ตอนที่ 5 ใต้หน้าผา (5)
หัวใจของชูฉินแทบจะหยุดเต้นเสียตรงนั้น แรงกายหายวับในชั่วพริบตา แขนขาปวกเปียกอ่อนแรงทั่วร่างสั่นเทิ้ม ปากของชายหนุ่มยังสั่นระริกๆ ขณะกำลังจะเอ่ยพูด “ทะ---ท่าน… พะ…พ่อ” คล้ายสติคืนกลับมาได้ เขาะโเสียงดังลั่น “ท่านพ่อ!!” พลันวิ่งสะบัดเข้าหาเรือนร่างบิดาใจกลางห้อง
ชูฉินทิ้งกายลงเข้าพยุงร่างของบิดาอย่างหวาดหวั่นสิ้นหวัง จูเก้อสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสามเิเ รูปร่างผอมบาง สีหน้าดูดีใจราวกับภิกษุเปี่ยมเมตตา “ท่านพ่อ ท่านพ่อ ผู้ใดทำท่าน!!” เสียงคำรามของชูฉินแข็งกร้าวสั่นไหว ั์ตาแดงก่ำแฝงเร้นด้วยเพลิงแค้นแผดเผาดุจไฟนรก เขาโน้มกายลงแนบชิดกับบิดา วงแขนบอบบางของชายหนุ่มมิอาจโอบรอบเอวของบิดาได้ เพียงโอบกอดไว้ในอ้อมแขนเล็กอย่างแแ่… ร่ำร้องทรมานดุจภูติคร่ำปีศาจครวญ…
ความทรงจำตอนเช้าก่อนชายหนุ่มจะเดินทางไปเข้าร่วมพิธีกรรมตรวจสอบพร์วาบผ่านเข้ามา สุ้มเสียงของจูเก้อดังกังวานดูปลดปลงในโลก “ชูฉินบุตรข้า บุตรข้ายิ่งใหญ่เกรียงไกรในใต้หล้าแผ่อำนาจคลุมทุกพิภพ อย่าได้ถือโทษในตนเองเลย…”
เนื่องจากจูเก้อชอบพูดวาจาเป็นัยแทบทุกครั้ง ชูฉินสดับบ่อยชินจนกลายเป็ชีวิตประจำวัน ถ้าเขาพิจารณาแล้วเข้าใจพึงจะมองออกถึงความลึกซึ้งในถ้อยคำของบิดา หากพิจารณาแล้วไม่เข้าใจ เขาเพียงจดจำไว้ให้มั่น รอคอยสักวันที่จะกระจ่างในมัน และเขาเพิ่งเข้าใจในตอนนี้… คำพูดของจูเก้อราวกับสั่งเสียไว้นานแล้ว…
“ถึงบุตรจะไม่ใช่บุตรผู้สืบสันดาน แต่บุตรก็นับถือท่านดั่งบิดาแท้ๆ เหตุใดกันท่านพ่อ… เหตุใดท่านถึงด่วนจากไปด้วย!! บุญคุณเทียมฟ้าของท่านข้าจะชดใช้ได้อย่างไร!!! อ๊ากกกก----” สายโลหิตแปดเปื้อนอาภรณ์อาบชโลมเนื้อผ้าแดงฉาน ชูฉินแผดเสียงคำรามลั่นปานเส้นเสียงจะฉีกขาด แววตาจมดิ่งสู่ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต หางตาของชูฉินเหลือบไปเห็นมีดเล่มหนึ่งตกอยู่ข้างกายของจูเก้อ
มีดเล่มนี้ทั้งด้ามเป็สีม่วงเข้ม ปลายด้ามเปื้อนเืสด สอดรับกับบริเวณหัวใจของจูเก้อมีรอยแทงหนึ่งจุด ชูฉินเอื้อมมือไปหยิบมีดเล่มนี้ขึ้นมา แขนสั่นระรัวยิ่ง มองค้างที่เล่มมีด…
ทันใดนั้นเองที่คล้ายเสียงกระทบพื้นดังขึ้นสามครั้ง
ตุบ ตุบ ตุบ
เป็เสียงกระทบที่เบาบางมาก ราวกับวัตถุที่ตกลงพื้นอย่างนุ่มนวล หน้ากระท่อมของจูเก้อพลันปรากฏผู้มาเยือนสามคน หนึ่งเป็ชายชราเฒ่าสวมเสื้อผ้าดูหรูหราคล้ายบัณฑิตลวดลายสวยงามจุดเด่นคือกระบี่คู่สองเล่มบนชุด อีกหนึ่งคือโก่วหาน คุณชายตระกูลโก่วผู้มากพร์ อีกหนึ่งคือผู้ติดตามของโก่วหาน
……………………………………….
เมื่อสามสิบนาทีก่อน
ภายในจวนตระกูลโก่ว หลังประมุขโก่วได้ทราบเื่ราวจากโก่วหานล้วนโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด ฝ่าเท้ายกกระแทกพื้นจนแตกร้าวละเอียด คนเป็ถึงผู้ฝึกตนขั้นสามบรรลุสู่ขอบเขตผู้ฝึกตนแท้จริงแล้ว พลังกายไม่ใช่เล่นๆ แรงกดดันที่โถมทับ โก่วหานที่เตรียมตัวเตรียมใจมาดีในบทลงโทษ ขวัญกำลังใจพลันกระเจิง เกิดหวาดหวั่นในพลังอำนาจของบิดา เขาเพิ่งจะเคยเห็นบิดาโกรธเพียงนี้…
“จะ---เ้า…!!” นิ้วชี้ตรงมาทางโก่วหาน ปลายนิ้วนั้นสั่นน้อยๆ “เ้าเป็บุตรที่ดีไม่เคยทำข้าผิดหวัง คนเราย่อมมีพลั้งพลาด แต่เหตุใดถึงได้พลาดเช่นนี้!! นี่เ้าสร้างปัญหาอันใดให้กับบิดา!! ตระกูลโก่วอาจถึงคราวล่มสลาย!!”
ประมุขโก่วอยากจะทุบบุตรชายให้อาบเื กลับต้องหักห้ามจนใจที่เป็ยอดอัจฉริยะหาตัวจับได้ยาก หากในใจคะนึงสงสัยอยู่มาก โก่วหานเป็คนรอบคอบยิ่งยวด เขาไม่น่าจะพลาดอะไรได้โง่เขลาขนาดนี้… ทำของตก?! ช่างเป็เหตุผลที่ยากจะฟังขึ้นสำหรับโก่วหานจริงๆ แต่ทว่า ประมุขโก่วไม่มีเวลามาสืบสาวถามความ ว่านี่ใช่การจงใจของโก่วหานหรือไม่ ชายวัยกลางคนล้วนต้องทุ่มความคิดทั้งหมด สรรหาข้ออ้างเพื่อรับมือกับปีศาจเฒ่าจากเมืองหลวงัมหาธรณี ปีศาจเฒ่าระดับทะยานฟ้าขั้นหก!!!
ไม่ทันจะหายโกรธดี วายุสายหนึ่งซัดสาดเข้ามาแรงลมพัดผ่านผู้คน ผ้าอาภรณ์ปลิวสะบัด เผ้าผมที่จัดระเบียบแตกกระจายยุ่งเหยิง จากเส้นขอบฟ้าแสนไกล รัศมีอำนาจขุมนี้ลึกล้ำสุดหยั่งแผ่ปกคลุมนภาตรงดิ่งมาทางจวนตระกูลโก่ว โก่วหานนั้นยังเกิดความครั่นคร้ามในขอบเขตยุทธของบิดา ชายหนุ่มไม่นึกเลยว่าจะทรงอำนาจเพียงนั้น แต่บัดนี้ เขาที่พร้อมจะใช้ฝีปากอันเก่งกาจเพื่อหว่านล้อมผู้าุโจากัมหาธรณี ร่างกายก็สั่นเทาขึ้นมา สองแขนสองขาสั่นระริกเด่นชัด
หากใบหน้าปราศจากความหวาดกลัวอันใด มันยกยิ้มขึ้น “ทะยานฟ้า---สักวันข้าจะอยู่จุดนั้น…” โก่วหานนึกว่าการเจอกับผู้เฒ่าทะยานฟ้าขั้นหกจากหนึ่งในแปดสำนักใหญ่จะเหมือนกับการเจอผู้าุโหลงฝาน ผู้เป็ถึงราชครูแห่งัมหาธรณี!! ชายหนุ่มหาได้ทราบไม่ ผู้าุโหลงฝานนั้นเยี่ยมยอดกว่าผู้าุโฝ่ายในสำนักใหญ่ผู้นี้ราว์เก้าชั้นฟ้าสุดขุมนรกชั้นหก เพียงแค่ผู้าุโหลงฝานไม่ได้แผ่พลังออกมาแม้แต่น้อย ในขณะที่ผู้าุโสำนักใหญ่ที่มาเยือนจงใจสร้างแรงกดดันลมปราณกดทับลงจวนตระกูลโก่วเพื่อสร้างอำนาจบารมี
ขนาดประมุขโก่วผู้แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลล้วนมิอาจหายใจได้สะดวกท้อง ร่างกายกลับอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ลักษณะห้องโถงตระกูลโก่วตั้งอยู่บนที่สูง หากเดินออกไปชมทิวทัศน์ข้างนอกย่อมสามารถมองเห็นอาคารบ้านเรือนของตระกูลโก่วเบื้องล่าง ทั้งสามารถมองเห็นอาคารบ้านเรือนในเมืองบงกชขาวบางส่วน เนื่องด้วยบานประตูห้องโถงใหญ่เปิดอ้ากว้าง เช่นนี้ ผู้คนในห้องโถงนับยี่สิบเกือบสามสิบคนต่างมองเห็นบุคคลผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนผืนฟ้าราวกับเหยียบพื้นดิน
เสื้อผ้าดั่งบัณฑิตปักลวดลายกระบี่คู่ ผมชราเฒ่าขาวโพลน รวมถึงหนวดเคราขาวยาวเฟิ้ม สีหน้าของผู้ชราเฒ่าให้ความรู้สึกสุขุมนุ่มลึก ถ้าไม่นับคิ้วที่กดลงเข้าหาจมูกและปลายของมันเชิดขึ้น กระทั่งั์ตาที่คมกริบดุจใบมีด สองส่วนนี้กลบมิดซึ่งความใจดีบนใบหน้า ราวกับเขาสามารถใจดีได้เด็ดขาดไร้ปราณีได้ ช่างเป็ลักษณะของคนที่น่าหวั่นกลัว…
ชายชราเหาะกายลงมาทางห้องโถงตระกูลโก่ว ฝ่าเท้าแตะััพรมสีแดง สายตาเพ่งมองหนึ่งเดียวคือประมุขตระกูลโก่ว ผู้นั่งอยู่บนเก้าอี้ใหญ่ที่สะดุดตามากที่สุด ถึงผู้ชราจะไม่เคยเห็นประมุขตระกูลโก่วมาก่อน ทว่า เขาสามารถหยั่งรู้ขอบเขตพลังยุทธและคาดการณ์จากสถานการณ์ภายในห้องโถงได้ จึงชี้แจงตัวประมุขได้ถูกคน ชั่วขณะหนึ่ง หางตาของผู้เฒ่าเหลือบมองไปทางโก่วหาน รวดเร็วจนผู้คนมิอาจสังเกตได้
แต่โก่วหานที่เตรียมตัวมาดี เดาแผนการว่าผู้เฒ่าจะต้องทำให้ตนติดหนี้บุญคุณจึงจ้องไปที่ดวงตาของผู้เฒ่าอยู่ก่อนแล้ว เพื่อแสดงจุดยืนว่าตนนั้นล่วงรู้ในแผนการของเขาต้องเข้าใจเื่หนึ่ง หลังจากการมาเยือนของผู้าุโ ทุกผู้คนในห้องโถงต่างก้มหน้าลงไม่หาญกล้าพอจะสบตาหรือมองกายาของยอดยุทธล้วนรู้สึกต่ำต้อยประดุจหนอนแมลง เมื่อผู้าุโพึงเห็นว่าถูกชายหนุ่มมองอยู่ก่อน ในใจจึงเกิดความสับสนครึ่งต่อครึ่ง อนึ่งแววตาที่โก่วหานมองมานั้นประดุจนักปราชญ์ที่มองเื่ราวได้อย่างทะลุปรุโปร่ง การกระทำของชายหนุ่มอายุสิบห้าปี สร้างความลังเลใจให้กับผู้เฒ่าผู้นี้ได้!!
ถึงสัญชาตญาณเกินหนึ่งร้อยปีของผู้เฒ่าจะย้ำเตือนว่า สายตาที่ให้ความรู้สึกแบบนี้เหมือนแผนการของเขาถูกมองออกหมดสิ้น แววตาเดียวกันกับจักรพรรดิั… กระนั้นก็ไม่กล้าปักใจเชื่ออยู่ดี สืบเนื่องจากสายตาที่น่าหวาดกลัวนี้ดำรงอยู่กับชายหนุ่มอายุสิบห้าปีเท่านั้น!!
ผู้เฒ่าวางความกังวลลงไว้ก่อน แผนการในใจยังไม่คิดล้มเลิก ชื่อเสียงของโก่วหานนั้นโด่งดังไปในกลุ่มชนชั้นสูงของสำนักใหญ่และวังั สายสืบของพวกมันที่กระจายไปทั่วัมหาธรณี มีหรือจะพลาดข่าวสำคัญของอัจฉริยะฟ้าประทานไปได้
ผู้มีอำนาจเหนือกว่าจะไม่เปิดปากพูดก่อน
หลังจากประมุขโก่วคืนสติ เขาถึงเพิ่งจะเอ่ยขึ้นได้ “ท่านผู้าุโเดินทางมาจากแดนไกล ผู้น้อยอยากจะเชิญท่านร่วมดื่มชา…” กล่าวไม่ทันจบ ท่วงท่าที่เงียบขรึม ผู้เฒ่ากล่าวตัดบทในทันที “ผลึกลมปราณสีน้ำเงินสิบก้อน” ในฝ่ามือของผู้เฒ่าปรากฏก้อนผลึกขนาดรูปร่างราวกับเมล็ดข้าวสิบก้อน
ผนึกลมปราณคือเงินตราแลกเปลี่ยนของผู้คนในโลกใบนี้ แบ่งออกเป็ 7 ระดับสี
ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง
สิ่งสำคัญที่ผนึกลมปราณกลายมาเป็เงินตราแลกเปลี่ยนของคนทั้งโลก สาเหตุมาจากสิ่งนี้สามารถดูดซับลมปราณเข้าสู่ทะเลิญญาได้ ผู้ฝึกตนล้วน้ามันอย่างยิ่ง สามารถใช้ได้ในการบำเพ็ญตนฝึกฝนหรือใช้จ่ายแลกเปลี่ยนซื้อขาย ต่อให้หนึ่งราชอาณาจักรล่มสลายก็ไม่จำเป็ต้องกลัวว่าค่าเงินจะไร้ประโยชน์
แก่นชีวิตขั้นสามมีค่าผนึกลมปราณสีน้ำเงินสิบก้อน ผนึกลมปราณสีน้ำเงินสิบก้อนนี้ ถ้าให้ประมุขโก่วได้ดูดซับสักระยะเวลาสามสิบปี เขาสามารถก้าวเข้าสู่ผู้ฝึกตนขั้นสี่ได้เลยทีเดียว… ทว่า สิ่งนี้เทียบกับแก่นชีวิตขั้นสามไม่ได้ นอกจากลมปราณที่อัดแน่น ความเร็วในการดูดซับยังรวดเร็วมากกว่าหลายร้อยเท่าตัว กระนั้น คนจำนวนมากก็ยังนำแก่นชีวิตที่สำคัญสำหรับผู้ฝึกตนออกมาทอดขายตลาด เพื่อเงินตราในการดำรงชีวิต
วัตถุล้ำค่าอยู่ตรงหน้า ฝีปากมิอาจขยับเขยื้อน ตัวแข็งค้างนิ่งราวกับก้อนหิน ทันใดนั้น โก่วหานแสดงความรับผิดชอบซึ่งความผิด เขาก้าวขาออกมาพลันกล่าวออกไปเสียงราบเรียบ “ข้าทำมันตกหล่นไปแล้ว”
สิ้นคำกล่าวของโก่วหาน ผู้าุโหันขวับมาทางเขา คิ้วขมวดชิดเป็ปมแน่น “เด็กน้อย เ้ากล่าวอีกรอบ ข้าชราเฒ่าได้ยินไม่ชัดเจน”
“ข้าทำมันตกไปแล้ว คงตกที่กระท่อมท่านจูเก้อตอนกำลังหยิบกระดาษรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นหลอมกายา” โก่วหานอธิบาย ในใจหวาดกลัวอยู่มาก จำยอมต้องแสดงบทบาทเก็บความร้อนรนให้มิดชิดที่สุด
เก็บท่าทางเนียนเรียบร้อย กระนั้น หัวใจของเขาที่เต้นกระหน่ำรุนแรงไม่สามารถรอดพ้นไปจากการตรวจจับของผู้เฒ่าทะยานฟ้าขั้นหก ด้วยเหตุนี้ ผู้ชราถึงมั่นใจได้เต็มสิบส่วนทันที เ้าเด็กนี่วางแผนการเอาไว้แล้ว!! และเหมือนกำลังจะใช้ประโยชน์จากเขา!! อย่างไรเสีย ถูกทำให้เสียหน้าแบบนี้ก็ต้องเล่นตามน้ำไปบ้าง
ทันใดนั้น ผู้เฒ่าแผ่แรงกดดันลมปราณรีดเค้นถึงขีดสุดเข้ากดดันโก่วหาน ชายหนุ่มร่างกายทรุดกระอักเืคำโตออกมา เนื้อหนังแดงฉานคล้ายจะปริแตก นี่และคือความต่างชั้นระหว่างคนธรรมดากับทะยานฟ้า เพียงแรงดันลมปราณก็สามารถฆ่าคนธรรมดาได้!!
เห็นบุตรชายตกทุกข์สาหัสสากรรจ์ บิดามินิ่งเฉย ะโเสียงดังลั่น “ท่านผู้าุโ!! ได้โปรดปล่อยลูกผู้น้อยไป… เขามีอนาคตสดใส!! เขาเป็ผู้มีพร์ขั้นต่ำขั้นห้า!!”
การลงมือของผู้าุโสำนักใหญ่หยุดลงกะทันหัน ไม่ใช่เพราะคำพูดของประมุขโก่วเลยแม้แต่น้อย เื่พร์ของชายหนุ่มตรงหน้า เขาทราบข่าวมาก่อนแล้ว ทว่า ท่าทีที่ทำหยุดลงเพียงอาศัยโอกาสที่มันร้องขอชีวิตในการต่อรองเพิ่มขึ้น โลหิตไหลรินจากศีรษะโก่วหานอาบใบหน้าจนแดงสดเกือบครึ่ง เขามึนหัวหนักมากจนยังยืนไม่ได้
ผู้เฒ่าชูนิ้วสองนิ้วขึ้นไปทางโก่วหาน “เด็กน้อยเป็หนี้ชีวิตผู้เฒ่าสองชีวิต” หนึ่งมือเอาลงชี้แจง “ชีวิตแรก เด็กน้อยบังอาจทำของสำคัญในการแลกเปลี่ยนหล่นหาย” นิ้วมือสุดท้ายเอาลงชี้แจง “ชีวิตที่สอง เพราะบิดา เด็กน้อยถึงรอดจากการตายครั้งที่สอง โทษฐานทำผู้เฒ่าเสียหน้า ตระกูลโก่วมีโทษตายทั้งตระกูล”
โก่วหานคาดไม่ถึงว่าผู้เฒ่าจะมาไม้นี้ เขานึกว่าจะต้องติดหนี้ชีวิตครั้งเดียว กลับถูกเล่ห์เหลี่ยมของเฒ่าชราสวนกลับรุนแรง ติดหนี้ชีวิตมันถึงสองครั้ง!! นี่คือการรอใช้ประโยชน์จากโก่วหานเมื่อเติบใหญ่อย่างแท้จริง ถ้าจะกล่าวว่า ตอนที่โก่วหานแข็งแกร่งกว่าเฒ่าชราแล้ว ทำไมต้องทำตามสัญญา… ถ้าโก่วหานทำเช่นนั้น ผู้คนทั้งใต้หล้าจะพูดคุยถึงเขาอย่างไร…
เขาที่จะกลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในโลก ผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่รู้จักบุญคุณคน เขาจะถูกสรรเสริญหรือตีตราให้เป็บุคคลต่ำช้า
“ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง ประมุขโก่วมีบุตรที่ประเสริฐมาก เด็กน้อยกล้าหาญเพียงนี้ คงมั่นใจว่าสามารถเอาคืนมาได้”
การพูดคุยของผู้เฒ่ามีนัยแฝง หากผู้คนในตระกูลไม่เข้าใจเลยว่าคืออะไร นอกจากโก่วหานที่ล่วงรู้ลึกซึ้งในเจตนา ชายหนุ่มพยักหน้ารับเบาบางอย่างยากลำบาก จะหลอกใช้ประโยชน์พวกปีศาจเฒ่าไม่ใช่เื่ง่าย!!! ทั้งหมดทั้งมวลนี้เองถึงเกี่ยวโยงมาในปัจจุบัน
………………………………………………
เกือบทุกอย่างดำเนินไปตามแผนการของโก่วหาน เขาเล่าเื่ราวเกี่ยวกับจูเก้อ ทั้งความสามารถในวิชาแพทย์ล้ำลึกทั้งเื่จะถูกทาบทามให้เป็แพทย์หลวงั เหตุผลที่ชายหนุ่มยกมา ทำเอาผู้เฒ่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สำนักกระบี่คู่เป็สำนักอันดับสองแห่งัมหาธรณี เบียดเสียดกับวังัมาติดๆ ขุมกำลังโดยรวมแข็งแกร่งมาก ถ้าไม่นับว่าเป็หนึ่งใต้จักรพรรดิั…
ถ้าองค์หญิงัหายจากโรคร้าย เช่นนั้นก็เป็ฝันร้ายของสำนักกระบี่คู่อย่างแท้จริง จักรพรรดิัสองคน… นอกจากจะไม่มีทางสามารถไล่ตามได้ทันแล้ว อาจมีสิทธิ์ที่จะถูกใส่ร้ายและโดนกวาดล้างให้หายออกไปจากัมหาธรณี เพราะเป็ภัยร้ายที่ยิ่งใหญ่สูงสุดสำหรับวังั !!
ผู้เฒ่าฟังถึงจุดนี้ ถึงทราบว่า มันเป็หลุมกับดักถึงใจรู้ก็ยินยอมจะะโลงไปเอง เขาใช้พลังลมปราณนำพาโก่วหานและผู้ติดตามของมันมาด้วย เหาะเหินจนมาถึงกระท่อมของจูเก้อ กลับพบว่าประตูกระท่อมเปิดอยู่ พลันพบพานกับภาพสุดตกตะลึงลาน… ผู้เฒ่ามองปราดเดียวก็เข้าใจ
ในมือของชูฉินถือมีดวิเศษขั้นหนึ่ง คนตายเป็ผู้ฝึกยุทธขั้นสอง แม้ร่างกายจะแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปอยู่มาก กระนั้นยังไม่นับว่าเป็ผู้ฝึกตนที่แท้จริง ยังพ่ายแพ้ต่อของมีคมธรรมดา หากเสียเวลาในการฆ่าขึ้นเล็กน้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงของมีคมที่เป็สมบัติวิเศษเลย ตกตายสถานเดียว!!!
โก่วหานราวกับ์ประทานทุกสิ่งแก่มัน ในใจยิ้มบานปานแก้มปริ มันสมองอันชาญฉลาดขยันประมวลคำในชั่วพริบตา แม้ไม่ทราบจริงเท็จ…
“จะ----เ้า… เ้าสุนัขชูฉิน เ้าสังหารท่านจูเก้อ!!!”