รุ่งเช้าของวันใหม่มาถึงพร้อมกับแสงอาทิตย์สีทองที่สาดส่องลงมาจากยอดเขาเติมเต็มความหวังให้กับผืนป่าที่เคยโอบอุ้ม หลี่เฟิ่ง ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาหลี่เฟิ่งยืนอยู่หน้ากระท่อมไม้ซอมซ่อของ ไป๋เฟิง ััถึงลมหายใจของธรรมชาติที่บริสุทธิ์เป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกภายนอกที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยอันตราย
"เ้าพร้อมแล้วใช่ไหม?" ไป๋เฟิง เอ่ยถามขึ้นเสียงของชายชราผู้นี้ยังคงสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยพลังเช่นเคยเขาไม่ได้หันมามองหลี่เฟิ่งตรงๆ เพียงแต่นั่งหลับตาอยู่ริมลำธารลมปราณรอบกายแ่เบาจนแทบไม่รู้สึกแต่หลี่เฟิ่งรู้ดีว่าภายใต้ความสงบนิ่งนั้นซ่อนเร้นพลังที่ไร้ขีดจำกัด
"พร้อมแล้วขอรับท่านอาจารย์!"หลี่เฟิ่งตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ความหวาดกลัวที่เคยมีได้จางหายไปแล้วแทนที่ด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นและปณิธานอันแรงกล้าที่จะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง
"จงอย่าลืมเป้าหมายของเ้า"ไป๋เฟิงกล่าวต่อ "ความแค้นอาจเป็แรงผลักดันแต่จงอย่าให้มันบดบังดวงตาของเ้าจนมองไม่เห็นความจริง"
หลี่เฟิ่งกำหมัดแน่นคำพูดของไป๋เฟิงย้ำเตือนเขาถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านหลินเจียงภาพของชาวบ้านที่ล้มตาย กลิ่นควันไฟ และสัญลักษณ์ดวงตาที่ปรากฏบนชุดคลุมของนักฆ่าชุดดำยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา
"พันธมิตรไร้เงา..."หลี่เฟิ่งพึมพำกับตัวเอง
ไป๋เฟิงลืมตาขึ้นช้าๆแววตาคู่คมกริบนั้นจ้องมองหลี่เฟิ่งอย่างลึกซึ้งราวกับกำลังมองเห็นอนาคตที่รออยู่เบื้องหน้าของศิษย์ผู้นี้
"เส้นทางของเ้ามิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ"ไป๋เฟิงกล่าว "พันธมิตรไร้เงานั้นลึกลับและซับซ้อนกว่าที่เ้าคิดนักพวกเขามีเครือข่ายที่กว้างขวาง แฝงตัวอยู่ในทุกหย่อมหญ้าของยุทธภพการจะสืบหาความจริงและล้มล้างพวกเขาไม่ใช่เื่ง่ายเลย"
"ข้าไม่กลัวขอรับ!"หลี่เฟิ่งตอบอย่างไม่ลังเล "แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะทำ!"
"ดี..."ไป๋เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย "ความกล้าหาญเป็สิ่งสำคัญแต่เ้าต้องใช้ปัญญาให้มากกว่ากำลัง"
ไป๋เฟิงลุกขึ้นยืนช้าๆเขาก้าวเข้าไปใกล้หลี่เฟิ่ง ใช้มือที่เหี่ยวย่นลูบหัวศิษย์เบาๆแววตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่หลี่เฟิ่งไม่เคยเห็นมาก่อน
"เ้าจงเดินทางไปทางทิศตะวันออกมุ่งหน้าสู่เมือง หลัวหยาง" ไป๋เฟิงแนะนำ"เมืองหลัวหยางเป็เมืองใหญ่เป็ศูนย์กลางการค้าและแลกเปลี่ยนข่าวสารของยุทธภพที่นั่นเ้าจะสามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพันธมิตรไร้เงาได้ แต่จงระมัดระวังให้มากเมืองใหญ่ย่อมมีทั้งคนดีและคนชั่วปะปนกันไป"
หลี่เฟิ่งจดจำชื่อเมืองหลัวหยางไว้ในใจอย่างละเอียดเขาเชื่อมั่นในคำแนะนำของไป๋เฟิง
"เมื่อไปถึงหลัวหยางอย่าเพิ่งเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเ้าและอย่าเพิ่งแสดงฝีมือของเ้าให้ใครเห็น" ไป๋เฟิงเน้นย้ำ"จงใช้ดวงตาและหูของเ้าสังเกตการณ์ให้มาก รวบรวมข้อมูลอย่างเงียบๆและจงระมัดระวังภัยจากทุกทิศทาง"
"ขอรับท่านอาจารย์"หลี่เฟิ่งรับคำ
ไป๋เฟิงควักแผนที่เก่าๆม้วนหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แผนที่นั้นทำจากหนังแพะ มีร่องรอยการใช้งานมาอย่างยาวนานและมีเส้นทางต่างๆ ที่วาดขึ้นด้วยหมึกจีน
"นี่คือแผนที่คร่าวๆของยุทธภพ" ไป๋เฟิงยื่นแผนที่ให้หลี่เฟิ่ง"มันจะช่วยนำทางเ้าได้บ้างในตอนแรกแต่เส้นทางที่แท้จริงคือประสบการณ์ที่เ้าจะต้องค้นพบด้วยตัวเอง"
หลี่เฟิ่งรับแผนที่มาอย่างทะนุถนอมเขาก้มลงดูแผนที่ เห็นเส้นทางที่ทอดยาวจากป่าลึกไปยังเมืองหลัวหยางและมีเส้นทางอื่นๆ อีกมากมายที่เชื่อมโยงไปยังเมืองต่างๆ และสำนักต่างๆที่ไป๋เฟิงเคยเล่าให้ฟัง
"และนี่คือคำชี้แนะสุดท้ายของข้า"ไป๋เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "ในยุทธภพแห่งนี้มีวิชาและพลังที่เหนือกว่าที่เ้าเคยเห็นมากมาย เ้าต้องถ่อมตน หมั่นเรียนรู้และฝึกฝนอย่างไม่หยุดยั้ง อย่าหลงระเริงในพลังที่เ้ามีและจงอย่าปล่อยให้ความแค้นกัดกินจิตใจของเ้าจนหลงผิด"
"วิชาที่ข้าสอนเ้าเป็เพียง รากฐาน เท่านั้น" ไป๋เฟิงกล่าวต่อ"เ้าจะต้องแสวงหา อาจารย์ผู้แท้จริง ที่จะช่วยชี้ทางให้เ้าไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้"
หลี่เฟิ่งเงยหน้ามองไป๋เฟิงเขารู้สึกถึงความห่วงใยที่แฝงอยู่ในคำพูดของอาจารย์
"และมีดสั้นเล่มนี้..."ไป๋เฟิงชี้ไปที่มีดสั้นปริศนาที่หลี่เฟิ่งเหน็บไว้ในอกเสื้อ "มันคือ กุญแจสำคัญ ที่จะเปิดเผยความลับบางอย่างจงดูแลมันให้ดี และใช้มันด้วยปัญญา"
หลี่เฟิ่งกำมีดสั้นแน่นเขารู้สึกถึงพลังงานลึกลับที่เต้นเร่าอยู่ในตัวมีดราวกับมันกำลังรอคอยที่จะถูกปลดปล่อย
"หากวันใดเ้าต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จงใช้ วิชาเงาพริบตา ให้เป็ประโยชน์"ไป๋เฟิงเน้นย้ำ "การหลบหลีกและจู่โจมอย่างรวดเร็วคือจุดแข็งของเ้า จงใช้มันให้เต็มประสิทธิภาพ"
ไป๋เฟิงหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเขามองไปที่ท้องฟ้าเบื้องบน แล้วถอนหายใจแ่เบา
"บางที...ชะตาอาจจะนำพาให้เราได้พบกันอีกครั้งในอนาคตอันใกล้" ไป๋เฟิงกล่าว"แต่ตอนนี้... เ้าต้องไปแล้ว"
หลี่เฟิ่งก้มคำนับไป๋เฟิงอย่างนอบน้อมที่สุดเขารู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของชายชราผู้นี้อย่างสุดซึ้งไป๋เฟิงไม่เพียงแค่ให้ที่พักพิงและอาหาร แต่ยังมอบวิชา ความรู้ และกำลังใจให้เขาจนเขาสามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้อีกครั้ง
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์!ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านเลย!" หลี่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
ไป๋เฟิงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วโบกมือเบาๆ เป็สัญญาณให้หลี่เฟิ่งออกเดินทาง
หลี่เฟิ่งหันหลังเดินจากไปอย่างช้าๆเขาเดินออกจากบริเวณกระท่อมผ่านเส้นทางที่คุ้นเคยในป่าที่เคยเป็ทั้งที่หลบภัยและสนามฝึกซ้อมของเขาเขาไม่ได้หันกลับไปมองไป๋เฟิงอีก เพราะรู้ดีว่าอาจารย์้าให้เขาเดินหน้าต่อไปอย่างเด็ดเดี่ยว
เมื่อลับสายตาจากไป๋เฟิงหลี่เฟิ่งก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เขาวิ่งไปตามเส้นทางที่แผนที่ชี้บอกมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก สู่เมืองหลัวหยาง
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมาบนเส้นทางที่ทอดยาวเบื้องหน้าหลี่เฟิ่งรู้สึกถึงพลังงานที่พุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย ความตื่นเต้น ความมุ่งมั่นและความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในใจผสมปนเปกันไปหมด
เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มที่หวาดกลัวหรืออ่อนแออีกต่อไปแล้วเขาคือ หลี่เฟิ่ง ผู้ซึ่งมี เป้าหมายแห่งแค้น ที่ชัดเจนและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่รออยู่เบื้องหน้าในยุทธภพอันกว้างใหญ่
มีดสั้นปริศนาในมือของเขาส่องประกายแสงสีเงินอ่อนๆราวกับเป็เข็มทิศนำทางในความมืดมิด มันจะเป็พยานถึงการเดินทางของเขาและเป็อาวุธที่จะใช้ฟาดฟันกับเหล่าศัตรู
ยุทธภพ...ข้ามาแล้ว! หลี่เฟิ่งประกาศก้องในใจเสียงนั้นเบาหวิว แต่หนักแน่นราวกับคำสาบาน
เส้นทางแห่งการแก้แค้นได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการแล้วและการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ของ หลี่เฟิ่ง ก็กำลังจะเปิดฉากขึ้นในไม่ช้า...