หมาป่าปีศาจหลังเงินไม่ได้ใต่อการปรากฏตัวของเขา หนึ่งในพวกมันซึ่งตัวโตที่สุดยังโบกอุ้งเท้ากวักเรียกมาทิศทางของหยางฉี เหมือนกับมันกำลังพูดว่า ‘เข้ามาเลย เ้าเด็กน้อย’
ดวงตามันแสดงออกถึงการเยาะเย้ย และการเหยียดหยามอย่างชัดเจน
เป็ฉากที่ประหลาดมาก
มีคนไม่มากในโลกนี้ที่จะสามารถจินตนาการได้ว่า มีหมาป่าตัวหนึ่งมองคุณอย่างดูถูกและกำลังบอกให้คุณโจมตีมัน. หมาป่าตัวนี้มีสติปัญญามานาน และฉลาดเทียบเท่ามนุษย์. สิ่งเดียวที่มันขาดไปคือความสามารถในการพูด
แต่ทว่าหยางฉีนั้นยังคงสงบอย่างสมบูรณ์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว มีปีศาจมากมายในเทือกเขาศพทมิฬที่ฉลาดกว่าหมาป่าเหล่านี้ และมีหลายตัวอยู่ในระดับขั้นปรมจารย์ลมปราณ
เขาจำได้ว่าพ่อของเขาบอกเล่าเื่ราวตอนที่เขายังเด็ก ตอนที่ตระกูลเคยไล่ล่าแรดทองคำในการล่าสัตว์ในเทือกเขาศพทมิฬ และจบลงโดยการถลำลึกเข้าไปในป่ากว่าที่พวกเขาคิด นั่นคือตอนที่พวกเขาไปพบคิงคอง์ซึ่งมีการบ่มเพาะระดับขั้นปรมจารย์ลมปราณ คิงคองตัวนั้นยังทำร้ายหัวหน้าผู้าุโคนหนึ่งในการต่อสู้ที่เกิดขึ้น โชคดีที่คนผู้นั้นไม่ได้ถูกสังหาร ไม่อย่างนั้นคงเป็การสูญเสียที่ใหญ่หลวงต่อตระกูลหยาง
"เ้าสัตว์ร้าย!" หยางฉีะโอย่างฉับพลัน อย่างที่คาดไว้จ่าฝูงของหมาป่าปีศาจหลังเงินเข้าใจและโกรธแค้น มันโยกหัวของมันมาข้างหน้าและคำรามแล้วตบอุ้งมือออกทำให้ลูกบอลลมปราณร้อนแรงปรากฏ เมื่อมันลอยขึ้นไปในอากาศมันก็จะขยายขนาดขึ้นกลายเป็อาวุธธาตุอากาศ
"พลังแห่งปราณวายุ?" หยางฉีรู้ทันทีว่าหมาป่าปีศาจมีการบ่มเพาะที่น่าเกรงขาม และอยู่ในระดับขั้นที่หก สามารถสร้างอาวุธขึ้นมาจากธาตุกากาศ อาวุธยังคงเพิ่มขึ้นในอากาศ ขวาน กระบี่ ดาบ ตะขอ หอก สามง่าม ผู้คนส่วนมากที่เผชิญหน้ากับอาวุธจำนวนมากแบบนี้ จะกกลายเป็ซากศพ
ในป่าลึกนั้น ใครๆ ก็สามารถสังหารศัตรูได้โดยที่ไม่มีใครทราบ ดังนั้นหยางฉีจึงไม่มีความกังวลว่าความลับของเขาจะเผยแพร่ออกไปและกังวลกับการใช้พละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์
เมื่อมองดูอาวุธธาตุอากาศจำนวนมากพุ่งเข้ามา เขาแค่นเสียงอย่างเ็าผลักมือไปข้างหน้าสร้างโล่ลมปราณหน้าเขา ทำลายพวกมันทั้งหมด หลังจากนั้น ลมปราณของเขายังคงพุ่งต่อไป ปะทะเข้ากับฝูงหมาป่าส่งผลให้พวกมันร้องคร่ำครวญโดยหวาดกลัวและความเ็ป จนพวกมันหมอบลงกับลงกับพื้น เห็นได้ชัดว่าพละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์ มีประสิทธิถาพอย่างยิ่งในการต่อกรกับปีศาจและอสูร
บึ้มมม!!!
ในเสี้ยวพริบตา หยางฉีโดดไปหาจ่าฝูงของมันกระแทกมือขวาลงไป หมาป่าปลิวไปทางด้านข้างกระแทกกับต้นไม้กลายเป็กองเนื้อเื หมาป่าปีศาจหลังเงินตัวอื่นๆ จมลงไปในโกลาหลในทันที แต่พวกมันไม่มีเวลาตอบสนองก่อนจะโดนห่าฝนของหมัดสังหารมันอย่างฉับพลัน หมาป่าโดยปกติแล้ว จะแข็งแกร่งในบริเวณหัวและหลัง จึงจำเป็ที่จะต้องโจมตีที่หน้าท้องเพื่อทำความเสียหาย แต่หยางฉีไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่พวกนั้น ท้ายที่สุดแล้ว ใช้เพียง ทักษะกำปั้นราชันย์ะ กระบวนท่าแรกเท่านั้น
มันกินเวลาวลาเพียงห้านาทีก่อนที่หมาป่าทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนเป็ซากศพ
หัวของหมาป่าแต่ละตัวเมื่อถูกเปิดออกจะเผยให้เห็นเม็ดสีเงินขนาดเท่าหัวแม่มือ ซึ่งไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากแกนปีศาจซึ่งเต็มไปด้วยแก่นแท้ลมปราณ ณ เวลานี้หยางฉี มีแกนปีศาจสิบสามก้อน หมาป่าปีศาจหลังเงิน มีเอกลักษณ์ และในตลาดมืดแกนปีศาจของพวกมันถูกมองว่าเป็สกุลเงินที่มีค่า
ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำสามารถใช้พวกมันเพื่อสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ หรือฝังไว้กับชุดเกราะ บางคนถึงกับดูดซับแก่นแท้ลมปราณภายใน
แน่นอนว่าก่อนที่จะดูดซับแก่นแท้ลมปราณพวกเขาต้องทำมันให้บริสุทธิ์ก่อน การข้ามขั้นตอนนี้ไปจะทำให้เกิดความเสี่ยงที่ร้ายแรงและประสบปัญหากับการเพาะปลูก
“น่าเสียดาย หนังของพวกมันมีค่ามากทีเดียว แต่ข้าไม่มีหนทางที่จะขนมันไปด้วย” มันน่าเสียดายจริงๆ หนังของหมาป่าปีศาจหลังเงินสามารถขายแลกกับเม็ดยาปราณได้อย่างน้อยร้อยเม็ด
นอกจากศพหมาป่าแล้วยังมีศพของมนุษย์ที่พวกมันสังหารด้วย มีอยู่สี่ศพ ถูกกินจนแทบจำแนกลักษณะไม่ได้ แต่ก็สามารถระบุได้ว่าเป็ชายสามคน และหญิงหนึ่งคน นอกจากนี้ทุกคนยังเด็ก สันนิษฐานได้ว่าเป็เหล่านายน้อย และ นายหญิงน้อย อายุน้อยจากตระกูที่ร่ำรวยถูกส่งออกมาฝึกฝนที่นี่
หลังจากตรวจสอบศพแล้วหยางฉี ก็พบอาวุธและชุดเกราะบางอย่าง รวมถึงถุงที่บรรจุแกนปีศาจสองสามโหล เห็นได้ชัดว่ากลุ่มนี้ประสบความสำเร็จในการ ล่าปีศาจน้อยก่อนจะถึงจุดจบ พวกเขามีธนบัตรอยู่ด้วย.
หยางฉี นำแกนปีศาจทั้งหมดรวมทั้งธนบัตรซึ่งมีมูลค่าประมาณหนึ่งหมื่นเม็ดมากัน
น่าเสียดายที่เม็ดยาปราณทั้งหมดที่พวกเขานั้นถูกบริโภคโดยปีศาจ ปกติปีศาจไม่สามารถปรุงยาเม็ดได้ พวกมันทำได้แค่ฝึกฝนสัญชาตญาณเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็เื่ง่ายที่จะจินตนาการว่าพวกเขา้าเม็ดยาปราณ.
“ข้าคิดว่า ข้าสมควรจัดงานศพที่เหมาะสมให้พวกท่าน” หยางฉีพึมพำจากนั้นเขาก็แกะสลักหลุมศพพวกเขาและฝังพวกเขาไว้
เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เสร็จแล้วเขาลุกขึ้นยืน และพุ่งเข้าไปในป่าอีกครั้ง เท้าเขาเหยียบไปตามต้นไม้ก่อนหาสถานที่เหมาะสมโคจรลมปราณเพื่อรักษาสภาพตนเองให้อยู่ในสภาพสูงสุด
ในทางเทคนิคแล้ว เขายังอยู่ในขอบนอกของเทือกเขาศพทมิฬ. ในส่วนลึกจะมีอันตรายเพิ่มขึ้น เหล่าปีศาจในภายนอกนี้จะคล้ายกับเหล่าหมาป่าปีศาจหลังเงิน และยิ่งลึกเข้าไปเท่าไร ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น เช่น แรดทองคำที่อยู่ในระดับขั้นที่แปด
แรดทองคำเป็เผ่าพันธุ์ที่แปลกประหลาด แก่นปีศาจของพวกมันมีค่าสูงมาก สามารถแลกเปลี่ยนเป็ เม็ดยาปราณได้นับแสน
ขถะที่หยางฉีพัก เขาคิดคร่ำครวญว่าเขาจะบ่มเพาะอย่างไรต่อไป และได้ข้อสรุปว่า ‘การล่าประเภทนี้ไม่เพียงพอที่จะดึงศักยภาพของข้าออกมาได้ และไม่ได้ช่วยข้าให้ดูดซับพลังของคชสารอัสนี ดูเหมือนว่าข้าต้องส่งตัวเองไปในอันตรายมากยิ่งขึ้น ยิ่งข้าตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเท่าไหร่ ข้าจะยิ่งเข้าสู่ขั้นที่เจ็ดเร็วมากยิ่งขึ้นเท่านั้น’
ด้วยความคิดนี้ เขามุ่งหน้าเข้าสู่หุบเขาลึกโดยหวังว่าจะได้พบกับกลุ่มปีศาจที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
เพียงพริบตาเดียวผ่านไปสามวัน
ตลอดเวลานั้น หยางฉีล่าลึกเข้าไปในเทือกเขาศพทมิฬ ในความเป็จริงแล้วเขาล่าไปยังพื้นที่ที่ตระกูลเขาไม่เคยเข้าไป.
เขาพบกับกลุ่มปีศาจนับไม่ถ้วน หมูป่าโลหิต, ผึ้งั์, เสือเวหา, ค้างคาวอสูร, ซวนหนี่เงา, แมงมุมปีศาจ, มดกินคน, และอื่นๆ หลายตัวมีระดันขั้นที่เจ็ดของทักษะลมปราณ เมื่อเทียบกับมนุษย์ แต่หยางฉีก็สังหารมันทั้งหมด
ในบางโอกาสเขาตกอยู่ในอันตรายอย่างมาก
ยกตัวอย่างเช่นเวลาที่เขาต่อสู้กับฝูงมดกินคนเป็จำนวนมาก แต่ละตัวมีขนาดเท่ากำปั้นของมนุษย์ พวกมันดุร้ายสุดขั้วและจะสังหารและกิน สิ่งใดก็ตามที่ขวางหน้า โชคดีที่หยางฉีแข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับพวกมัน และหนีไปได้พร้อมกับชีวิตของเขา
เขายังคงระวังตัวอยู่ตลอดเวลา และกินเม็ดยาปราณเมื่อเขาหิว เมื่อเขากระหายเขาจะหาน้ำบริสุทธิ์ และเวลานอนก็ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา พร้อมที่จะต่อสู้อยู่ตลอดเวลา
โชคดีที่พละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์นั้นมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ และคชสารอัสนีก็ยังส่งพลังให้เขาอย่างต่อเนื่องทำให้เขาสามารถผลักดันขีดจำกัดของตนเองให้เหนืุ์ปกติไปไกล ในบางคราวทักษะลมปราณของเขาก็ถึงขีดจำกัด ลมปราณก็จะปะทุภายในร่างกายของเขาดั่งคลื่นน้ำปะทะเขื่อนและทำให้เขััความรู้สึกขั้นแปรสภาพลมปราณ
ในไม่ช้าสัญญาณของความก้าวหน้าที่ใกล้เข้ามาก็ชัดเจนขึ้น
ในวันหนึ่ง หยาดฝนตกจากฟากฟ้า เปลี่ยนทุกสิ่งให้เปียกโชก ความร้อนถูกแทนที่ด้วยสายน้ำ ฟ้าร้องและ ฟ้าผ่า
อสรพิษสีเงินพุ่งผ่านฟากฟ้า ในบางคราวสายฟ้าก็จะผ่าลงมายังูเาเบื้องล่าง หยางฉีนั่งขัดสมาธิบนต้นไม้หมุนเวียนลมปราณ โดยที่หยาดฝนที่ตกลงมาใส่ถูกเบี่ยงเบนไปยังด้านข้างและทำให้ตนเองแห้งสนิท.
เสียงของฟ้าผ่า และ ฟ้าร้อง เป็ดั่งเช่นเสียงเพลงสำหรับเขา ความคิดของเขาค่อยๆล่องลอยออกไป และ ค่อยๆกลายเป็หนึ่งเดียวกับ ฟ้าผ่า ฟ้าร้อง และสายลม
เมื่อสายฟ้าฟาดลงมา จะสามารถเห็นประกายของกระแสไฟฟ้า ภายใต้ิัของเขา และ เสริมสร้างพลังชีวิตของเขา
นับั้แ่เขาถูกฟ้าผ่าเขารู้สึกได้ว่าการฝึกฝนภายใต้สายฝนนั้นสนุกเป็พิเศษ
กระแสไฟฟ้าค่อยๆวนเข้ามา และไหลเข้าสู่หน้าผากของเขาซึ่งปีศาจสีทองอาศัยอยู่
ทันใดนั้นหยางฉีตระหนักว่าปีศาจดูดซับสายฟ้า ทำให้มันดูเหมือนจะมีชีวิตอยู่
“าุโ?” อีกครั้งเขาพยายามสื่อสารกับมัน แต่ก็ถูกเพิกเฉย ทันใดนั้นสายฟ้าก็หยุดลงและภูตผีปีศาจก็นิ่งเงียบ อันที่จริงแล้วเขาแทบไม่รู้สึกถึงการคงอยู่ของมัน
หลังผ่านไปสักพัก พายุก็ดำเนินต่อไปเปลี่ยนป่าให้กลายเป็โลกแห่งวารี แม่น้ำสูงขึ้นเกิดแอ่งคล้ายทะเลสาบ ซึ่งสามารถเห็นปลาที่โฉบขึ้นมากินแมลงได้ทุกแห่งหน
นอกจากนี้ยังมีการดำรงอยู่ที่อันตรายหลบซ่อนตัวอยู่ภายนความพิโรธของธรรมชาติ ในขณะที่หยางฉีรอให้พายุฝนหยุดลงเขาก็บ่มเพาะต่อ ในมือซ้ายเขาเป็แกนปีศาจขนาดประมาณลูกลำไยซึ่งมาจากแมงมุมปีศาจขั้นที่เจ็ดที่เขาล่าเมื่อคืนก่อน
โดยปกติแล้วสมาชิกรุ่นเยาว์ของตระกูลที่ทรงอำนาจต้องรวมกันเป็กลุ่มเพื่อจัดการกับมัน และ ผู้ทรงพลังหลายคนในขั้นที่แปดเช่นหยางซือก็มีปัญหาเนื่องจากใยของพวกมันเหนียวและทรงพลังเป็พิเศษ
แต่เมื่อแมงมุมปีศาจตัวนั้นถูกซุ่มโจมตีโดย หอกเทพนรกานต์ของหยางฉี มันไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรที่สังหารมัน
หลังจากเขากลับตระกูลเขาสามารถ ขายแกนปีศาจของมันได้อย่างน้อยสามแสนเม็ดยาปราณ