาดหลักแหลม ยังเป็นเพราะหน้าตานางคล้ายคลึงบุตรชายคนโตซึ่งล่วงลับไปแล้ว

            คล้ายคลึงเล็กน้อยก็พอจะเกิดความสงสาร

            แน่นอนเขารู้ว่าแม่หนูคนนี้มีเล่ห์เหลี่ยมของนางแต่เขาเห็นแก่ความคล้ายคลึง จึงเต็มใจปกป้องนางเอาไว้ใต้ปีกตนเอง อย่างไรเสียคนก็เป็นหลานสาวของตนการคุ้มครองนางย่อมสมเหตุสมผล

            ทว่าเขาได้รับจดหมายที่ส่งมาจากหยวนอีย่วนคราวนี้ นอกจากความโกรธเกรี้ยวยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้เหมือนว่าบทบาทของตนในใจหยวนอีย่วนเป็นเพียงเกราะป้องกันของนางเท่านั้น

            ยามต้องการใช้เขาก็เขียนจดหมายมาหายามไม่ต้องการก็ลืมไว้ข้างหลัง

            ต้องรู้กันก่อนว่าเกิดเรื่องโรคแพร่ระบาดจนเลื่อนเวลาเปิดสถานศึกษาออกไปเขาไม่เพียงเขียนจดหมายบอกเจาเจาเท่านั้น ยังเขียนหาหยวนอีย่วนด้วย

            หยวนอีย่วนเพียงตอบรับอย่างเชื่อฟังเอ่ยว่าท่านปู่ต้องดูแลร่างกายให้มากๆ ก็ไม่มีอะไรอีก

            ทว่าเยี่ยนเจาเจากลับสอบถามเหตุการณ์โรคระบาดในสถานศึกษาหลังจากนั้นไม่นานกระทั่งให้คนส่งยามากมายมาช่วยเขาฆ่าเชื้อทำความสะอาดสถานศึกษา

            และยังมีถุงหอมสมุนไพรป้องกันโรคที่ทำขึ้นสำหรับเขาโดยเฉพาะซึ่งเยี่ยนเจาเจาเย็บด้วยตนเอง แตกต่างจากคำพูดใส่ใจเลื่อนลอยของคนอื่น

            ผู้อาวุโสหยวนมู่อดถอนหายใจไม่ได้ แล้วเอ่ยกะทันหัน “อาย่วน”

            หยวนอีย่วนลุกขึ้นทันที วางตะเกียบในมือลงก่อนทำหน้าตั้งใจฟังอย่างเคารพนับถือ

            ขณะที่ผู้อาวุโสหยวนมู่กำลังจะพูดกลับเห็นสีหน้าหยวนอีย่วนขาวซีด ร่างกายโงนเงนไปมา ก่อนจะล้มพับลงกับพื้น

            ไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้แม้แต่เจินเจินกับอ้ายอ้ายยังรีบลุกขึ้นไปพยุงนางเมื่อเห็นศีรษะนางปูดบวมจากการล้ม จึงรีบร้อนสั่งคนไปตามท่านหมอ

            แต่สายตาของเยี่ยนเจาเจาราวกับใคร่ครวญมากขึ้น

            ช่างร้ายกาจ คนที่กล้าลงมือกับตนเอง ล้วนมีใจเด็ดเดี่ยวทั้งนั้น

            ช่วงอยู่หน้าประตูตอนแรกเกรงว่าหยวนอีย่วนยังมีแผนจะจัดการนายหญิงใหญ่ต่อกลับนึกไม่ถึงว่าจะโดนพวกเยี่ยนเจาเจาคว้าพุงปลามันๆ ไปก่อน

            แต่เยี่ยนเจาเจารู้ดีว่าคนประเภทนี้ไม่มีทางยอมแพ้จนกว่าจะบรรลุจุดประสงค์ดังนั้นนางต้องมีแผนอื่นให้ผู้อาวุโสหยวนมู่ออกหน้าแทนนางแน่

            แม้เยี่ยนเจาเจาจะไม่ได้ลงเรือลำเดียวกับหยวนอีย่วนแต่นางรู้ว่าคนที่หยวนอีย่วนต้องการจัดการคือนายหญิงใหญ่จึงยินดีนั่งบนภูดูเสือกัดกัน

            ท่านหมอโดนเชิญมาอย่างรวดเร็ว

            หยวนอีย่วนยามนี้นอนอยู่ตรงที่ที่นายหญิงใหญ่พักผ่อนประจำ

            ท่านหมอมองสภาพของหยวนอีย่วนแวบเดียวก็รู้สึกแปลกๆเขาอึกอักลังเลเล็กน้อย แต่กลับไม่เอ่ยคำใดเพียงหยิบขวดยาดมบรรจุน้ำมันพริกออกจากกล่องยา พัดเบาๆ หน้าจมูกของหยวนอีย่วน

            กลิ่นพริกในขวดยาดมลายสวยพลันโชยออกมา มันทั้งฉุนทั้งแสบจมูกและฟุ้งจนหยวนอีย่วนตื่นขึ้นมาจาม สติกลับเข้าร่างทันที

            หยวนอีย่วนมองสภาพแวดล้อมรอบๆดวงตาที่ยังตื่นไม่เต็มที่พลันปรากฏความหวาดกลัว

            นางผลักเจินเจินที่พยุงนางอยู่ข้างกายด้วยแรงมหาศาลจนเจินเจินเกือบตกจากข้างเตียง และรีบร้อนเดินลงไปเอง

            “ลูกไม่ดีพอนอนห้องของแม่ใหญ่ จะแหกกฎได้อย่างไรเลยออกไปเจ้าค่ะ”

            หยวนอีย่วนยังไม่ได้สติ ในดวงตาพร่ามัวชัดว่าเป็นการกระทำจากจิตใต้สำนึก

            คนทั้งห้องได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าพลันแตกต่างกันออกไปตามคาด และรู้สึกว่านายหญิงใหญ่ไม่เพียงเป็นคนทึ่มที่สอนบุตรชายไม่ดียังปฏิบัติโหดร้ายต่อบุตรสาวอนุภรรยาทั้งสองของตนด้วย?

            แม้ห้องของแม่ใหญ่ บุตรสาวอนุภรรยาไม่สามารถนอนได้แต่เรื่องเร่งด่วนนางยังระแวงขนาดนี้ เลยดูแปลกประหลาดขึ้นมา

            ไม่อย่างนั้นเด็กสาวที่เพิ่งฟื้นจากอาการสลบจะหวาดผวาราวกับพูดไม่ได้แล้วเดินออกไปข้างนอกตามสัญชาตญาณอย่างเลอะเลือนทันทีที่ลืมตาได้อย่างไร

            สาวใช้ของหยวนอีย่วนก็พยุงนางไม่ไหวกระทั่งยืนหยวนอีย่วนยังยืนไม่ตรง โงนเงนสองครั้งแล้วล้มลงกับพื้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด น้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะๆ ทันที

            นางเป็นเช่นนี้ แม้ไม่มีคนคอยควบคุมดูแลอยู่ในบ้านใหญ่แต่เหล่าบ่าวไพร่ไฉนจะปล่อยให้ชื่อเสียงของนายหญิงใหญ่โดนหยวนอีย่วนใส่ร้ายลับหลังได้

            บ่าวหญิงชราสองคนข้างๆ เลยจำต้องกัดฟันพยายามช่วยสาวใช้ของหยวนอีย่วนพยุงหยวนอีย่วน

            คาดไม่ถึงว่าหยวนอีย่วนที่เหมือนไร้สติแก้มสองข้างมีเลือดฝาดมากขึ้น ขณะที่มือของบ่าวหญิงชราสองคนกำลังจะสัมผัส นางก็เริ่มสะอึกสะอื้นแผ่วเบาแม้ลุกไม่ไหวชั่วคราว ยังพยายามคลานไปทางประตูสุดชีวิต

            นางขยับมือเท้าของตนเองอย่างงุ่มง่ามใบหน้าเล็กเท่ากอบมือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่ำไห้ราวกับสาลี่ต้องหยาดฝน

            “ท่านแม่ ท่านแม่... ไม่ ไม่ นายหญิง ลูก... อาย่วนไม่กล้าแล้วอาย่วนไม่กล้าอีกแล้ว นายหญิงได้โปรดอย่าตีอาย่วนเลย ต่อไปอาย่วนจะเชื่อฟัง...”

            นางร้องไห้ปานจะขาดใจ คนรอบข้างได้ยินคำพูดของนางสีหน้าเปลี่ยนไปฉับพลัน

            นายหญิงใหญ่ให้คนตีบุตรสาวอนุภรรยาหรือ?

            ไม่ว่าบุตรสาวในเรือนจะทำผิดเพียงใดก็ไม่อาจลงโทษเด็กบอบบางในจวน!

            นี่คือกฎที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวทราบดี โดยเฉพาะแม่ใหญ่แม้หน้าที่สั่งสอนดูแลบุตรสาวอนุภรรยาเป็นส่วนหนึ่งของงาน แต่สอนอย่างไรก็ไม่อาจสั่งคนปิดประตูทุบตีพวกเขาได้มันมีเหตุผลอะไรกัน?

            ไม่ใช่บุตรสาวตนเองก็ไม่รักไม่สงสารหรือ?

            เมื่อนึกถึงท่าทีที่นายหญิงรักทะนุถนอมหยวนอีเฉี่ยวบุตรสาวของตนเองต่างๆนานาและทุ่มเงินทั้งหมดหาตำแหน่งขุนนางให้หยวนหยางฮุยก่อนหน้านี้คนรอบข้างพลันรังเกียจขึ้นมา

            นายหญิงสามยิ่งเล่นใหญ่

            เพราะเมื่อครู่หยวนอีย่วนหมดสติกลางงานเลยไม่ได้กินเลี้ยงกันต่อ นางจึงตามมา คาดว่าอยากดูเรื่องซุบซิบของบ้านใหญ่

            สถานการณ์นี้กลับกลายเป็นฉากที่นางถนัดที่สุด นางรีบคุกเข่าข้างกายหยวนอีย่วนกุมหัวใจของนางร้องตะโกน ดวงตาสองข้างกะพริบ หยาดน้ำตาก็กลิ้งลงทันที

            นางร้องไห้พลางพลิกแขนเสื้อของหยวนอีย่วน ดึงขึ้นดูแขนสองข้างของหยวนอีย่วนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำม่วง ทั้งใหม่และเก่าน่าตกตะลึงอย่างยิ่ง

            “อาย่วน มันเกิดอะไรขึ้น บอกอาสะใภ้มาอาสะใภ้จะตัดสินให้เจ้า! ท่านแม่ใหญ่ก็ผิดมนุษย์ โหดร้ายอย่างกับแม่เสือคราวก่อนปล่อยให้ฮุยเกอเอ๋อร์ทำร้ายชิวเกอเอ๋อร์ ยามนี้ยังสั่งคนตีเด็กเช่นเจ้า! เด็กดีอย่าร้องไห้ หากแม่เจ้าไม่ยอมรับเจ้า เจ้ามาหาอาสะใภ้ อาสะใภ้จะดูแลเจ้าอย่างดี!”

            “ท่านแม่ ท่านแม่หรือ... ไม่ ห้ามเรียกท่านแม่ต้องเรียกอี๋เหนียง... อี๋เหนียง ข้าตายแล้ว อี๋เหนียงรีบมาพาข้าไปเถอะโลกใบนี้มันน่ากลัวเกินไป อี๋เหนียง ข้าคิดถึงท่านนัก...”

            หยวนอีย่วนร้องไห้จนตาบวม นางพิงร่างนายหญิงสามอย่างปวดร้าวและกอดนายหญิงสามแน่นราวกับจำใครไม่ได้

            จ้าวอี๋เหนียง มารดาผู้ให้กำเนิดหยวนอีย่วนป่วยตายไปนานแล้วนายหญิงใหญ่ไม่ชอบเก็บตัวบุตรสาวอนุภรรยาไว้ในเรือนตนเอง และบิดาก็ไม่อยู่จวนแรมปีนางจึงใช้ชีวิตไม่ต่างจากเด็กกำพร้า

            เมื่อเห็นสีหน้าหยวนอีย่วนแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆอ้าปากพะงาบราวกับปลาขาดน้ำ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง เสียงที่ดังออกมาคล้ายกล่องสูบลมแตกและหมดสติไปต่อหน้าต่อตาทุกคน

            หลังนางสลบยังคงน้ำตาไหล ปากขมุบขมิบเบาๆนายหญิงสามขยับเข้าไปฟัง ก่อนร้องตะโกนทันที

            “ท่านพ่อ เด็กคนนี้สลบไปแล้วยังเรียกท่านปู่ ขอร้องให้ท่านพ่อช่วยนางจากเคราะห์ร้ายด้วยท่านพ่อ ท่านต้องทวงความยุติธรรมให้เด็กคนนี้นะเจ้าคะ จะปล่อยเด็กดีเช่นนี้ได้รับความไม่เป็นธรรมเปล่าๆไม่ได้เจ้าค่ะ!”

            นายหญิงสามกอดหยวนอีย่วนร้องไห้ไม่ลืมหูลืมตาราวกับหยวนอีย่วนในอ้อมกอดไม่ใช่บุตรสาวอนุภรรยาอีกบ้าน แต่เป็นบุตรสาวแท้ๆของตนเอง สมจริงเสียจนเยี่ยนเจาเจายังอดตบโต๊ะชื่นชมไม่ได้

            รอบข้างวุ่นวายโกลาหล สีหน้าเจินเจินกับอ้ายอ้ายเป็นกังวลทำอะไรไม่ถูก นายหญิงรองถึงกับมองตาค้าง ผู้อาวุโสหยวนมู่หน้าดำไปเกือบครึ่งแถบส่วนหนานหมิงเหอด้านข้างกอดเยี่ยนเจาเจาที่ขดตัวในอ้อมแขนของเขาราวกับกำลังกระซิบปลอบโยนเจาเจาที่เสียขวัญอยู่

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน