ตอนที่1 สัมพันธ์สวาทต้องห้าม
ครั้นครีษมายัน[1] จักจั่นขับขานทุกแห่งหน
จวนเว่ยเหวินโหวเงียบสงบ บนระเบียงทางเดินมีบ่าวรับใช้สวมเสื้อตุ้ยจิน[2]ผ้าเนื้อโปร่งบางสีชมพูอยู่สามสี่คนแต่ละคนล้วนถืออ่างทองแดงบรรจุน้ำสะอาดไปยังห้องของเหล่าเ้านาย
สาวใช้ชื่อชิวฮว่ายกอ่างน้ำย่างก้าวด้วยฝีเท้าอ่อนช้อยเข้าห้องเซียงฝาง[3]ที่ตกแต่งเรียบง่ายแม้นตัวห้องไม่มีเครื่องเรือนอะไรแต่ภายในกลับสดชื่นโอ่โถงสะดวกสบาย เพราะตั้งอยู่ในสวนไผ่ด้านหลังจวนเว่ยเหวินโหวอีกทั้งรอบห้องเซียงฝางทั้งสี่ด้านยังตกแต่งด้วยบานหน้าต่างลายฉลุสายลมคิมหันต์พัดต้นไผ่ดังสวบๆ หอบเอาความสดชื่นของใบไผ่พัดโชยเข้าห้อง
ชิวฮว่าวางอ่างทองแดงบรรจุน้ำไว้บนชั้นไม้จันทน์หอมที่ใช้สำหรับล้างหน้าข้างประตูห้องเซียงฝางหยิบผ้าเช็ดตัวผืนแห้งน้อมส่งอย่างคล่องแคล่วให้ลู่อวิ๋นจือที่ลุกจากตั่งผิวพรรณลู่อวิ๋นจือขาวนวลดั่งเกล็ดหิมะ ดวงหน้างามสง่าเกลี้ยงเกลา มีก็แต่หว่างคิ้วและดวงตาที่มักเผยไอโศกจางๆ
นางลุกขึ้นคว้าชุดกระโปรงทรงยาวเรียบสีม่วงอ่อนมาคลุมกายรับผ้าขนหนูจากมือชิวฮว่ามาซับหน้าซับตารอบหนึ่ง แล้วค่อยๆ ก้าวจากเตียงไปนั่งข้างกระจกสำหรับประทินโฉม
ลู่อวิ๋นจือรวบผมดำขลับที่ปล่อยสยายเป็มวยต่ำไว้ตรงท้ายทอย
“อิ้นเกอร์ล่ะ”นางหันมาถามชิวฮว่า
ชิวฮว่ากล่าวตอบด้วยรอยยิ้มว่า“คุณชายกับจูอู่เพิ่งลงสระบัวเก็บเม็ดบัวมาได้มากมายยามนี้กำลังหอบเม็ดบัวสดเ่าั้ไปมอบให้ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าค่ะ คุณชายอายุยังน้อยก็รู้จักกตัญญูจะว่าเยี่ยงไรก็ล้วนเป็เพราะวิธีอบรมสั่งสอนที่ถูกต้องของฮูหยิน”
มุมปากลู่อวิ๋นจือเผยความชื่นอกชื่นใจครั้นคะนึงคิด สีหน้าพลันเศร้าสลด ไม่ว่านางทำดีเช่นไรก็ไม่เข้าตาฮูหยินผู้เฒ่าจูสักที ที่ฮูหยินผู้เฒ่ารักใคร่อิ้นเกอร์ก็เพียงเพราะอิ้นเกอร์เป็หลานชายของนาง
ชิวฮว่าเห็นนางถอนหายใจกลัดกลุ้ม ก็รีบรุดเข้าไปปลอบใจ“ฮูหยินอย่ากลุ้มใจไปเลย ตราบใดที่ท่านกับท่านโหว[4]สมัครสมานกลมเกลียวกันก็แข็งแกร่งกว่าอะไรแล้วเ้าค่ะ”
ลู่อวิ๋นจือพยักหน้าน้อยๆแล้วจึงเริ่มผัดแป้งเขียนคิ้วที่กระจก
ชิวฮว่ายิ้มกริ่ม“ต่อให้ฮูหยินไม่ทาเครื่องผัดหน้าสีแดงเ่าั้ ท่านโหวก็ชอบอยู่ดี”
ลู่อวิ๋นจือหน้าแดงเล็กน้อยก้มหน้าก้มตาไม่กล่าววาจา เงียบอยู่นานก็เอ่ยถามชิวฮว่า “ท่านโหวจะกลับมาเมื่อใดรึ”
ชิวฮว่ายิ้ม“คาดว่าใกล้แล้วเ้าค่ะ”
บัดนี้ อาการป่วยของเว่ยกั๋วกง[5]พ่อตาในฮ่องเต้องค์ปัจจุบันกำเริบหนักบรรดาเพื่อนขุนนางจึงต้องไปเยี่ยมไข้เป็ธรรมดาแม้จวนเว่ยเหวินโหวมิได้ทรงอำนาจเรืองรองดั่งวันวาน ทว่าอย่างไรก็เป็เครือญาติกันย่อมต้องไปเยี่ยมเยือนตามสมควร ไม่ว่าจะด้วยความจริงใจหรือเสแสร้งก็ตาม การไปเยี่ยมเยียนจำเป็ต้องมี
ครั้นพูดถึงสกุลเว่ยลู่อวิ๋นจือก็คะนึงถึงงานวิวาห์ของลู่จิ่นผิน มารดาเลี้ยงโต้วสือสยาทุ่มเทแรงกายแรงใจพยายามให้ลู่จิ่นผินแต่งเข้าจวนกั๋วกงให้จงได้ทว่าหากเว่ยกั๋วกงหมดลม เกรงว่าไม่เพียงแต่สกุลเว่ยจะตกอับราชสำนักก็ต้องเผชิญสภาวะยากลำบากกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทั้งในและนอก
เห็นทีหมากตัวนี้ของโต้วสือสยาจะวางผิดเสียแล้ว
มุมปากลู่อวิ๋นจือกระตุกยิ้มเ็าเย้ยหยัน
“ท่านแม่ท่านแม่ เมื่อกี้ข้าเห็นท่านพ่อกับท่านน้ากำลังเล่นหยอกเย้ากันอยู่ที่ศาลาสระบัวตรงโน้นท่านพ่อกับนางเล่นกันสนุกสนานแม้แต่จะแลลูกสักนิดก็ยังไม่มอง!”
มิรู้ว่าอิ้นเกอร์เดินเข้ามาเขย่าแขนของลู่อวิ๋นจือั้แ่เมื่อใด
ลู่อวิ๋นจือตื่นตระหนกทันใดสบตากับชิวฮว่าอย่างเลิ่กลั่ก
ชิวฮว่ารีบดึงตัวอิ้นเกอร์นางตกตะลึงพลันกล่าวอย่างมิอาจเชื่อ “แค่ลมปากของเด็กน้อย ฮูหยินอย่าได้ถือสาเลยนะเ้าคะ”
ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวยามเดือนหกเนื้อตัวลู่อวิ๋นจือกลับเย็นวาบ สั่นระริกอย่างมิอาจห้ามได้เอาแต่เปล่งเสียงอยู่ในใจมิขาดสายว่า “แต่เด็กเชื่อสิ่งที่ตาตัวเองเห็นนะไม่โกหกหรอก...ไม่โกหกหรอก...”
ชิวฮว่าััถึงความตึงเครียดของสถานการณ์จึงรีบพูด “ฮูหยินอย่าเพิ่งคิดมากไปก่อนเลย เดี๋ยวบ่าวไปดูให้เ้าค่ะ”
ลู่อวิ๋นจือไม่รู้ไปเอาความกล้ามาจากไหนแสยะยิ้มมุมปากพลางกล่าวเสียงสั่นเทา “ข้าไปเอง พี่อยู่เป็เพื่อนอิ้นเกอร์ที่นี่แหละ”
มิรีรอให้ชิวฮว่าเอ่ยปาก ลู่อวิ๋นจือก็รีบออกไปอย่างว่องไวปานสายลม
ในสวนดอกไม้จวนโหวสระบัวเปล่งประกายสีเขียวเรืองรองระยิบระยับไปทั้งสระ ครั้นเชยชมก็ทำให้ผ่อนคลายสบายใจทว่าแสงแดดเหนือศีรษะกลับสาดส่องจนทำให้วิงเวียนหน้ามืดตาลาย
มือข้างหนึ่งของลู่อวิ๋นจือยกชายกระโปรงอีกข้างหนึ่งก็ถือผ้ากำบังดวงหน้าอันงามชดช้อย หรี่ตาจับจ้องศาลากลางน้ำ
ลู่อวิ๋นจือในยามนี้กุมใจที่เต้นโครมครามระรัวราวกับหัวใจดวงนั้นอาจจะจมหายไปได้ทุกเมื่ออย่างไรอย่างนั้น
ลมอ่อนโชยพัดผ่าน พัดเอาม่านไหมเนื้อบางที่ประดับอยู่รอบศาลาลอยพริ้วตามลมด้านในคล้ายมีเสียงอ่อนเสียงหวานยั่วยวนใจดังออกมา ราวกับทั้งทุกข์ระทมทั้งสำราญใจ
“ท่านโหวเ้าคะ ข้าดีกว่าหรือว่าท่านพี่ดีกว่า...”
“อือ ก็ต้องเ้าอยู่แล้ว ที่รักของข้า...”
อวิ๋นจือกำผ้าในมือแน่น หยาดน้ำตาเม็ดโตพลันหยด
ครั้นม่านไหมปลิวเลิกขึ้นผมยาวดำขลับดั่งน้ำหมึกของสตรีก็พริ้วสยาย เรือนร่างขาวผ่องเป็ดั่งงูพันเกี่ยวกายกำยำของบุรุษเส้นผมสีดำสนิทของชายหนุ่มแผ่กระจายลงมา ตามด้วยท่วงท่าเดี๋ยวผลักเดี๋ยวรับ เส้นผมยาวห้อยอยู่ตรงแผ่นอกกว้างนวดเค้นหน้าอกอวบอิ่มตามอำเภอใจ ขนคิ้วสตรีบางปานเส้นไหม เสียงครวญครางดังขึ้นเรื่อยๆั์ตาปรือหยาดเยิ้มคู่นั้นของนางที่เพ่งพิศอวิ๋นจือพลันส่องประกายดุร้ายเฉียบคมในชั่วพริบตา
ลู่อวิ๋นจือทนดูต่อไปไม่ไหว ยกมือป้องหน้าแล้วรีบหนีอย่างกระวนกระวาย
สายลมยามราตรีพัดโชย ไม้ไผ่กระทบดังเอี๊ยดอ๊าดลู่อวิ๋นจือกลับถึงห้องเซียงฝางอย่างขวัญหนีดีฝ่อ
ชิวฮว่าจัดสำรับอาหารวางไว้บนโต๊ะแปดเซียน[6]เรียบร้อยครั้นเห็นสีหน้าท่าทางลู่อวิ๋นจือก็ใ “ฮูหยินเป็อะไรไปเ้าคะ”
นับั้แ่ฮูหยินกลับมาจากสระบัวในสวนดอกไม้ตอน่เที่ยงก็นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เอาแต่นั่งส่องกระจก ค่อยๆ ลูบไล้เส้นผมดกหนาเสมือนเวทนาตัวเองทั้งยังละม้ายคล้ายสติหลุดลอย หลังกลับจากไปคารวะ[7]ฮูหยินผู้เฒ่ายามราตรีนี้ก็คล้ายว่าไม่ประสงค์จะอ้อยอิ่งอยู่ที่ลานหน้าจวนเท่าไรนักนางเดินหายเข้าป่าไผ่ราวกับภูตผีปีศาจก็มิปาน
หรือว่าที่อิ้นเกอร์พูดจะเป็เื่จริงงั้นหรือ
ฮูหยินเห็นเื่ที่ไม่ควรเห็นเข้าเสียแล้ว...
“ข้าไม่เป็ไรชิวฮว่า พี่ไปเล่นกับอิ้นเกอร์เถิดข้าเหนื่อย อยากจะอยู่เงียบๆ คนเดียว”
“ฮูหยิน แต่ว่า...ท่านเพิ่งแท้งลูก ต้องระวังสุขภาพให้มากๆนะเ้าคะ...”
“ไปเถิด” ลู่อวิ๋นจือเหนื่อยล้าจนยกมือเท้าศีรษะสะบัดมืออีกข้างบอกให้ชิวฮว่าออกไป
ห้องเซียงฝางเงียบสงัดบรรยากาศเหว่ว้าและวิเวกวังเวง
ลู่อวิ๋นจือค่อยๆ เงยหน้าส่องกระจกกลับพบว่าบนหน้ามีน้ำตาเนืองนองั้แ่เมื่อใดก็มิรู้เต็มไปหมด นางใช้มือซับไอเย็นะเืไหลซึมผ่านเรียวนิ้วเข้าหัวใจ ในชั่วพริบตาก็เหน็บหนาวจับขั้วหัวใจทั้งในกระจกและในศีรษะเอาแต่ฉายภาพชายหญิงนัวเนียซ้ำไปซ้ำมา!
ลู่อวิ๋นจือรู้สึกจุกอกทุกข์ทรมานประหนึ่งขาดอากาศหายใจ
“จือจือได้แต่งกับเมียอย่างเ้า ข้าจะเรียกร้องสิ่งใดอีกชาตินี้ได้อุทิศชีวิตเพื่อเ้านับว่าคุ้มค่าแล้ว”
ค่ำคืนวันเข้าหอ ขณะที่เขาคว้านางมากอดไว้ในอ้อมอกอย่างทะนุถนอมรักใคร่พลางเปล่งวาจาว่านางจะเป็ภรรยาแต่เพียงผู้เดียวไปชั่วชีวิต
นางแค่อยากจะถามเขาว่าบัดนี้ถ้อยคำเ่าั้ยังเชื่อถือได้อยู่หรือไม่!พวกผู้ชายเชื่อไม่ได้จริงๆ เสียด้วย ท่านพ่อก็คนหนึ่งแล้ว จูฉุนอี้ยังจะเป็เช่นนี้อีกคนอีก!
นางรู้สึกคัดจมูก หยดน้ำตาร่วงหล่นประหนึ่งสร้อยไข่มุกขาดสะบั้น
“ฮูหยิน ท่านโหวมาเ้าค่ะ”ชิวฮว่าวิ่งเข้ามาสีหน้าตื่นเต้นดีใจ เดิมทีนางกล่อมอิ้นเกอร์ให้นอนหลับอยู่ที่ห้องเซียงฝางทิศตะวันออกของเรือนส่วนหน้าทว่านางยังคะนึงถึงฮูหยินทางนี้ไม่ตก จึงคอยสังเกตความเคลื่อนไหวที่เรือนส่วนหน้าอยู่ตลอดครั้นเห็นท่านโหวเดินออกมาจากห้องฮูหยินผู้เฒ่าก็รีบวิ่งหน้าตั้งมาบอกลู่อวิ๋นจือทันที
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6
[1] วันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งเป็วันที่ร้อนที่สุดใน่ฤดูร้อนและมีเวลากลางวันยาวที่สุด
[2] เสื้อจีนชนิดหนึ่ง ชายหน้าเสื้อผ่ากลาง
[3] ห้องที่อยู่ด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออกของแต่ละเรือนง
[4] หนึ่งในบรรดาศักดิ์ของขุนนางจีน เรียงลำดับจากสูงไปต่ำคือ กง โหว ป๋อ จื่อหนาน
[5] บรรดาศักดิ์สูงสุดที่ขุนนางจะได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้
[6] โต๊ะสี่เหลี่ยมโบราณนั่งได้แปดคน จึงเรียกว่าโต๊ะปาเซียนหรือแปดเซียน
[7] ชาวจีนมีธรรมเนียมปฏิบัติว่า ผู้เยาว์มีหน้าที่ต้องไปแสดงความเคารพ หรือ ‘ฉิ่งอัน’ ผู้ใหญ่สูงอายุในบ้าน โดยสามวันจะไปคารวะหนึ่งครั้ง